ข้ามไปเนื้อหา

เอริก การ์ซิอา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอริก การ์ซิอา
การ์ซิอากับบาร์เซโลนาในปี ค.ศ. 2022
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม เอริก การ์ซิอา มาร์เตรต[1]
วันเกิด (2001-01-09) 9 มกราคม ค.ศ. 2001 (25 ปี)[2]
สถานที่เกิด บาร์เซโลนา สเปน
ส่วนสูง 1.82 เมตร (6 ฟุต 0 นิ้ว)[3]
ตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็ก[4]
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
บาร์เซโลนา
หมายเลข 24
สโมสรเยาวชน
2008–2017 บาร์เซโลนา
2017–2018 แมนเชสเตอร์ซิตี
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2018–2021 แมนเชสเตอร์ซิตี 19 (0)
2021– บาร์เซโลนา 52 (1)
2023–2023 ฌิโรนา (ยืมตัว) 5 (1)
ทีมชาติ
2017 สเปน อายุไม่เกิน 16 ปี 9 (0)
2017–2018 สเปน อายุไม่เกิน 17 ปี 9 (0)
2019 สเปน อายุไม่เกิน 19 ปี 9 (0)
2019 สเปน อายุไม่เกิน 21 ปี 5 (0)
2021– สเปน อายุไม่เกิน 23 ปี 7 (0)
2020– สเปน 19 (0)
*นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 2023
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด
ณ วันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 2023

เอริก การ์ซิอา มาร์เตรต (สเปน: Eric García Martret; เกิด 9 มกราคม ค.ศ. 2001) เป็นนักฟุตบอลชาวสเปน ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กให้กับบาร์เซโลนา สโมสรในลาลิกา และทีมชาติสเปน

การ์ซิอาเริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลกับศูนย์ฝึกฟุตบอลลามาซิอา ก่อนที่จะย้ายสู่ทีมเยาวชนของแมนเชสเตอร์ซิตีเมื่ออายุ 17 ปี ก่อนที่จะลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2019 เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ชนะเลิศเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 2019 และคาราบาวคัพ 2020 ในฤดูกาลสุดท้ายของเขากับแมนฯ ซิตี เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และรองชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในเดือนมิถุนายน ค ศ. 2022 เขาเซ็นสัญญาโดยไม่มีค่าตัวเป็นเวลาห้าปีกับบาร์เซโลนา โดยมีค่าฉีกสัญญา 400 ล้านยูโร ก่อนถูกยืมตัวไปฌิโรนา ในปี ค.ศ. 2023

เขายังลงเล่นให้กับทีมชาติสเปนมาตั้งแต่ระดับเยาวชน เขาช่วยให้ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ชนะเลิศการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป เขามีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่เพื่อแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ในปี ค.ศ. 2021 ในเดือนถัดมาเขาช่วยให้ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ได้รับเหรียญเงินโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 ที่โตเกียว ในเดือนตุลาคม ปีเดียวกัน เขาพาทีมชุดใหญ่ได้รองชนะเลิศยูฟ่าเนชันส์ลีก และเป็นส่วนหนึ่งของสเปนในฟุตบอลโลก 2022

สโมสรอาชีพ

[แก้]

แมนเชสเตอร์ซิตี

[แก้]

การ์ซิอา เกิดในบาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน เขาเข้าร่วมศูนย์ฝึกฟุตบอลลามาซิอา ในปี ค.ศ. 2008 ก่อนที่จะย้ายไปทีมเยาวชนของแมนเชสเตอร์ซิตี ในปี ค.ศ. 2017[5] เขายังได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมของชุดอายุไม่เกิน 18 ปี และ 19 ปีในรายการยูฟ่ายูธลีก ในฤดูกาลแรกของเขากับแมนฯ ซิตี[6]

เขาได้เข้าร่วมกับทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในช่วงการไปปรีซีซันที่สหรัฐอเมริกา ในช่วงกลางปี ค.ศ. 2018[5] ก่อนที่ในวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 2018 การ์ซิอา ได้ลงเล่นนัดแรกกับแมนเชสเตอร์ซิตีชุดใหญ่ในนัดที่พวกเขาพบกับเลสเตอร์ซิตี ในรายการคาราบาวคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่คิงเพาเวอร์สเตเดียม[7] โดยเขาลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก คู่กับนิโกลัส โอตาเมนดี ในระบบ 4–3–3 โดยผลจบลงด้วยการเสมอกันด้วยคะแนน 1–1 ก่อนที่แมนฯ ซิตีจะเอาชนะไปในช่วงการดวลลูกโทษ[8] ก่อนที่ในวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 2019 การ์ซิอา เขามีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 2019 พบกับลิเวอร์พูล โดยแมนฯ ซิตี คว้าแชมป์ได้สำเร็จ หลังจากเอาชนะในช่วงการดวลลูกโทษ 5–4 หลังเสมอกันใน 90 นาที 1–1 นับเป็นการชนะเลิศครั้งแรกในระดับอาชีพของการ์ซิอา ในวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2019 เขาได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกครั้งแรก ในนัดที่พวกเขาเอาชนะวอตฟอร์ด จากการถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน โอตาเมนดี ในนาทีที่ 63 โดยทีมของเขาเอาชนะไปด้วยคะแนน 8–0[9]

ในวันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ. 2019. การ์ซิอา ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกครั้งแรก ในนัดเหย้ากับเชฟฟิลด์ยูไนเต็ด โดยทีมของเขาเอาชนะไปด้วยคะแนน 2–0[10] รวมถึง ในอีกสามวันถัดมากับเอฟเวอร์ตัน โดยแมนฯ ซิตี ชนะไปด้วยคะแนน 2–1[11]

ในวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2020 การ์ซฺอา ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมลีกกับอาร์เซนอลโดยแมนฯ ซิตี เอาชนะไปด้วยคะแนน 3–0 ในช่วงท้ายเกม การ์ซิอา ได้เข้าปะทะกับ แอแดร์ซง โมไรส์ ในตอนแรกทำให้เขาหมดสติ[12] การ์เซีย ได้รับการรักษาในสนามเป็นเวลานานก่อนที่จะถูกนำออกจากสนามและให้ออกซิเจน และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในทันที ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงแต่เขาก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในวันรุ่งขึ้น[13] ผู้จัดการทีม แป็ป กวาร์ดิออลา กล่าวในงานแถลงข่าวว่าการ์ซิอาได้รับการถูกกระทบกระแทก และคาดว่าเขาจะฟิตภายใน 10 วัน[14]

ในวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 2020 กวาดิโอลา ได้กล่าวในงานแถลงข่าวว่า การ์ซิอา ได้ปฏิเสธที่จะต่อสัญญาที่จะหมดลงในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2021[15]

บาร์เซโลนา

[แก้]

ในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2021 บาร์เซโลนา ได้เปิดตัวและเซ็นสัญญา การ์ซิอา เข้าร่วมทีมอย่างเป็นทางการโดยไม่มีค่าย้ายทีม โดยเซ็นสัญญาเป็นเวลา 5 ปี และมีค่าฉีกสัญญา 400 ล้านยูโร โดยสัญญาจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 เป็นต้นไปหลังจากสัญญาของเขากับแมนฯ ซิตี หมดลง[16] เขาได้ลงเล่นนัดแรกในวันที่ 15 สิงหาคม ในลาลิกานัดแรกของฤดูกาล ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กคู่กับฌาราร์ต ปิเก ช่วยให้ทีมเอาชนะเรอัลโซซิเอดัด 4–2 ที่กัมนอว์ ในนัดถัดมาในอีก 6 วันถัดมา ซึ่งพวกเขาเสมอกับอัตเลติกบิลบาโอ 1–1 ที่ซันมาเมส เขาได้รับใบแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 90+3 หลังการทำฟาล์วนิโก วิเลียมส์[17] ในวันที่ 29 กันยายน การ์ซิอา ถูกไล่ออกเป็นครั้งที่สองหลังจากได้รับใบเหลืองสองใบ ในนัดที่แพ้ต่อไบฟีกา 0–3 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม[18]

ในวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2022 เขาทำประตูแรกในระดับอาชีพได้ เป็นประตูที่สามที่ช่วยให้บาร์เซโลนาเอาชนะเซบิยา 0–3 ที่รามอน ซันเชซ ปิซฆวน จากแอสซิตส์เป็นประตูที่สองของฌูล กูนเด[19]

ระดับทีมชาติ

[แก้]

ระดับเยาวชน

[แก้]

เขาได้เป็นตัวแทนของทีมชาติสเปน ในระดับรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี[20]ในปี ค.ศ. 2017 เขายังเป็นตัวแทนของทีมรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ในชุดชนะเลิศการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ที่โครเอเชีย และรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่อินเดีย หลังแพ้ให้กับอังกฤษ ในรอบชิงชนะเลิศ 5–2 ในปีถัดมา เขายังเป็นกัปตันของทีมในการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ที่อังกฤษ เขาทำสองประตูได้ในรอบแบ่งกลุ่มกับเยอรมนี และเซอร์เบีย ก่อนจะแพ้ให้กับเบลเยียม ในรอบก่อนรองชนะเลิศ[21]ในปี ค.ศ. 2019 เขายังเป็นตัวแทนให้กับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ช่วยให้สเปนชนะเลิศการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ที่อาร์มีเนีย โดยเขาได้ลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กคู่กับอูโก กียามองครบทุกนาที[20] ในช่วงปลายปีเดียวกัน เขายังเป็นตัวแทนของทีมรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี 2021 รอบคัดเลือก ช่วยให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้สำเร็จ[22]

ทีมชุดใหญ่–โอลิมปิกฤดูร้อน

[แก้]

สถิติอาชีพ

[แก้]

สโมสร

[แก้]
ณ 12 ตุลาคม ค.ศ. 2021
การลงเล่น และทำประตู ในแต่ละฤดูกาล และการแข่งขัน
สโมสร ฤดูกาล ลีก เอฟเอคัพ อีเอฟแอลคัพ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก อื่น ๆ รวม
ลีกลงเล่นประตูลงเล่นประตูลงเล่นประตูลงเล่นประตูลงเล่นประตูลงเล่นประตู
แมนเชสเตอร์ซิตี 2018–19[23] พรีเมียร์ลีก 000030000030
2019–20[24] พรีเมียร์ลีก 13020302000200
2020–21[25] พรีเมียร์ลีก 60201030120
รวม 19040705000350
บาร์เซโลนา 2021–22[23] ลาลิกา 260109[a]000360
รวมทั้งหมด 450507014010720
  1. ลงเล่นสี่นัดในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ลงเล่นห้านัดในยูฟ่ายูโรปาลีก

ทีมชาติ

[แก้]
ณ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2022[26]
การลงเล่นและทำประตูในแต่ละทีมชาติและปี
ทีมชาติปีลงเล่นประตู
สเปน 202040
2021100
202230
รวม170

เกียรติประวัติ

[แก้]

แมนเชสเตอร์ซิตี

สเปน อายุไม่เกิน 17 ปี

สเปน อายุไม่เกิน 19 ปี

สเปน อายุไม่เกิน 23 ปี

สเปน

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Premier League clubs publish retained lists". Premier League. 7 June 2019. สืบค้นเมื่อ 29 October 2019.
  2. "Eric García: Overview". ESPN. สืบค้นเมื่อ 19 June 2020.
  3. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "PremProfile"
  4. "Eric García: Profile". worldfootball.net. HEIM:SPIEL. สืบค้นเมื่อ 19 June 2020.
  5. 1 2 "Ex-Barcelona jewel Eric Garcia lighting up Man City's pre-season". Goal.com. Perform Group. 26 July 2018. สืบค้นเมื่อ 26 July 2018.
  6. City, Manchester. "Eric Garcia". www.mancity.com. สืบค้นเมื่อ 2020-08-20.
  7. Pollard, Rob. "De Bruyne and Aguero start, Garcia makes debut". MCFC (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  8. Wallace, Sam; Hurrey, Adam (2018-12-18). "Aro Muric spares Raheem Sterling blushes as Man City beat Leicester on penalties to stay in hunt for quadruple". The Telegraph (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0307-1235. สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  9. Bevan, Chris (21 September 2019). "Man City 8–0 Watford: Pep Guardiola's side silence critics in emphatic style". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 22 September 2019.
  10. "Manchester City 2-0 Sheffield United: Sergio Aguero and Kevin de Bruyne score". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2019-12-28. สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  11. "Manchester City 2-1 Everton: Gabriel Jesus double sees off Toffees". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2019-12-31. สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  12. "Garcia injury mars near-perfect day for Manchester City against Arsenal | Goal.com UK". www.goal.com (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2020-06-17. สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  13. "Man City: Eric Garcia out of hospital after Ederson collision". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2020-06-17. สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  14. "Eric Garcia: Manchester City boss Pep Guardiola outlines 10-day recovery". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2020-06-19. สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  15. "Eric Garcia: Manchester City want £30m for Spanish defender". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2020-08-06. สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  16. "Eric Garcia is FC Barcelona's second signing". www.fcbarcelona.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  17. Roberts, Mike (22 August 2021). "Athletic Club 1-1 Barça: All square at San Mamés". FC Barcelona. สืบค้นเมื่อ 30 September 2021.
  18. Roberts, Mike (29 September 2021). "Benfica 3-0 FC Barcelona: Painful defeat in Lisbon". FC Barcelona. สืบค้นเมื่อ 30 September 2021.
  19. "Sevilla 0-3 FC Barcelona: Simply spectacular!". www.fcbarcelona.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  20. 1 2 "Eric García - National team". www.transfermarkt.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  21. Steven, Berghuis (2022-12-07). "GMNC". gmnc.marketing (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  22. "Eric García - National team". www.transfermarkt.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  23. 1 2 "Games played by Eric Garcia in 2018/2019". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 19 June 2020.
  24. "Games played by Eric Garcia in 2019/2020". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 19 June 2020.
  25. "Games played by Eric Garcia in 2020/2021". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 26 September 2020.
  26. "Eric García". EU-football.info. สืบค้นเมื่อ 3 April 2021.
  27. "Eric García Profile, News & Stats | Premier League". www.premierleague.com (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-06-19. สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  28. McNulty, Phil (1 March 2020). "Aston Villa 1–2 Manchester City". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 1 March 2020.
  29. Begley, Emlyn (4 August 2019). "Liverpool 1–1 Manchester City". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 4 August 2019.
  30. UEFA.com. "History: Man City 0-1 Chelsea: UEFA Champions League 2020/21 Final". UEFA.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  31. "Spain-England | Line-ups | UEFA Under-17 2017 Final". UEFA.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  32. "U-17 World Cup 2017 Group D: Squads of Brazil, Spain, DPR Korea and Niger | Goal.com US". www.goal.com (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2017-09-26. สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.
  33. "Portugal-Spain | UEFA Under-19 2019 Final". UEFA.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-02-01.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]