พระสุมังคลสัมพุทธเจ้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พระสุมังคลสัมพุทธเจ้าปรากฏในเรื่อง อนาคตวงศ์[1] ครั้นเมื่อศาสนาของพระติสสะสัมพุทธเจ้าเสื่อมในมัณฑกัปป์เดียวกันนี้จะมีพระพุทธเจ้า องค์ถัดไป ชื่อว่า พระสุมังคลสัมพุทธเจ้า โดยพระโพธิสัตว์ในสมัยของพระโคตมพุทธเจ้าได้เสวยพระชาติเป็น ช้างปาลิไลยกะ

พระประวัติ[แก้]

พระองค์ได้บำเพ็ญบารมี 30 ทัศน์มาอย่างยิ่งยวด โดยมีปรมัตถบารมีหนึ่งย้อนไปในสมัยภัทรกัปป์ ปัจจุบันของเรานี้ พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามว่า พระเจ้ามหาปนาทบรมจักร มีแก้ว 7 ประการได้แก่ นางแก้ว แก้วมณี จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว ปรินายกแก้ว คฤหบดีแก้ว ปกครองทวีปใหญ่ทั้ง 4 มีทวีปเล็กๆอีก 2000 เป็นบริวาร ล่วงมาถึงจนพระกกุสันธพุทธเจ้าได้ตรัสรู้[2]

พระโพธิสัตว์จึงสั่งจักรแก้วไปเอาดวงแก้วมณีที่ท้องมหาสมุทร จักรแก้วก็นำแก้วมณีมาถวายดุจดังมีจิตวิญญาณ

ต่อมาให้ช้างแก้วพาช้างฉัตรทันต์มาถวาย ช้างแก้วก็พาช้างฉัตรทันต์ 8 หมื่นมาถวาย

แล้วให้ม้าแก้วนำม้าที่ท่าสินธพนทีมาถวาย ม้าแก้วก็นำม้าทั้งหลายมาถวาย

รับสั่งให้พระมเหสีไปยังอุดรกุรุทวีปนำนางแก้วมาถวาย พระมเหสีก็เหาะไปนำนางแก้ว 8 หมื่นมาถวาย

และให้แก้วมณีให้ไปที่เขาวิบุลบรรพต เอาแก้วมณีมาถวาย แก้วมณีก็นำแก้วมณี 8 หมื่นดวงมาถวาย

ให้ขุนพลแก้วไปเอาดวงแก้วบนยอดเขากัมพูฉัตร ในอุตรกุรุทวีป อปรโคยานทวีป บุพพวิเทหทวีป ขุนพลแก้วรับคำสั่งแล้วก็ไปถอดเอาแก้วในทวีปทั้ง 3 มาถวาย

ให้คฤหบดีแก้วให้ไปในโสฬสมหานครใหญ่ 16 เมือง เอาแก้วมณี คฤหบดีเมื่อไปยังมหานครแล้วเห็นพระกกุสันธพุทธเจ้า ก็มิได้รู้จัก แต่เห็นมีลักษณะงดงาม จึงเข้าไปสอบถามพระนาม

พระพุทธองค์ทรงตอบว่า เรามีนามว่า พระศาสดา คฤหบดีแก้วก็สอบถามอีกว่า ชื่อว่าพระศาสดานี้ด้วยเหตุใด พระพุทธองค์จึงทรงตอบว่าด้วยอาจริยคุณ 31 ประการ เช่น อิติปิ โส ภควา เป็นต้น เมื่อคฤหบดีแก้ว ได้ฟังก็จึงจารึก จริยคุณ 31 ประการเป็นตัวอักษรลงในแผ่นทองคำ และสอบถามว่ามีคุณวิเศษอย่างอื่นอีกหรือไม่ พระพุทธองค์ ทรงตอบว่ามีอยู่อีกเป็นอันมาก คฤหบดีแก้วก็ทูลขอให้ทรงแสดงต่อไป พุทธองค์ทรงแสดงธรรม เรื่องกายคตาสติกัมมัฏฐาน คฤหบดีแก้ว ก็ยังจารึกพระโฉมกายมหาบุรุษของพระกกุสันธพุทธเจ้า ในแผ่นทองเหาะกลับไปถวายแด่พระโพธิสัตว์

เมื่อพระโพธิสัตว์เห็นอักษรที่จารึกแล้วยังไม่ทราบว่าเป็นพุทธคุณจริงหรือไม่ จึงสอบถามไปยังพราหมณ์ปุโรหิตว่า จริงหรือ ฝ่ายพราหมณ์จึงกราบทูลว่า เป็นของประเสริฐ หาคุณวิเศษยิ่งไปกว่านี้ไม่มีแล้ว พระองค์จึงปลาบปลื้ม ปิติ ยินดี อย่างมากจนสลบทีเดียว พอได้สติฟื้นขึ้นมา ก็สอบถามปุโรหิตว่าคุณวิเศษนี้เป็นพุทธคุณจริงหรือ ปุโรหิตก็กราบทูลว่า เป็นของแท้แน่นอน อย่าได้สงสัยเลย พระองค์ก็ปลาบปลื้ม ปิติ ยินดี อย่างมากจนสลบเป็นครั้งที่ 2 พอฟื้นขึ้นมาก็ทอดพระเนตรรูปพุทธองค์ที่สลักในแผ่นทองคำแล้วสอบถามปุโรหิตว่า เป็นรูปของพระพุทธองค์จริงหรือ ปุโรหิตก็กราบทูลว่า จริง พระองค์ก็ปลาบปลื้ม ปิติ ยินดี อย่างมากจนสลบเป็นครั้งที่ 3

ครั้นพอได้สติ ก็ตรัสกับคฤหบดีแก้วว่า เป็นเหตุให้พระองค์ได้พบสิ่งมีค่ายิ่ง จึงยกสมบัติจักรพรรดิให้แก่คฤหบดีทั้งหมดเป็นบำเหน็จความดีความชอบ

ส่วนพระเจ้ามหาปนาทบรมจักรก็เสด็จเดินเท้าพระองค์เดียวมุ่งหน้าไปยังพระพุทธองค์ จนถึงต้นไทรที่พระพุทธองค์เคยประทับอยู่ กระทำอัญชลีและตั้งใจจะบวชในพระพุทธศาสนา เกิดอัศจรรย์เครื่องอัฏบริขารทั้ง 8 ก็ลอยมาตกตรงหน้าด้วยพุทธานุภาพ ครั้นเมื่อพระโพธิสัตว์ได้ครองผ้าบวชแล้วก็ขอให้มงกุฏของพระองค์ไปแจ้งข่าวต่อพระพุทธองค์ด้วย มงกุฏนั้นก็ลอยไปเหมือนมีจิตวิญญาณ เข้ากราบทูลพระกกุสันธพุทธเจ้า

ครั้นเมื่อบวชแล้วประพฤติกิจของสงฆ์ เที่ยวบิณฑบาตและเจริญกัมมัฎฐาน พิจารณาพุทธคุณ เจริญกายคตาสติกัมมัฎฐาน ด้วยความเพียรจนได้โลกียญาณแล้ว ก็เหาะไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เห็นกายมหาบุรุษและประกอบด้วยอนุพยัญชนะ 80 ประการของพระองค์ งามพร้อมบริบูรณ์ จึงเกิดปิตีถึงขนาดสลบสิ้นสติไป พระพุทธเจ้าทรงประพรมน้ำ พอพื้นคืนสติได้ก็กราบ ขออาราธนาให้พุทธองค์ทรงแสดงธรรม

พระกกุสันธพุทธเจ้าได้แสดงธรรมว่า ให้พิจารณาธรรมที่จะนำไปสู่นิพพานเถิด พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้นก็เกิดความปลื้มปิติ จึงตัดศีรษะของตนด้วยเล็บ ทำเป็นเครื่องสักการบูชาแด่พระพุทธเจ้า และอธิษฐานขอให้ได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อธิษฐานเสร็จก็สิ้นใจตายไปบังเกิดเป็นเทวดาในสวรรค์ชั้นดุสิต

พระลักษณะ[แก้]

พระสุมังคลสัมพุทธเจ้ามีพระวรกายสูง 60 ศอก มีพระชนมายุ 1 แสน พระพุทธรัศมีรุ่งเรืองสว่าง เป็นสีทองงดงาม มีไม้กากะทิงเป็นศรีมหาโพธิ บังเกิดมีไม้กัลปพฤกษ์ต้นหนึ่ง ห้อยย้อยไปด้วยสิ่งของเครื่องประดับ ด้วยพระพุทธานุภาพ[3]

มนุษย์ทั้งหลายในศาสนาของพระองค์ ไม่ต้องประกอบอาชีพ อาศัยต้นกัลปพฤกษ์นั้น เลี้ยงชีวิตตน มนุษย์ทั้งหลายมีความแต่ความสุขสบาย ขวนขวายแต่การเล่นเต้นรำแต่งตัวอยู่เป็นนิจ เสมอเหมือนเทวดา ซึ่งได้ทิพยสมบัติในสวรรค์


อ้างอิง[แก้]