เปา ตอร์เรส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เปา ตอร์เรส
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม เปา ฟรันซิสโก ตอร์เรส
วันเกิด 16 มกราคม ค.ศ. 1997 (24 ปี)[1]
สถานที่เกิด บิยาร์เรอัล สเปน[1]
ส่วนสูง 1.92 ม.[1]
ตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็ก
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
บิยาร์เรอัล
หมายเลข 4
สโมสรเยาวชน
2002–2016 บิยาร์เรอัล
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2016 บิยาร์เรอัล เซ 1 (0)
2016–2018 บิยาร์เรอัล เบ 59 (2)
2017– บิยาร์เรอัล 69 (4)
2018–2019มาลากา 38 (1)
ทีมชาติ
2019 สเปน อายุไม่เกิน 21 ปี 1 (0)
2021– สเปน อายุไม่เกิน 21 ปี 7 (0)
2019– สเปน 15 (1)
เกียรติประวัติ
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2021
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 2021

เปา ฟรันซิสโก ตอร์เรส (สเปน: Pau Francisco Torres; เกิด 16 มกราคม ค.ศ. 1997) เป็นนักฟุตบอลชาวสเปน ปัจจุบันลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กให้กับสโมสรบิยาร์เรอัลและทีมชาติสเปน

สโมสรอาชีพ[แก้]

เปา ตอร์เรส เกิดในบิยาร์เรอัล จังหวัดกัสเตยอน แคว้นบาเลนเซีย เขาเข้าร่วมทีมเยาวชนของบิยาร์เรอัล สโมสรในบ้านเกิด เมื่ออายุเพียง 5 ปี ก่อนที่เมื่อเขาอายุ 19 ปี เขาจะถูกดันขึ้นสู่ทีมสำรองของสโมสรซึ่งขณะนั้นลงเล่นอยู่ในเซกุนดาดิบิซิออน เบ โดยเขาได้ลงเล่นครั้งแรกในวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 2016 ในนัดที่พวกเขาออกไปเยือนอูเอ กูร์นัลยา โดยทีมของเขาแพ้ด้วยคะแนน 1–0[2] ก่อนที่เขาจะทำประตูแรกได้ในวันที่ 8 ตุลาคม ปีเดียวกัน ในนัดเหย้ากับบาดาโลนา เป็นประตูขึ้นนำ 1–0 ก่อนที่จะจบลงด้วยการเสมอกัน 2–2[3] หลังจากเขาลงเล่น 17 นัดจาก 18 นัดแรกของฤดูกาลที่บิยาร์เรอัล เบ แข่งขัน ในวันที่ 20 ธันวาคม เขาได้ถูกเรียกตัวขึ้นไปลงเล่นกับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกมโกปาเดลเรย์ รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง กับเซเด โตเลโด โดยเขาถูกเปลี่ยนตัวลงเล่นแทนบิกตอร์ รุยซ์ ในนาทีที่ 80 โดยผลจบลงด้วยการเสมอกัน 1–1 รวมผลสองนัดชนะไปด้วยคะแนน 4–1[4] ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่เกิดในบิยาร์เรอัลที่ลงเล่นให้กับสโมสรเป็นคนแรกในรอบ 13 ปี[5] ในนัดถัดมาในอีก 21 วันถัดมา เขากลับไปลงเล่นกับทีมสำรองอีกครั้งและทำ 1 ประตู ช่วยให้ทีมเอาชนะอูเอ กูร์นัลยา 4–2 โดยเป็นประตูสุดท้ายของเขาที่ทำให้กับบิยาร์เรอัล เบได้ โดยตลอดฤดูกาลเขาลงเล่น 34 นัด จากที่บิยาร์เรอัล เบ แข่งขันทั้งหมด 38 นัด[6]

ในฤดูกาลถัดมา เขาได้ถูกเรียกติดทีมชุดใหญ่ตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลลาลิกา ก่อนที่จะได้ลงเล่นในนัดที่ 13 ของฤดูกาล ในวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 ในนัดที่พวกเขาแพ้ให้กับเซบิยา 2–3 จากการเปลี่ยนตัวลงมาแทนมานู ตริเกโรส ในนาทีที่ 84[7] ในอีก 10 วันถัดมา เขาได้ลงเล่นในยูฟ่ายูโรปาลีกเป็นครั้งแรก โดยเป็นเกมในรอบแบ่งกลุ่ม พบกับมัคคาบีเทลอาวีฟที่เอสตาดิโอเดลาเซรามิกา บิยาร์เรอัลแพ้ด้วยคะแนน 1–0[8] ตลอดฤดูกาลเขาลงเล่น 4 นัดให้กับทีมชุดใหญ่และอีก 31 นัดให้กับทีมสำรอง

ในวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 2018 เขาถูกยืมตัวให้ไปลงเล่นกับมาลากาในเซกุนดาดิบิซิออน[9] เขาได้ลงเล่นนัดแรกในวันที่ 18 สิงหาคม ในนัดเปิดฤดูกาลกับลูโก โดยยืนในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก คู่กับลุยส์ เอร์นันเดซ โดยได้ลงเล่นครบ 90 นาทีช่วยให้ทีมเอาชนะไปด้วยคะแนน 1–2[10] ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 เขาทำประตูแรกให้กับมาลากาได้ในเกมลีกนัดที่ 12 พบกับโอซาซูนาที่เอลซาดาร์ เป็นประตูขึ้นนำ 0–1 ก่อนที่สุดท้ายจะถูกแซงเอาชนะไป 2–1[11] โดยตลอดฤดูกาลในทุกรายการเขาพลาดการลงเล่นเพียง 5 นัด[12] ช่วยให้ทีมเข้าสู่รอบเพลย์-ออฟเลื่อนชั้น ก่อนที่จะแพ้ให้กับเดปอร์ติโบเดลาโกรุญญา ในรอบรองชนะเลิศ[13]

หลังหมดสัญญายืมตัวกลับมาลากา เปา ตอร์เรส ก็ได้ถูกเรียกกลับสู่บิยาร์เรอัล และได้เป็นสมาชิกของทีมชุดใหญ่อย่างเป็นทางการ ใน 20 นัดแรกที่บิยาร์เรอัลลงแข่งขันตัวเขาได้ลงเล่นครบทุกนาที[14] ในวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 2019 เขาได้ต่อสัญญากับทีมออกไปจนถึงปี ค.ศ. 2024[15] ในอีกสามวันถัดมา เขาสามารถทำประตูแรกในลาลิกาได้ในนัดที่ออกไปเยือนเซอา โอซาซูนา เป็นประตูขึ้นนำ 0–1 ในนาทีที่ 5 ก่อนที่ทีมของเขาจะแพ้ไปด้วยคะแนน 2–1[16] ตลอดฤดูกาลเขาลงเล่นในนัดอย่างเป็นทางการ 38 นัดจากที่บิยาร์เรอัลลงเล่น 45 นัด พร้อมกับทำ 2 ประตู[17]ช่วยให้ทีมจบลำดับที่ห้าบนตารางคะแนนลาลิกา ซึ่งจะได้สิทธิ์ลงเล่นยูฟ่ายูโรปาลีกในฤดูกาลถัดไป ในฤดูกาล 2020–21 เขายังคงยึดตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก คู่กับราอุล อัลบิโอลได้อย่างต่อเนื่อง[18] ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 2020 เขายังทำประตูให้กับบิยาร์เรอัลได้ในเกมลีกนัดที่ 8 กับเรอัลบายาโดลิด ช่วยให้ทีมเอาชนะไป 2–0[19] รวมถึงในวันที่ 13 ธันวาคม เขาทำประตูให้บิยาร์เรอัลขึ้นนำเรอัลเบติส 1–0 ที่เบนิโต บิยามาริน ก่อนที่จะถูกตีเสมอเป็น 1–1 และจบลงด้วยคะแนนนี้[20]ในวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 2021 เขายังทำประตูได้ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก พบกับดือนามอกือยิว ที่สนามโอลิมปิสกีเนชันแนลสปอตส์คอมเพล็กซ์ เป็นประตูขึ้้นนำ 1–0 ในนาทีที่ 30 ก่อนที่ทีมจะเอาชนะไป 2–0 รวมผลในนัดที่สองเป็น 4–0[21] หลังจากนั้น บิยาร์เรอัล ได้ผานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่กดัญสก์ ซึ่งเขาก็ได้ลงเล่นในนัดนี้โดยทั้งสองทีมได้เสมอกันใน 120 นาที 1–1 ทำให้ต้องดวลลูกโทษตัดสิน โดยเปา ตอร์เรสได้รับหน้าที่นี้เป็นคนที่ 10 หลังจาก 9 คนก่อนหน้านี้ของทั้งสองทีมทำเข้าประตูทั้งหมด ซึ่งเขาก็ทำประตูผ่านมือของดาบิด เด เฆอา เข้าไปสำเร็จเช่นกัน ก่อนที่ เด เฆอา จะดวลลูกโทษพลาด ทำให้บิยาร์เรอัลชนะในช่วงการดวลลูกโทษ 11–10[22]คว้าแชมป์รายการหลักเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร และเป็นแชมป์แรกในระดับอาชีพของเปา ตอร์เรส

ระดับทีมชาติ[แก้]

ตอร์เรส ได้รับการเรียกติดทีมชาติสเปนครั้งแรกในระดับรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี เพื่อแข่งขันกระชับมิตรกับโรมาเนีย และออสเตรีย โดยเขาได้ลงเล่นครบ 90 นาทีในเกมกับออสเตรียโดยทีมของเขาเอาชนะไปด้วยคะแนน 3–0 ซึ่งเป็นนัดเดียวของเขาที่ลงเล่นให้กับสเปนในระดับเยาวชน[23] ในวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 2019 โรเบิร์ต โมเรโน ได้เรียกเขาติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่เพื่อแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 กับนอร์เวย์และสวีเดน[24] เขาไม่ได้ลงเล่นในสองนัดนี้ ก่อนที่จะถูกเรียกตัวมาอีกรั้งในเดือนถัดมาเพื่อแข่งขันกับ มอลตาและโรมาเนีย โดยได้ลงเล่นในนัดกับมอลตาในวันที่ 15 พฤศจิกายน จากการเปลี่ยนตัวลงมาแทนเซร์ฆิโอ ราโมส ในนาทีที่ 61 และทำประตูได้ในนาทีต่อมาเป็นประตูขึ้นนำ 3–0 ดานิ โอลโม ยังทำประตูได้ในเกมแรกของเขาในเกมนี้ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่นักเตะทีมชาติสเปนทำประตูได้ในนัดแรกของเขาพร้อมกันสองประตูก่อนที่สเปนจะเอาชนะไป 7–0 ที่รามอนเดการ์รันซา ในวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2020 เขายังได้ลงเล่นเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงครั้งแรกในเกมยูฟ่าเนชันส์ลีก กับเยอรมนี โดยยืนตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กคู่กับเซร์ฆิโอ ราโมส โดยทั้งสองทีมเสมอกันไป 1–1[25]

ในวันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 2021 ลุยส์ เอนริเก ได้เรียกเปา ตอร์เรสเป็น 1 ใน 24 นักเตะทีมชาติสเปนเพื่อแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 รอบสุดท้าย[26]

เกียรติประวัติ[แก้]

บิยาร์เรอัล

ส่วนบุคคล

  • ทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลยูฟ่ายูโรปาลีก: 2020–21[28]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "Pau Torres". Eurosport. สืบค้นเมื่อ 12 January 2021.
  2. "El Villarreal B se estrenó con derrota en Cornellà con un solitario gol encajado en el minuto 91 (1–0)" [Villarreal B had losing debut in Cornellà with lone goal against in the 91st minute (1–0)] (ภาษาสเปน). Castellón Información. 21 August 2016. สืบค้นเมื่อ 18 December 2019.
  3. "Al Villarreal B le anulan dos goles legales ante un Badalona que el empató en el minuto 94 (2–2)" [Villarreal B have two legal goals disallowed against a Badalona who drew in the 94th minute (2–2)] (ภาษาสเปน). Castellón Información. 9 October 2016. สืบค้นเมื่อ 18 December 2019.
  4. Matilla, Alfredo (20 December 2016). "Pato evita la sorpresa del Toledo y Manolo, la goleada" [Pato avoids Toledo's surprise and Manolo, a rout]. Diario AS (ภาษาสเปน). สืบค้นเมื่อ 27 October 2017.
  5. "Pau Torres, primer futbolista nacido en Vila-real que debuta en 13 años" [Pau Torres, first footballer born in Villarreal who debuts in 13 years]. Sport (ภาษาสเปน). 22 December 2016. สืบค้นเมื่อ 27 October 2017.
  6. Pau Torres Transfermarkt DETAILED STATS สืบค้นเมื่อ 17 มิถุนายน ค.ศ. 2021
  7. "El Sevilla remonta dos goles y se lleva la victoria de Villarreal" [Sevilla come back from two goals and take win from Villarreal] (ภาษาสเปน). RTVE. 26 November 2017. สืบค้นเมื่อ 18 December 2019.
  8. "El Villarreal cierra con derrota un partido intrascendente" [Villarreal complete formality of a match with loss]. La Vanguardia (ภาษาสเปน). 7 December 2017. สืบค้นเมื่อ 19 December 2019.
  9. Puga, Manu (8 August 2018). "Pau Torres: "La oferta del Málaga CF era irrechazable"" [Pau Torres: "Málaga CF's offer could not be refused"]. La Opinión de Málaga (ภาษาสเปน). สืบค้นเมื่อ 9 August 2018.
  10. MALAGA 1:2 CF LUGO Transfermarkt สืบค้นเมื่อ 17 มิถุนายน ค.ศ. 2021
  11. MALAGA 1:2 OSASUNA Transfermarkt สืบค้นเมื่อ 17 มิถุนายน ค.ศ. 2021
  12. "Pau Torres volverá al Villarreal" [Pau Torres will return to Villarreal]. La Opinión de Málaga (ภาษาสเปน). 5 June 2019. สืบค้นเมื่อ 3 October 2019.
  13. Deportivo La Coruna 4 Malaga 2 espn June 16, 2019 สืบค้นเมื่อ 17 มิถุนายน ค.ศ. 2021
  14. "Pau Torres, entre los once que han disputado todos los minutos en Liga" [Pau Torres, amongst eleven who have played every minute in League]. La Vanguardia (ภาษาสเปน). 7 October 2019. สืบค้นเมื่อ 19 December 2019.
  15. "El Villarreal CF renueva a Pau hasta 2024" [Villarreal CF renew Pau until 2024] (ภาษาสเปน). Villarreal CF. 2 October 2019. สืบค้นเมื่อ 3 October 2019.
  16. McTear, Euan (5 October 2019). "Villarreal are the latest to suffer at El Sadar". Marca. สืบค้นเมื่อ 6 October 2019.
  17. #4 Pau Torres Transfermrkt สืบค้นเมื่อ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2021
  18. #4 Pau Torres Transfermarkt สืบค้นเมื่อ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2021
  19. https://www.espn.com/soccer/match?gameId=582130 Villarreal 2-0 Real Valladolid] espn November 3, 2020 สืบค้นเมื่อ June 19, 2021
  20. เรอัล เบติส VS. บียาร์เรอัล 1 - 1 soccerway.com 13/12/2020 สืบค้นเมื่อ 19/6/2021]
  21. Dynamo Kyiv-Villarreal | UEFA Europa League UEFA.com สืบค้นมื่อ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2021
  22. What Manchester United transfer target Pau Torres told David de Gea after final penalty miss manchestereveningnews เขียนโดย Daniel Murphy 2 JUN 2021 สืบค้นเมื่อ 18 JUN 2021
  23. #4 Pau Torres Transfermarkt สืบค้นเมื่อ 24 มิถุนายน ค.ศ. 2021
  24. Díaz, José Félix; Clancy, Conor (4 October 2019). "Reguilon, Pau Torres and Gerard Moreno named in Spain squad for first time". Marca. สืบค้นเมื่อ 6 October 2019.
  25. "Dani Olmo and Pau Torres make history in Spain stroll". Diario AS. 15 November 2019. สืบค้นเมื่อ 16 November 2019.
  26. Braidwood, Jamie (24 May 2021). "Euro 2020 news LIVE: Sergio Ramos left out of Spain squad plus latest before England announcement". The Independent. สืบค้นเมื่อ 24 May 2021.
  27. Stone, Simon (26 May 2021). "Villarreal 1–1 Manchester United". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 26 May 2021.
  28. "UEFA Europa League Squad of the Season 2020/21". UEFA. 28 May 2021. สืบค้นเมื่อ 30 May 2021.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]