นอวาก จอกอวิช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
นอวาก จอกอวิช
Novak Djokovic (34775891004).jpg
จอกอวิชในปี 2017
ประเทศธงของประเทศเซอร์เบียและมอนเตเนโกร เซอร์เบียและมอนเตเนโกร (2003–2006)
ธงของประเทศเซอร์เบีย เซอร์เบีย (2006–ปัจจุบัน)
ถิ่นพำนักมงเต-การ์โล ประเทศโมนาโก
วันเกิด22 พฤษภาคม ค.ศ. 1987 (34 ปี)
เบลเกรด สาธารณรัฐสังคมนิยมเซอร์เบีย สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย
(ปัจจุบันคือประเทศเซอร์เบีย)
ส่วนสูง1.88 เมตร (6 ฟุต 2 นิ้ว)[1][2]
เทิร์นโปร2003
การเล่นมือขวา (แบ็กแฮนด์สองมือ)
ผู้ฝึกสอนมาเรียน วายดา (2006-ปัจจุบัน)
โกราน อิวานิเซวิช (2019-ปัจจุบัน)
บอริส เบกเคอร์ (2013-2016)
เงินรางวัล153,120,635 ดอลลาร์สหรัฐ
  • เป็นผู้เล่นที่ทำเงินรางวัลจากการแข่งขันสูงที่สุดตลอดกาล
Official websitenovakdjokovic.com
เดี่ยว
สถิติอาชีพ978–198 (83.2%)
รายการอาชีพที่ชนะ85 (สถิติอันดับ 5 ในประเภทชายเดี่ยว)
อันดับสูงสุดNo. 1 (4 กรกฎาคม 2011)
อันดับปัจจุบันNo. 1 (6 กันยายน 2021)[3]
ผลแกรนด์สแลมเดี่ยว
ออสเตรเลียนโอเพนชนะเลิศ (2008, 2011, 2012, 2013, 2015, 2016, 2019, 2020, 2021)
เฟรนช์โอเพนชนะเลิศ (2016, 2021)
วิมเบิลดันชนะเลิศ (2011, 2014, 2015, 2018, 2019, 2021)
ยูเอสโอเพนชนะเลิศ (2011, 2015, 2018)
Other tournaments
Tour Finalsชนะเลิศ (2008, 2012, 2013, 2014, 2015)
Olympic GamesBronze medal olympic.svg (2008)
คู่
สถิติอาชีพ59–73 (44.7%)
รายการอาชีพที่ชนะ1
อันดับสูงสุดNo. 114 (30 พฤศจิกายน 2009)
อันดับปัจจุบันNo. 181 (19 กรกฎาคม 2021)[4]
ผลแกรนด์สแลมคู่
ออสเตรเลียนโอเพน1R (2006, 2007)
เฟรนช์โอเพน1R (2006)
วิมเบิลดัน2R (2006)
ยูเอสโอเพน1R (2006)
Team Competitions
Davis Cupชนะเลิศ (2010)
Hopman Cupรองชนะเลิศ (2008, 2013)
อัปเดตล่าสุดเมื่อ: 9 ตุลาคม 2021

นอวาก จอกอวิช (เซอร์เบีย: Новак Ђоковић, ออกเสียง: [nôʋaːk dʑôːkoʋitɕ];[5] เกิด: 22 พฤษภาคม ค.ศ. 1987) เป็นนักเทนนิสอาชีพชายชาวเซอร์เบีย มือวางอันดับ 1 ของโลกคนปัจจุบัน[6] จอกอวิชเป็นหนึ่งในสามผู้เล่นที่ชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมในประเภทชายเดี่ยวมากที่สุดจำนวน 20 สมัย และเป็นผู้เล่นชายคนเดียวในยุคโอเพนที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมทุกรายการได้อย่างน้อย 2 สมัย ในแต่ละรายการ (Double Career Grand Slam) และยังเป็นผู้เล่นคนเดียวที่ชนะเลิศรายการเอทีพี มาสเตอร์ ครบทั้ง 9 รายการ (Career Golden Masters) รวมทั้งเป็นหนึ่งในสองผู้เล่นที่ชนะเลิศรายการดังกล่าวมากที่สุด 36 สมัย เขาเป็นผู้เล่นชายที่ครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกด้วยจำนวนสัปดาห์รวมที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ (344 สัปดาห์)[7][8] และเป็นเจ้าของสถิติร่วมในการครองตำแหน่งอันดับ 1 เมื่อจบสิ้นปี 6 ครั้ง[9] และยังเป็นผู้เล่นคนเดียวที่ชนะเลิศการแข่งขันรายการใหญ่ของเอทีพี ทัวร์ ได้ครบทุกรายการ (Elite Titles)[10] ได้แก่ ชนะเลิศแกรนด์สแลมครบทั้ง 4 รายการ, ชนะเลิศรายการมาสเตอร์ครบทั้ง 9 รายการ และชนะเลิศรายการเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล

จอกอวิชได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามนักเทนนิสชาย (Big Three)[11][12] ที่เก่งที่สุดตลอดกาลร่วมกับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และ ราฟาเอล นาดัล และเป็นนักกีฬาชาวเซอร์เบียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล[13][14][15][16] เขาขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ครั้งแรกใน ค.ศ. 2011 และมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปี 2011 และ 2015 ซึ่งเขาชนะเลิศการแข่งขันได้ถึง 10 และ 11 รายการตามลำดับ ตลอดอาชีพ จอกอวิชชนะเลิศการแข่งขันในประเภทชายเดี่ยวรวม 85 รายการ

จอกอวิชชนะเลิศแกรนด์สแลมจำนวน 20 สมัย (รวมทั้งสถิติแชมป์ออสเตรเลียนโอเพน 9 สมัย) เขาชนะเลิศแกรนด์สแลมครบทุกรายการ (Career Grand Slam)[17] ภายหลังจากชนะเลิศรายการเฟรนช์โอเพนใน ค.ศ. 2016 และยังชนะเลิศ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล 5 สมัย รวมทั้งทำสถิติชนะเลิศติดต่อกัน 4 สมัย (ค.ศ. 2012–15) ในการแข่งขันระดับนานาชาติ จอกอวิชคว้าเหรียญทองแดงในประเภทชายเดี่ยวจากการแข่งขันโอลิมปิก 2008[18] รวมทั้งชนะเลิศรายการเดวิส คัพ (ค.ศ. 2010)[19] และ เอทีพี คัพ (ค.ศ. 2020)[20] ในนามทีมชาติเซอร์เบีย

เขาเป็นเจ้าของสถิติโลกในวงการมากมาย เช่น เป็นชาวเซอร์เบียคนแรกที่ชนะเลิศแกรนด์สแลม, เป็นผู้เล่นชายคนเดียวในยุคโอเพน (นับตั้งแต่ ค.ศ. 1968) ที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมได้อย่างน้อย 2 สมัยในแต่ละรายการ, เป็นผู้เล่นคนเดียวที่ชนะเลิศรายการมาสเตอร์ได้ครบทุกรายการรวมทั้งชนะเลิศแต่ละรายการได้อย่างน้อย 2 สมัย[21], เป็นผู้เล่นชายคนแรกนับตั้งแต่ ค.ศ. 1969 ที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมออสเตรเลียนโอเพน, เฟรนช์โอเพน และวิมเบิลดันได้ในปีเดียวกัน (ค.ศ. 2021), เป็นผู้เล่นชายคนเดียวในยุคโอเพนที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมออสเตรเลียนโอเพน 3 สมัยติดต่อกัน, เป็นผู้เล่นคนเดียวที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมในพื้นคอร์ตทั้ง 3 ประเภทได้ 4 รายการติดต่อกัน (ค.ศ. 2015–16), เป็นผู้เล่นชายที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมหลังจากมีอายุครบ 30 ปีได้มากที่สุด (8 รายการ), เป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศแกรนด์สแลมได้ครบทุกรายการ (21 ปี), ทำสถิติเอาชนะผู้เล่นมือวาง 10 อันดับแรกของโลกได้ครบทุกคนในปีเดียวกัน (ค.ศ. 2015) และเป็นผู้เล่นที่ครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ด้วยคะแนนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ (16,950 คะแนน: ค.ศ. 2016)[22]

จอกอวิชเคยดำรงตำแหน่งประธานสภานักเทนนิสของเอทีพีตั้งแต่ ค.ศ. 2016–20[23] และเป็นหนึ่งในสองผู้เล่นทีได้รับรางวัลนักเทนนิสยอดเยี่ยมประจำปีของเอทีพี ทัวร์ (ATP Player of the Year) มากที่สุด 6 สมัย[24] รวมทั้งรางวัลผู้เล่นที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยมแห่งปี (Most Improved Player Award) 2 สมัย[25] และรางวัลนักกีฬาชายยอดเยี่ยมแห่งปีของโลก (Laureus World Sportsman of the Year ) อีก 4 สมัย[26]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

จอกอวิชเติบโตในครอบครัวนักกีฬาโดยคุณพ่อของเขา (Srđan Đoković) เป็นนักสกีและประกอบธุรกิจเปิดร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในประเทศเซอร์เบีย[27] คุณแม่ของเขาชื่อว่า "Dijana" จอกอวิชมีน้องชายชื่อ "มาร์กอ" ซึ่งเป็นนักเทนนิสอาชีพเช่นกัน จอกอวิชเริ่มเล่นเทนนิสตั้งแต่อายุ 4 ขวบ โดยในขณะอายุได้ 6 ขวบ เขาได้พบกับผู้ฝึกสอนหญิงชาวเซอร์เบีย "Jelena Genčić" ในร้านฟาสต์ฟู้ดของพ่อและแม่เขาซึ่ง Jelena รู้สึกทึ่งกับผลงานของจอกอวิชในวัยเด็กจึงได้ตัดสินใจเป็นโค้ชให้กับเขาจนถึงปี 1999[28] ชีวิตในวัยเด็กของจอกอวิชนั้นค่อนข้างลำบากเนื่องจากครอบครัวมีฐานะค่อนข้างยากจนและต้องต่อสู้กับภาวะสงครามในประเทศเซอร์เบีย[29][30] โดยเขาต้องฝึกซ้อมเทนนิสในสนามที่ผุผังจากการโดนระเบิด จอกอวิชก้าวสู่เส้นทางนักเทนนิสอาชีพเมื่ออายุ 12 ปี โดยได้เดินทางไปฝึกที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี เป็นเวลา 2 ปี นักเทนนิสต้นแบบที่เขาชื่นชอบคือ พีต แซมพราส เขาสามารถสื่อสารได้ 5 ภาษาได้แก่: ภาษาเซอร์เบีย, ภาษาอังกฤษ, ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาเยอรมัน และ ภาษาอิตาเลียน[31]

จอกอวิชทานอาหารปลอดกลูเตน (Gluten-free) มาตั้งแต่ปี 2010[32] เนื่องจากถูกตรวจพบว่าตนเองมีอาการแพ้โปรตีนจากแป้งและเนื้อสัตว์บางประเภท โดยเขาได้หันมาเน้นโปรตีนจากปลาเป็นหลักและเน้นการทานผักและผลไม้แทน เขาดื่มแต่น้ำอุ่นเท่านั้นเพราะเชื่อว่าน้ำเย็นจะไปทำให้ระบบการย่อยช้าลง[33] และเขาไม่ดื่มแอลกอฮอล์[34]

เขาเป็นหนึ่งในนักเทนนิสที่มีอารมณ์ขันทั้งในและนอกสนาม[35] แต่ก็มักจะอารมณ์ร้อนเมื่อได้รับคำตัดสินที่ไม่เป็นธรรม และเคยปะทะคามรมกับกรรมการหลายครั้ง จอกอวิชยังมีความสนใจในพุทธศาสนา[36] โดยทุกครั้งที่เดินทางไปแข่งขันแกรนด์สแลมวิมเบิลดันที่ประเทศอังกฤษ เขาจะไปนั่งสมาธิวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน เป็นประจำ[37] และยังชื่นชอบการเล่นโยคะ จอกอวิชยอมรับว่าตนเองไม่ได้รับการยกย่องจากสื่อหรือแฟนเทนนิสเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับ โรเจอร์ เฟเดเรอร์ และ ราฟาเอล นาดัล และมักถูกโจมตีทางสื่อสังคมออนไลน์รวมทั้งโดนโห่ในสนามบ่อยครั้ง[38][39][40]

จอกอวิชยังมีความสนใจในกีฬาฟุตบอลและบาสเก็ตบอล โดยมีทีมฟุตบอลที่ชื่นชอบคือเอซี มิลาน[41] และเบนฟิกา เขายังมีความสนิทสนมกับ ซลาตัน อีบราฮีมอวิช ยอดนักฟุตบอลชาวสวีเดน[42] และเขาชื่นชอบ โคบี ไบรอันต์ ตำนานนักบาสเก็ตบอลผู้ล่วงลับเป็นอย่างมาก[43]

เขาสมรสกับ เยเลน่า จอกอวิช[44] ในปี 2014 มีบุตรชายและบุตรสาวอย่างละหนึ่งคน ได้แก่ "สเตฟาน"[45] และ "ทาร่า" เขามีสุนัขตัวโปรดพันธุ์พูเดิลชื่อว่า "ปิแอร์"[46] เขาได้เขียนหนังสือชื่อว่า "Serve to Win" ออกวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคมปี 2013[47] โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อสู้กับเหตุการณ์เลวร้ายที่เขาต้องเผชิญในวัยเด็กโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะสงครามในกรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย และในหนังสือยังมีสูตรอาหารที่มีประโยชน์รวมทั้งวิธีการดูแลร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดี จอกอวิชมีงานอดิเรกคือการเรียนภาษา และ การเต้นรำ

ประวัติการเล่นอาชีพ[แก้]

ปี 2003–05: เริ่มต้นอาชีพ[แก้]

จอกอวิชเริ่มเล่นอาชีพในปี 2003 ในช่วงเริ่มต้น จอกอวิชลงเล่นในการแข่งขันประเภท Challenger (รายการสำหรับมือสมัครเล่น) เป็นหลัก โดยคว้าแชมป์ได้ 3 สมัย ในการแข่งขันตั้งแต่ปี 2003 ถึง 2005 รายการระดับทัวร์ครั้งแรกของเขาคือ Umag ในปี 2004 ที่ประเทศโครเอเชีย ซึ่งเขาตกรอบ 32 คนสุดท้าย

ปี 2006: แชมป์แรกในอาชีพ[แก้]

จอกอวิชขึ้นสู่อันดับที่ 40 ของโลกหลังผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศแกรนด์สแลมเฟรนช์โอเพน และผ่านเข้าถึงรอบ 4 ที่วิมเบิลดัน สามสัปดาห์หลังจากนั้น จอกอวิชคว้าแชมป์เอทีพีครั้งแรกในชีวิตในรายการดัตช์โอเพนที่เมืองอาเมอร์สฟูร์ต ประเทศเนเธอร์แลนด์[48] โดยไม่เสียเซตเลยตลอดการแข่งขัน และอาชนะ นิโคลัส มัซซู ในรอบชิงชนะเลิศ เขาคว้าแชมป์อาชีพรายการที่สองที่โมเซลโอเพน ประเทศฝรั่งเศส และก้าวเข้าสู่ 20 อันดับแรกของโลกในวัย 19 ปี

ปี 2007: ขึ้นสู่มือวางอันดับ 3 ของโลก[แก้]

จอกอวิชในการแข่งขันยูเอสโอเพนปี 2007

จอกอวิชแพ้ให้กับเฟเดอเรอร์ในรอบที่ 4 แกรนด์สแลมออสเตรเลียนโอเพน ก่อนจะคว้าแชมป์มาสเตอร์รายการแรกในอาชีพที่ไมแอมี และเข้าถึงรอบรองชนะเลิศแกรนด์สแลมได้เป็นครั้งแรกในการแข่งขันเฟรนช์โอเพนก่อนจะแพ้ให้กับนาดัล[49] จอกอวิชคว้าแชมป์มาสเตอร์รายการที่สองในการแข่งขัน ณ เมืองมอนทรีออล และทำสถิติเป็นผู้เล่นคนที่สองต่อจาก โทมัส เบอร์ดิช ที่สามารถเอาชนะทั้งเฟเดอเรอร์และนาดัลได้นับตั้งแต่ทั้งสองคนก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสองอันดับแรกของโลก

จอกอวิชผ่านเข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมได้เป็นครั้งแรก โดยพบกับเฟเดอเรอร์ในยูเอสโอเพนก่อนจะแพ้ไป 3 เซตรวด เขาจบฤดูกาลด้วยการขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 3 ของโลก และได้สิทธิร่วมแข่งขันรายการมาสเตอร์ คัพ (เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล ในปัจจุบัน) เป็นครั้งแรกแต่ไม่ผ่านรอบแบ่งกลุ่ม

ปี 2008: แชมป์แกรนด์สแลมรายการแรก[แก้]

กรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบียได้จัดพิธีต้อนรับจอกอวิชในปี 2008 ในฐานะที่เป็นนักเทนนิสชาวเซอร์เบียคนแรกที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้

ในการแข่งขันออสเตรเลียนโอเพน จอกอวิชชนะเลิศแกรนด์สแลมได้เป็นครั้งแรก[50] โดยเอาชนะ โจ-วิลฟรีด ซองกา 3–1 เซต และถือเป็นผู้เล่นชาวเซอร์เบียคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ จอกอวิชชนะเลิศรายการมาสเตอร์ได้อีกสองรายการที่อินเดียนเวลส์และกรุงโรม ก่อนจะตกรอบรองชนะเลิศเฟรนช์โอเพนและตกรอบที่สองวิมเบิลดัน เขาสามารถคว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่ง ก่อนจะแพ้ให้กับเฟเดอเรอร์ในรอบรองชนะเลิศยูเอสโอเพน จอกอวิชจบฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล สมัยแรก จากการเอาชนะ นิโคไล ดาวิเดนโก[51]

ปี 2009: คว้าแชมป์ 5 รายการ[แก้]

จอกอวิชไม่สามารถป้องกันแชมป์ออสเตรเลียนโอเพนได้ โดยเขาขอยอมแพ้ในรอบ 8 คนสุดท้ายในขณะแข่งขันกับแอนดี ร็อดดิก เนื่องจากอาการฮีทสโตรก แต่เขาคว้าแชมป์ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ จากการเอาชนะดาวิต เฟร์เรร์ ก่อนจะคว้าแชมป์รายการที่สองของปีได้ที่ประเทศเซอร์เบีย ต่อมา ในการแข่งขันเฟรนช์โอเพน จอกอวิชตกรอบที่ 3 โดยแพ้ให้กับ ฟิลิปป์ โคห์ลชไรเบอร์ และตกรอบวิมเบิลดันโดยแพ้ให้กับ ทอมมี แฮส ก่อนจะตกรอบยูเอสโอเพนโดยแพ้ให้กับเฟเดอเรอร์ จอกอวิชคว้าแชมป์ที่ 3 ของปีในรายการไชน่า โอเพน ที่ประเทศจีน ตามด้วยแชมป์รายการที่ 4 ที่สวิตเซอร์แลนด์ เขาปิดท้ายฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์รายการมาสเตอร์ได้ที่กรุงปารีส และครองตำแหน่งมือวางอันดับ 3 ของโลก

ปี 2010: แชมป์เดวิส คัพ และขึ้นสู่มือวางอันดับ 2 ของโลก[แก้]

จอกอวิชตกรอบ 8 คนสุดท้ายในออสเตรเลียนโอเพน แต่เขาขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 2 ของโลกได้เป็นครั้งแรก เขาคว้าแชมป์แรกของปีที่ดูไบ และพาทีมชาติเซอร์เบียผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในรายการเดวิสคัพได้เป็นครั้งแรก ก่อนที่จะตกรอบ 8 คนสุดท้ายในเฟรนช์โอเพน โดยแพ้ให้กับ เยอร์กิน เมลเซอร์ ตามด้วยการแพ้ให้กับ โทมัส เบอร์ดิช ในรอบรองชนะเลิศวิมเบิลดัน

ต่อมา ในรายการยูเอสโอเพน จอกอวิชสามารถเอาชนะเฟเดอเรอร์ได้เป็นครั้งแรกในรายการนี้ ก่อนจะเข้าไปแพ้ให้กับนาดัลในรอบชิงชนะเลิศ จอกอวิชพาทีมเซอร์เบียเอาชนะเช็กเกียในรอบรองชนะเลิศ เดวิส คัพ ได้ในเดือนต่อมา ก่อนจะกลับไปป้องกันแชมป์รายการ ไชน่า โอเพน ได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน ตามด้วยการพาทีม เดวิส คัพ ของเซอร์เบียคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยแรกโดยเอาชนะฝรั่งเศสในรอบชิงชนะเลิศ[52][53]

ปี 2011: แชมป์แกรนด์สแลม 3 รายการและขึ้นสู่มือวางอันดับ 1 ของโลก[แก้]

ในปีนี้ถือเป็นปีที่ดีที่สุดของจอกอวิชนับตั้งแต่เริ่มเล่นอาชีพ[54] โดยเขาคว้าตำแหน่งชนะเลิศไปได้ถึง 10 รายการ รวมทั้งการคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ถึงสามรายการ ในการแข่งขันออสเตรเลียนโอเพน, วิมเบิลดัน และ ยูเอสโอเพน โดยเอาชนะแอนดี มาร์รี ในรอบชิงชนะเลิศออสเตรเลียนโอเพน และ เอาชนะนาดัลในรอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดันและยูเอสโอเพน[55] และยังคว้าแชมป์มาสเตอร์ได้ถึง 5 รายการในปีนี้ รวมทั้งทำสถิติทำเงินรางวัลรวมจากการแข่งขันได้มากที่สุดในปีเดียว (สถิติในขณะนั้น) จำนวน 12 ล้านดอลลาร์ เขาจบฤดูกาลด้วยการคว้าชัยชนะได้ถึง 70 นัดและครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกได้เป็นครั้งแรก

จอกอวิชฉลองการขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกครั้งแรกในการแข่งขันวิมเบิลดันปี 2011

ปี 2012: แชมป์ออสเตรเลียนโอเพนสมัยที่ 3[แก้]

จอกอวิชป้องกันแชมป์ออสเตรเลียนโอเพนได้โดยเอาชนะนาดัลได้ในรอบชิงชนะเลิศในการแข่งขัน 5 เซต ซึ่งใช้เวลาแข่งขันยาวนานถึง 5 ชั่วโมง 53 นาที ถือเป็นรอบชิงชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์[56] และเป็นแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 5 ของจอกอวิช ก่อนจะป้องกันแชมป์รายการมาสเตอร์ที่ไมแอมีได้ แต่เขาไม่สามารถคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพนและวิมเบิลดันได้ โดยแพ้ให้กับนาดัลและเฟเดอเรอร์ตามลำดับ

จอกอวิชได้รับเกียรติให้เป็นผู้ถือธงชาติเซอร์เบียในพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 แต่เขาทำได้เพียงอันดับที่ 4 โดยแพ้ให้กับแอนดี มาร์รีในรอบรองชนะเลิศและแพ้ ฆวน มาร์ติน เดล ปอร์โต ในรอบชิงเหรียญทองแดง ในแกรนด์สแลมยูเอสโอเพน จอกอวิชก็ไม่สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้โดยแพ้ให้กับมาร์รี เขาปิดท้ายด้วยการคว้าแชมป์เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล ที่กรุงลอนดอนได้เป็นสมัยที่ 2 และครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน[57]

ปี 2013: แชมป์ออสเตรเลียนโอเพนสมัยที่ 4[แก้]

จอกอวิชป้องกันแชมป์ออสเตรเลียนโอเพนได้โดยเอาชนะมาร์รีในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 5 และทำสถิติเป็นผู้เล่นชายคนเดียวในยุคโอเพนที่ชนะเลิศรายการออสเตรเลียนโอเพน 3 สมัยติดต่อกัน ตามด้วยการคว้าแชมป์เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ 500 ที่ดูไบในเดือนมีนาคม ก่อนจะแพ้ให้กับ ฆวน มาร์ติน เดล โปโตร ในรอบรองชนะเลิศรายการมาสเตอร์ที่อินเดียนเวลส์ ซึ่งเป็นการหยุดสถิติชนะรวดติดต่อกันทุกรายการจำนวน 22 นัดของตนเองลง ต่อมาในเดือนเมษายน เขาเอาชนะนาดัลได้ในรอบชิงชนะเลิศมาสเตอร์ที่ มงเต-การ์โล คว้าแชมป์ได้เป็นสมัยแรก แต่เขาไม่ประสบความสำเร็จในการลงแข่งขันในคอร์ตดินสามรายการใหญ่ที่เหลือทั้งที่กรุงมาดริด, กรุงโรม และ แกรนด์สแลมเฟรนช์โอเพน จอกอวิชผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศที่วิมเบิลดันและยูเอสโอเพนได้ ก่อนจะแพ้ให้กับมาร์รีและนาดัลตามลำดับ ตามด้วยการคว้าแชมป์ที่ปักกิ่ง ได้เป็นสมัยที่ 4 จอกอวิชปิดท้ายฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์มาสเตอร์ที่กรุงปารีส และคว้าแชมป์ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล ได้เป็นสมัยที่ 3 และบอริส เบกเคอร์ ตำนานผู้เล่นชาวเยอรมันได้เข้ามาทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนให้แก่จอกอวิช[58]

ปี 2014: แชมป์วิมเบิลดันสมัยที่ 2[แก้]

จอกอวิชไม่สามารถป้องกันแชมป์ออสเตรเลียนโอเพนได้ โดยแพ้ให้กับ สตาน วาวรีงกา ในรอบ 8 คนสุดท้าย เป็นการหยุดสถิติชนะติดต่อกัน 25 นัดในรายการนี้ลง ก่อนจะคว้าแชมป์มาสเตอร์ได้สามรายการได้ที่อินเดียนเวลส์, ไมแอมี และ กรุงโรม โดยเอาชนะเฟเดอเรอร์ได้ที่อินเดียนเวลส์ และชนะนาดัลที่ไมแอมีและกรุงโรม ต่อมา จอกอวิชผ่านเข้าชิงชนะเลิศเฟรนช์โอเพนได้แต่แพ้ให้กับนาดัลไปอีกครั้ง แต่ยังคว้าแชมป์วิมเบิลดันได้ โดยเอาชนะเฟเดอเรอร์ในการแข่งขัน 5 เซต ก่อนที่จะตกรอบรองชนะเลิศยูเอสโอเพน ต่อมา จอกอวิชคว้าแชมป์ที่ปักกิ่งได้เป็นสมัยที่ 5 ในรอบ 6 ปี โดยเอาชนะ โทมัช เบอร์ดิช และปิดท้ายด้วยการคว้าแชมป์ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล ได้เป็นสมัยที่ 4 หลังจากที่เฟเดอเรอร์ถอนตัวในรอบชิงชนะเลิศ และเขาปิดฤดูกาลด้วยการครองตำแหน่งอันดับ 1 ได้เป็นครั้งที่ 3[59]

ปี 2015: หนึ่งในฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเทนนิส[แก้]

จอกอวิชในการแข่งขันวิมเบิลดันปี 2015 ซึ่งถือเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดในอาชีพของเขา

ในปีนี้ถือเป็นปีที่จอกอวิชประสบความสำเร็จสูงที่สุดในอาชีพอีกครั้ง[60] เขาคว้าแชมป์คว้าแชมปป์แกรนด์สแลมได้ถึง 3 รายการได้แก่ ออสเตรเลียนโอเพน (เอาชนะมาร์รีในรอบชิงชนะเลิศ), วิมเบิลดัน และ ยูเอสโอเพน (เอาชนะเฟเดอเรอร์ได้ทั้งสองรายการ) และคว้าแชมป์มาสเตอร์ได้ถึง 6 รายการ[61] และยังสามารถป้องกันแชมป์ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล จากการเอาชนะเฟเดอเรอร์ และทำสถิติเป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้แชมป์รายการดังกล่าว 4 สมัยติดต่อกัน โดยในปีนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ดีที่สุดเท่าที่นักเทนนิสชายเคยทำได้[62]

จอกอวิชทำสถิติคว้าแชมป์ได้ 11 รายการภายในปีเดียวและเป็นผู้เล่นชายคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่สามารถเข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมได้ทั้ง 4 รายการภายในปีเดียวกัน (ต่อจาก ร็อด เลเวอร์ และ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์) และยังทำสถิติคว้าเงินรางวัลจากการแข่งขันในหนึ่งปีปฏิทินได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ (21 ล้านดอลลาร์) พร้อมทั้งรักษาตำแหน่งอันดับ 1 เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น อย่างไรก็ตาม เขาต้องพลาดการคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพนเป็นสมัยแรก เมื่อต้องผิดหวังในรอบชิงชนะเลิศอีกครั้งโดยแพ้ให้กับ สตาน วาวรีงกา 1–3 เซต

ปี 2016: Career Grand Slam[แก้]

จอกอวิชเอาชนะนาดัลได้ในรอบชิงชนะเลิศที่ โดฮา ตามด้วยการป้องกันแชมป์ออสเตรเลียนโอเพนได้ โดยเอาชนะมาร์รีไปได้อีกครั้ง คว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 6 เขายังคว้าแชมป์มาสเตอร์ได้ทั้งสองรายการที่อินเดียน เวลส์ และ ไมแอมี โดยเป็นปีที่สามติดต่อกันที่เขาคว้าแชมป์สองรายการดังกล่าวได้ ตามด้วยการคว้าแชมป์มาสเตอร์คอร์ตดินที่กรุงมาดริดโดยเอาชนะมาร์รี

จอกอวิชคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพนได้เป็นสมัยแรกในปี 2016 ส่งผลให้เขาเป็นผู้เล่นชายคนที่ 8 ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ครบทุกรายการ

ในการแข่งขันเฟรนช์โอเพน จอกอวิชประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยแรก และสามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ครบทุกรายการในอาชีพ (Career Grand Slam)[63] หลังจากที่เขาแพ้ในรอบชิงชนะเลิศมาทั้ง 3 ครั้งก่อนหน้านี้ และถือเป็นผู้เล่นชายคนที่ 8 ในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำ Career Grand Slam ได้ โดยเอาชนะมาร์รีในรอบชิงชนะเลิศ 3–1 เซต และถือเป็นผู้เล่นชายคนที่ 3 ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ 4 รายการติดต่อกัน (ต่อจาก ดอน บัดจ์ และ ร็อด เลเวอร์)

อย่างไรก็ตามจอกอวิชต้องตกรอบที่ 3 ในวิมเบิลดัน โดยแพ้ให้กับ แซม แควร์รี่ย์ ก่อนจะตกรอบแรกในโอลิมปิกฤดูร้อน 2016 แพ้ให้กับ ฆวน มาร์ติน เดลโปโตร ไปอีกครั้ง ต่อมา จอกอวิชแพ้ให้กับ สตาน วาวรีงกา คู่แข่งคนสำคัญอีกครั้งในรอบชิงชนะเลิศยูเอสโอเพน และทำได้เพียงรองแชมป์ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล โดยแพ้ให้กับมาร์รี ก่อนจะเสียตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ให้มาร์รี และบอริส เบกเคอร์ ได้ประกาศยุติบทบาทการทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนให้แก่จอกอวิชในเดือนธันวาคม[64]

ปี 2017: ปีแห่งการบาดเจ็บ[แก้]

ในปี 2017 ถือเป็นปีที่ย่ำแย่ที่สุดของจอกอวิช เนื่องจากเขาต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บข้อศอกตลอดทั้งปี[65] ในเดือนพฤษภาคม อานเดร แอกัสซี ตำนานผู้เล่นชาวอเมริกันได้เข้ามาทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนคนใหม่ให้แก่จอกอวิช เขาถอนตัวจากการแข่งขันวิมเบิลดันในรอบ 8 คนสุดท้ายในขณะแข่งขันกับ โทมัส เบอร์ดิช เนื่องจากอาการบาดเจ็บในช่วงต้นเซตที่ 2 ซึ่งเขากล่าวว่าอาการบาดเจ็บข้อศอกขวานี้ได้รบกวนเขามาเป็นเวลานานร่วมปี ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม จอกอวิชได้ประกาศยุติการแข่งขันในทุกรายการที่เหลือเพื่อพักฟื้น[66]

ปี 2018: กลับสู่ความยิ่งใหญ่[แก้]

ภายหลังจากตกรอบที่ 4 ในออสเตรเลียนโอเพน จอกอวิชเข้ารับการผ่าตัดข้อศอก[67] และกลับมาลงแข่งขันอีกครั้งในรายการมาสเตอร์ที่ อินเดียน เวลส์ และ ไมแอมี แต่ก็ต้องตกรอบไป ตามด้วยการตกรอบการแข่งขันคอร์ตดินทุกรายการ

จอกอวิชกลับสู่ความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งในการแข่งขันวิมเบิลดัน แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงมือวางอันดับ 12 ของรายการแต่ก็สามารถคว้าแชมป์ได้ โดยเอาชนะ นาดัล ในรอบรองชนะเลิศซึ่งต้องใช้เวลาแข่งขันถึง 5 ชั่วโมง 17 นาที ถือเป็นนัดการแข่งขันที่ยาวนานที่สุดเป็นอันดับสองของรายการ ก่อนจะเอาชนะ เควิน แอนเดอร์สัน ในรอบชิงชนะเลิศคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 4[68] และทำให้เขาเป็นผู้เล่นชายคนที่ 4 ในยุคโอเพน (ต่อจาก โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, พีต แซมพราส และ บิยอร์น บอร์ก) ที่คว้าแชมป์วิมเบิลดันได้อย่างน้อย 4 สมัย[69] ส่งผลให้เขากลับเข้าสู่ 10 อันดับแรกของโลกเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งปี

จอกอวิชยังคงเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง โดยแม้ว่าเขาจะตกรอบในรายการมาสเตอร์ที่แคนาดา แต่สามารถคว้าแชมป์ที่ซินซินแนติ รัฐโอไฮโอ ได้เป็นครั้งแรกโดยเอาชนะเฟเดอเรอร์ ส่งผลให้จอกอวิชเป็นผู้เล่นคนเดียวที่ชนะเลิศรายการมาสเตอร์ได้ครบทั้ง 9 รายการ (Career Golden Masters) และเป็นผู้เล่นคนเดียวที่คว้าตำแหน่งชนะเลิศรายการใหญ่ในการแข่งขันของเอทีพี ทัวร์ ได้ครบทุกรายการ (Elite Titles)

ต่อมา จอกอวิชลงแข่งยูเอสโอเพนในฐานะมือวางอันดับ 6 และคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 3 และเป็นแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 14 ทำสถิติเทียบเท่ากับพีต แซมพราส โดยเอาชนะ ฆวน มาร์ติน เดล โปโตร ในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะคว้าแชมป์มาสเตอร์ที่เซี่ยงไฮ้ได้เป็นสมัยที่ 4 และกลับขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกได้เป็นครั้งแรกในรอบสองปี และแม้ว่าจะทำได้เพียงรองแชมป์ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล แต่เขายังคงจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งมือวางอันดับ 1 เป็นครั้งที่ 5[70]

จอกอวิชคว้าแกรนด์สแลมรายการที่ 14 เท่ากับ พีต แซมพราส ภายหลังจากคว้าแชมป์ยูเอสโอเพนในปี 2018

ปี 2019: แชมป์ออสเตรเลียนโอเพนสมัยที่ 7 และ แชมป์วิมเบิลดันสมัยที่ 5[แก้]

จอกอวิชตกรอบรองชนะเลิศที่โดฮา ก่อนจะคว้าแชมป์ออสเตรเลียนโอเพนได้เป็นสมัยที่ 7 และเป็นแชมป์แกรนด์สแลมสมัยที่ 15 ทำสถิติแซง พีต แซมพราส โดยเอาชนะนาดัลในรอบชิงชนะเลิศ ต่อมา เขาคว้าแชมป์มาสเตอร์รายการที่ 33 ซึ่งเป็นสถิติเท่ากับนาดัลในขณะนั้นจากการคว้าแชมป์ที่กรุงมาดริด ก่อนจะตกรอบ 8 คนสุดท้ายเฟรนช์โอเพน โดยแพ้ให้กับโดมินิค ธีม

จอกอวิชป้องกันแชมป์วิมเบิลดันได้โดยเอาชนะเฟเดอเรอร์ในการแข่งขัน 5 เซต โดยใช้เวลาแข่งขันไปถึง 5 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์รอบชิงชนะเลิศของรายการ โดยเขาได้เอาตัวรอดจากการเสียเปรียบถึง 2 แชมป์เปียนชิพพอยต์ก่อนจะกลับมาเอาชนะได้ในที่สุด ต่อมา เขาตกรอบที่ 4 ยูเอสโอเพน โดยถอนตัวเนื่องจากอาการบาดเจ็บ และตกรอบแบ่งกลุ่ม เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล โดยแพ้ให้กับธีมและเฟเดอเรอร์ในสองนัดสุดท้าย[71] ก่อนจะเสียตำแหน่งอันดับ 1 ให้กับนาดัลในช่วงปิดฤดูกาล

ปี 2020: แชมป์ออสเตรเลียนโอเพนสมัยที่ 8[แก้]

จอกอวิชคว้าแชมป์ออสเตรเลียนโอเพนสมัยที่ 8 ได้ โดยเอาชนะ โดมินิค ธีม ในรอบชิงชนะเลิศ 5 เซต ก่อนจะคว้าแชมป์ที่ดูไบได้เป็นสมัยที่ 5 ต่อมาในเดือนมิถุนายน เขาถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเขาได้รับการวิจารณ์อย่างหนักในฐานะที่เป็นผู้จัดการแข่งขันรายการพิเศษที่ บอลข่าน และมีผู้เล่นที่เข้าร่วมการแข่งขันติดเชื้อหลายราย[72][73]

เขาทำสถิติเป็นผู้เล่นคนแรกที่ชนะเลิศรายการมาสเตอร์ทุกรายการได้อย่างน้อย 2 สมัยในแต่ละรายการ (Double Career Golden Masters) โดยเอาชนะ มิลอช ราวนิช ที่ซินซินแนติ ก่อนจะถูกปรับแพ้ในการแข่งขันรอบที่ 4 ในแกรนด์สแลมยูเอสโอเพน เนื่องจากเขาตีลูกบอลไปโดนผู้กำกับเส้นหญิงโดยไม่ตั้งใจ และเขาผ่านเข้าชิงชนะเลิศเฟรนช์ โอเพน ได้ แต่แพ้นาดัลอย่างขาดลอย ตามด้วยการตกรอบรองชนะเลิศ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล โดยแพ้ให้กับธีม ต่อมา ในเดือนธันวาคม จอกอวิชทำสถิติเป็นผู้เล่นชายคนที่สองที่ครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกครบ 300 สัปดาห์ ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยการเป็นมือวางอันดับ 1 ได้เป็นครั้งที่ 6 ซึ่งเป็นสถิติที่มากที่สุดเท่ากับ พีต แซมพราส

ปี 2021: Double Career Slam, แชมป์แกรนด์สแลม 3 รายการ และสร้างสถิติในการครองตำแหน่งอันดับ 1[แก้]

จอกอวิชป้องกันแชมป์ออสเตรเลียนโอเพนได้โดยเอาชนะ ดานิล เมดเวเดฟ ทำสถิติคว้าแชมป์ได้มากที่สุดในประเภทชายเดี่ยว 9 สมัย[74] ต่อมาในวันที่ 8 มีนาคม จอกอวิชทำสถิติครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ด้วยจำนวนสัปดาห์รวมที่มากที่สุดแซงเฟเดอเรอร์ได้สำเร็จ (311 สัปดาห์)[75] จอกอวิชได้รองแชมป์รายการมาสเตอร์ที่กรุงโรม โดยแพ้ให้กับนาดัล ก่อนจะคว้าแชมป์ที่กรุงเบลเกรดได้ เขาลงแข่งขันเฟรนช์โอเพน และสามารถสร้างประวัติศาสตร์ได้ด้วยการคว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 19 และเป็นผู้เล่นชายคนเดียวในยุคโอเพน (นับตั้งแต่ ค.ศ. 1968) ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมทุกรายการได้อย่างน้อย 2 สมัย เอาชนะ สเตฟานอส ซิตซิปาส ในรอบชิงชนะเลิศ 5 เซต ทั้งที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปก่อน 0–2 เซต โดยจอกอวิชถือเป็นผู้เล่นคนที่ 6 ในยุคโอเพนที่สามารถพลิกกลับมาคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้หลังจากตามหลังไปก่อน 0–2 เซต[76] และยังชนะเลิศการแข่งขันรายการใหญ่ (Elite Titles) ได้แก่รายการแกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการ, รายการมาสเตอร์ทั้ง 9 รายการ และ รายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ไฟนอล ได้อย่างน้อย 2 สมัยในแต่ละรายการ

ต่อมา เขาลงแข่งขันวิมเบิลดัน[77] และในวันที่ 2 กรกฎาคม ภายหลังจากเอาชนะ เดนิส คุดลา จากสหรัฐอเมริกาในรอบที่ 3 จอกอวิชทำสถิติเป็นผู้เล่นชายคนแรกที่คว้าชัยชนะในแกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการได้อย่างน้อย 75 นัด[78] ก่อนจะป้องกันแชมป์ได้โดยเอาชนะ มัตเตโอ แบร์เรตตีนี ในรอบชิงชนะเลิศ ทำสถิติชนะเลิศแกรนด์สแลม 20 สมัย และเป็นแชมป์วิมเบิลดันสมัยที่ 6[79] เขายังถือเป็นผู้เล่นชายคนแรกในรอบ 52 ปีที่คว้าแชมป์ออสเตรเลียนโอเพน, เฟรนช์โอเพน และวิมเบิลดัน ได้ภายในปีเดียวกัน นับตั้งแต่ ร็อด เลเวอร์ทำได้ในปี 1969[80][81]

ต่อมา จอกอวิชลงแข่งโอลิมปิกฤดูร้อน 2020[82] โดยแพ้ให้กับ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ในรอบรองชนะเลิศ ตามด้วยการแพ้ ปาโบล การ์เรโญ่ บุสต้า ในนัดชิงเหรียญทองแดง[83] และยังลงแข่งขันในประเภทคู่ผสมโดยจับคู่กับ นีนา สโตยาโนวิช ก่อนจะแพ้ให้กับคู่ของ อัสลัน คารัตเซฟ และ เอเลน่า เวสนิน่า จากรัสเซียในรอบรองชนะเลิศ และคู่ของเขาได้ถอนตัวในนัดชิงเหรียญทองแดงเนื่องจากจอกอวิชมีปัญหาสภาพร่างกาย ต่อมา เขาถอนตัวจากการแข่งขันมาสเตอร์ที่โทรอนโตและซินซินแนติ ก่อนจะกลับมาแข่งขันยูเอสโอเพน โดยผ่านเข้าชิงชนะเลิศกับ ดานิล เมดเวเดฟ และแพ้ไปอย่างขาดลอย แต่เขายังทำสถิติเข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมมากที่สุด 31 ครั้งเท่ากับเฟเดอเรอร์ จอกอวิชถอนตัวจากรายการมาสเตอร์ที่อินเดียน เวลส์ สหรัฐอเมริกาในเดือนตุลาคม[84]

รูปแบบการเล่น[แก้]

จอกอวิชเป็นผู้เล่นที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถเล่นได้ดีในทุกพื้นคอร์ต

จอกอวิชได้รับการยอมรับว่าสามารถเล่นได้ดีทุกคอร์ต[85][86] (A versatile all-court player) โดยมีอาวุธทีเด็ดคือแบ็กแฮนด์ที่หนักหน่วงและแม่นยำ แฟน ๆ หลายคนยกย่องว่าเขาเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดในการตีโต้หลังเส้นเบสไลน์ เขายังเป็นผู้เล่นที่มีจุดเด่นในการรีเทิร์นลูกเสริ์ฟได้ดีที่สุดคนหนึ่ง[87] และได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เล่นที่มีจิตใจแข็งแกร่งแม้ตกอยู่ในสภาวะคับขัน[88] เขามักแสดงออกถึงความนิ่งในการต่อสู้และเอาชนะคู่แข่งได้บ่อยครั้ง ลูกเสิร์ฟของเขาเคยเป็นจุดอ่อนมาหลายปี แต่ภายหลังจากที่จอกอวิชได้ โกราน อิวานิเซวิช มาเป็นหนึ่งในทีมผู้ฝึกสอนตั้งแต่ปี 2019 เขาก็ได้พัฒนาการเสริ์ฟขึ้นมาจนกลายเป็นอาวุธเด็ดในปัจจุบัน[89]

เกมบุกของจอกอวิชนั้นมีความหลากหลายและอันตรายมาก เขาเป็นผู้เล่นที่เน้นเกมส์บุกและมักไม่ค่อยตั้งรับ โดยมักโจมตีคู่แข่งด้วยการยิงโฟร์แฮนด์ที่คมและเน้นทิศทาง กราวด์สโตรกของเขาจะอันตรายมากเมื่ออยู่หลังเส้นเบสไลน์และยังกะจังหวะรวมถึงทิศทางได้ยากมากเนื่องจากมีความแรงและแม่นยำทำให้คู่ต่อสู้ยากที่จะโต้กลับมา และเขายังชอบเล่นลูกหยอดเป็นประจำแม้ในแต้มสำคัญซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเสียคะแนน

จอกอวิชยังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีร่างกายแข็งแรงและยืดหยุ่นมากที่สุดคนหนึ่ง[90][91][92] ซึ่งเป็นผลมาจากการเล่นโยคะเป็นประจำ ทำให้เขาสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างว่องไวและยังเปลี่ยนจังหวะการตีจากเกมรับเป็นเกมบุกได้อย่างไหลลื่น ร่างกายของเขาสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเมื่อเขาต้องแข่งขันในนัดที่ยืดเยื้อหลายชั่วโมง

สถิติโลก[แก้]

จอกอวิชคว้าแชมป์ออสเตรเลียนโอเพน 9 สมัย มากที่สุดในประเภทชายเดี่ยว

นอวาก จอกอวิช ครองสถิติโลกในวงการเทนนิสมากมาย[93] โดยมีสถิติที่สำคัญได้แก่:

  • เป็นนักเทนนิสชาวเซอร์เบียคนแรกที่ชนะเลิศแกรนด์สแลม[95]
  • เป็นหนึ่งในสองผู้เล่นชายที่เข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมชายเดี่ยวมากที่สุด 31 สมัย
  • เป็นผู้เล่นชายคนเดียวในยุคโอเพน (นับตั้งแต่ ค.ศ. 1968) ที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมทุกรายการได้อย่างน้อย 2 สมัยในแต่ละรายการ (Double Career Grand Slam)[96]
  • เป็นผู้เล่นคนเดียวที่คว้าตำแหน่งชนะเลิศรายการใหญ่ (Elite Titles) ของ เอทีพี ทัวร์ ได้ครบทุกรายการ (ชนะเลิศแกรนด์สแลมครบทั้ง 4 รายการ, ชนะเลิศรายการเอทีพี มาสเตอร์ครบทั้ง 9 รายการ และ ชนะเลิศรายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล ได้อย่างน้อย 1 สมัย)[97]
  • เป็นผู้เล่นคนเดียวที่ชนะเลิศการแข่งขันรายการใหญ่ของเอทีพีได้อย่างน้อย 2 สมัยในแต่ละรายการ (Double Elite Titles)[98]
  • เป็นผู้เล่นชายคนเดียวที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมในพื้นคอร์ต 3 ประเภท (ฮาร์ดคอร์ต, คอร์ตหญ้า และ คอร์ตดิน) ได้ 4 รายการติดต่อกัน (วิมเบิลดัน และ ยูเอสโอเพนใน ค.ศ. 2015 - ออสเตรเลียนโอเพน และ เฟรนช์โอเพนใน ค.ศ. 2016)
  • ชนะเลิศรายการออสเตรเลียนโอเพนมากที่สุดในประเภทชายเดี่ยว (9 สมัย)[99]
  • เป็นผู้เล่นชายคนเดียวในยุคโอเพนที่ชนะเลิศรายการออสเตรเลียนโอเพน 3 สมัยติดต่อกัน (ค.ศ. 2011–13 และ ค.ศ. 2019–21)[100]
  • เป็นผู้เล่นชายคนแรกนับตั้งแต่ ค.ศ. 1969 ที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมออสเตรเลียนโอเพน, เฟรนช์โอเพน และวิมเบิลดันได้ในปีเดียวกัน (ค.ศ. 2021)
  • เป็นผู้เล่นชายคนที่ 3 ที่ชนะเลิศแกรนด์สแลม 4 รายการติดต่อกัน (ต่อจาก ดอน บัดจ์ และ ร็อด เลเวอร์)
  • เป็นผู้เล่นชายคนที่ 3 ที่เข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมได้ครบทุกรายการในปีเดียวกัน (ต่อจาก ร็อด เลเวอร์ และ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์)
  • เป็นผู้เล่นชายที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมหลังจากมีอายุครบ 30 ปีได้มากที่สุด (8 รายการ)
  • ทำสถิติเข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมในรายการฮาร์ดคอร์ต (พื้นคอนกรีต) มากที่สุดในประเภทชายเดี่ยว (18 ครั้ง)
  • เป็นผู้เล่นคนเดียวที่เข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมทุกรายการได้อย่างน้อย 6 ครั้ง
  • เป็นผู้เล่นชายคนเดียวที่เข้ารอบรองชนะเลิศแกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการได้อย่างน้อย 9 ครั้ง
  • เป็นผู้เล่นชายคนเดียวที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันแกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการได้อย่างน้อย 75 นัดในทุกรายการ[101]
  • เป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศแกรนด์สแลมได้ครบทุกรายการ (21 ปี)
  • ชนะเลิศรายการเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล ติดต่อกัน 4 สมัย (ค.ศ. 2012–15)[102]
  • ชนะเลิศรายการเอทีพี มาสเตอร์ได้ครบทั้ง 9 รายการ (Career Golden Masters)[103]
  • ชนะเลิศรายการเอทีพี มาสเตอร์ทุกรายการได้อย่างน้อย 2 สมัยในแต่ละรายการ (Double Career Golden Masters)[104]
  • เป็นหนึ่งในสองผู้เล่นที่ชนะเลิศรายการ เอทีพี มาสเตอร์ มากที่สุด 36 สมัย (ร่วมกับ ราฟาเอล นาดัล)[105]
  • เป็นผู้เล่นชายที่ครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกด้วยจำนวนสัปดาห์รวมที่มากที่สุด (344 สัปดาห์)[106]
  • ครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกด้วยคะแนนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ (16,950 คะแนน, ค.ศ. 2016)[107]
  • ทำเงินรางวัลรวมจากการแข่งขันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ (นับรวมทั้งประเภทชายเดี่ยว, หญิงเดี่ยว, ประเภทคู่ และ ประเภทคู่ผสม)[108]
  • เอาชนะผู้เล่นมือวาง 10 อันดับแรกของโลกได้มากกว่า 30 ครั้งในปีเดียวกัน และเอาชนะผู้เล่น 10 อันดับแรกของโลกได้ครบทุกคนในปีเดียวกัน (ค.ศ. 2015)

คู่แข่งคนสำคัญในอาชีพ[แก้]

จอกอวิช/นาดัล

จอกอวิชและนาดัลในรอบชิงชนะเลิศยูเอสโอเพนปี 2011

คู่แข่งที่สำคัญที่สุดของจอกอวิชได้แก่ ราฟาเอล นาดัล ทั้งคู่เคยพบกันมากถึง 58 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติการพบกันของนักเทนนิสสองคนที่มากที่สุดในยุคโอเพน[109] จอกอวิชเอาชนะไปได้ 30 ครั้ง และพ่ายแพ้ 28 ครั้ง ซึ่งจอกอวิชถือเป็นผู้เล่นที่สามารถเอาชนะนาดัลได้มากที่สุดนับตั้งแต่นาดัลเล่นอาชีพมา ในขณะเดียวกัน นาดัลก็เป็นผู้เล่นที่เอาชนะจอกอวิชได้มากที่สุดนับตั้งแต่เล่นอาชีพมาเช่นกัน ทั้งคู่มีสถิติพบกันในรอบชิงชนะเลิศทุกรายการ 28 ครั้ง จอกอวิชเอาชนะไปได้ 15 ครั้ง พ่ายแพ้ 13 ครั้ง โดยนาดัลมีสถิติที่เหนือกว่าในการพบกันในรอบชิงชนะเลิศรายการแกรนด์สแลม จำนวน 5–4 ครั้ง (พบกัน 9 ครั้ง) จอกอวิชเอาชนะนาดัลในรอบชิงชนะเลิศออสเตรเลียนโอเพนได้ 2 ครั้ง (ค.ศ. 2012 และ 2019), วิมเบิลดัน 1 ครั้ง (ค.ศ. 2011) และ ยูเอสโอเพน 1 ครั้ง (ค.ศ. 2011) ในขณะที่นาดัลสามารถเอาชนะจอกอวิชได้ในรอบชิงชนะเลิศเฟรนช์โอเพน 3 ครั้ง (ค.ศ. 2012, 2014 และ 2020) และ ยูเอสโอเพน 2 ครั้ง (ค.ศ. 2010 และ 2013) โดยการแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์ของทั้งคู่คือการพบกันในรอบชิงชนะเลิศออสเตรเลียนโอเพน ค.ศ. 2012 ซึ่งใช้เวลาแข่งขันกันยาวนานถึง 5 ชั่วโมง 53 นาที ถือเป็นรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมที่นานที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยจอกอวิชเอาชนะไปได้ 3–2 เซต[110]

จอกอวิชยังถือเป็นหนึ่งในสองผู้เล่น (ร่วมกับโรบิน เซอเดอร์ลิง) ที่เอาชนะนาดัลในเฟรนช์โอเพนได้ และเป็นผู้เล่นคนเดียวที่เอาชนะนาดัลได้สองครั้งในรายการดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีคอร์ตที่ตนเองถนัดและมักจะชนะคู่ต่อสู้อีกฝ่ายได้บ่อยครั้งเมื่อได้ลงแข่งขันในพื้นสนามที่ตนเองถนัด โดยจอกอวิชเอาชนะนาดัลได้ในการแข่งขันบนฮาร์ดคอร์ต (พื้นคอนกรีต) 20 ครั้ง แพ้ไปเพียง 7 ครั้ง ในขณะที่นาดัลก็สามารถเอาชนะจอกอวิชในการแข่งขันบนคอร์ตดินได้ถึง 19 ครั้ง พ่ายแพ้ไปเพียง 8 ครั้งเช่นกัน[111] และทั้งคู่มีสถิติเท่ากันในการแข่งขันบนคอร์ตหญ้าโดยผลัดกันแพ้ชนะคนละ 2 ครั้ง จอกอวิชยังถือเป็นผู้เล่นคนเดียวที่เอาชนะนาดัลได้ในแกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการ

จอกอวิช/เฟเดอเรอร์

จอกอวิชและเฟเดอเรอร์ในการแข่งขันเฟรนช์โอเพนปี 2011

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ถือเป็นคู่แข่งคนสำคัญอีกคนหนึ่งของจอกอวิช โดยทั้งคู่เคยพบกัน 50 ครั้ง จอกอวิชเอาชนะไปได้ 27 ครั้งและพ่ายแพ้ 23 ครั้ง ทั้งคู่พบกันในรอบชิงชนะเลิศทุกรายการ 19 ครั้ง และจอกอวิชเอาชนะไปได้ 13 ครั้ง พ่ายแพ้ 6 ครั้ง และพบกันในรอบชิงชนะเลิศรายการแกรนด์สแลม 5 ครั้ง ซึ่งจอกอวิชสามารถเอาชนะไปได้ถึง 4 ครั้ง โดยจอกอวิชเป็นผู้เล่นที่ชนะเฟเดอเรอร์ได้มากที่สุดนับตั้งแต่เฟเดอเรอร์เล่นอาชีพมา การแข่งขันครั้งสำคัญของทั้งคู่นั้นมีมากมาย[112] เช่น การพบกันในรอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดัน 3 ครั้ง (ค.ศ. 2014, 2015 และ 2019) ซึ่งจอกอวิชสามารถเอาชนะได้ทั้งสามครั้ง โดยเฉพาะในปี 2019 ถือเป็นนัดประวัติศาสตร์เนื่องจากทั้งคู่ใช้เวลาแข่งขันยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง นานที่สุดในประวัติศาสตร์รอบชิงชนะเลิศของรายการ และจอกอวิชเอาชนะไปได้ 3–2 เซต โดยเอาตัวรอดจากการเสียเปรียบถึง 2 แชมป์เปียนชิพพอยต์ในเซตตัดสินก่อนจะพลิกกลับมาเอาชนะได้ และเป็นการคว้าแชมป์วิมเบิลดันสมัยที่ 5[113]

นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศยูเอสโอเพนปี 2011[114] ซึ่งจอกอวิชเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อน 0–2 เซตก่อนที่จะกลับมาชนะได้ในสองเซตถัดมา และเมื่อเข้าสู่เซตที่ 5 เฟเดอเรอร์เป็นฝ่ายได้ 2 Match Point และทำท่าว่าจะเอาชนะไปได้ แต่จอกอวิชก็ได้แสดงถึงความนิ่งและจิตใจของผู้ชนะด้วยการพลิกกลับมาชนะได้[115] โดยจอกอวิชถือเป็นผู้เล่นคนเดียวที่เอาชนะเฟเดอเรอร์ได้ในแกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการ ในทำนองเดียวกัน เฟเดอเรอร์ก็เป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวที่เอาชนะจอกอวิชได้ในแกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการเช่นกัน

จอกอวิช/มาร์รี

จอกอวิชและมาร์รีในปี 2012

จอกอวิชยังถือเป็นคู่แข่งคนสำคัญของ แอนดี มาร์รี ทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่ยังเด็กและเคยเข้าแคมป์เพื่อฝึกเทนนิสระดับเยาวชนด้วยกัน[116] โดยทั้งคู่เคยพบกันมาแล้ว 36 ครั้ง[117] จอกอวิชเอาชนะไปได้ 25 ครั้งและพ่ายแพ้ 11 ครั้ง ทั้งคู่พบกันในรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลม 7 ครั้ง จอกอวิชเอาชนะไป 5 ครั้ง ในรอบชิงชนะเลิศออสเตรเลียนโอเพน 4 ครั้ง (ค.ศ. 2011, 2013, 2015 และ 2016) และ เฟรนช์โอเพน 1 ครั้ง (ค.ศ. 2016) แต่มาร์รี่ก็สามารถเอาชนะจอกอวิชได้ 2 ครั้งในรอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดัน (ค.ศ. 2013) และยูเอสโอเพน (ค.ศ. 2012) เช่นกัน โดยไฮไลท์สำคัญในการพบกันของทั้งคู่คือการพบกันในรอบชิงชนะเลิศออสเตรเลียนโอเพน 4 ครั้ง และจอกอวิชเอาชนะไปได้ทั้ง 4 ครั้ง ทำให้ให้มาร์รี่เป็นผู้เล่นที่มีสถิติเข้าชิงชนะเลิศออสเตรเลียนโอเพนมากถึง 5 ครั้ง โดยที่ไม่สามารถคว้าแชมป์ได้เลย[118] และหลังจากความพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดันปี 2013 จอกอวิชสามารถเอาชนะมาร์รี่ได้ถึง 14 ครั้งจากการพบกัน 17 ครั้งหลังสุด

การกุศล[แก้]

จอกอวิชก่อตั้งมูลนิธิ "Novak Djokovic Foundation" ใน ค.ศ. 2007[119] เพื่อช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาส โดยมีการสร้างโรงเรียนรวมถึงมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็ก ๆ ในหลายประเทศโดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา และใน ค.ศ. 2015 จอกอวิชในฐานะประธานมูลนิธิ และทูตสันถวไมตรีของยูนิเซฟ (UNICEF Global Goodwill Ambassadors) ได้เข้าพบนาย จิม ยอง คิม ประธานธนาคารโลกเพื่อลงนามความร่วมมือในโครงการพัฒนาเด็กปฐมวัยของยูนิเซฟ (Early Childhood Development Program-ECD)

ในปี 2019 บริษัทมงต์บลองค์ (Montblanc International) ผู้ผลิตสินค้าหรูหราของเยอรมนีได้เปิดตัวปากการุ่นใหม่ "Montblanc X Djokovic Foundation" โดยมีเพียง 300 ด้ามในโลก ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะมอบให้แก่มูลนิธิการ " Novak Djokovic Foundation" เพื่อช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาส โดยทำการเปิดตัวในนิวยอร์ก และมีการนำเอา StarWalker รูปแบบการเขียน Fineliner มาสลักลายเซ็นของจอกอวิชลงไปที่ตัวปากกาพร้อมสมุดจดและกล่องซึ่งมีลวดลายแบบเดียวกับตัวปากกา โดยมีราคาขายอยู่ที่ชุดละ 740 ดอลลาร์สหรัฐ

โรงเรียนอนุบาลในหมู่บ้าน Jalovik เมือง Knjaževac ซึ่งสร้างโดยมูลนิธิ "Novak Djokovic Foundation"

ในการแข่งขันออสเตรเลียนโอเพน 2021 จอกอวิชได้บริจาคเงินจำนวน 1 ล้านดอลลาร์ให้กับบรรดาผู้เล่นที่ตกรอบในการแข่งขัน โดยเพจเฟซบุ๊กของจอกอวิชเปิดเผยว่า เขาตัดสินใจแบ่งเงินรางวัลดังกล่าวให้แก่นักเทนนิสที่ตกรอบแรก ๆ ของรายการเพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมอาชีพที่ขาดแคลนรายได้ในช่วงที่การแข่งขันถูกยกเลิกจากวิกฤตโควิด-19[120] อนึ่ง นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 ส่งผลให้การแข่งขันรายการต่าง ๆ ถูกยกเลิก จอกอวิชได้ร่วมมือกับเฟเดอเรอร์ และนาดัล ในการระดมเงินเพื่อช่วยเหลือเพื่อนนักเทนนิสที่ได้รับผลกระทบ โดยจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือนักเทนนิสมืออันดับล่างๆที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน ซึ่งระดมเงินได้ราว 4 ล้านปอนด์และมอบให้แก่นักเทนนิสในอันดับที่ 250 ไปจนถึงอันดับที่ 700 ของโลกคนละ 8,000 ปอนด์[121]

อุปกรณ์และชุดแข่งขัน[แก้]

จอกอวิชในชุดแข่งขันของลาคอสต์ในปี 2017

ในช่วงเริ่มต้นของการเล่นอาชีพในปี 2003 จอกอวิชสวมชุดแข่งขันของอาดิดาส จนกระทั่งปี 2009 เขาได้เปลี่ยนไปเซ็นสัญญากับ เซร์คีโอ ทักชีนี แบรนด์ชื่อดังจากอิตาลี ภายหลังจากอาดิดาสได้ปฏิเสธการต่อสัญญาฉบับใหม่กับเขาและได้หันไปสนับสนุน แอนดี มาร์รี แทน อย่างไรก็ตามทักชีนีไม่ได้ออกแบบรองเท้าให้กับจอกอวิชทำให้เขาใส่รองเท้าแข่งขันของอาดิดาสต่อไป และหลังจากนั้นเพียง 1 ปีทักชีนีได้ยุติสัญญากับจอกอวิชเนื่องจากไม่สามารถจ่ายโบนัสให้แก่จอกอวิชได้[122][123]

นับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา จอกอวิชสวมรองเท้าสีน้ำเงินและแดงของอาดิดาสรุ่น Barricade ซึ่งทั้งสองสีเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แทนธงชาติเซอร์เบีย ต่อมาในปี 2012 เขาได้เซ็นสัญญากับยูนิโคล่ แบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่นด้วยสัญญามูลค่า 8 ล้านยูโรต่อปี และได้เซ็นสัญญาระยะยาวในการสวมรองเท้าของอาดิดาสในปี 2013 เขาได้ยุติสัญญากับยูนิโคล่ในปี 2017 และได้เซ็นสัญญากับ ลาคอสต์ ของมาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันจอกอวิชใช้ไม้เทนนิสยี่ห้อ HEAD รุ่น Graphene 360+ Speed Pro racket[124]

สถิติการแข่งขันอาชีพในรายการสำคัญ[แก้]

รายการแกรนด์สแลมรอบชิงชนะเลิศ[แก้]

ประเภทชายเดี่ยว: เข้าชิงชนะเลิศ 31 รายการ (ชนะเลิศ 20 สมัย, รองชนะเลิศ 11 สมัย)

ผลลัพธ์ ปี รายการ พื้นสนาม คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ผลการแข่งขัน
รองชนะเลิศ 2007 ยูเอสโอเพน คอนกรีต สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–7(4–7), 6–7(2–7), 4–6
ชนะเลิศ 2008 ออสเตรเลียนโอเพน (1) คอนกรีต ฝรั่งเศส โจ-วิลฟรีด ซองกา 4–6, 6–4, 6–3, 7–6(7–2)
รองชนะเลิศ 2010 ยูเอสโอเพน คอนกรีต สเปน ราฟาเอล นาดัล 4–6, 7–5, 4–6, 2–6
ชนะเลิศ 2011 ออสเตรเลียนโอเพน (2) คอนกรีต สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 6–4, 6–2, 6–3
ชนะเลิศ 2011 วิมเบิลดัน (1) หญ้า สเปน ราฟาเอล นาดัล 6–4, 6–1, 1–6, 6–3
ชนะเลิศ 2011 ยูเอสโอเพน (1) คอนกรีต สเปน ราฟาเอล นาดัล 6–2, 6–4, 6–7(3–7), 6–1
ชนะเลิศ 2012 ออสเตรเลียนโอเพน (3) คอนกรีต สเปน ราฟาเอล นาดัล 5–7, 6–4, 6–2, 6–7 (5–7), 7–5
รองชนะเลิศ 2012 เฟรนช์โอเพน ดิน สเปน ราฟาเอล นาดัล 4–6, 3–6, 6–2, 5–7
รองชนะเลิศ 2012 ยูเอสโอเพน คอนกรีต สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 6–7(10–12) , 5–7, 6–2, 6–3, 2–6
ชนะเลิศ 2013 ออสเตรเลียนโอเพน (4) คอนกรีต สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 6–7(2–7), 7–6(7–3), 6–3, 6–2
รองชนะเลิศ 2013 วิมเบิลดัน หญ้า สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 4–6, 5–7, 4–6
รองชนะเลิศ 2013 ยูเอสโอเพน คอนกรีต สเปน ราฟาเอล นาดัล 2–6, 6–3, 4–6, 1–6
รองชนะเลิศ 2014 เฟรนช์โอเพน ดิน สเปน ราฟาเอล นาดัล 6–3, 5–7, 2–6, 4–6
ชนะเลิศ 2014 วิมเบิลดัน (2) หญ้า สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–7(7–9) , 6–4, 7–6(7–4), 5–7 ,6–4
ชนะเลิศ 2015 ออสเตรเลียนโอเพน (5) คอนกรีต สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 7–6(7–5), 6–7(4–7), 6–3, 6–0
รองชนะเลิศ 2015 เฟรนช์โอเพน ดิน สวิตเซอร์แลนด์ สตาน วาวรีงกา 6–4, 4–6, 3–6, 4–6
ชนะเลิศ 2015 วิมเบิลดัน (3) หญ้า สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 7–6(7–1), 6–7(10–12) ,6–4, 6–3
ชนะเลิศ 2015 ยูเอสโอเพน (2) คอนกรีต สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–4, 5–7, 6–4, 6–4
ชนะเลิศ 2016 ออสเตรเลียนโอเพน (6) คอนกรีต สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 6–1, 7–5, 7–6(7–3)

ชนะเลิศ 2016 เฟรนช์โอเพน (1) ดิน สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 3–6, 6–1, 6–2, 6–4
รองชนะเลิศ 2016 ยูเอสโอเพน คอนกรีต สวิตเซอร์แลนด์ สตาน วาวรีงกา 7–6(7–1), 4–6, 5–7, 3–6
ชนะเลิศ 2018 วิมเบิลดัน (4) หญ้า แอฟริกาใต้ เควิน แอนเดอร์สัน 6–2, 6–2, 7–6(7–3)
ชนะเลิศ 2018 ยูเอสโอเพน (3) คอนกรีต อาร์เจนตินา ฆวน มาร์ติน เดล ปอร์โต 6–3, 7–6(7–4), 6–3
ชนะเลิศ 2019 ออสเตรเลียนโอเพน (7) คอนกรีต สเปน ราฟาเอล นาดัล 6–3, 6–2, 6–3
ชนะเลิศ 2019 วิมเบิลดัน (5) หญ้า สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 7–6(7–5), 1–6, 7–6(7–4), 4–6, 13–12(7–3)
ชนะเลิศ 2020 ออสเตรเลียนโอเพน (8) คอนกรีต ออสเตรีย โดมินิค ธีม 6–4, 4–6, 2–6, 6–3, 6–4
รองชนะเลิศ 2020 เฟรนช์โอเพน ดิน สเปน ราฟาเอล นาดัล 0–6, 2–6, 5–7
ชนะเลิศ 2021 ออสเตรเลียนโอเพน (9) คอนกรีต รัสเซีย ดานิล เมดเวเดฟ 7–5, 6–2, 6–2
ชนะเลิศ 2021 เฟรนช์โอเพน (2) ดิน ประเทศกรีซ สเตฟานอส ซิตซิปาส 6–7(6–8), 2–6, 6–3, 6–2, 6–4
ชนะเลิศ 2021 วิมเบิลดัน (6) หญ้า อิตาลี มัตเตโอ แบร์เรตตีนี 6–7(4–7), 6–4, 6-4, 6-3
รองชนะเลิศ 2021 ยูเอสโอเพน คอนกรีต รัสเซีย ดานิล เมดเวเดฟ 4–6, 4–6, 4–6

(ตัวเลขในวงเล็บคือจำนวนครั้งที่ชนะเลิศ)

รายการ เอทีพี เวิลด์ทัวร์ ไฟนอล[แก้]

ประเภทชายเดี่ยว: เข้าชิงชนะเลิศ 7 สมัย (ชนะเลิศ 5 สมัย, รองชนะเลิศ 2 สมัย)

ผลลัพธ์ ปี สถานที่ พื้นสนาม คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ผลการแข่งขัน
ชนะเลิศ 2008 เซี่ยงไฮ้ คอนกรีต (ในร่ม) รัสเซีย นิโคไล ดาวิเดนโก 6–1, 7–5
ชนะเลิศ 2012 ลอนดอน คอนกรีต (ในร่ม) สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 7–6(8–6), 7–5
ชนะเลิศ 2013 ลอนดอน คอนกรีต (ในร่ม) สเปน ราฟาเอล นาดัล 6–3, 6-4
ชนะเลิศ 2014 ลอนดอน คอนกรีต (ในร่ม) สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เฟเดอเรอร์ขอถอนตัว
ชนะเลิศ 2015 ลอนดอน คอนกรีต (ในร่ม) สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–3, 6–4
รองชนะเลิศ 2016 ลอนดอน คอนกรีต (ในร่ม) สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 3–6, 4–6
รองชนะเลิศ 2018 ลอนดอน คอนกรีต (ในร่ม) เยอรมนี อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ 4–6, 3–6

รายการ เอทีพี มาสเตอร์ รอบชิงชนะเลิศ[แก้]

เข้าชิงชนะเลิศ 53 รายการ (ชนะเลิศ 36 รายการ, รองชนะเลิศ 17 รายการ)

ผลลัพธ์ ปี รายการ พื้นสนาม คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ผลการแข่งขัน
รองชนะเลิศ 2007 อินเดียนเวลส์ คอนกรีต สเปน ราฟาเอล นาดัล 2–6, 5–7
ชนะเลิศ 2007 ไมแอมี คอนกรีต อาร์เจนตินา กิลเยโม กานาส 6–3, 6–2, 6–4
ชนะเลิศ 2007 มอนทรีออล คอนกรีต สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 7–6(7–2), 2–6, 7–6(7–2)
ชนะเลิศ 2008 อินเดียนเวลส์ คอนกรีต สหรัฐ มาร์ดี ฟิช 6–2, 5–7, 6–3
ชนะเลิศ 2008 โรม ดิน สวิตเซอร์แลนด์ สตาน วาวรีงกา 4–6, 6–3, 6–3
รองชนะเลิศ 2008 ซินซินแนติ คอนกรีต สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 6–7(4–7), 6–7(5–7)
รองชนะเลิศ 2009 ไมแอมี คอนกรีต สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 2–6, 5–7
รองชนะเลิศ 2009 มงเต-การ์โล ดิน สเปน ราฟาเอล นาดัล 3–6, 6–2, 1–6
รองชนะเลิศ 2009 โรม ดิน สเปน ราฟาเอล นาดัล 6–7(2–7), 2–6
รองชนะเลิศ 2009 ซินซินแนติ คอนกรีต สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 1–6, 5–7
ชนะเลิศ 2009 ปารีส คอนกรีต (ในร่ม) ฝรั่งเศส กาแอล มงฟิส 6–2, 5–7, 7–6(7–3)
ชนะเลิศ 2011 อินเดียนเวลส์ (2) คอนกรีต สเปน ราฟาเอล นาดัล 4–6, 6–3, 6–2
ชนะเลิศ 2011 ไมแอมี (2) คอนกรีต สเปน ราฟาเอล นาดัล 4–6, 6–3, 7–6(7–4)
ชนะเลิศ 2011 มาดริด ดิน สเปน ราฟาเอล นาดัล 7–5, 6–4
ชนะเลิศ 2011 โรม (2) ดิน สเปน ราฟาเอล นาดัล 6–4, 6–4
ชนะเลิศ 2011 มอนทรีออล (2) คอนกรีต สหรัฐ มาร์ดี ฟิช 6–2, 3–6, 6–4
รองชนะเลิศ 2011 ซินซินแนติ คอนกรีต สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 4–6, 0–3 (ขอยอมแพ้)
ชนะเลิศ 2012 ไมแอมี (3) คอนกรีต สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 6–1, 7–6(7–4)
รองชนะเลิศ 2012 มงเต-การ์โล ดิน สเปน ราฟาเอล นาดัล 3–6, 1–6
รองชนะเลิศ 2012 โรม ดิน สเปน ราฟาเอล นาดัล 5–7, 3–6
ชนะเลิศ 2012 มอนทรีออล (3) คอนกรีต ฝรั่งเศส ริชาร์ด กาสเกต์ 6–3, 6–2
รองชนะเลิศ 2012 ซินซินแนติ คอนกรีต สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 0–6, 6–7(7–9)
ชนะเลิศ 2012 เซี่ยงไฮ้ คอนกรีต สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 5–7, 7–6(13–11), 6–3
ชนะเลิศ 2013 มงเต-การ์โล ดิน สเปน ราฟาเอล นาดัล 6–2, 7–6(7–1)
ชนะเลิศ 2013 เซี่ยงไฮ้ (2) คอนกรีต อาร์เจนตินา ฆวน มาร์ติน เดล อร์โต 6–1, 3–6, 7–6(7–3)
ชนะเลิศ 2013 ปารีส (2) คอนกรีต (ในร่ม) สเปน ดาวิต เฟร์เรร์ 7–5, 7–5
ชนะเลิศ 2014 อินเดียนเวลส์ (3) คอนกรีต สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 3–6, 6–3, 7–6(7–3)
ชนะเลิศ 2014 ไมแอมี (4) คอนกรีต สเปน ราฟาเอล นาดัล 6–3, 6–3
ชนะเลิศ 2014 โรม (3) ดิน สเปน ราฟาเอล นาดัล 4–6, 6–3, 6–3
ชนะเลิศ 2014 ปารีส (3) คอนกรีต แคนาดา มิลอช ราวนิช 6–2, 6–3
ชนะเลิศ 2015 อินเดียนเวลส์ (4) คอนกรีต สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–3, 6–7(5–7), 6–2
ชนะเลิศ 2015 ไมแอมี (5) คอนกรีต สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 7–6(7–3), 4–6, 6–0
ชนะเลิศ 2015 มงเต-การ์โล (2) ดิน เช็กเกีย โทมัช เบอร์ดิช 7–5, 4–6, 6–3
ชนะเลิศ 2015 โรม (4) ดิน สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–4, 6–3
รองชนะเลิศ 2015 มอนทรีออล คอนกรีต สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 4–6, 6–4, 3–6
รองชนะเลิศ 2015 ซินซินแนติ คอนกรีต สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–7(1–7), 3–6
ชนะเลิศ 2015 เซี่ยงไฮ้ (3) คอนกรีต ฝรั่งเศส โจ-วิลฟรีด ซองกา 6–2, 6–4
ชนะเลิศ 2015 ปารีส (4) คอนกรีต (ในร่ม) สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 6–2, 6–4
ชนะเลิศ 2016 อินเดียนเวลส์ (5) คอนกรีต แคนาดา มิลอช ราวนิช 6–2, 6–0
ชนะเลิศ 2016 ไมแอมี (6) คอนกรีต ญี่ปุ่น เคอิ นิชิโคริ 6–3, 6–3
ชนะเลิศ 2016 มาดริด (2) ดิน สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 6–2, 3–6, 6–3
รองชนะเลิศ 2016 โรม ดิน สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 3–6, 3–6
ชนะเลิศ 2016 มอนทรีออล (4) คอนกรีต ญี่ปุ่น เคอิ นิชิโคริ 6–3, 7–5
รองชนะเลิศ 2017 โรม ดิน เยอรมนี อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ 4–6, 3–6
ชนะเลิศ 2018 ซินซินแนติ คอนกรีต สวิตเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–4, 6–4
ชนะเลิศ 2018 เซี่ยงไฮ้ (4) คอนกรีต โครเอเชีย บอร์นา โชริช 6–3, 6–4
รองชนะเลิศ 2018 ปารีส คอนกรีต (ในร่ม) รัสเซีย คาเรน คาชานอฟ 5–7, 4–6
ชนะเลิศ 2019 มาดริด (3) ดิน ประเทศกรีซ สเตฟานอส ซิทซิปาส 6–3, 6–4
รองชนะเลิศ 2019 โรม ดิน สเปน ราฟาเอล นาดัล 0–6, 6–4, 1–6
ชนะเลิศ 2019 ปารีส (5) คอนกรีต (ในร่ม) แคนาดา เดนิส เชโปวาลอฟ 6–3, 6–4
ชนะเลิศ 2020 ซินซินแนติ (2) คอนกรีต แคนาดา มิลอช ราวนิช 1–6, 6–3, 6–4
ชนะเลิศ 2020 โรม (5) ดิน อาร์เจนตินา ดีเอโก ชวาร์ตซ์มัน 7–5, 6–3
รองชนะเลิศ 2021 โรม ดิน สเปน ราฟาเอล นาดัล 5–7, 6–1, 3–6
  • ชนะเลิศต่างรายการทั้งหมด 9/9 ครบทุกรายการ
  • เข้าชิงชนะเลิศต่างรายการทั้งหมด 9/9 ครบทุกราบการ

กีฬาโอลิมปิก[แก้]

ประเภทชายเดี่ยว: ชิงเหรียญ 3 ครั้ง (คว้า 1 เหรียญทองแดง)

ผลลัพธ์ วันที่ รายการ พื้นสนาม คู่แข่งในรอบชิงเหรียญ ผลการแข่งขัน
เหรียญทองแดง 16 สิงหาคม 2008 โอลิมปิกฤดูร้อน 2008, ปักกิ่ง, จีน (รอบชิงเหรียญทองแดง) คอนกรีต สหรัฐ เจมส์ เบลค 6–3, 7–6(7–4)
อันดับ 4 5 สิงหาคม 2012 โอลิมปิกฤดูร้อน 2012, ลอนดอน, สหราชอาณาจักร (รอบชิงเหรียญทองแดง) หญ้า อาร์เจนตินา ฆวน มาร์ติน เดล โปโตร 5–7, 4–6
อันดับ 4 31 กรกฎาคม 2021 โอลิมปิกฤดูร้อน 2020, โตเกียว, ญี่ปุ่น (รอบชิงเหรียญทองแดง) คอนกรีต สเปน ปาโบล การ์เรโญ่ บุสต้า 4–6, 7–6(8–6), 3–6

ประเภทคู่ผสม: ชิงเหรียญ 1 ครั้ง (คว้าอันดับ 4)

ผลลัพธ์ วันที่ รายการ พื้นสนาม เล่นคู่กับ คู่แข่ง ผลการแข่งขัน
อันดับ 4 31 กรกฎาคม 2021 โอลิมปิกฤดูร้อน 2020 (รอบชิงเหรียญทองแดง) คอนกรีต เซอร์เบีย นีนา สโตยาโนวิช ออสเตรเลีย แอชลี่ บาร์ตี
ออสเตรเลีย จอห์น เพียร์ส
ถอนตัวไม่ลงแข่งขัน

การแข่งขันประเภททีม (ในนามทีมชาติเซอร์เบีย)[แก้]

ชนะเลิศรายการเดวิส คัพ 1 สมัย และเอทีพี คัพ 1 สมัย

ผลลัพธ์
   วันที่    รายการ พื้นสนาม สมาชิกในทีม คู่แข่ง ผลการแข่งขัน
ชนะเลิศ ธันวาคม ค.ศ. 2010 เดวิส คัพ, เซอร์เบีย คอนกรีต (ในร่ม) เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช
เซอร์เบีย เนนาด ซิมอนยิช
เซอร์เบีย ยานโก้ ทิปซาเรวิช
เซอร์เบีย วิคเตอร์ ทรอยสกี้
ฝรั่งเศส กาแอล มงฟิล์ส
ฝรั่งเศส มิคาเอล ลโลดรา
ฝรั่งเศส อาร์นอด์ คลิเมนต์
ฝรั่งเศส ฌีล ซีมง
ชนะ 3–2
ชนะเลิศ มกราคม ค.ศ. 2020 เอทีพี คัพ (ATP Cup), ออสเตรเลีย คอนกรีต เซอร์เบีย นอวาก จอกอวิช
เซอร์เบีย ดูซาน ลายอวิช
เซอร์เบีย นิโคลา มิลอเยวิช
เซอร์เบีย วิคเตอร์ ทรอยสกี้
เซอร์เบีย นิโคลา คาซิส
สเปน ราฟาเอล นาดัล
สเปน โรแบร์โต เบาติสตา อากุต
สเปน ปาโบล การ์เรโญ่ บุสต้า
สเปน อัลแบร์ต ราโมส บีโญลาส
สเปน เฟลิเซียโน โลเปซ
ชนะ 2–1

รายการพิเศษ (การกุศล)[แก้]

ชนะเลิศ 6 รายการ, รองชนะเลิศ 1 รายการ

ผลลัพธ์    วันที่    รายการ พื้นสนาม คู่แข่ง ผลการแข่งขัน
ชนะเลิศ ธันวาคม 2011 World Tennis Championship, อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอนกรีต สเปน ดาวิต เฟร์เรร์ 6–2, 6–1
ชนะเลิศ ธันวาคม 2012 World Tennis Championship, อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอนกรีต สเปน นิโคลัส อัลมาโกร 6–7(4–7), 6–3, 6–4
ชนะเลิศ ธันวาคม 2013 World Tennis Championship, อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอนกรีต สเปน ดาวิต เฟร์เรร์ 7–5, 6–2
ชนะเลิศ มีนาคม 2014 BNP Paribas Showdown, นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา คอนกรีต สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี 6–3, 7–6(7–2)
รองชนะเลิศ มกราคม 2015 World Tennis Championship, อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอนกรีต สหราชอาณาจักร แอนดี มาร์รี (ถอนตัวไม่ลงแข่ง)
ชนะเลิศ ธันวาคม 2018 World Tennis Championship, อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอนกรีต แอฟริกาใต้ เควิน แอนเดอร์สัน 4–6, 7–5, 7–5
ชนะเลิศ มกราคม 2021 A Day at The Drive, แอดิเลด, ออสเตรเลีย คอนกรีต อิตาลี ยานนิค ซินเนอร์ 6–3

เงินรางวัลที่ได้รับจากการแข่งขัน[แก้]

ปี รายการ
แกรนด์สแลม
รายการ
เอทีพี
รวม เงินรางวัล($) อันดับ
2003 0 0 0 $2,704 937[125]
2004 0 0 0 $40,790 292[126]
2005 0 0 0 $202,416 114[127]
2006 0 2 2 $644,940 28[128]
2007 0 5 5 $3,927,700 3[129]
2008 1 3 4 $5,689,078 3[130]
2009 0 5 5 $5,476,472 3[131]
2010 0 2 2 $4,278,856 3[132]
2011 3 7 10 $12,619,803 1[133]
2012 1 5 6 $12,803,739 1[133]
2013 1 6 7 $12,447,947 2[134]
2014 1 6 7 $14,269,463 1[135]
2015 3 8 11 $21,146,145 1
2016 2 5 7 $14,138,824 2
2017 0 2 2 $2,116,524 14 [1]
2018 2 2 4 $15,967,184 1
2019 2 3 5 $13,372,355 2
2020 1 3 4 $6,511,233 1
2021 3 1 4 $7,464,456 1
Career 20 65 85 $153,120,635 1
  • ข้อมูลเมื่อ 13 กันยายน ค.ศ. 2021 (2021 -09-13).

อ้างอิง[แก้]

  1. "Novak Djokovic". ATP Tour. สืบค้นเมื่อ 1 April 2019.
  2. "Djokovic, Novak". novakdjokovic.com. สืบค้นเมื่อ 13 July 2015.
  3. "Rankings Singles". ATP Tour.
  4. "Rankings Doubles". ATP Tour.
  5. https://www.atptour.com/-/media/player-names/62_novak-djokovic_player-name-2014.mp3
  6. "Rankings | Singles | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  7. "Novak Djokovic Sets New All-Time Record For Weeks At No. 1 In FedEx ATP Rankings | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  8. Limited, Bangkok Post Public Company. "Djokovic sets all-time record for weeks at world No. 1". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2021-06-08.
  9. "Djokovic ties idol Sampras with ATP record sixth year-end No. 1 finish". Tennis.com.
  10. "History: Djokovic Stands Alone | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  11. "Which way will the 'GOAT race' turn?". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-06-05.
  12. Fendrich, Howard. "Big Three 'Greatest of All-Time' debate? Forget it". Cape Cod Times (ภาษาอังกฤษ).
  13. Chhabria, Vinay (2020-05-29). "Novak Djokovic bestowed with unique honor by Serbian government on Diplomacy Day". www.sportskeeda.com (ภาษาอังกฤษ).
  14. "Stankovic: "Djokovic the greatest Serbian ever"". Inter Official Site.
  15. "10 greatest Serbian sport successes - SERBIAN SHOP". www.serbianshop.com.
  16. "Famous Athletes from Serbia". Ranker (ภาษาอังกฤษ).
  17. "Novak Djokovic beats Andy Murray to claim first French Open title". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2016-06-05.
  18. "Djokovic wins bronze". Eurosport (ภาษาอังกฤษ). 2008-08-16.
  19. "Davis Cup - Serbia crowned Davis Cup champion". www.daviscup.com.
  20. "Team Serbia Triumphs; ATP Cup By The Numbers | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  21. "Novak Djokovic's Golden Rule: A Grandmaster Twice Over! | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  22. "Nole sets new absolute ATP ranking record!". Novak Djokovic (ภาษาอังกฤษ).
  23. "Djokovic Elected As President Of ATP Player Council | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  24. Tennis.com. "TENNIS.com's 2020 ATP Player of the Year: Novak Djokovic". Tennis.com (ภาษาอังกฤษ).
  25. "ATP Awards Honour Roll | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  26. "Novak Djokovic". Laureus (ภาษาอังกฤษ).
  27. https://childhoodbiography.com/novak-djokovic-childhood-story-plus-untold-biography-facts/
  28. "Who is Novak Djokovic? Everything You Need to Know". www.thefamouspeople.com (ภาษาอังกฤษ).
  29. Post, The Jakarta. "'I came from nothing' - Djokovic says tough childhood made him a fighter". The Jakarta Post (ภาษาอังกฤษ).
  30. "Novak Djokovic spent his childhood fighting for survival". Tennis World USA (ภาษาอังกฤษ).
  31. https://childhoodbiography.com/novak-djokovic-childhood-story-plus-untold-biography-facts/
  32. Perrotta, Tom (2013-07-31). "Djokovic Opens the Refrigerator". Wall Street Journal (ภาษาอังกฤษ). ISSN 0099-9660. สืบค้นเมื่อ 2021-05-24.
  33. This, Eat; July 15, Not That! Editors; 2018 (2018-07-15). "8 Food Secrets from Novak Djokovic | Eat This Not That!". Eat This Not That (ภาษาอังกฤษ).CS1 maint: numeric names: authors list (link)
  34. "Novak Djokovic talks about the effects of alcohol on him". Tennis World USA (ภาษาอังกฤษ).
  35. https://www.outsidetheball.com/novak-djokovic-is-always-entertaining-watch-these-funny-djokovic-moments-in-this-exclusive-otb-mash-up/
  36. https://www.businessinsider.com/novak-djokovic-meditates-at-buddhist-temple-at-wimbledon-2015-6
  37. https://www.swlondoner.co.uk/news/18112016-wimbledon-thai-buddhist-temple-frequented-djokovic-urgent-need-new-roof/
  38. Kale, Rupin (2020-09-11). "'How Djokovic is treated by the international media doesn't correspond with what he has achieved' – Serbian journalist". www.sportskeeda.com (ภาษาอังกฤษ).
  39. "Becker: Djokovic deserves more respect". ESPN.com (ภาษาอังกฤษ). 2019-07-15.
  40. "Djokovic deserves more respect - Becker". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-06-08.
  41. https://www.republicworld.com/sports-news/tennis-news/novak-djokovic-gets-a-special-birthday-wish.html
  42. https://www.tennisworldusa.org/tennis/news/Novak_Djokovic/62807/zlatan-ibrahimovic-opens-up-on-relationship-with-novak-djokovic/
  43. Gleeson, Scott. "Novak Djokovic breaks down at Australian Open center court remembering friend Kobe Bryant". USA TODAY (ภาษาอังกฤษ).
  44. "Novak Djokovic marries pregnant fiancée days after winning Wimbledon". For The Win (ภาษาอังกฤษ). 2014-07-10.
  45. "Novak Djokovic's wife gives birth to baby boy (Updated)". Washington Post (ภาษาอังกฤษ). ISSN 0190-8286. สืบค้นเมื่อ 2021-05-24.
  46. http://baseline.tennis.com/article/87040/novak-djokovic-australian-open-loves-dogs
  47. https://www.amazon.com/Serve-Win-Gluten-Free-Physical-Excellence/dp/0345548981
  48. "July 23, 2006: The day Novak Djokovic won the first title of his career". Tennis Majors (ภาษาอังกฤษ). 2020-07-23.
  49. "French Open 2007 | Sport | The Guardian". the Guardian (ภาษาอังกฤษ).
  50. "Djokovic battles to Aussie title" (ภาษาอังกฤษ). 2008-01-27. สืบค้นเมื่อ 2021-05-24.
  51. "Tennis: ATP Finals - London 2008 - results, fixtures - Scoreboard.com". www.scoreboard.com (ภาษาอังกฤษ).
  52. Tennis-X.com. "Djokovic, Team Goes Bald as Serbia Celebrates First Davis Cup Title [Video]" (ภาษาอังกฤษ).
  53. "Serbia wins its first Davis Cup". Tennis Australia (ภาษาอังกฤษ).
  54. Network, Simon Cambers for The Sport Collective, part of the Guardian Sport (2011-11-17). "Is Novak Djokovic's year the best ever in men's tennis? | Guardian Sport Network". the Guardian (ภาษาอังกฤษ).
  55. "Inspired Djokovic dethrones Nadal". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-05-24.
  56. "2012 | The great tennis match of all time?". ausopen.com (ภาษาอังกฤษ).
  57. "Djokovic to end year in top spot". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-05-25.
  58. "Djokovic hires Becker as head coach". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-05-25.
  59. "Roger Federer pulls out of ATP Tour Finals with back injury". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2014-11-16.
  60. "Novak Djokovic Chasing His Best Year Yet | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  61. "Novak Djokovic's 2015 season stakes claim to being best ever". Hindustan Times (ภาษาอังกฤษ). 2015-10-19.
  62. Eckstein, Jeremy. "Is Novak Djokovic's 2015 Season the Greatest in Men's Tennis History?". Bleacher Report (ภาษาอังกฤษ).
  63. "Players React To Novak Djokovic's Historic Win At Roland Garros | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  64. "Novak Djokovic and Boris Becker Split | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  65. "Novak Djokovic will miss the rest of 2017 season with elbow injury". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2017-07-26.
  66. "Djokovic Ends 2017 Season Due To Elbow Injury | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  67. Staff, Reuters (2018-02-03). "Djokovic undergoes surgery to cure troublesome elbow". Reuters (ภาษาจีน). สืบค้นเมื่อ 2021-05-25.
  68. "Djokovic beats Anderson to win Wimbledon". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-05-25.
  69. "Stats". Novak Djokovic (ภาษาอังกฤษ).
  70. "Djokovic Completes Remarkable Return To No. 1 | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  71. "Federer beats Djokovic to reach ATP semis". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-05-25.
  72. News, A. B. C. "Tennis champ Novak Djokovic tests positive for COVID-19, apologizes for holding tournament: 'We were wrong'". ABC News (ภาษาอังกฤษ).
  73. "Novak Djokovic tests positive for Covid-19 amid Adria Tour fiasco". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2020-06-23.
  74. "Stats: Novak Djokovic's 9th Australian Open crown, 18th Grand Slam and 82nd title". ESPN (ภาษาอังกฤษ). 2021-02-21.
  75. "Immersive Feature: How Djokovic Became The Longest-Reigning Champ In ATP History | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  76. "Djokovic fights back to win French Open". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-06-13.
  77. "2021 Wimbledon ATP Entry List with Djokovic, Medvedev and Federer (last update 17-06-21)". Tennisuptodate.com (ภาษาอังกฤษ). 2021-06-18.
  78. "Novak Djokovic Saves Set Point, Overcomes Denis Kudla Challenge At Wimbledon | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  79. Amako, Uche (2021-07-11). "Novak Djokovic wins his sixth Wimbledon title and a 20th Grand Slam with victory over Matteo Berrettini - live reaction". The Telegraph (ภาษาอังกฤษ). ISSN 0307-1235. สืบค้นเมื่อ 2021-07-11.
  80. "Stats: Djokovic ties Federer, Nadal's 20 Grand Slams with 6th Wimbledon title". ESPN.com (ภาษาอังกฤษ). 2021-07-11.
  81. "Djokovic wins Wimbledon for 20th Slam". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-07-11.
  82. "Tokyo 2020 Olympic Games - 'I've booked my flight' - Novak Djokovic confirms decision to compete at Olympics". Eurosport (ภาษาอังกฤษ). 2021-07-16.
  83. "Pablo Carreno Busta Upsets Novak Djokovic To Win Bronze In Tokyo | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  84. "Novak Djokovic Withdraws From Indian Wells | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  85. "Tennis Strategy: The Aggressive, The Defensive, The Serve-Volleyer and The All-Court". I AM SURVIVORDEAN (ภาษาอังกฤษ). 2009-11-10.
  86. Rao, Madhusudan G. "20 Most Athletic Players in Tennis History". Bleacher Report (ภาษาอังกฤษ).
  87. "First Serve Return Points Won | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  88. "The Buddhist temple that helps Djokovic maintain his winning ways". The Independent (ภาษาอังกฤษ). 2015-07-05.
  89. https://www.atptour.com/en/news/djokovic-serve-feature-march-2020
  90. Revolution, Health Fitness (2015-06-05). "Novak Djokovic Fittest Athlete in the World". Health Fitness Revolution (ภาษาอังกฤษ).
  91. ""Novak Djokovic Is One of the Best Athletes on the Planet Ever" - Dominic Thiem". EssentiallySports. 2020-06-03.
  92. Health, Men's (2015-09-11). "Is Novak Djokovic the fittest athlete of all time?". Men's Health (ภาษาอังกฤษ).
  93. "Novak Djokovic – The official website". Novak Djokovic (ภาษาอังกฤษ).
  94. "Tribute: Novak Djokovic, Serial Champion | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  95. Jun 13, Reuters /; 2021; Ist, 23:19. "FACTBOX: French Open champion Novak Djokovic | Tennis News - Times of India". The Times of India (ภาษาอังกฤษ).CS1 maint: numeric names: authors list (link)
  96. "Novak Djokovic Comeback Seals Historic Roland Garros Victory | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  97. "ATP News: Djokovic Extends Big Titles Lead With Second Career Golden Masters | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  98. "Novak Djokovic rallies to beat Stefanos Tsitsipas in epic French Open final". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2021-06-13.
  99. "Djokovic wins ninth Australian Open". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-06-14.
  100. "NOLE WINS HIS THIRD AUSTRALIAN OPEN CROWN IN HISTORIC MATCH!". Novak Djokovic (ภาษาอังกฤษ).
  101. "2021 Wimbledon: Novak Djokovic secures his 75th Wimbledon win". in.news.yahoo.com (ภาษาอังกฤษ).
  102. "Novak Djokovic wins ATP World Tour Finals for 4th consecutive time - GKToday". www.gktoday.in.
  103. "Djokovic Completes Career Golden Masters In Cincinnati | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  104. "Unstoppable Djokovic Claims Second Career Golden Masters at Western and Southern Open - Tennis Now". www.tennisnow.com.
  105. Tennis.com. "Djokovic tops Schwartzman in Rome for 36th Masters title and 31-1 mark". Tennis.com (ภาษาอังกฤษ).
  106. https://www.bangkokpost.com/world/2080639/djokovic-sets-all-time-record-for-weeks-at-world-no-1
  107. Arjun (2018-09-19). "7 Novak Djokovic records which may never be broken". www.sportskeeda.com (ภาษาอังกฤษ).
  108. "ATP: career prize money earnings of tennis players 2019". Statista (ภาษาอังกฤษ).
  109. https://www.tennisworldusa.org/tennis/news/Novak_Djokovic/97459/-rafael-nadal-s-greatest-rival-on-clay-is-still-novak-djokovic-says-toni-nadal/
  110. "Novak Djokovic Beats Rafael Nadal In Epic 2012 Australian Open Final | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  111. https://tv5.espn.com/tennis/story/_/id/31456209/rafael-nadal-wins-10th-italian-open-title-victory-long-rival-novak-djokovic
  112. https://bleacherreport.com/articles/2611194-the-evolution-of-the-roger-federer-vs-novak-djokovic-rivalry
  113. https://www.atptour.com/en/news/djokovic-federer-wimbledon-2019-final-match-analysis
  114. https://www.tennis.com/pro-game/2015/12/2011-djokovic-hits-return-heard-round-world-beat-federer/56983/
  115. https://www.theguardian.com/sport/2011/sep/11/us-open-2011-federer-djokovic
  116. "Andy Murray & Novak Djokovic: Childhood Friends Battling On The Big Stage | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  117. "Novak Djokovic VS Andy Murray | Head 2 Head | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  118. "Five finals, five defeats: Andy Murray's misery in Melbourne". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2016-01-31.
  119. https://novakdjokovic.com/en/
  120. น้ำใจงาม! ยอโควิช บริจาค 1 ล้านดอลลาร์ เยียวยาผู้เล่นตกรอบแรก ออสเตรเลียน โอเพ่น, สืบค้นเมื่อ 2021-06-09
  121. "'เฟด-นาดาล-ยอโควิช' ชวนนักเทนนิสตั้งกองทุนช่วยเหลือเพื่อนร่วมวงการที่ลำบากจากโควิด-19". THE STANDARD. 2020-04-20.
  122. Rovell, Darren (2012-05-22). "Sergio Tacchini, Djokovic Shockingly Part Ways". www.cnbc.com.
  123. "#61 Novak Djokovic". Forbes (ภาษาอังกฤษ).
  124. "Novak Djokovic Equipment & Clothing - Tennisnuts.com". www.tennisnuts.com.
  125. "2003 Prize Money". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2012-01-29.
  126. "2004 Prize Money". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2012-01-27.
  127. "2005 Prize Money". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2012-01-26.
  128. "2006 Prize Money". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2009-06-07.
  129. "2007 Prize Money". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2010-01-03.
  130. "2008 Prize Money". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2009-08-27.
  131. "2009 Prize Money". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2010-03-07.
  132. "2010 Prize Money". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2011-07-28.
  133. 133.0 133.1 "2011 Prize Money". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2013-02-01.
  134. "2013 Prize Money". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2014-03-21.
  135. "2014 Prize Money". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2011-01-10.