แอนดี มาร์รี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เซอร์
แอนดรูว์ มาร์รี
OBE
2010 Rogers Cup Men's Champion (2) (cropped).jpg
มาร์รีในปี 2010
ชื่อเต็มแอนดรูว์ บาร์รอน มาร์รี
ประเทศสหราชอาณาจักร บริเตนใหญ่
ถิ่นพำนักอ็อกซ์ชอตต์, เซอร์รีย์, อังกฤษ
วันเกิด15 พฤษภาคม ค.ศ. 1987 (34 ปี)[1]
กลาสโกว์, สกอตแลนด์
ส่วนสูง1.91 เมตร (6 ฟุต 3 นิ้ว)
เทิร์นโปร2005[2]
การเล่นมือขวา (แบ็กแฮนด์สองมือ)
ผู้ฝึกสอนเจมี เดลกาโด (2016–ปัจจุบัน)
เงินรางวัล62,009,732 ดอลลาร์สหรัฐ
Official websiteandymurray.com
เดี่ยว
สถิติอาชีพ680–204 (76.9%)
รายการอาชีพที่ชนะ46 (อันดับที่ 14 ในยุคโอเพน)
อันดับสูงสุด1 (7 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016)
อันดับปัจจุบัน102 (12 กรกฎาคม 2564)[3]
ผลแกรนด์สแลมเดี่ยว
ออสเตรเลียนโอเพนรองชนะเลิศ (2010, 2011, 2013, 2015, 2016)
เฟรนช์โอเพนรองชนะเลิศ (2016)
วิมเบิลดันชนะเลิศ (2013, 2016)
ยูเอสโอเพนชนะเลิศ (2012)
Other tournaments
Tour Finalsชนะเลิศ (2016)
Olympic Gamesเหรียญทอง (2012, 2016)
คู่
สถิติอาชีพ77–77 (50.0%)
รายการอาชีพที่ชนะ3
อันดับสูงสุดอันดับ. 51 (17 ตุลาคม ค.ศ. 2011)
อันดับปัจจุบัน139 (12 กรกฎาคม 2564)[4]
ผลแกรนด์สแลมคู่
ออสเตรเลียนโอเพน1R (2006)
เฟรนช์โอเพน2R (2006)
วิมเบิลดัน2R (2019)
ยูเอสโอเพน2R (2008)
Other Doubles tournaments
Olympic Games2R (2008)

เซอร์ แอนดรูว์ บาร์รอน มาร์รี[a] OBE (อังกฤษ: Andrew Barron Murray;[5] เกิด: 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1987) เป็นนักเทนนิสอาชีพชายชาวสกอตแลนด์ มือวางอันดับ 102 ของโลกคนปัจจุบัน[6] และเป็นอดีตมือวางอันดับ 1 ของโลกจำนวน 41 สัปดาห์ เจ้าของตำแหน่งชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมในประเภทชายเดี่ยว 3 สมัย โดยชนะเลิศรายการวิมเบิลดัน 2 สมัย (ค.ศ. 2013 และ ค.ศ. 2016) และ ยูเอสโอเพน 1 สมัย (ค.ศ. 2012) และยังชนะเลิศรายการเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 ได้ 14 สมัย รวมทั้งรายการเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล 1 สมัย (ค.ศ. 2016)[7] มาร์รีเป็นผู้เล่นคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้ 2 สมัย โดยทำได้ในโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 และ โอลิมปิกฤดูร้อน 2016[8] มาร์รีสามารถคว้าแชมป์ในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้รวมทั้งสิ้น 46 รายการและเขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักกีฬาจากสหราชอาณาจักรที่เก่งที่สุดตลอดกาล[9][10][11]

มาร์รีสามารถรักษาอันดับ 1 ใน 10 ของโลกได้ทุกปีตั้งแต่ ค.ศ. 2008-2017[12] ในช่วงแรกเขาได้รับการฝึกสอนโดย จูดี้ มาร์รี มารดาของเขา ปัจจุบันเขามี เจมี เดลกาโด เป็นผู้ฝึกสอน มาร์รีเป็นนักเทนนิสที่โด่งดังขึ้นมาในยุคที่ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, ราฟาเอล นาดัล และ นอวาก จอกอวิช เป็นสามผู้เล่นที่ขับเคี่ยวกันเพื่อแย่งการเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่เขาสามารถสอดแทรกขึ้นมาคว้าแชมป์รายการสำคัญได้หลายรายการและเอาชนะสามผู้เล่นดังกล่าวได้หลายครั้ง โดยมาร์รีเป็นผู้เล่นคนเดียวที่สามารถเอาชนะทั้งเฟเดอเรอร์, นาดัล และจอกอวิชได้ 7 ครั้งขึ้นไป[13] เขาได้รับการยกย่องให้อยู่ในกลุ่ม Big Four[14] หรือสี่นักเทนนิสชายที่เก่งที่สุดในช่วง ค.ศ. 2009-2017 ในการแข่งขันระดับแกรนด์สแลม มาร์รีคว้าตำแหน่งชนะเลิศได้ 3 รายการจากการเข้าชิงชนะเลิศ 11 รายการ เขาเป็นผู้เล่นชายคนที่ 10 ที่สามารถเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมได้ครบทุกรายการ และจากการชนะเลิศรายการวิมเบิลดันได้ใน ค.ศ. 2013 ทำให้มาร์รีเป็นนักเทนนิสจากสหราชอาณาจักรคนแรกในรอบ 77 ปีที่ชนะเลิศรายการนี้นับตั้งแต่ เฟร็ด เพอร์รี่[15] ทำได้ใน ค.ศ. 1936 ในการแข่งขันระดับนานาชาติ มาร์รีชนะเลิศรายการเดวิสคัพร่วมกับทีมสหราชอาณาจักรได้ใน ค.ศ. 2015[16]

เขาขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2016[17] ในวัย 29 ปี ซึ่งทำให้มาร์รีเป็นผู้เล่นที่ขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับ 1 ครั้งแรกที่มีอายุมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ต่อจาก จอห์น นิวคอมบ์ ผู้เล่นชาวออสเตรเลียในปี 1974 ด้วยวัย 30 ปี และถือเป็นผู้เล่นจากสหราชอาณาจักรคนแรกที่สามารถครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ได้ในยุคโอเพน (นับตั้งแต่ค.ศ. 1973)[18][b]

"เซอร์ แอนดี มาร์รี" ได้รับเกียรติให้มีรูปอยู่ในแสตมป์ของรัฐบาลอังกฤษถึงสองครั้งด้วยกัน ครั้งแรกใน ค.ศ. 2012 ภายหลังจากที่เขาสามารถคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวในกีฬาโอลิมปิค ณ กรุงลอนดอน และครั้งที่สองใน ค.ศ. 2013 หลังจากที่เขาคว้าตำแหน่งชนะเลิศแกรนด์สแลมวิมเบิลดันได้เป็นสมัยแรก[19] ซึ่งราชวงศ์อังกฤษได้เชิดชูเกียรติแก่มาร์รีด้วยการมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของจักรวรรดิบริติชชั้นพลเรือนรวมทั้งพระราชทานยศ "Sir" หรือยศอัศวินให้แก่เขาใน ค.ศ. 2017 ในฐานะที่สร้างชื่อเสียงอย่างยิ่งใหญ่ให้แก่สหราชอาณาจักร และเขาถือเป็นนักเทนนิสคนที่สองที่ได้รับเกียรตินี้ต่อจาก เซอร์ นอร์แมน บรูค ใน ค.ศ. 1939[20] นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัลนักเทนนิสยอดเยี่ยมประจำปีของเอทีพี ทัวร์1 สมัย ใน ค.ศ. 2016

ปัจจุบันมาร์รีประสบปัญหาในการเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาเนื่องจากปัญหาสภาพร่างกาย เขาบาดเจ็บสะโพกในปี 2017 และเข้ารับการผ่าตัดสองครั้งในปี 2018 และ 2019[21] นับตั้งแต่นั้นเขายังไม่สามารถกลับมาลงแข่งด้วยสภาพร่างกายและฟอร์มการเล่นที่เต็มร้อยได้อีกเลยและอันดับโลกของเขาได้ตกลงไปอย่างมากในปัจจุบัน เขาเคยประกาศเลิกเล่นในปี 2019 แต่ได้ตัดสินใจกลับมาลงแข่งขันต่อจนถึงปัจจุบัน

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

มาร์รีเกิดที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ เขาเริ่มเล่นเทนนิสเมื่ออายุได้สามปี โดยอยู่ในการดูแลของจูดี้ ผู้เป็นมารดา[22] ในวัยเด็กเขาได้รับการฝึกฝนการเล่นฟุตบอลที่โรงเรียนและเคยได้รับการเชิญชวนให้ไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสร กลาสโกว์ เรนเจอร์ แต่เขาเลือกที่จะเป็นนักเทนนิสอาชีพแทน เขาเป็นแฟนฟุตบอลของสโมสรอาร์เซนอล[23] และสโมสรฮิเบอร์เนียน เขามีพี่ชายหนึ่งคนคือ เจมี มาร์รี ซึ่งเป็นนักเทนนิสอาชีพเช่นเดียวกัน ไอดอลของเขาในกีฬาเทนนิสได้แก่ อานเดร แอกัสซี

มาร์รีเข้าเรียนที่โรงเรียนประถมดับเบลนและอยู่ในเหตุการณ์สังหารหมู่ "Dunblane Massacre" ในปี 1996 ซึ่งฆาตกรคือ โธมัส ฮามิลตัน ที่ฆ่าตัวตายหลังจากสังหารเหยื่อไป 17 ราย โดยวันนั้นมาร์รีซ่อนตัวอยู่ในห้องเรียนและเด็กเกินกว่าที่จะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและกลายเป็นประเด็นที่เขาถูกถามบ่อยครั้งในการให้สัมภาษณ์ของเขาจนถึงปัจจุบัน

มาร์รีเข้าพิธีสมรสกับ คิม เซียร์ ภรรยาของเขาในปี 2015 โดยปัจจุบันทั้งคู่มีบุตร-ธิดารวม 4 คน เขาถือเป็นหนึ่งในนักกีฬาระดับโลกที่ออกมาเคลื่อนไหวและเรียกร้องสิทธิมนุษยชนและสนับสนุนด้านสิทธิสตรีทั่วโลก มาร์รีชื่นชอบการรับประทานซูชิหรือข้าวปั้นญี่ปุ่นมากเนื่องจากรสชาติถูกปากและยังเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง โดยทีมงานของเขาจะต้องตระเวนหาซูชิในปริมาณมากๆให้เขาได้ทานก่อนการแข่งขันทุกครั้ง[24]

ประวัติการเล่นอาชีพ[แก้]

ช่วงเริ่มต้น[แก้]

มาร์รีเริ่มเล่นเทนนิสเมื่ออายุ 5 ปี ก่อนเริ่มเล่นอาชีพอย่างเป็นทางการในปี 2005 ในระดับชาเลนเจอร์ และคว้าแชมป์เอทีพีทัวร์ รายการแรกได้สำเร็จ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2006 ที่ซาน โฮเซ่ ประเทศสหรัฐฯ จากนั้น เขาผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแกรนด์​สแลมเป็นครั้งแรกในศึกยูเอสโอเพน ปี 2008 แต่พ่ายให้กับ โรเจอร์ เฟเดเรอร์ ยอดผู้เล่นจากสวิตเซอร์แลนด์

มาร์รีในการแข่งขันออสเตรเลียนโอเพนปี 2010

อย่างไรก็ตามเขาสามารถสร้างชื่อเสียงด้วยการชนะเลิศรายการระดับมาสเตอร์ได้อย่างต่อเนื่องก่อนจะเข้าชิงแกรนด์สแลมได้เป็นรายการที่สองในอาชีพในการแข่งขันออสเตรเลียนโอเพนปี 2010 ซึ่งเขาแพ้ให้กับเฟเดอเรอร์ไปอีกครั้ง ตามด้วยการแพ้ให้กับ นอวาก จอกอวิช ในออสเตรเลียนโอเพนปี 2011 ซึ่งเป็นการเข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมรายการที่ 3 มาร์รีย์ยังคงไม่ประสบความสำเร็จในการคว้าตำแหน่งชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมหลังจากเข้าชิงชนะเลิศเป็นรายการที่ 4 ในการแข่งขันวิมเบิลดันปี 2012 โดยแพ้ให้กับเฟเดอเรอร์ไปอีกครั้ง

แชมป์แกรนด์สแลมรายการแรกและเหรียญทองโอลิมปิก (ค.ศ. 2012-2015)[แก้]

ในช่วงเวลาต่อมาเส้นทางอาชีพของเขาก็ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดนับจากนั้น เมื่อเขาคว้าเหรียญทองโอลิมปิกให้แก่ทีมสหราชอาณาจักรได้ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2012[25] ก่อนจะคว้าตำแหน่งชนะเลิศแกรนด์สแลมได้เป็นสมัยแรกด้วยการเอาชนะจอกอวิชได้ในรอบชิงชนะเลิศยูเอสโอเพนในเดือนกันยายน โดยมาร์รีเป็นนักเทนนิสจากสหราชอาณาจักรคนแรกในรอบกว่า 76 ที่สามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมได้

ในปี 2013 มาร์รียังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรายการแกรนด์สแลม ด้วยการผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมเป็นครั้งที่ 6 ก่อนจะแพ้ให้กับจอกอวิชในการแข่งขันออสเตรเลียนโอเพนไปอีกครั้ง และเขาต้องถอนตัวจากการแข่งขันเฟรนช์โอเพนเนื่องจากอาการบาดเจ็บ[26] ต่อมา เขาได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าตำแหน่งชนะเลิศวิมเบิลดันโดยเอาชนะจอกอวิชไปได้ในรอบชิงชนะเลิศ โดยเขาถือเป็นนักเทนนิสจากสหราชอาณาจักรคนแรกในรอบ 77 ปีที่ชนะเลิศวิมเบิลดันนับตั้งแต่ เฟร็ด เพอร์รี่ ทำได้ใน ค.ศ. 1936 ก่อนจะตกรอบ 8 คนสุดท้ายในรายการยูเอสโอเพน

มาร์รีคว้าแชมป์วิมเบิลดันได้ในปี 2013 ทำให้เขาเป็นนักเทนนิสจากสหราชอาณาจักรคนแรกในรอบกว่า 77 ปีที่คว้าแชมป์วิมเบิลดันได้

สองฤดูกาลถัดมาในช่วงปี 2014-2015 มาร์รีไม่สามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศแกรนด์สแลมเพิ่มได้โดยผลงานที่ดีที่สุดคือการเข้าชิงชนะเลิศออสเตรเลียนโอเพน 2015 ก่อนจะแพ้ให้กับจอกอวิชไปเป็นครั้งที่ 3 ในรอบชิงชนะเลิศรายการนี้ แต่มาร์รีก็ประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับนานาชาติด้วยการพาทีมสหราชอาณาจักรคว้าตำแหน่งชนะเลิศเดวิสคัพได้ ในช่วงเวลาดังกล่าวมาร์รียังสามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศรายการระดับ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 ได้หลายรายการ

สร้างประวัติศาสตร์ในโอลิมปิกอีกครั้ง (ค.ศ. 2016)[แก้]

ในปี 2016 ถือเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของมาร์รี โดยเขาเข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมได้ถึง 3 รายการในปีนี้โดยแม้จะแพ้ให้กับจอกอวิชในรอบชิงชนะเลิศออสเตรเลียนโอเพนและเฟรนช์โอเพน แต่มาร์รีสามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศวิมเบิลดันได้เป็นสมัยที่ 2 และเป็นการชนะเลิศแกรนด์สแลมรายการที่ 3 ในอาชีพ และในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2016 ณ กรุงรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล มาร์รีได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกในประเภทชายเดี่ยวได้เป็นสมัยที่ 2 ซึ่งเขาถือเป็นผู้เล่นคนเดียวที่สามารถคว้าเหรียญทองในประเภทชายเดี่ยวได้ 2 สมัย โดยมาร์รียังได้รับเกียรติให้เป็นผู้ถือธงชาติสหราชอาณาจักรในพิธีเปิดการแข่งขันอีกด้วย[27][28] เขาจบฤดูกาลด้วยการชนะเลิศรายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล โดยเอาชนะจอกอวิชไปได้ในรอบชิงชนะเลิศและปิดท้ายด้วยการขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกเป็นครั้งแรก ส่งผลให้มาร์รีเป็นผู้เล่นคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่สามารถชนะเลิศรายการแกรนด์สแลม, รายการเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000, คว้าเหรียญทองโอลิมปิก และจบฤดูกาลด้วยการเป็นมือวางอันดับ 1 ของโลกได้ภายในปีเดียวกัน

อาการบาดเจ็บและช่วงขาลงในอาชีพ (ค.ศ. 2017-2020)[แก้]

นับตั้งแต่ฤดูกาล 2017 มาร์รีไม่สามารถชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมเพิ่มได้และเขาเสียตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกให้แก่นาดัลในช่วงกลางปี 2017 โดยเขาเริ่มมีอาการบาดเจ็บสะโพกรบกวนซึ่งเรื้อรังมานาน และอาการดังกล่าวกำเริบขึ้นจนส่งผลต่อการเล่นในการแข่งขันวิมเบิลดัน โดยมาร์รีแพ้ให้กับ แซม แควร์รี่ย์ จากสหรัฐอเมริกาในรอบ 8 คนสุดท้ายในการแข่งขัน 5 เซต โดยเขามีอาการบาดเจ็บตั้งแต่ช่วงต้นเซตที่ 3 ของการแข่งขันทำให้เขาพลาดลงแข่งขันในรายการสำคัญที่เหลือทุกรายการในปี 2017 ได้แก่ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 สามรายการที่มอนทรีออล, ซินซินแนติ และปารีส รวมทั้งพลาดการแข่งขันยูเอสโอเพน และเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล

มาร์รีเข้ารับการผ่าตัดสะโพกสองครั้งในปี 2018[29] และ 2019[30] และยังไม่สามารถเรียกฟอร์มการเล่นที่ดีกลับมาได้อีกเลย[31] เขาเคยประกาศเลิกเล่นหลังจบรายการออสเตรเลียนโอเพนในปี 2019 แต่ได้ตัดสินใจลงทำการแข่งขันต่อจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามเขายังไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใดเพิ่มได้อีกจนถึงปัจจุบัน

กลับคืนสู่การแข่งขัน (2021-ปัจจุบัน)[แก้]

ในเดือนมกราคมปี 2021 เขาถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทำให้พลาดลงแข่งขันแกรนด์สแลมออสเตรเลียนโอเพนและได้พักจากการแข่งขันไปอีกหลายเดือนก่อนจะกลับมาอีกครั้งในรายการคอรต์หญ้าเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ 500 "ควีนส์" (Queen’s Club Championships) ณ กรุงลอนดอน[32] ก่อนที่จะตกรอบที่ 2 โดยแพ้ให้กับ มัตเตโอ แบร์เรตตีนี จากอิตาลี เขากลับมาลงแข่งขันแกรนด์สแลมเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งปีที่วิมเบิลดันในฐานะผู้เล่นที่ได้รับสิทธิ Wild Card (ผู้เล่นที่ไม่ได้รับการจัดอันดับแต่ได้สิทธิลงแข่งขันเป็นกรณีพิเศษ) โดยผ่านเข้าถึงรอบที่สามและแพ้ให้กับ เดนิส เชโปวาลอฟ จากแคนาดา[33]

มาร์รีลงแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2020กรุงโตเกียว โดยได้ลงแข่งทั้งในประเภทชายเดี่ยวและชายคู่ ก่อนจะประกาศถอนตัวในประเภทชายเดี่ยวเนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่ยังคงลงเล่นในประเภทคู่โดยจับคู่กับ โจ ซาลิสบิวรี และสามารถผ่านเข้าถึงรอบ 8 คู่สุดท้ายก่อนจะแพ้ให้กับคู่ของ มาริน ซิลิช และ อีวาน ดอดิก จากโครเอเชีย[34]

มาร์รีได้รับเกียรติให้เป็นผู้ถือธงของสหราชอาณาจักรในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2016 ณ กรุงรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล

รูปแบบการเล่น[แก้]

มาร์รีถือได้ว่าเป็นผู้เล่นที่ตีแบ็กแฮนด์สองมือได้ดีที่สุดคนหนึ่งของโลก

มาร์รีถือได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีรูปแบบการเล่นที่เน้นตั้งรับได้ดีที่สุดคนหนึ่ง เขามักจะไม่ผลีผลามบุกแต่จะตั้งรับและเน้นการตีโต้อย่างอดทนบริเวณหลังเส้นเบสไลน์เพื่อกดดันให้คู่ต่อสู้ตีพลาดเอง ในขณะเดียวกันก็มักจะฉวยโอกาสขึ้นบุกทำคะแนนเมื่อมีจังหวะเหมาะสม เขาเป็นผู้เล่นที่เน้นการตีด้วยความแน่นอนและไม่ชอบเล่นลูกที่เสี่ยงต่อการเสียแต้ม[35] มาร์รีเป็นผู้เล่นที่สามารถเล่นได้ดีบนทุกพื้นคอร์ต เขามีลูกกราวน์สโตรกที่หนักหน่วงและแม่นยำ[36] และมีจุดเด่นคือการตีแบ็กแฮนด์วินเนอร์ที่เฉียบคมและมักจะใช้ลูกแบ็กแฮนด์สไลด์ตีลูกให้เรียบต่ำลึกถึงเส้นเบสไลน์ซึ่งบีบให้คู่แข่งจำเป็นต้องตีงัดกลับขึ้นมาและมักจะไม่พ้นเน็ท ซึ่งจากการที่เขามีสไตล์การเล่นที่เน้นรับและใช้พละกำลังมากจนเกินไปนี้เองทำให้ร่างกายช่วงล่างของเขาได้รับผลกระทบโดยตรงและเป็นสาเหตุที่ทำให้เขายังไม่สามารถกลับมาคืนฟอร์มเก่งได้ภายหลังจากเข้ารับการผ่าตัดสะโพกสองครั้ง ลูกเสิร์ฟของเขาถือเป็นจุดอ่อนมาตลอดหลายปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเสริ์ฟแรกไม่ได้แต้มและจำเป็นต้องเสริ์ฟลูกที่สอง[37] โดยเปอร์เซนต์การได้แต้มจากเสริ์ฟสองของเขาถือว่าค่อนข้างต่ำหากเทียบกับผู้เล่นระดับโลกคนอื่นๆ[38]

สถิติโลก[แก้]

มาร์รีคว้าแชมป์แกรนด์สแลมวิมเบิลดันได้ 2 สมัยในอาชีพ

"เซอร์ แอนดี มาร์รี" ครองสถิติโลกในวงการเทนนิสจำนวน 10 รายการได้แก่:[39]

  • เป็นผู้เล่นชายคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ชนะเลิศรายการแกรนด์สแลม, รายการเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000, คว้าเหรียญทองโอลิมปิก และจบฤดูกาลด้วยการเป็นมือวางอันดับ 1 ของโลกได้ภายในปีเดียวกัน (ค.ศ. 2016)
  • เป็นผู้เล่นชายคนเดียวที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้ 2 สมัย (ค.ศ. 2012 และ 2016)
  • เป็นผู้เล่นคนเดียวที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้ 2 สมัยติดต่อกัน (ค.ศ. 2012 และ 2016)
  • เป็นผู้เล่นชายคนเดียวที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมยูเอสโอเพนและคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ในปีเดียวกัน (ค.ศ. 2012)
  • เป็นผู้เล่นชายคนเดียวที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ 2 สมัยและชนะเลิศแกรนด์สแลมวิมเบิลดัน
  • เป็นผู้เล่นคนที่ 3 ต่อจาก อานเดร อาแกสซี และ ราฟาเอล นาดัล ที่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกและคว้าตำแหน่งชนะเลิศแกรนด์สแลมได้ในรายการพื้นคอร์ตสองประเภท (คอร์ตหญ้าในวิมเบิลดัน และฮาร์ดคอร์ตหรือพื้นคอนกรีตในยูเอสโอเพน)
  • เป็นผู้เล่นจากสหราชอาณาจักรคนแรกในรอบกว่า 77 ปีที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมวิมเบิลดัน (ค.ศ. 2013)
  • เป็นผู้เล่นที่คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศแกรนด์ออสเตรเลียนโอเพนมากที่สุดในยุคโอเพน (5 สมัย)
  • เป็นผู้เล่นจากสหราชอาณาจักรคนแรกที่สามารถครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกได้ในยุคโอเพน
  • เป็นผู้เล่นที่ขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกครั้งแรกที่มีอายุมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในประวัติศาสตร์ต่อจาก จอห์น นิวคอมบ์ ผู้เล่นชาวออสเตรเลียใน ค.ศ. 1974

อุปกรณ์แข่งขัน[แก้]

ใน ค.ศ. 2009 มาร์รีได้เซ็นสัญญาร่วมกับอาดิดาสแบรนด์กีฬาระดับโลกเป็นระยะเวลา 5 ปี ด้วยสัญญามูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงชุดแข่งขันและรองเท้าเทนนิส ต่อมาเขาได้เซ็นสัญญากับ อันเดอร์อาร์เมอร์[40] แบรนด์สัญชาติอเมริกันในเดือนธันวาคมปี 2014 ด้วยสัญญามูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเซ็นสัญากับ Castore แบรนด์ดังจากสหราชอาณาจักรจนกระทั่งถึงช่วงที่เขาประกาศเลิกเล่น (ณ ขณะนั้น) ในรายการออสเตรเลียนโอเพนปี 2019[41] มาร์รีใช้ไม้เทนนิสของ "Head" แบรนด์ของประเทศออสเตรเลีย และมักปรากฏภาพเขาในโฆษณาของแบรนด์

มาร์รีในชุดแข่งขันของอาดิดาสในปี 2012

ทรัพย์สิน[แก้]

มาร์รีทำเงินรางวัลรวมจากการแข่งขันไปทั้งสิ้น 62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ในประเภทชายเดี่ยว โดยเป็นรองเพียงผู้เล่นในกลุ่ม Big 4 ด้วยกันเท่านั้น (นอวาก จอกอวิช, โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และ ราฟาเอล นาดัล เป็นสามผู้เล่นที่ทำเงินรางวัลรวมสูงที่สุด) โดยหากนับรวมกับค่าตอบแทนจากสปอนเซอร์และการโฆษณาสินค้าต่างๆแล้ว มาร์รีมีทรัพย์สินรวม 100 ล้านดอลลาร์[42]

การกุศล[แก้]

ในการแข่งขันแกรนด์สแลมวิมเบิลดันปี 2016 มาร์รีนำชุดแข่งที่สวมใส่ในการแข่งขันเซ็นชื่อออกประมูลหารายได้ช่วยองค์กรการกุศล แชริตีสตาร์ส (CharityStars) โดยหน่วยงานดังกล่าวซึ่งมาร์รีสนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2009 มุ่งเน้นขจัดและรักษาโรคร้ายซึ่งคร่าชีวิตผู้คน 43,800 รายต่อปี โดยผู้เคราะห์ร้ายมักเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และ สตรีมีครรภ์ ในทวีปแอฟริกา[43]

ต่อมาในปี 2020 มาร์รีได้ลงแข่งขันเทนนิสรายการ Schroders Battle of the Brits ที่จัดโดยเจมี่ มาร์รี พี่ชายของเขา เพื่อระดมทุนไปมอบให้กับหน่วยงานสาธารณสุขแห่งชาติของอังกฤษ (NHS) โดยการแข่งขันรายการนี้จัดขึ้นที่ศูนย์กีฬาเทนนิสแห่งชาติ ที่กรุงลอนดอน ระหว่างวันที่ 23-28 มิถุนายนและยังมีนักเทนนิสชาวอังกฤษอย่าง ไคล์ เอ็ดมุนด์ และแดน อีแวนส์ เข้าร่วมการแข่งขันและมีการตั้งเป้าว่าจะรวบรวมเงินบริจาคให้ได้ราว 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4 ล้านบาท) เพื่อสมทบทุนให้กับเอ็นเอชเอส

เกียรติประวัติส่วนตัว[แก้]

  • รางวัลบีบีซี สปอร์ตส์ เพอร์ซันนอลลิตี้ ออฟ เดอะ เยียร์ สาขานักกีฬาดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี (BBC Young Sports Personality of the Year) ปี 2004
  • รางวัล BBC Sports Team of the Year Award ปี 2012 และ 2015
  • รางวัลผู้เล่นที่ชนะเลิศการแข่งขันของเอทีพี ทัวร์ มากที่สุดต่อหนึ่งฤดูกาลในปี 2009 (6 รายการ) และ 2016 (9 รายการ)
  • รางวัล Best ATP World Tour Match of the Year ปี 2010, 2011 และ 2012
  • รางวัล BBC Sports Personality of the Year ปี 2013, 2015 และ 2016
  • รางวัลบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีผลงานอันโดดเด่นอย่างเป็นที่ประจักษ์ของประเทศสก็อตแลนด์ (The Glenfiddich Spirit of Scotland Awards) ปี 2013
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ของจักรวรรดิบริติชชั้นพลเรือนรวมทั้งได้รับพระราชทานยศ "Sir" หรือยศอัศวินในปี 2017

สถิติการเล่นอาชีพในรายการสำคัญ[แก้]

รายการแกรนด์สแลมรอบชิงชนะเลิศ[แก้]

เข้าชิงชนะเลิศ 11 รายการ (ชนะเลิศ 3 รายการ, รองชนะเลิศ 8 รายการ)

ผลลัพธ์ ปี รายการ พื้นสนาม คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ผลการแข่งขัน
รองชนะเลิศ 2008 ยูเอสโอเพน คอนกรีต สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 2–6, 5–7, 2–6
รองชนะเลิศ 2010 ออสเตรเลียนโอเพน คอนกรีต สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 3–6, 4–6, 6–7(11–13)
รองชนะเลิศ 2011 ออสเตรเลียนโอเพน คอนกรีต เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 4–6, 2–6, 3–6
รองชนะเลิศ 2012 วิมเบิลดัน หญ้า สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–4, 5–7, 3–6, 4–6
ชนะเลิศ 2012 ยูเอสโอเพน(1) คอนกรีต เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 7–6(12–10), 7–5, 2–6, 3–6, 6–2
รองชนะเลิศ 2013 ออสเตรเลียนโอเพน คอนกรีต เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 7–6(7–2), 6–7(3–7), 3–6, 2–6
ชนะเลิศ 2013 วิมเบิลดัน(1) หญ้า เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 6–4, 7–5, 6–4
รองชนะเลิศ 2015 ออสเตรเลียนโอเพน คอนกรีต เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 6–7(5–7), 7–6(7–4), 3–6, 0–6
รองชนะเลิศ 2016 ออสเตรเลียนโอเพน คอนกรีต เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 1–6, 5–7, 6–7(3–7)
รองชนะเลิศ 2016 เฟรนช์โอเพน ดิน เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 6–3, 1–6, 2–6, 4–6
ชนะเลิศ 2016 วิมเบิลดัน (2) หญ้า แคนาดา มิรอส ราวนิค 6–4, 7–6(7–3), 7–6(7–2)

รายการเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000[แก้]

รอบชิงชนะเลิศ 21 รายการ (ชนะเลิศ 14 รายการ, รองชนะเลิศ 7 รายการ)

มาร์รีชนะเลิศรายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 ครั้งแรก ในรายการซินซินนาติ สหรัฐอเมริกา ปี 2010
ผลลัพธ์ ปี รายการ พื้นสนาม คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ผลการแข่งขัน
ชนะเลิศ 2008 ซินซินแนติ คอนกรีต เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 7–6(7–4), 7–6(7–5)
ชนะเลิศ 2008 มาดริด คอนกรีต (ในร่ม) ฝรั่งเศส ฌีล ซีมง 6–4, 7–6(8–6)
รองชนะเลิศ 2009 อินเดียนเวลส์ คอนกรีต สเปน ราฟาเอล นาดัล 1–6, 2–6
ชนะเลิศ 2009 ไมแอมี คอนกรีต เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 6–2, 7–5
ชนะเลิศ 2009 มอนทรีออล คอนกรีต อาร์เจนตินา ฆวน มาร์ติน เดล ปอร์โต 6–7(4–7), 7–6(7–3), 6–1
ชนะเลิศ 2010 มอนทรีออล (2) คอนกรีต สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอรเรอร์ 7–5, 7–5
ชนะเลิศ 2010 เซี่ยงไฮ้ คอนกรีต สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–3, 6–2
ชนะเลิศ 2011 ซินซินแนติ (2) คอนกรีต เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 6–4, 3–0 Ret.
ชนะเลิศ 2011 เซี่ยงไฮ้ (2) คอนกรีต สเปน ดาวิต เฟร์เรร์ 7–5, 6–4
รองชนะเลิศ 2012 ไมแอมี คอนกรีต เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 1–6, 6–7(4–7)
รองชนะเลิศ 2012 เซี่ยงไฮ้ คอนกรีต เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 7–5, 6–7(11–13), 3–6
ชนะเลิส 2013 ไมแอมี (2) คอนกรีต สเปน ดาวิต เฟร์เรร์ 2–6, 6–4, 7–6(7–1)
รองชนะเลิศ 2015 ไมแอมี คอนกรีต เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 6–7(3–7), 6–4, 0–6
ชนะเลิศ 2015 มาดริด (2) ดิน สเปน ราฟาเอล นาดัล 6–3, 6–2
ชนะเลิศ 2015 มอนทรีออล (3) คอนกรีต เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 6–4, 4–6, 6–3
รองชนะเลิศ 2015 ปารีส คอนกรีต (ในร่ม) เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 2–6, 4–6
รองชนะเลิศ 2016 มาดริด ดิน เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 2–6, 6–3, 3–6
ชนะเลิศ 2016 โรม ดิน เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช 6–3, 6–3
รองชนะเลิศ 2016 ซินซินแนติ คอนกรีต โครเอเชีย มาริน ซิลิช 4–6, 5–7
ชนะเลิศ 2016 เซี่ยงไฮ้ (3) คอนกรีต สเปน โรแบร์โต เบาติสตา อากุต 7–6(7–1), 6–1
ชนะเลิศ 2016 ปารีส คอนกรีต (ในร่ม) สหรัฐ จอห์น อิสเนอร์ 6–3, 6–7(4–7), 6–4

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน[แก้]

ประเภทชายเดี่ยว: เข้าชิงชนะเลิศ 2 ครั้ง (คว้าเหรียญทอง 2 สมัย)

ผลลัพธ์ ปี รายการ พื้นสนาม คู่แข่งในรอบชิงเหรียญ ผลการแข่งขัน
เหรียญทอง 2012 กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร หญ้า สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ชนะ 6–2, 6–1, 6–4
เหรียญทอง 2016 กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2016 ณ กรุงริโอเดอจาเนโร บราซิล คอนกรีต อาร์เจนตินา ฆวน มาร์ติน เดล ปอร์โต ชนะ 7–5, 4–6, 6–2, 7–5

ประเภทคู่ผสม: เข้าชิงชนะเลิศ 1 ครั้ง (คว้าเหรียญเงิน 1 สมัย)

ผลลัพธ์ ปี รายการ พื้นสนาม ผู้เล่นที่จับคู่ด้วย คู่แข่งรอบชิงเหรียญ ผลการแข่งขัน
เหรียญเงิน 2012 กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ปี 2012 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร หญ้า สหราชอาณาจักร ลอร่า ร็อบสัน เบลารุส วิคตอเรีย อซาเรนกา
เบลารุส แม็กซ์ เมิร์นยี่
6–2, 3–6, [8–10]

การแข่งขันประเภททีม (ในนามทีมสหราชอาณาจักร)[แก้]

เดวิส คัพ: เข้าชิงชนะเลิศ 1 สมัย (แชมป์ 1 สมัย)

ผลลัพธ์ ปี รายการ พื้นสนาม สมาชิกทีม คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ผลการแข่งขัน
ชนะเลิศ 2015 เดวิส คัพ, เบลเยียม ดิน (ในร่ม) สหราชอาณาจักร เจมี มาร์รี
สหราชอาณาจักร ไคล์ เอ็ดมันด์
สหราชอาณาจักร เจมส์ วอร์ด
เบลเยียม ดาวิด กอฟแฟง
เบลเยียม สตีฟ ดาร์ซิส
เบลเยียม รูเบน เบเมลม็องส์
เบลเยียม คิมเมอร์ ค็อปเปยันส์
3–1

ฮอพแมน คัพ: เข้าชิงชนะเลิศ 1 สมัย (รองชนะเลิศ 1 สมัย)

ผลลัพธ์ ปี รายการ พื้นสนาม สมาชิกทีม คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ผลการแข่งขัน
รองชนะเลิศ 2010 ฮอพแมน คัพ, ออสเตรเลีย คอนกรีต (ในร่ม) สหราชอาณาจักร ลอร่า ร็อบสัน สเปน มาเรีย โฮเซ่ มาร์ติเนซ ซานเชซ
สเปน ทอมมี โรเบรโด
1–2 [44]

เงินรางวัลที่ได้รับจากการแข่งขันเทนนิสอาชีพ[แก้]

ปี รายการ
แกรนด์สแลม
รายการ
ATP
รวม เงินรางวัล
($)
อันดับของ
เงินรางวัล
2003 0 0 0 $5,314 599
2004 0 0 0 $10,275 731
2005 0 0 0 $219,490 105
2006 0 1 1 $677,802 26
2007 0 2 2 $880,905 21
2008 0 5 5 $3,705,650 4
2009 0 6 6 $4,421,058 5
2010 0 2 2 $4,046,805 4
2011 0 5 5 $5,180,092 4
2012 1 2 3 $5,708,232 3
2013 1 3 4 $5,416,221 3
2014 0 3 3 $3,918,244 8
2015 0 4 4 $8,175,231 2
2016 1 8 9 $16,349,701 1
2017 0 1 1 $2,092,625 15
2018 0 0 0 $212,866 166
2019 0 1 1 $497,751 118
2020 0 0 0 $249,361 139
2021* 0 0 0 $76,994 232
Career* 3 43 46 $62,009,732 4
* ข้อมูลเมื่อ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 (2021 -07-12).

เชิงอรรถ[แก้]

  1. ในสำเนียงบริติช หรือ แอนดี เมอร์รี ในสำเนียงอเมริกัน
  2. ยุคโอเพนในการแข่งขันเทนนิสทั่วโลกเริ่มต้นใน ค.ศ. 1968 แต่เริ่มมีการจัดอันดับมือวางผู้เล่นครั้งแรกใน ค.ศ. 1973

อ้างอิง[แก้]

  1. MURRAY, Andrew. ukwhoswho.com. Who's Who. 2015 (online Oxford University Press ed.). A & C Black, an imprint of Bloomsbury Publishing plc. Closed access (ต้องรับบริการ)
  2. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ atp_profile
  3. "Rankings Singles". ATP Tour.
  4. "Rankings Doubles". ATP Tour.
  5. "Andy murray Pronunciation". www.howtopronounce.com (ภาษาอังกฤษ).
  6. "Andy Murray | Overview | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  7. "Murray Caps Dream Season With London Title, Year-End No. 1 | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  8. "Tearful Murray wins second Olympic gold". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-05-23.
  9. "Sir Andy Murray: Is he Britain's greatest sportsperson of all time?". Sky Sports (ภาษาอังกฤษ).
  10. "Most Successful British Tennis Players Of All-Time". Online Betting.
  11. "Murray's Olympic glory relived". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-07-31.
  12. "Ranking history of Andy Murray". CoreTennis.net (ภาษาอังกฤษ).
  13. "Andy Murray | Bio | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  14. Bullock, John. "The Different Eras of Tennis' Big Four". HowTheyPlay (ภาษาอังกฤษ).
  15. "Fred Perry: the icon and the outcast". HistoryExtra (ภาษาอังกฤษ).
  16. "Murray wins Davis Cup for Britain". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-07-16.
  17. "Andy Murray - Latest news, reaction, results, pictures, video - Daily Record". dailyrecord (ภาษาอังกฤษ).
  18. "Profile". Andy Murray Official Site (ภาษาอังกฤษ).
  19. https://www.bbc.com/news/uk-scotland-tayside-central-23359069
  20. "THE NORMAN BROOKS TROPHY". Percy Marks (ภาษาอังกฤษ). 2013-01-17.
  21. https://www.bbc.com/sport/tennis/46865821
  22. https://www.biography.com/athlete/andy-murray
  23. Tennis365 (2018-01-18). "Which teams do Nadal, Federer, Murray support?". Tennis365 (ภาษาอังกฤษ).
  24. "Players' love of sushi means raw fish is raw power on tennis circuit". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2010-06-29.
  25. "Murray wins Olympic tennis gold". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-06-07.
  26. "Murray withdraws from French Open". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-06-07.
  27. "Andy Murray says carrying flag at Rio Olympics is 'proudest moment of career'". Sky Sports (ภาษาอังกฤษ).
  28. "Murray picked as GB's Rio flag bearer". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-06-07.
  29. "Andy Murray has hip surgery and aims to return before Wimbledon". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2018-01-08.
  30. Tennis.com. "Andy Murray has surgery, gets metal implant with second hip operation". Tennis.com (ภาษาอังกฤษ).
  31. Rothenberg, Ben (2018-08-15). "After Hip Surgery, Andy Murray Struggles to Regain His Footing". The New York Times (ภาษาอังกฤษ). ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 2021-06-08.
  32. "Murray makes winning return at Queen's". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-06-15.
  33. "Denis Shapovalov Shines To End Andy Murray's Wimbledon Campaign | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  34. "Murray & Salisbury out of men's doubles". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-07-31.
  35. "The Changing Game of Andy Murray -". Essential Tennis (ภาษาอังกฤษ). 2012-01-28.
  36. "Andy Murray Biography And Detailed Game Analysis". Online Tennis Instruction - Learn How To Play Your Best Tennis, Free Tennis Tips (ภาษาอังกฤษ).
  37. "ATP: the biggest strength and weakness of every top 10 player". Tennismash (ภาษาอังกฤษ). 2018-01-09.
  38. Li, J. "Andy Murray's Strengths, Weaknesses and Keys To Success". Bleacher Report (ภาษาอังกฤษ).
  39. "Andy Murray | Bio | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  40. Tennis.com. "Tennis.com". Tennis.com (ภาษาอังกฤษ).
  41. "Andy Murray & Castore - Castore Sportswear". web.archive.org. 2019-07-02.
  42. "Andy Murray Net Worth". Celebrity Net Worth (ภาษาอังกฤษ). 2010-02-23.
  43. ""เมอร์เรย์" ใจบุญ เปิดประมูลเสื้อแชมป์วิมฯ ต้านมาลาเรีย". mgronline.com (ภาษาอังกฤษ). 2016-07-24.
  44. "Andy Murray and Laura Robson beaten in Hopman Cup final". BBC Sport. 9 January 2010. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 10 January 2010. สืบค้นเมื่อ 9 January 2010.