อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
แผนที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เน้นอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
แคบสุดในสยาม เมืองงามสามอ่าว ดูดาวที่หว้ากอ
ถิ่นก่อวีรกรรม ตำนานตาม่องล่าย
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
อักษรโรมัน Amphoe Mueang Prachuap Khiri Khan
จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 844.0 ตร.กม.
ประชากร 91,040 คน (พ.ศ. 2559)
ความหนาแน่น 107.86 คน/ตร.กม.
รหัสทางภูมิศาสตร์ 7701
รหัสไปรษณีย์ 77000,
77210 (เฉพาะตำบลบ่อนอกและหมู่ที่ 1, 4-10 ตำบลอ่าวน้อย)
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ถนนก้องเกียรติ ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77000
พิกัด 11°48′30″N 99°47′48″E / 11.80833°N 99.79667°E / 11.80833; 99.79667
หมายเลขโทรศัพท์ 0 3261 1153
หมายเลขโทรสาร 0 3261 1153

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

Thailand-narrowest251.JPG
ด่านสิงขร

เมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ประวัติ[แก้]

อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์เดิมในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีชื่อว่า "เมืองนารัง" หรือ "เมืองบางนางรม" ดังปรากฏในหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่าได้ลำดับชื่อหัวเมืองปักษ์ใต้ดังนี้ "เมืองปราณ เมืองชะอัง เมืองนารัง เมืองบางตะพาน" เมืองเหล่านี้ก็คือ อำเภอปราณบุรี อำเภอชะอำ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอบางสะพานในปัจจุบัน

หลังกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเมื่อปี พ.ศ. 2310 เมืองนารัง (บางนางรม) ก็เลิกร้างไป จนถึงสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเมืองบางนางรมขึ้นใหม่ที่ปากคลองบางนางรม แต่ที่ดินไม่เหมาะสมแก่การเพาะปลูก จึงย้ายที่ว่าการเมืองไปตั้งที่เมืองกุย ครั้นสมัยรัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2398 โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อจากเมืองกุยเป็น "เมืองประจวบคีรีขันธ์" โดยรวมเมืองกุย เมืองคลองวาฬ เมืองบางนางรมเข้าด้วยกัน โดยที่ตั้งเมืองยังคงตั้งอยู่ที่เมืองกุย (คืออำเภอกุยบุรีในปัจจุบัน)

ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ตั้งมณฑลราชบุรี ขึ้นในปี พ.ศ. 2438 เมืองประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นเมืองชั้นจัตวาขึ้นกับแขวงเมืองเพชรบุรีนั้นจึงได้รับจัดตั้งเป็น อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ สังกัดเมืองเพชรบุรี มณฑลราชบุรี

พ.ศ. 2441 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายที่ว่าการอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ มาตั้งอยู่ที่อ่าวเกาะหลัก ต่อมา วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการเหนือเกล้าให้รวมเอาอำเภอเมืองปราณบุรี อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธุ์ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอกำเนิดนพคุณ จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นเมืองชั้นจัตวามาก่อนเข้ารวมเป็นเมืองปราณบุรี (จังหวัดปราณบุรี) ตั้งที่ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์จึงได้แยกจากเมืองเพชรบุรีมาอยู่ในการปกครองของเมืองปราณบุรี เป็น อำเภอประจวบคีรีขันธ์ [1] ในสมัยรัชกาลที่ 6 โปรดให้เปลี่ยนชื่อเมืองปราณบุรีเป็น "เมืองประจวบคีรีขันธ์"[2] เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2458 อำเภอประจวบคีรีขันธ์จึงสังกัดเมืองประจวบคีรีขันธ์ (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) จนกระทั่งมีการเปลี่ยนชื่ออำเภอเป็น อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และมีการเปลี่ยนนามอำเภอตามชื่อตำบลที่ตั้งอำเภอคือ อำเภอเกาะหลัก ภายหลังได้เปลี่ยนกลับมาเป็น "อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์" จวบจนถึงปัจจุบัน

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

ตั้งอยู่กึ่งกลางของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 281 กิโลเมตร มีแนวชายแดนไทย-เมียนม่าร์ ยาวประมาณ 44 กิโลเมตร มีจุดผ่านแดน 1 แห่ง ได้แก่ ช่องด่านสิงขร หมู่ที่ 6 ตำบลคลองวาฬ ช่องที่แคบที่สุดของประเทศไทยกว้างประมาณ 11 กิโลเมตร อยู่ในเขตตำบลห้วยทราย

อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 6 ตำบล 63 หมู่บ้าน ได้แก่

1. ประจวบคีรีขันธ์ (Prachuap Khiri Khan) -
2. เกาะหลัก (Ko Lak) 11 หมู่บ้าน
3. คลองวาฬ (Khlong Wan) 9 หมู่บ้าน
4. ห้วยทราย (Huai Sai) 13 หมู่บ้าน
5. อ่าวน้อย (Ao Noi) 16 หมู่บ้าน
6. บ่อนอก (Bo Nok) 14 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลประจวบคีรีขันธ์ทั้งตำบล บางส่วนของตำบลเกาะหลัก และบางส่วนของตำบลอ่าวน้อย
  • เทศบาลตำบล กม.5 ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลอ่าวน้อย
  • เทศบาลตำบลคลองวาฬ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลคลองวาฬ
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหลัก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเกาะหลัก (นอกเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลคลองวาฬ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคลองวาฬ (นอกเขตเทศบาลตำบลคลองวาฬ)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทราย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยทรายทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวน้อย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอ่าวน้อย (นอกเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์และเทศบาลตำบล กม.5)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ่อนอกทั้งตำบล

ลักษณะภูมิประเทศ[แก้]

ลักษณะโดยทั่วไป ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความลาดเอียงจากทิศตะวันตก ซึ่งเป็นเทือกเขาตะนาวศรี อันเป็นเทือกเขากั้นระหว่างพรมแดนไทย กับพม่าลงสู่ด้านตะวันออก ซึ่งเป็นอ่าวไทย และมีเทือกเขาและภูเขากระจัดกระจายทั่วไป ทั้งบริเวณชายฝั่งทะเล และบริเวณส่วนกลางของพื้นที่จังหวัดซึ่งมีชายหาดและอ่าวที่สวยงามหลายแห่ง เช่น อ่าวประจวบฯ อ่าวมะนาวเป็นอ่าวที่ชายหาดรูปโค้งเสี้ยวพระจันทร์แต่งแต้มด้วยภูเขา ทิวเขา และเกาะแก่งต่าง ๆ ที่ผสมกลมกลืนกันตามธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ นอกจากนี้ยังมีเทือกเขาสลับซับซ้อน สมดังความหมายของชื่อจังหวัดที่แปลว่า “เมืองที่มีภูเขาเป็นหมู่ ๆ ยาวพืดทั่วไป” ซึ่งมีภูเขากระจัดกระจายทั่วไป ทั้งบริเวณชายฝั่งทะเล และบริเวณส่วนกลางของจังหวัด

พื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วย 6 ตำบล

1. ตำบลอ่าวน้อย คิดเป็นร้อยละ 40.28

2. ตำบลบ่อนอก คิดเป็นร้อยละ 22.39

3. ตำบลห้วยทราย คิดเป็นร้อยละ 13.63

4. ตำบลคลองวาฬ คิดเป็นร้อยละ 11.14

5. ตำบลเกาะหลัก คิดเป็นร้อยละ 10.90

6. ตำบลประจวบคีรีขันธ์ คิดเป็นร้อยละ 1.66

- พื้นที่ราบประมาณร้อยละ71

- เป็นภูเขาประมาณ ร้อยละ 28

- พื้นน้ำร้อยละ1

สภาพแหล่งน้ำ

แหล่งน้ำธรรมชาติส่วนใหญ่เป็นสายสั้น ๆ ที่เป็นอิสระแยกจากกันและไหลลงอ่าวไทยอยู่ในสภาพตื้นเขิน จะมีน้ำมากเฉพาะในช่วงฤดูฝน ส่วนในฤดูแล้งจะมีน้ำบ้างบางส่วน ซึ่งใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรได้บ้างเพียงส่วนน้อย แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่

- คลองบึง ยาวประมาณ 20 กิโลเมตร

- คลองบางนางรม ยาวประมาณ 40 กิโลเมตร

  • ซึ่งเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้แบ่งเมืองสามอ่าว ทั้งหมด 3 อ่าว
  • 1.อ่าวประจวบ หรือชื่อเต็มว่า อ่าวประจวบคีรีขันธ์ - ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ของตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีเขาช่องกระจก สะพานปลาสราญวิถี
  • 2.อ่าวมะนาว - ตั้งอยู่ในกองบิน 5 ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • 3.อ่าวน้อย - ตั้งอยู่ในตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ลักษณะภูมิอากาศ[แก้]

ลักษณะอากาศ โดยทั่วไปไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป ความชื้นอากาศปานกลาง เนื่องจากอยู่ใกล้ทะเล ในบางปีจะได้รับ อิทธิพลจากพายุโซนร้อน ซึ่งก่อตัวในทะเลจีน แล้วเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก กับมีความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาเป็นละลอก ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะฝนปริมาณมากในเดือนตุลาคม โดยปกติจะมีลมพัดผ่านทุกฤดูกาล ในฤดูหนาวจะพัดมาจากทางทิศเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ และเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้ในฤดูร้อน

ฤดูกาล อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ มี 3 ฤดู ได้แก่

1. ฤดูฝน จะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม จนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน เป็นระยะเวลาประมาณ 7เดือน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งลมนี้พัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย โดยฝนจะหนักในเดือนพฤษภาคม แล้วฝนจะทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายน และเดือนกรกฎาคมหลังจากนั้นฝนจะตกหนักในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนพฤศจิกายนมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,179 มิลลิเมตร

2. ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม ถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ในระยะนี้จะเป็นมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งลมนี้จะพัดมาจากบริเวณความกดอากาศสูงในทะเลจีนใต้ ซึ่งจะพัดเอาความร้อนขึ้นมา อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 25 องศาเซลเซียส

3. ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึง กลางเดือนพฤษภาคม โดยระยะนี้เป็นช่วงรอยต่อของฤดูลมมรสุมหลังจากสิ้นฤดูลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว อากาศจะเริ่มร้อน และมีอากาศร้อนที่สุดในเดือนเมษายน แต่ไม่ร้อนมากนักเนื่องจากภูมิประเทศเป็นคาบสมุทรอยู่ใกล้ทะเล กระแสลมและไอน้ำจากทะเลทำให้อากาศคลายร้อนลงไป อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 29 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิ

- เฉลี่ยตลอดทั้งปี 27 องศาเซลเซียส

- สูงสุดวัดได้ 39.3 องศาเซลเซียส

- ต่ำสุดวัดได้ 10.5 องศาเซลเซียส

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศ ตั้งเมืองปราณบุรี ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๒๓ ตอนที่ ๔๑ ประกาศ ณ วันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๙ หน้าที่ ๑๐๖๒
  2. ประกาศ เปลี่ยนนามเมืองปราณบุรี เป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๓๒ ตอนที่ ๐ ก ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ หน้าที่ ๑๗๖