ชาวยิวอัชเคนาซิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ชาวยิวอัชเคนาซิ
(יהודי אשכנז Yehudei Ashkenaz)
Heinrich Heine-Oppenheim.jpgBYwork-cropped.jpgAlbert Einstein Head.jpgSigmund Freud LIFE.jpgGeorge Gershwin 1937.jpg
John von Neumann ID badge.pngGustav-Mahler-Kohut.jpgGaon-V.jpgLeonard Bernstein 1971.jpgMax Born.jpg
Kafka portrait.jpgNoether.jpgTheodore Herzl.jpgRashi woodcut.jpgMendelssohn Bartholdy.jpg
ประชากรทั้งหมด
8,[1]–11.2[2] ล้านคน
ภูมิภาคที่มีประชากรอย่างสำคัญ
 สหรัฐ~6,000,000
 อิสราเอล2,817,000
 รัสเซีย500,000
 อาร์เจนตินา300,000
 สหราชอาณาจักร~ 260,000
 แคนาดา~ 240,000
 ฝรั่งเศส200,000
 เยอรมนี200,000
 ยูเครน150,000
 ออสเตรเลีย120,000
 แอฟริกาใต้80,000
 เบลารุส80,000
 ฮังการี75,000
 ชิลี70,000
 เนเธอร์แลนด์30,000
 มอลโดวา30,000
 โปแลนด์25,000
 เม็กซิโก18,500
 สวีเดน18,000
 ลัตเวีย10,000
 ออสเตรีย9,000
 นิวซีแลนด์5,000
 ลิทัวเนีย4,000
 เช็กเกีย3,000
 สโลวาเกีย3,000
 เอสโตเนีย1,000
 อาเซอร์ไบจาน4,300
ภาษา
ในประวัติศาสตร์: ภาษายิดดิช ภาษาฮีบรูอาซเกนาซี
ปัจจุบัน: ภาษาท้องถิ่น, ส่วนใหญ่: อังกฤษ, ฮิบรู, รัสเซีย
ศาสนา
ศาสนายูดาย
กลุ่มชาติพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง
ชาวยิวเซฟาร์ดี, ชาวยิวมิซราฮิ และชายยิวกลุ่มอื่นๆ

ชาวยิวอัชเคนาซิ หรือ ชาวยิวแห่งอัชเคนาซ (ฮีบรู: יְהוּדֵי אַשְׁכֲּנָז หรือ אַשְׁכֲּנָזִים‎, อังกฤษ: Ashkenazi Jews หรือ Ashkenazic Jews หรือ Ashkenazim) คือชาวยิวที่สืบเชื้อสายมาจากชาวยิวที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในลุ่มแม่น้ำไรน์แลนด์ทางตะวันตกของเยอรมนีและตอนเหนือของฝรั่งเศสในยุคกลาง คำว่า "Ashkenaz" เป็นชื่อภาษาฮิบรูสมัยกลางของภูมิภาคที่ในปัจจุบันครอบคลุมประเทศเยอรมนี และบริเวณที่มีชายแดนติดต่อที่พูดภาษาเยอรมัน นอกจากนั้นอัชเคนาซก็ยังเป็นประมุขจาเฟติคที่สืบเชื้อสายมาจากลูกหลานของโนอาห์ (Table of Nations) ฉะนั้น "อัชเคนาซิม" หรือ "อัชเคนาซิยิว" ก็คือ "ชาวยิวเยอรมัน"

ต่อมาชาวยิวอัชเคนาซิก็อพยพไปทางตะวันออก ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณที่ไม่ได้พูดภาษาเยอรมันที่รวมทั้งฮังการี โปแลนด์ ลิทัวเนีย รัสเซีย ยุโรปตะวันออก และ ภูมิภาคอื่นๆ ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 10 ถึง 19 ภาษาที่นำติดตัวไปก็คือภาษายิดดิช ซึ่งเป็นภาษากลุ่มเจอร์แมนิกของชาวยิว ที่ตั้งแต่ยุคกลางมาเป็น "ภาษากลาง" ในหมู่ชาวยิวอัชเคนาซิ นอกจากนั้นก็มีบ้างที่พูดภาษายิว-ฝรั่งเศส หรือ ภาษาซาร์ฟาติค (Zarphatic) และ ภาษากลุ่มสลาฟ-ที่มีพื้นฐานมาจากภาษาคนานิค (ภาษายิว-เช็ก) ชาวยิวอัชเคนาซิวิวัฒนาการวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่ผสานเอาวัฒนธรรมของชนในท้องถิ่นที่ตั้งถิ่นฐานในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกเข้ามาด้วย

แม้ว่าในคริสต์ศตวรรษที่ 11 ชาวยิวอัชเคนาซิจะเป็นจำนวนเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ของประชากรชาวยิวทั้งโลก แต่เมื่อมาถึงปี ค.ศ. 1931 จำนวนก็สูงขึ้นถึง 92 เปอร์เซ็นต์ และในปัจจุบันเป็นจำนวนประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของชาวยิวทั่วโลก[3] ชุมชนชาวยิวที่มีประวัติยืดยาวในยุโรปจะเป็นชาวยิวอัชเคนาซินอกจากกลุ่มที่มีควาสัมพันธ์กับบริเวณเมดิเตอเรเนียน ชาวยิวส่วนใหญ่ที่อพยพจากยุโรปไปยังทวีปอื่นในสองร้อยปีที่ผ่านมาก็เช่นกัน โดยเฉพาะการอพยพไปตั้งถิ่นฐานในสหรัฐอเมริกา ที่ชาวยิวส่วนใหญ่ในบรรดาชาวยิวอเมริกัน 5.3 ล้านคนเป็นชาวยิวอัชเคนาซิ[4] ซึ่งทำให้เป็นชาวยิวอัชเคนาซิกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก

นิยาม[แก้]

นิยามของความเป็นชาวยิวยังไม่เป็นที่ตกลงกันโดยทั่วไป—ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางศาสนาจากนิกายต่างๆ หรือ ในบริบทของการเมือง หรือแม้แต่โดยทั่วไป ซึ่งการเป็นยิวอาจจะกล่าวอย่างง่ายๆ ว่าเป็นทั้งทางศาสนาและทางโลก หรือ ทางศาสนาแต่อย่างเดียว ซึ่งทำให้เป็นการยากที่จะระบุนิยามของชาวยิวอัชเคนาซิ เพราะชาวยิวอัชเคนาซิได้รับการตีความหมายเป็นหลายอย่างโดยศาสนา วัฒนธรรม และ ชาติพันธุ์เป็นเครื่องวัด แต่ชาวยิวอัชเคนาซิส่วนใหญ่ในปัจจุบันมิได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในยุโรปตะวันออกแล้ว ฉะนั้นลักษณะทางวัฒนธรรมและการปฏบัติทางศาสนาที่เคยเป็นลักษณะเฉพาะเพราะตำแหน่งที่ตั้งถิ่นฐานที่ใกล้เคียงกันก็เริ่มเลือนหายไป นอกจากนั้นคำว่า "อัชเคนาซิ" ก็ยังนำไปใช้ในบริบทที่นอกไปจากการใช้กันมาก่อน โดยเฉพาะในอิสราเอล ตามหลักของปรัชญาออร์ธอด็อกซ์แล้วผู้ที่จะเป็นยิวได้ก็เมื่อมีแม่เป็นยิว หรือ เปลี่ยนศาสนามานับถือศาสนายูดาย ซึ่งทำให้ตีความหมายได้ว่าผู้หนึ่งอาจจะเป็นอัชเคนาซิแต่ไม่ได้เป็นยิวตามการตีความหมายของกลุ่มชาวยิวบางกลุ่ม ซึ่งทำให้การใช้คำว่า "อัชเคนาซิ" ตีความหมายได้ว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่วิวัฒนาการมาจากการดำรงชีวิตตามหลักศาสนายูดายในยุโรป

อ้างอิง[แก้]

  1. Behar, Doron M. (2006). "The Matrilineal Ancestry of Ashkenazi Jewry: Portrait of a Recent Founder Event" (PDF). The American Journal of Human Genetics. 78 (3): 487–97. doi:10.1086/500307. PMID 16404693. สืบค้นเมื่อ 2008-12-30. Unknown parameter |coauthors= ignored (|author= suggested) (help); Unknown parameter |month= ignored (help)
  2. John Hopkins Gazette, September 8, 1997.
  3. Elazar, Daniel J. "Can Sephardic Judaism be Reconstructed?". Jerusalem Center for Public Affairs. สืบค้นเมื่อ 2006-05-24.
  4. Pfeffer, Anshel. "Jewish Agency: 13.2 million Jews worldwide on eve of Rosh Hashanah, 5768". Haaretz Daily Newspaper Israel. สืบค้นเมื่อ 2007-09-13.

บรรณานุกรม[แก้]

  • Goldberg, Harvey E. (2001). The Life of Judaism. University of California Press. ISBN 0-520-21267-3.
  • Silberstein, Laurence (2000). Mapping Jewish Identities. New York University Press. ISBN 0-8147-9769-5.
  • Wettstein, Howard (2002). Diasporas and Exiles: Varieties of Jewish Identity. University of California Press. ISBN 0-520-22864-2.
  • Wex, Michael (2005). Born to Kvetch: Yiddish Language and Culture in All Its Moods. St. Martin's Press. ISBN 0-312-30741-1.
  • Beider, Alexander (2001) : A Dictionary of Ashkenazic Given Names: Their Origins, Structure, Pronunciations, and Migrations. Avotaynu. ISBN 1-886223-12-2.
  • Biale, David (2002) : Cultures of the Jews: A New History. Schoken Books. ISBN 0-8052-4131-0
  • Brook, Kevin Alan (2003) : "The Origins of East European Jews" in Russian History/Histoire Russe vol. 30, nos. 1-2, pp. 1–22.
  • Gross, N. (1975) : Economic History of the Jews. Schocken Books, New York.
  • Haumann, Heiko (2001) : A History of East European Jews. Central European University Press. ISBN 963-9241-26-1.
  • Lewis, Bernard (1984) : The Jews of Islam. Princeton University Press. ISBN 0-691-05419-3
  • Vital, David (1999) : A People Apart: A History of the Jews in Europe. Oxford University Press. ISBN 0-19-821980-6

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]