เจ้าชายแอนดรูว์แห่งกรีซและเดนมาร์ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าชายแอนดรูว์แห่งกรีซและเดนมาร์ก
Prince Andrew of Greece.JPG
พระชายาเจ้าหญิงอลิซแห่งบัทเทินแบร์ค
พระบุตรเจ้าหญิงมาร์การีตาแห่งโฮเอินโลเออ-ลังเงินบวร์ค
มาร์เกรวีนเธโอโดราแห่งบาเดิน
แกรนด์ดัชเชสเซซีลีแห่งเฮ็สเซินและไรน์
เจ้าหญิงโซฟีแห่งฮันโนเฟอร์
เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ
ราชวงศ์กลึคส์บวร์ค
พระบิดาพระเจ้าจอร์จที่ 1 แห่งกรีซ
พระมารดาโอลกา คอนสแตนตินอฟนา แห่งรัสเซีย
ประสูติ2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1882(1882-02-02)
กรุงเอเธนส์, ราชอาณาจักรกรีซ
สิ้นพระชนม์3 ธันวาคม ค.ศ. 1944 (62 ปี)
มงเต-การ์โล ประเทศโมนาโก
ฝังพระศพสุสานหลวงเมืองตาตอย ตาตอย เอเธนส์ ประเทศกรีซ

เจ้าชายแอนดรูว์แห่งกรีซและเดนมาร์ก (อังกฤษ: Prince Andrew of Greece and Denmark กรีก: Ανδρέας; เดนมาร์ก: Andreas; 2 กุมภาพันธ์ [ตามปฎิทินเก่า: 21 มกราคม] ค.ศ. 1882 – 3 ธันวาคม ค.ศ. 1944) แห่งราชวงศ์ชเลสวิช-ฮ็อลชไตน์-เซอเนอร์ปอร์-กลึคส์บวร์ค เป็นพระราชบุตรองค์ที่เจ็ดและพระราชโอรสองค์ที่สี่ของพระเจ้าจอร์จที่ 1 แห่งกรีซ และโอลกา คอนสแตนตินอฟนา แห่งรัสเซีย พระองค์ทรงเป็นพระราชนัดดาชายของพระเจ้าคริสเตียนที่ 9 แห่งเดนมาร์ก และพระราชบิดาของเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระองค์ทรงเป็นเจ้าชายแห่งเดนมาร์กและกรีซตั้งแต่พระประสูติกาลโดยอาศัยการสืบเชื้อสายของพระราชบิดา

พระองค์ทรงเริ่มเข้าฝึกทหารตั้งแต่พระเยาว์วัย และได้รับหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่นายทหารในกองทัพกรีซ ตำแหน่งบังคับบัญชาการของพระองค์เป็นบทบาทหน้าที่ที่สำคัญมากกว่ากิตติมศักดิ์ และพระองค์ได้ปฏิบัติหน้าที่ในสงครามบอลข่าน ในปี ค.ศ. 1913 พระราชบิดาของพระองค์ทรงถูกลอบปลงพระชนม์และเจ้าชายคอนสแตนติน พระเชรษฐาองค์โตของพระองค์ทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ นโยบายการวางตัวเป็นกลางจากสงครามของพระมหากษัตริย์ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง นำไปสู่การสละราชสมบัติและราชวงศ์ส่วนใหญ่ รวมทั้งเจ้าชายแอนดรูว์ก็ถูกเนรเทศ เมื่อเหล่าราชวงศ์ได้เดินทางกลับมายังประเทศอีกครั้งในอีกไม่กี่ปีต่อมา เจ้าชายแอนดรูว์ได้รับตำแหน่งยศทหารเป็นพลตรี ในสงครามกรีซ-ตุรกี (ค.ศ. 1919-1922) แต่สงครามกลายเป็นสิ่งเลวร้ายสำหรับกรีซ และเจ้าชายแอนดรูว์ทรงถูกประณามว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสูญเสียดินแดนกรีก พระองค์ทรงถูกเนรเทศเป็นครั้งที่สองใน ค.ศ. 1922 และใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในฝรั่งเศส

ในปี ค.ศ. 1930 พระองค์ทรงเหินห่างจากพระชายา เจ้าหญิงอลิซแห่งบัทเทินแบร์ค ส่วนเจ้าชายฟิลิป พระโอรสองค์เดียวของพระองค์ ซึ่งทำหน้าที่รับใช้ในกองทัพเรือบริติชในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในขณะที่พระราชธิดาทั้งสี่ของพระองค์ได้อภิเษกสมรสกับชาวเยอรมัน ซึ่งมีสามคนที่มีความเกี่ยวข้องกับนาซี ด้วยเหตุผลที่ทรงพลัดพรากจากพระชายาและพระโอรสมาจากผลของสงคราม เจ้าชายแอนดรูว์ทรงสิ้นพระชนม์ในมงเต-การ์โล ใน ค.ศ. 1944 พระองค์ไม่เคยได้พบพระชายาและพระโอรสอีกเลย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1939

ประวัติ[แก้]

เจ้าชายแอนดรูว์ประสูติ ณ วัลทาโตอี ทางเหนือของกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1882[1] เป็นพระโอรสองค์ที่สี่ในพระเจ้าจอร์จที่ 1 แห่งกรีซ กับแกรนด์ดัชเชสโอลกา คอนสแตนตินอฟนา แห่งรัสเซีย เจ้าชายแอนดรูว์และพระบิดาทรงเป็นสมาชิกราชวงศ์ชเลสวิช-ฮ็อลชไตน์-เซอเนอร์ปอร์-กลึคส์บวร์ค จึงทรงมีสิทธิ์ในราชบัลลังก์กรีกและเดนมาร์ก แต่สิทธิ์ในฝั่งกรีกดีกว่าฝั่งเดนมาร์ก เจ้าชายแอนดรูว์ทรงตรัสภาษากรีก, เดนมาร์ก, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, อังกฤษ และรัสเซีย[2] พระองค์ไม่ยอมตรัสภาษาอื่นกับครอบครัวนอกจากภาษากรีก[3]

ครอบครัว[แก้]

เจ้าชายแอนดรูว์ทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงอลิซแห่งบัทเทินแบร์ค พระธิดาในหลุยส์ เมานท์แบ็ตเต็น มาร์ควิสที่ 1 แห่งมิลฟอร์ดฮาเวน และเจ้าหญิงวิกตอเรียแห่งเฮสส์และไรน์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2446 ทั้งคู่มีพระโอรสและธิดาดังนี้

พระนาม ประสูติ สิ้นพระชนม์ คู่สมรส บุตร
เจ้าหญิงมาร์การีตาแห่งกรีซและเดนมาร์ก 18 เมษายน 1905 24 เมษายน 1981 เจ้าชายก็อทฟรีทแห่งโฮเอินโลเออ-ลังเงินบวร์ค
เจ้าหญิงธีโอโดราแห่งกรีซและเดนมาร์ก 30 พฤษภาคม 1906 16 ตุลาคม 1969 แบร์โทลด์ มาร์คกราฟแห่งบาเดิน
เจ้าหญิงเซซีลีแห่งกรีซและเดนมาร์ก 22 มิถุนายน 1911 16 พฤศจิกายน 1937 เกออร์ค โดนาทุส แกรนด์ดยุกรัชทายาทแห่งเฮ็สเซิน
เจ้าหญิงโซฟีแห่งกรีซและเดนมาร์ก 26 มิถุนายน 1914 24 พฤศจิกายน 2001 เจ้าชายคริสทอฟแห่งเฮ็สเซิน (สิ้นพระชนม์ 1943)
เจ้าชายเกออร์ค วิลเฮ็ล์ม แห่งฮันโนเฟอร์
เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ 10 มิถุนายน 1921 9 เมษายน 2021 เอลิซาเบธที่ 2 สมเด็จพระราชินีนาถแห่งสหราชอาณาจักร บริเตนใหญ่ ไอร์แลนด์เหนือ และเครือจักรภพ

พงศาวลี[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Eade, Philip (2011). Prince Philip: The Turbulent Early Life of the Man Who Married Queen Elizabeth II (Kindle ed.). New York: Henry Holt. ISBN 0805095446.
  2. Brandreth, p. 49
  3. Vickers, p. 309