ธรรมศาลายิว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก สุเหร่ายิว)
ศาลาธรรมยิวในเมืองทรานี
บทความนี้เกี่ยวข้องกับ
ศาสนายูดาห์

Symbol สถานีย่อย

Star of David.svg
พระเป็นเจ้า
อโดนาย (ยฮวฮ)
ศาสดา
โมเสส
คัมภีร์
คัมภีร์ทานัค (โทราห์ผู้เผยพระวจนะปรีชาญาณ) • คัมภีร์ทาลมุด
บุคคลสำคัญ
อับราฮัมอิสอัคยาโคบโมเสสอาโรนดาวิดซาโลมอนซาร่าห์รีเบคก้าราเชลลีอาห์
ประวัติ
ประวัติศาสนายูดาห์ :
วงศ์วานอิสราเอลแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ปัญหาชาวยิวเกตโตในทวีปยุโรปภายใต้การยึดครองของนาซีการต่อต้านยิว
นิกาย
ยูดาห์ออร์ทอดอกซ์ (HarediHasidicยูดาห์ออร์ทอดอกซ์ดั้งเดิม) • ยูดาห์อนุรักษนิยมยูดาห์ปฏิรูป
พิธีกรรม
สะบาโตปัสคาเซเดอร์
สังคมศาสนายูดาห์
ธรรมศาลายิวปฏิทินฮีบรูปุโรหิต (รับบีฟาริสีสะดูสี) • ชาวยิวศิลปะสัญลักษณ์
ดูเพิ่มเติม
ศาสนายูดาห์ในประเทศไทย
อภิธานศัพท์ศาสนายูดาห์
Category ดูหมวดหมู่

ในศาสนายูดาห์ ธรรมศาลา[1] (ศัพท์โปรเตสแตนต์) หรือ ศาลาธรรม[2] (ศัพท์โรมันคาทอลิก) (อังกฤษ: synagogue; กรีก: συναγωγή; หมายถึง การชุมนุมหรือรวมตัว) เป็นศาสนสถานที่ใช้รวมกลุ่มกันทำการอธิษฐาน ทว่าสำหรับชาวยิวแล้ว พวกเขาไม่จำเป็นต้องไปธรรมศาลาเพื่อประกอบพิธี หากรวมตัวได้ครบองค์ประชุม (Quorum) ที่ประกอบด้วยผู้ชายที่บรรลุนิติภาวะแล้วจำนวนสิบคน เรียกว่า "องค์คณะสิบ" หรือ "มินยัน" (Minyan) ก็สามารถประกอบพิธีได้

เมื่อก่อนไม่อนุญาตให้สตรีเป็นหนึ่งในองค์คณะสิบ แต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2001, ยิวอนุรักษ์นิกายอนุญาตให้สตรีเป็นหนึ่งในคณะมินยันได้[3]

ในชุมชนยิวปัจจุบัน ธรรมศาลาไม่ได้มีไว้สำหรับพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น เช่น สถานที่จัดเลี้ยง โรงเรียนสอนศาสนา ห้องสมุด ศูนย์รับเลี้ยงเด็กเวลากลางวัน และครัวโคเชอร์ (Kosher) ตามหลักมาตรฐานอาหารยิว

ประวัติของคำ[แก้]

ชาวอิสราเอลจะเรียกธรรมศาลายิวโดยใช้ภาษาฮีบรูว่า "bet knesset" หมายถึงสถานที่ชุมนุม ในขณะที่ชาวยิวอัชเคนาซิจะใช้ศัพท์ภาษายิดดิช ว่า "shul" ที่มีรากศัพท์เดียวกับคำว่า Schule ในภาษาเยอรมัน แปลว่าโรงเรียน ส่วนชาวยิวในสเปนหรือโปรตุเกสจะเรียกธรรมศาลาว่า "esnoga" ส่วนชาวยิวเปอร์เซียและคาไรต์จะใช้คำว่า "kenesa" ที่มีรากศัพท์มาจากภาษาแอราเมอิก ในขณะที่ชาวยิวที่พูดภาษาอาหรับจะเรียกธรรมศาลาว่า "knis"

ชาวยิวนิกายปฏิรูปและนิกายอนุรักษ์บางคนจะใช้คำว่า "temple"[4] คำว่า "synagogue" ในภาษากรีกดูจะครอบคลุมความหมายได้ทั้งหมด[5] และยังใช้ในภาษาอังกฤษ เยอรมัน และฝรั่งเศสด้วย

ประวัติ[แก้]

พลับพลาจำลองในทิมนาพาร์ก ประเทศอิสราเอล

แรกเริ่มเดิมที บรรพบุรุษของชาวยิวไม่เคยมีการสร้างโบสถ์หรือศาสนสถาน เวลาต้องการทำพิธีกรรมทางศาสนา ชาวฮีบรูจะรวมตัวกันใน "พลับพลา" หรือกระโจมนัดพบ (Tent of Meeting) ซึ่งภายในประดิษฐาน "หีบแห่งพันธสัญญา" ซึ่งภายในบรรจุแผ่นหินสองแผ่นที่จารึกบัญญัติ 10 ประการ

สมัยก่อน ไม่ว่าชาวยิวจะเดินทางไปที่แห่งหนใด พวกเขาจะแบกหีบดังกล่าวไปด้วยเสมอ เสมือนมีพระเจ้าใกล้ตัว ที่นอกจากทำให้อุ่นใจแล้ว ยังเป็นเครื่องเตือนสติไม่ให้ทำบาปด้วย คราใดที่หยุดพัก ชาวฮีบรูจะตั้งพลับพลาสำหรับหีบพันธสัญญา ที่แยกต่างหากจากที่พัก เพื่อใช้เป็นที่นัดพบและประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตลอดจนสวดมนต์ร่วมกัน

ในพระคัมภีร์กล่าวว่า พระเจ้าโซโลมอน กษัตริย์แห่งอิสราเอล เป็นผู้สร้างพระวิหารโซโลมอน (Solomon's Temple) ณ กรุงเยรูซาเล็ม ที่ถือกันว่าเป็นพระวิหารแห่งเยรูซาเล็มหลังแรก (The First Temple) ลักษณะคล้ายวิหารคานาอัน

หลังจากพระวิหารโซโลมอนถูกทำลาย ชาวยิวเริ่มสร้างสถานชุมนุมและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามแบบฉบับของตัวเอง และเรียนกขานว่าเป็น "สถานที่นมัสการ"[6]

อิทธิพลของศาสนายูดาห์ในสมัยเฮเลนนิสติค[แก้]

คำว่า "synagogue" มาจากภาษากรีกคอยเน (Koine Greek) ที่ใช้กันในหมู่ชาวยิวเฮเลนนิสติกทั่วยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ (มาซิโดเนีย เทรซ และทางตอนเหนือของกรีซ) รวมถึงฝั่งตะวันออกกลางและอัฟริกาเหนือ ลูกหลานของชาวยิวเฮเลนนิสติกที่อาศัยอยู่บนเกาะกรีก ซิลิเซีย อิสราเอลทางตอนเหนือ ซีเรียตะวันตกเฉียงเหนือและซีเรียตะวันออก ได้ร่วมกันสร้างธรรมศาลาขึ้นมาหลายแห่ง ที่โดดเด่นเห็นจะเป็นธรรมศาลาแห่งเดลอส (Delos Synagogue) และธรรมศาลาที่สร้างในเมืองแอนติออก อเล็กซานเดร็ตตา กาลิลี และดูร่า-ยูโรโปส

ทว่าเพราะในธรรมศาลาสมัยนั้นประดับประดาด้วยรูปปั้นของเทพปกรณัมกรีก และรูปเคารพตามคัมภีร์ไบเบิล ในช่วงแรกๆ จึงมักถูกเข้าใจผิด คิดว่าเป็นวิหารกรีก หรือโบสถ์ของกรีกนิกายออร์ธอด็อกซ์ และเมื่อสิ้นสุดยุคของพระวิหารที่สอง (Second Temple Era) นักบวชยิว ราไบ โยคานัน เบน ซาคาอิ (Yochanan ben Zakai) จึงมีดำริให้มีการสร้างธรรมศาลาขึ้นในทุกแห่งที่ชาวยิวอยู่รวมกันเป็นชุมชน

สถาปัตยกรรม[แก้]

แบบจำลองธรรมศาลายิวในเมืองไคฟง ณ พิพิธภัณฑ์ยิวพลัดถิ่น เทลอาวีฟ

ภายนอก[แก้]

แม้ธรรมศาลายิวจะกำหนดผังมาตรฐาน ทว่าไม่ได้กำหนดลักษณะเฉพาะของสถาปัตยกรรมภายนอกและภายใน ฉะนั้น ธรรมศาลายิวจึงมีการสร้างในหลากหลายรูปแบบ หากดูตามประวัติศาสตร์จะพบว่า ธรรมศาลายิวมักสร้างขึ้นตามรูปแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นในสมัยนั้น เช่น ธรรมศาลายิวในเมืองไคฟง ประเทศจีน มีลักษณะคล้ายเก๋งจีนในยุคนั้น

ช่วงแรกๆ ธรรมศาลายิวมักจำลองแบบจากวิหารของนิกายต่าง ๆ ในอาณาจักรโรมันตะวันออก ธรรมศาลาที่สร้างในยุคกลางของสเปนจึงมีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมมูเดฆาร์ (mudéjar) ในขณะที่ธรรมศาลาในบุดาเปสต์และปรากจะมีโครงสร้างแบบโกธิค

ในชุมชนยิวขนาดใหญ่มักมีการสร้างธรรมศาลาที่ทั้งใหญ่โตและอลังการ ที่ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งของชาวยิวยุคนั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่า พวกเขาได้รับการยอมรับเป็นพลเมืองที่มีศักดิ์และสิทธิ์เท่าเทียมผู้อื่น และด้วยความที่ไม่มีข้อบังคับในการสร้าง ธรรมศาลายิวในยุโรปและอเมริกาจึงมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ทั้งแบบโบราณ นีโอคลาสสิก นีโอไบแซนไทน์ สถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมาเนสก์ นีโอโกธิค ฯลฯ

ทว่าหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองแล้วธรรม ศาลายิวที่สร้างขึ้นใหม่นั้นจะสร้างตามสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เป็นหลัก

แท่นอ่านคัมภีร์โทราห์ ณ ธรรมศาลา Bialystoker นิวยอร์ก

ภายใน[แก้]

  • ทุกศาลาธรรมยิวต้องติดตั้งแท่นอ่านคัมภีร์โทราห์ (bimah) และโต๊ะสำหรับผู้นำสวด ส่วนในธรรมศาลายิวร่วมสมัยจะมีการตั้งแท่นเทศน์สำหรับรับไบด้วย

ในศาลาธรรมของชาวยิวเซฟาร์ดี โต๊ะสำหรับผู้นำสวดมักอยู่ตรงข้ามกับแท่นคัมภีร์ เพื่อเหลือพื้นที่ไว้สำหรับการทำพิธีนำคัมภีร์ออกจากหีบไปประดิษฐานบนแท่น

  • สถานที่ประดิษฐาน "หีบแห่งพันธสัญญา" หรือหีบพระโอวาท ลักษณะคล้ายห้องหรือตู้ภายในบรรจุม้วนคัมภีร์โทราห์ และต้องตั้งหันหน้าไปทางกรุงเยรูซาเล็มเสมอ ฉะนั้น ศาลาธรรมในซีกโลกตะวันตกจึงมักตั้งหันหน้ามาทางทิศตะวันออก ในขณะที่ศาลาธรรมทางตะวันออกของอิสราเอลจะหันไปทางทิศตะวันตก และในศาลาธรรมใหญ่มักมีการแขวนม่านประดับด้านหน้าหรือด้านในประตูเพื่อตกแต่งให้สวยงาม และเมื่อเริ่มสวด ชาวยิวจะนั่งหรือยืนหันหน้าไปทางหีบพระโอวาทเสมอ
  • คันประทีปทองคำ หรือบางแห่งจะใช้ตะเกียงไฟที่ไม่มีวันดับ (ner tamid หรือ "Eternal Light") เป็นสัญลักษณ์แทน "เมโนราห์" (Menorah) หรือเชิงเทียน 7 กิ่งประจำมหาวิหารในเยรูซาเล็มที่ไม่เคยดับ ซึ่งเดิมทีใช้เป็นสัญลักษณ์ของศาสนายูดาย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดาราแห่งเดวิด รูปดาว 6 แฉกอันเป็นตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ของกษัตริย์เดวิด[7]
  • ยิวนิกายออร์ธอด๊อกซ์จะไม่อนุญาตให้ติดตั้งรูปภาพหรือรูปปั้นมนุษย์ในศาลาธรรม เพราะถือว่าเป็นเสมือนรูปเคารพ

มหาธรรมศาลา[แก้]

ภายในมหาธรรมศาลาแห่งเบลซ์ ในกรุงเยรูซาเล็ม

ระหว่างช่วงศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 มักพบเห็นศาลาธรรมขนาดใหญ่ในชุมชนยิว โดยเฉพาะชุมชนยิวในยุโรป ที่ไม่เพียงกว้างขวางและรองรับผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมาก แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นการเปิดกว้างรับสังคมใหม่ของชาวยิวในสมัยนั้นด้วย

ศาลาธรรมที่สร้างในยุคนั้นไม่เพียงโอ่อ่าใหญ่โต แต่ยังอลังการ แม้แต่ในเมืองเล็กบางแห่ง ยังมีการสร้างศาลาธรรมที่งดงามไม่แพ้ศาลาธรรมในกรุงเวียนนาหรือนิวยอร์ก และมักตั้งชื่อนำหน้าว่า The Great Synagogue of... (มหาธรรมศาลาแห่ง...) หรือในรัสเซียจะใช้คำว่า The Choral Synagogue

มหาธรรมศาลาที่มีชื่อเสียง ได้แก่

  • ธรรมศาลายิวโปรตุเกส (Portuguese Synagogue) ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
  • มหาธรรมศาลาแห่งกรุงโรม (Great Synagogue of Rome) ประเทศอิตาลี
  • ธรรมศาลาใหม่ในกรุงเบอร์ลิน (The New Synagogue, Berlin) ประเทศเยอรมนี
  • ธรรมศาลาแห่งมอสโก (The Moscow Choral Synagogue) ประเทศรัสเซีย
  • ธรรมศาลาแห่งเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (The Grand Choral Synagogue) ประเทศรัสเซีย
  • ธรรมศาลาลีโอโพลชตัดเตอร์ (Leopoldstädter Tempel) ธรรมศาลาที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
  • มหาธรรมศาลาแห่งฟลอเรนซ์ (The Great Synagogue of Florence) ประเทศอิตาลี
  • มหาธรรมศาลาแห่งเปิลเซน (The Great Synagogue, Plzeň) สาธารณรัฐเช็ค
  • มหาธรรมศาลาแห่งวอร์ซอ (The Great Synagogue, Warsaw) ประเทศโปแลนด์
  • ธรรมศาลายิวออร์ธอดอกซ์ (Košice Orthodox Synagogue) ณ เมืองโคซีเช ประเทศสโลวาเกีย
  • ธรรมศาลาแห่งเมืองโนวิสาด (The Novi Sad Synagogue) ประเทศเซอร์เบีย
  • ธรรมศาลาแห่งเซเกด (The Szeged Synagogue) ประเทศฮังการี
  • ธรรมศาลาแห่งโซเฟีย (The Sofia Synagogue) ประเทศบัลแกเรีย
  • ธรรมศาลาแห่งกรุงออราน ( The Great Synagogue of Oran) ประเทศอัลจีเรีย
  • ธรรมศาลาแห่งซิดนีย์ (The Great Synagogue, Sydney) ประเทศออสเตรเลีย

ธรรมศาลายิวที่ใหญ่ที่สุดในโลก[แก้]

ธรรมศาลายิวใหม่ในกรุงเบอร์ลิน
  • ธรรมศาลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกน่าจะเป็น ธรรมศาลาของชาวยิวซัทมาร์ ฮาซิดิม (Satmar Hasidism) ในชุมชนเกียร์เยียส โจเอล (Kiryas Joel) นิวยอร์ก ที่อ้างว่าสามารถรองรับได้ถึง 6,500 - 7,000 คน[8]
  • ธรรมศาลาที่มีขนาดใหญ่รองลงมาได้แก่ มหาธรรมศาลาแห่งเมืองเบลซ์ (The Belz Great Synagogue) ณ กรุงเยรูซาเล็ม ประเทศอิสราเอล ที่รองรับสาธุชนได้ราวหกพัน
  • ธรรมศาลาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป คือธรรมศาลาที่สร้างขึ้นใหม่ ณ ศูนย์บรัตสลาฟ ในบริเวณสุสานของนักบวชยิว รับบี นาห์มันแห่งบรัตสลาฟ ประเทศยูเครน ที่รองรับสาธุชนได้ถึงหกพันราย[9]
  • ธรรมศาลา Congregation Shaare Zion ของชาวยิวเซฟาร์ดี นิกายออร์ธอดอกซ์ ตั้งอยู่ในย่านบรุกลิน นิวยอร์ก เป็นธรรมศาลาที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ ถือว่าเป็นสถานที่ชุมนุมของชาวยิวซีเรียในสหรัฐอเมริกา
  • มหาธรรมศาลาบนถนนโดฮาย (Dohány Street Synagogue) หรือธรรมศาลาแห่งบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี รองรับได้สามพันคน บนพื้นที่ 1,200 ตารางเมตร
  • Kehilas Yetev Lev D'Satmar ธรรมศาลาของยิวฮาซาดิมในย่านบรุกลิน รองรับผู้คนได้ประมาณ 2,000 - 4,000 ราย
  • ธรรมศาลาใหม่แห่งกรุงเบอร์ลิน (The New Synagogue, Berlin) ประเทศเยอรมนี รองรับได้ 3,200 คน
  • ธรรมศาลา Temple Emanu-El of New York ของชาวยิวนิกายปฏิรูป ตั้งอยู่ในนิวยอร์กซิตี้ ครอบคลุมพื้นที่ 3,523 ตารางเมตร และรองรับผู้คนได้ราว 2,500 คน
  • มหาธรรมศาลาแห่งเปิลเซน (The Great Synagogue, Plzeň) สาธารณรัฐเช็ค มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สองในยุโรป รองรับผู้คนได้กว่า 2000 รายบนพื้นที่กว่า 1,680 ตารางเมตร
  • The Wilshire Boulevard Temple ในเมืองลอสแอนเจลิส จุได้ 1,850 คน
  • มหาธรรมศาลาแห่งกรุงเยรูซาเล็ม (Great Synagogue, Jerusalem) ณ กรุงเยรูซาเล็ม ประเทศอิสราเอล รองรับได้ 1,400 คน
  • Temple Emanu-El ธรรมศาลาเก่าแก่ในไมอามี่ รัฐฟลอริดา จุได้ราว 1,400 คน
  • ธรรมศาลาแห่งเมืองเซเกด ( The Szeged Synagogue) ประเทศฮังการี จุได้ราว 1,340 คน สูง 48.5 เมตร
  • ธรรมศาลายิวเคเอเอ็ม ( The KAM Isaiah Israel) ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ จุได้ 1,300 คน
  • ธรรมศาลาแห่งเมืองโซเฟีย ( The Sofia Synagogue) ประเทศบัลแกเรีย จุได้ราว 1,200 คน
  • ธรรมศาลาใหญ่แห่งเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (The Grand Choral Synagogue) ประเทศรัสเซีย จุได้ราว 1,200 คน
  • Shaarei Shomayim Synagogue ในเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา จุได้ 1,040 คน
  • The Caulfield Shule ในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย จุได้มากกว่า 1,500 คน

ธรรมศาลายิวที่เก่าแก่ที่สุดในโลก[แก้]

ธรรมศาลาแห่งเมืองโบราณซาร์ดีส ประเทศตุรกี ตั้งอยู่ในบริเวณโรงอาบน้ำสาธารณะ
  • ศาลาธรรมยิวที่เก่าแก่ที่สุด คือ ศาลาธรรมแห่งเดลอสของซามาริตัน (กรีกโบราณ) สร้างราว 150 - 128 ปีก่อนคริสตกาล (หรืออาจเก่ากว่านั้น) ตั้งอยู่บนเกาะเดลอสในทะเลอีเจียน ประเทศกรีก[10]
  • ศาลาธรรมแห่งเมืองเยริโค (Jericho) ศาลาธรรมที่เก่าแก่ที่สุดของชาวยิว สร้างราว 70-50 ก่อนคริสตกาล ภายในพระราชวังฤดูหนาวใกล้เมืองเยริโค ในเขตเวสต์แบงก์ ดินแดนปาเลสไตน์[11]
  • ศิลาจารึกบัญญัติสิบประการของชาวยิวที่เก่าแก่ที่สุด ราวศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ถูกค้นพบในประเทศอียิปต์ ตอนกลางและตอนล่าง[12]
  • ราวศตวรรษที่ 2-3 ค้นพบซากศาลาธรรมยิวในเมืองดูร่า-ยูโรโปส ประเทศซีเรีย ที่ยังคงสภาพดีกว่าศาลาธรรมอื่นที่เก่าแก่กว่า
  • The Paradesi Synagogue ศาลาธรรมยิวเก่าแก่ที่สุดที่พบในเครือจักรภพแห่งประชาชาติ ตั้งอยู่ที่เมืองโคชิ รัฐเกรละ ประเทศอินเดีย ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1568 โดยชาวยิวเมืองโคชิน คำว่า Paradesi ในภาษาอินเดียหมายถึง "ต่างแดน" ตามประวัติศาสตร์แล้ว คำนี้ใช้เรียกชาวยิวผิวขาว ที่เป็นลูกผสมระหว่างชาวยิวพื้นเมืองในรัฐเกรละกับชาวตะวันออกกลางและชาวยุโรปพลัดถิ่น ศาลาธรรมยิวแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า ที่รู้จักกันดีว่า "ย่านยิว" และเป็นหนึ่งในศาลาธรรมเจ็ดแห่งในละแวกนั้นที่ยังคงเปิดทำการจนถึงปัจจุบัน
  • ศาลาธรรมยิวในกรุงปราก เป็นศาลาธรรมยิวเก่าแก่ที่สุดในโลก (และแน่นอนว่าในยุโรปด้วย) ที่ยังคงเปิดทำการอยู่จนถึงปัจจุบัน
  • Jew's Court ณ นครลิงคอล์น ประเทศอังกฤษ เป็นศาลาธรรมยิวที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองของยุโรปที่ยังคงใช้การอยู่
  • Kahal Zur Israel หรือ ศิลาแห่งอิสราเอล ตั้งอยู่ ณ เมืองเรซิเฟ่ ประเทศบราซิล เป็นศาลาธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา

อัลบั้มภาพธรรมศาลายิว[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011. กรุงเทพฯ : สมาคมพระคริสตธรรมไทย, 2011. 2,695 หน้า. ISBN 978-616-721-871-7
  2. พระคัมภีร์คาทอลิก ฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพฯ : คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์, 2014. 2495 หน้า. ISBN 978-616-361-361-5
  3. [Women can count in minyans, lead services at Beth Israel]
  4. ตัวอย่างการใช้คำว่า temple ในศาสนายิว
  5. "Judaism 101: Synagogues, Shuls and Temples". Jewfaq.org. 
  6. "DF404 ศาสนศึกษา บทที่ 11 ศาสนายิว". สถานที่ทำพิธีกรรมและนักบวช. หนังสือเรียน+สื่อประกอบการเรียน มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย. 
  7. "DF404 ศาสนศึกษา บทที่ 11 ศาสนายิว". สัญลักษณ์ของศาสนา. หนังสือเรียน+สื่อประกอบการเรียน มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย. 
  8. "Jewish Professionals Institute (JPI) - Holocaust Thesis Chapter 7". JPI. สืบค้นเมื่อ 2012-08-29. 
  9. "Synagogue of the Ukraine, Update Summer 1999". Breslov.com. 1999-06-08. สืบค้นเมื่อ 2012-08-29. 
  10. "Delos". Pohick.org. สืบค้นเมื่อ 2012-08-29. 
  11. "Jericho". Pohick.org. 1998-03-29. สืบค้นเมื่อ 2012-08-29. 
  12. Pohick.org, Egypt