พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก พระธรรมกิตติวงศ์)
พระมหาโพธิวงศาจารย์
(ทองดี สุรเตโช)
พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ๙, ราชบัณฑิต)
เกิด 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2489
อายุ 71
อุปสมบท 26 มิถุนายน พ.ศ. 2510
พรรษา 49
วัด วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร
ท้องที่ กรุงเทพมหานคร
สังกัด มหานิกาย
วุฒิการศึกษา นักธรรมชั้นเอก
เปรียญธรรม 9 ประโยค
พ.ม.
ตำแหน่ง
ทางคณะสงฆ์
ราชบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร

พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช: เกิด 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2489) ราชบัณฑิต เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ 8 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ชีวิตและงาน[แก้]

พระมหาโพธิวงศาจารย์ เกิดที่อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร เมื่ออายุ 14 ปี และจบชั้นมัธยมต้นแล้วก็ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุครบ 20 ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเดิมคือวัดไตรภูมิ อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร จากนั้นก็ได้ศึกษาธรรมที่สำนักเรียนวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค เมื่อ พ.ศ. 2515 ด้วยอายุ 26 ปี ในทางโลกสอบได้ประโยควิชาครูพิเศษมัธยม (พ.ม.) ในปีถัดมา

ด้านการงาน[แก้]

ด้านการงาน พระมหาโพธิวงศาจารย์ ได้เป็นเลขานุการเจ้าคณะอำเภอพรานกระต่าย เลขานุการเจ้าคณะเขตบางขุนเทียน ต่อมาได้เป็นอาจารย์สอนวิชาแต่งฉันท์ภาษามคธ ชั้นประโยค ป.ธ.8 ที่โรงเรียนพระปริยัติธรรมส่วนกลางของคณะสงฆ์ ก่อนที่จะเป็นเจ้าคณะแขวงบางค้อได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม เคยเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม แต่โดนปลด เพราะเหตุผลบางประการ

ด้านวิชาการ[แก้]

ด้านวิชาการ พระมหาโพธิวงศาจารย์ เคยเป็นรองประธานกรรมการตรวจสอบต้นฉบับต้นฉบับพระไตรปิฎกฉบับสังคายนา ภาษาไทยและภาษาบาลี เป็นรองประธานกรรมการตรวจสำนวนการแปลพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการศึกษาของคณะสงฆ์ เป็นกรรมการจัดทำแผนพัฒนาด้านการศึกษา กรมการศาสนา ประธานกรรมการจัดทำต้นฉบับพระไตรปิฎก ฉบับภาษาไทย นอกจากนี้ยังเคยเป็นประธานกรรมการพิจารณาและดำเนินการจัดตั้งสำนักหุบผาสวรรค์เป็นสถานศึกษาทางพุทธศาสนาอีกด้วย

ด้านการเผยแผ่[แก้]

พระมหาโพธิวงศาจารย์ ได้เขียนหนังสือและแต่งตำราเพื่อเผยแผ่พระธรรมจำนวนมากดังรายการผลงานเขียนของท่านข้างล่างนี้ นอกจากนี้พระมหาโพธิวงศาจารย์ยังได้อนุญาตให้นำศัพท์เกี่ยวกับพุทธศาสนาและคำที่ใช้กับพระและวัดในหนังสือ "คำวัด" มาเผยแพร่ในอภิธานศัพท์พุทธศาสนาในวิกิพีเดียอีกด้วย[ต้องการอ้างอิง]

ตำแหน่งหน้าที่สำคัญ[แก้]

หลังจากสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค แล้ว พระมหาโพธิวงศาจารย์ ได้ปฏิบัติงานด้านการศาสนาในตำแหน่งต่างๆ มาเป็นลำดับ นอกจากตำแหน่งรองเจ้าอาวาสวัดราชโอรสารามดังกล่าวแล้วก็ได้เป็นเจ้าคณะภาค 16 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม เจ้าสำนักเรียนวัดราชโอรสาราม เป็นหัวหน้าคณะธรรมทูตสายที่ 8 เป็นผู้อำนวยการฝึกอบรมพระนักเทศน์ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลางและหนใต้ นอกจากนี้ ยังเป็นผู้อุปถัมภ์สร้างวัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน และวัดธรรมวิหาร เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนีอีกด้วย พระมหาโพธิวงศาจารย์ ได้ได้รับการโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิต สาขาวิชาตันติภาษา สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถานเมื่อ พ.ศ. 2539

สมณศักดิ์[แก้]

  • พ.ศ. 2519 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีสุทธิวงศ์[1]
  • พ.ศ. 2524 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวิสุทธิโมลี ตรีปิฎกบัณฑิต ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[2]
  • พ.ศ. 2531 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพปริยัติโมลี ศรีปาพจนานุสิฐ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[3]
  • พ.ศ. 2535 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมกิตติวงศ์ ปริยัติวิธานธำรง กวีวงศดิลก ตรีปิฎกบัณฑิต ธรรมิกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[4]
  • พ.ศ. 2557 เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัณยบัฎ ที่ พระมหาโพธิวงศาจารย์ ปริยัติกิจวิธานปรีชา ศีลาจารวิมล โสภณธรรมานุสิฐ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[5]

หนังสือที่เขียน[แก้]

  • สมณศักดิ์: ยศช้าง ขุนนางพระ
  • หลักการแต่งฉันท์ภาษามคธ
  • ธรรมสารทีปนี
  • คู่มือการศึกษาบาลี เล่ม 1-4
  • ข้อคิด ข้อเขียน
  • พระในบ้าน
  • ภาษาธรรม
  • คำวัด เล่ม 1-5
  • คำพ่อคำแม่
  • ภาษิตนิทัศน์
  • คนกินคน (หนังสือแปล)
  • หัวใจอมตะ (หนังสือแปล)
  • คลังธรรม เล่ม 1-3
  • ธรรมบทชีวิต
  • ศัพท์วิเคราะห์
  • แนวปฏิบัติศาสนพิธี
  • พุทธธรรม ๕ นาที
  • ประกายความคิด
  • กิร ดังได้สดับมา เล่ม ๑ - ๓, ฉบับรวมเล่ม
  • ไขข้อข้องใจ
  • ภาษาชาวบ้าน
  • ชาดกในธรรมบท (พิมพ์ครั้งที่ ๑ : กันยายน ๒๕๕๔)
  • การเรียนรู้พระพุทธพจน์ (พิมพ์ครั้งที่ ๑ : กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕)
  • อุปมาสาธกในเทศนา (พิมพ์ครั้งที่ ๑ : พฤษภาคม ๒๕๕๕)

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 94, ตอนที่ 3 ง ฉบับพิเศษ, 6 มกราคม 2520, หน้า 7
  2. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 98, ตอนที่ 206 ฉบับพิเศษ, 17 ธันวาคม พ.ศ. 2524, หน้า 3
  3. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 105, ตอนที่ 207 ฉบับพิเศษ, 9 ธันวาคม พ.ศ. 2531, หน้า 2
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 109, ตอนที่ 101 ฉบับพิเศษ, 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535, หน้า 2
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์, เล่ม 131, ตอนที่ 28 ข, 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557, หน้า 1

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]