โดราเอมอน ตอน โนบิตะล่าโจรปริศนาในพิพิธภัณฑ์ของวิเศษ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ โนบิตะ
ล่าโจรปริศนาในพิพิธภัณฑ์ของวิเศษ
กำกับ ยูกิโยะ เทราโมโตะ
เขียน ต้นฉบับ :
ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ
บทภาพยนตร์ :
ชิมิสึ ฮิงาชิ
นำแสดง วะซะบิ มิซุตะ
เมะงุมิ โอะฮะระ
ยุมิ คะกะซุ
ซุบะรุ คิมุระ
โทะโมะกะซุ เซะกิ
จิอากิ ฟูจิโมโต้
ดนตรีประกอบ ซาวาดะ คัน
เพลง พิพิธภัณฑ์แห่งอนาคต
(ญี่ปุ่น: Mirai no museam)
ขับร้องโดยวง Perfume
จำหน่าย/เผยแพร่ ญี่ปุ่น โตโฮ / โตโฮ แอนิเมชัน
ไทย โรส มีเดีย
ฉาย ญี่ปุ่น 9 มีนาคม ค.ศ. 2013
ไทย 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556
ความยาว 104 นาที
ประเทศ ญี่ปุ่น
ภาษา ญี่ปุ่น
รายได้ 3,920,363,337.7 เยน
(39,965,030 ดอลลาร์สหรัฐ)

โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ ตอน โนบิตะล่าโจรปริศนาในพิพิธภัณฑ์ของวิเศษ (ญี่ปุ่น: ドラえもん のび太のひみつ道具博物館(ミュージアム) Doraemon: Nobita's Secret Gadget Museum) เป็นโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาว ผลงานของ ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ และเป็นภาพยนตร์ชุดนี้ถือเป็นตอนที่ 33 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์[1] โดยได้ออกฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556) และเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เรื่องย่อ[แก้]

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นวันหนึ่งในขณะที่โดราเอมอนกำลังนอนหลับ ได้มีชายลึกลับที่มีชื่อว่าจอมโจรดีลักซ์ได้แอบมาขโมยกระดิ่งห้อยคอของโดราเอมอน โนบิตะจึงได้ใช้ "ชุดอุปกรณ์เชอร์ล็อกโฮมส์" ทำการค้นหาจนพบร่องรอยว่ากระดิ่งห้อยคอของโดราเอมอนน่าจะอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ของวิเศษในโลกอนาคต พวกโนบิตะจึงพากันมุ่งหน้าไปที่นั่นทันที โดยได้รับความช่วยเหลือจากโดเรมี

ที่พิพิธภัณฑ์ของวิเศษในโลกอนาคตแห่งนี้เป็นสถานที่ซึ่งเก็บรวบรวมของวิเคษตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันไว้หมดทุกอย่างและจอมโจรดีลักซ์ก็หมายตาของวิเศษของที่นี่อยู่เหมือนกัน พวกโนบิตะจึงได้ร่วมมือกับ สารวัตมัสตาร์ด เพื่อค้นหากระดิ่งห้อยคอของโดราเอมอนโดยมี เคิร์ต เด็กหนุ่มผู้มีความมุ่งมั่นอยากเป็นช่างฝีมือทำของวิเศษ เป็นคนนำทางสำรวจตรวจสอบดูในพิพิธภัณฑ์ พวกโนบิตะจะได้กระดิ่งห้อยคอของโดราเอมอนกลับคืนมาหรือไม่ และตัวจริงของจอมโจรดีลักซ์เป็นใคร แล้วเขามีจุดประสงค์อะไรถึงได้ขโมยกระดิ่งห้อยคอของโดราเอมอนกันแน่

ผู้พากย์[แก้]

ตัวละคร เวอร์ชันญี่ปุ่น ญี่ปุ่น เวอร์ชันไทย ไทย
โดราเอมอน วะซะบิ มิซุตะ ฉันทนา ธาราจันทร์
โนบิตะ เมะงุมิ โอะฮะระ ศันสนีย์ วัฒนานุกูล
ซิซุกะ ยุมิ คะกะซุ ศรีอาภา เรือนนาค
ไจแอนท์ ซุบะรุ คิมุระ นิรันดร์ บุญยรัตพันธุ์
ซูเนโอะ โทะโมะกะซุ เซะกิ อรุณี นันทิวาส
โดเรมี่ จิอากิ ฟูจิโมโต้ อรุณี นันทิวาส
เคิร์ต Yuuko Sanpei [2] ศันสนีย์ ติณห์กีรดีศ
จอมโจรดีลักซ์ (DX) โทะโมะกะซุ เซะกิ หฤษฎ์ ภูมิดิษฐ์
ฟิคซ์ Takaya Hashi กริน อักษรดี
ดร. เปปเลอร์ Shigeru Chiba ธวัช รัตตะชัย
จิงเจอร์ ยุอิ โฮะริเอะ ภัทร์ศรัณย์ เรือนนาค
สารวัตรมัสตาร์ด Ken Matsudaira นิรันดร์ บุญยรัตพันธุ์
ก็อนสึเกะ Naoki Tatsuta หฤษฎ์ ภูมิดิษฐ์

การตอบรับ[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556) และเว็บไซต์สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่น รายงานว่า ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง "โดราเอมอน" กลายเป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่มีผู้ชมมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีผู้ชมในโรงภาพยนตร์กว่า 100 ล้านคน นับตั้งแต่เปิดตัวภาคแรกในปี 1980

ด้าน "โตโฮ" บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ประกาศ (25 มี.ค. 56) ว่า การ์ตูนโดราเอมอน ที่เล่าถึงหุ่นยนต์แมวสีฟ้าที่เดินทางข้ามเวลา ตอนที่ 33 ซึ่งมีชื่อตอนว่า "พิพิธภัณฑ์ของวิเศษของโนบิตะ" (Nobita′s Secret Gadget Museum) มีผู้ชมถึง 1.56 ล้านคน ภายในเวลา 2 สัปดาห์ นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อต้นเดือนมีนาคม ทำให้ยอดรวมผู้ชมภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้สูงกว่า 100 ล้านคน[3][4]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]