คิม จง-ฮย็อน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก คิม จงฮย็อน)
ชื่อนี้เป็น ชื่อคนเกาหลี ที่มีนามสกุลว่า คิม
คิม จง-ฮย็อน
Jonghyun at Guerilla Date on September 18, 2015 01.jpg
ชื่อจริง 김종현
เกิด คิม จง-ฮย็อน
8 เมษายน ค.ศ. 1990(1990-04-08)
แขวงฮเยฮวา, เขตชงโน, โซล, เกาหลีใต้
เสียชีวิต 18 ธันวาคม ค.ศ. 2017 (27 ปี)[1]
แขวงฮวายัง, เขตควังจิน, โซล, เกาหลีใต้
สาเหตุเสียชีวิต
การฆ่าตัวตาย โดยการเผาถ่าน
สัญชาติ ธงของประเทศเกาหลีใต้ เกาหลีใต้
การศึกษา ปริญญาโท
อาชีพ
ส่วนสูง 171 เซนติเมตร
ศาสนา คริสต์
ครอบครัว พ่อ, แม่, พี่สาว (1 คน)
อาชีพทางดนตรี
แนวเพลง
เครื่องดนตรี เสียงร้อง
ช่วงปี 2008–2017
ค่ายเพลง
ส่วนเกี่ยวข้อง
ชื่อเกาหลี
ฮันกึล 김종현
ฮันจา
RR Gim Jonghyeon
MR Kim Chonghyŏn
ลายมือชื่อ
Kim Jonghyun's Signature.png

คิม จง-ฮย็อน (8 เมษายน ค.ศ. 1990 – 18 ธันวาคม ค.ศ. 2017[2]) รู้จักกันในชื่อที่ใช้ในวงการคือ จงฮย็อน เป็นนักร้องนักแต่งเพลงชาวเกาหลีใต้ นักจัดรายการวิทยุ และนักเขียน เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกและนักร้องเสียงหลักของวงบอยแบนด์เกาหลีใต้วง ชายนี ที่ได้เข้าร่วมกับโปรเจกต์กลุ่มนักร้องบัลลาด เอสเอ็มเดอะบัลลาด และยังได้เดบิวต์เป็นศิลปินเดี่ยวภายใต้ค่ายเอสเอ็มเอ็นเตอร์เทนเมนต์

อาชีพ[แก้]

2008–2014: การเริ่มต้นอาชีพในวงการบันเทิง[แก้]

ภาพของจงฮยอนกับสมาชิกวงชายนีในการถ่ายอัลบั้ม I'm Your Boy โปรโมทในประเทศญี่ปุ่น ปี 2014
ดูบทความหลักที่: ชายนี และ เอสเอ็มเดอะบัลลาด

คิม จง-ฮย็อน เคยมีวงดนตรีแนวฟังก์กับเพื่อนสมัยเรียนตอนเด็ก ๆ โดยเขามีหน้าที่ในวงคือร้องคอรัส และเล่นเบสให้กับวง ซึ่งขณะนั้นเองความสนใจในเรื่องดนตรีทำให้เขาลงทุนเก็บเงินค่าขนมเพื่อไปซื้อกีต้าร์และแอบไปออดิชั่นอย่างลับ ๆ โดยช่วงแรก ๆ นั้นคุณพ่อและคุณแม่ของเขาต่อต้านทางเลือกนี้ของจงฮย็อนเป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายแล้วทั้งสองก็ยอมรับในความสามารถของลูกชาย และได้สนับสนุนความฝันของจงฮย็อนโดยการให้เขาได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนทางดนตรีโดยเฉพาะ

เมื่อมีโอกาสไปออกงานประกวดวงดนตรีของโรงเรียนที่กรุงโซล จง-ฮย็อน ก็ได้รับการแคสติ้งให้เข้าสังกัดค่าย เอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ เขามีความมุ่งมั่นที่อยากจะเป็นนักแต่งเพลงและมีเป้าหมายที่จะเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จทางด้านดนตรีเป็นอย่างมาก ก่อนเดบิวต์เจ้าตัวเคยร่วมร้องเพลง “Wrongly Given Love” ในอัลบั้มเพลงภาษาจีนของอดีตรุ่นพี่ในค่ายเดียวกันอย่าง จาง ลี่อิ่น

หลังจากใช้ชีวิตเป็นเด็กฝึกในค่ายอยู่ตั้งแต่อายุ 13 ปี จงฮย็อนได้เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของวงเคป็อปชื่อดังอย่าง ชายนี (SHINee) ซึ่งมีสมาชิกอยู่ทั้งหมด 5 คนได้แก่  จงฮย็อน, อนยู, คีย์, มินโฮ และ แทมิน พวกเขาได้รับการเปิดตัวเป็นศิลปินใหม่ของค่ายเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ในปี ค.ศ. 2008[3] ด้วยเพลงโปรโมทที่มีเนื้อหาน่ารักสมวัยอย่างเพลง “Replay“ ที่ถูกปล่อยสู่สายตาสาธารณชนในวันที่ 23 พฤษภาคมภายในปีเดียวกัน หลังจากได้เดบิวต์ในนามวงชายนีแล้ว จงฮย็อนได้มีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อร้องและทำนองเพลงมากมาย หากพูดถึงอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีที่มีศิลปินและกลุ่มนักร้องไอดอลเพิ่มขึ้นอย่างนับไม่ถ้วนตั้งแต่ช่วงแรกที่ชายนีเดบิวต์จนถึงปัจจุบันแล้วนั้นก็ถือได้ว่า จงฮย็อน คือศิลปินที่มีความสามารถในด้านดนตรีรอบด้านและได้รับการยอมรับจากคนมากมาย เป็นกำลังหลักสำคัญให้กับวงจนประสบความสำเร็จ

2015–2016: BASE และ She Is[แก้]

2017: Story Op.2[แก้]

ภาพลักษณ์ในสาธารณะ[แก้]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

การศึกษา[แก้]

  • โรงเรียนประถมศึกษาชังชิน (จบการศึกษา)
  • โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นทงซอง (จบการศึกษา)
  • โรงเรียนมัธยมดนตรีศึกษาแห่งโซล (โรงเรียนทางเลือก)
  • สอบวัดความสามารถทางวิชาการของโรงเรียนมัธยมปลาย (ผ่าน)
  • มหาวิทยาลัยชองอุน ภาควิชาดนตรีปฏิบัติ (ระดับปริญญาตรี)
  • มหาวิทยาลัยมยองจี เอกภาพยนตร์และมิวสิคัล (ระดับปริญญาโท)
  • มหาวิทยาลัยมยองจี เอกภาพยนตร์และมิวสิคัล (ก่อนเสียชีวิตอยู่ในระหว่างการเข้ารับการศึกษาในระดับปริญญาเอก)

เหตุการณ์ต่าง ๆ[แก้]

จงฮย็อนออกจากโรงเรียนตอนเทียบชั้นได้เกรด 10 หรือ มัธยมปลายปีที่ 4 เพื่อทำตามความฝันและย้ายเข้าไปเรียนในโรงเรียนทางเลือกที่สอนศาสตร์ทางด้านดนตรีโดยเฉพาะ[4]

ในวันที่ 20 ตุลาคม ปี 2010 จงฮย็อนและนักแสดงสาว ชิน เซ-คย็อง ถูกพบเห็นโดยสื่อในขณะที่กำลังออกเดทกันในที่สาธารณะ โดยมีภาพบางส่วนของทั้งคู่ได้ถูกปล่อยออกมา ทางบริษัทของทั้งสองคนได้ออกมายืนยืนในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่าที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่นั้นเป็นความจริงในวันที่ 26 ตุลาคม[5][6] หลังจากระยะเวลา 9 เดือนที่คบหากัน จงฮย็อน และ ชิน เซ-คย็อง ก็ได้เลิกรากันในที่สุด ทั้งคู่ได้ลดสถานะเหลือเพียงเพื่อนที่ดีต่อกันด้วยเหตุผลที่ว่าตารางงานและเวลาของทั้งสองคนนั้นไม่ตรงกัน ข่าวการเลิกราของจงฮย็อน และ ชิน เซ-คย็อง ถูกปล่อยมาในเดือนมิถุนายน ปี 2011[7]

ในวันที่ 1 เมษายน ปี 2013 จงฮย็อนได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และบาดเจ็บบริเวณจมูก[8] ทางค่ายเอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ได้ออกมาแจ้งว่าเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาตัวจากอุบัติเหตุครั้งนั้น และเนื่องด้วยภายในตอนนั้นเองชายนีกำลังอยู่ในช่วงโปรโมทเพลงจากอัลบั้มเต็มชุดที่ 3 คือเพลง 'Why So Serious' ทำให้จงฮย็อนต้องพักฟื้นโดยที่ไม่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการโปรโมทรวมถึงยังพลาดการถ่ายทำเอ็มวีเพลงอีกด้วย แต่อย่างไรก็ดีจงฮย็อนได้กลับเข้ามาร่วมแสดงบนเวทีในรายการเพลงร่วมกับสมาชิกคนอื่น ๆ อีกครั้งในสัปดาห์สุดท้ายของการโปรโมท[9]

ในเดือนธันวาคม ปี 2013 นั้นมีเหตุการณ์การประท้วงเพื่อมุ่งเน้นเกี่ยวกับความไม่เสมอภาคทางเพศในสังคมของเกาหลีใต้ จงฮย็อนได้เปลี่ยนรูปประจำตัวแอคเคาท์ทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขาเป็นรูปข้อความที่ถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือโดยผู้ประท้วงที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นไบเซ็กชวลหรือกลุ่มคนรักร่วมเพศ ข้อความนั้นแสดงถึงความรัดกุมทางวัฒนธรรมของประเทศเกาหลีใต้ที่สร้างบรรทัดฐานทางสังคม กีดกันและเลือกปฏิบัติต่อชาว LGBT จงฮย็อนได้ให้กำลังใจกลุ่มคนเหล่านี้ เขาส่งข้อความไปขอบคุณนักศึกษาคนนั้นที่ออกมาเป็นเสียงแทนให้ใครหลาย ๆ คน และได้กล่าวอีกว่า "ความแตกต่างไม่ได้หมายความว่ามันเป็นสิ่งที่ผิด"[10] โดยการเลือกที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นของจงฮย็อนในครั้งนี้ได้รับผลตอบรับจากสาธารณะในทั้งแง่บวกและแง่ลบ

รอยสักทั้งหมดของจงฮย็อนที่ได้รับการเปิดเผย

รอยสัก[แก้]

ในช่วงปีหลัง ๆ ที่ผ่านมาในชีวิตการทำงานของจงฮย็อน เขาได้เปิดเผยเห็นถึงความสนใจในกิจกรรมใหม่ซึ่งก็คือการสัก ภายในระยะเวลาสั้น ๆ เขาได้สักคำต่าง ๆ มากมายลงบนร่างกาย รวมถึงยังได้กดติดตามช่างสักหรือแอคเคาท์ที่ให้ไอเดียในการสักต่าง ๆ เป็นจำนวนมากบนอินสตาแกรมส่วนตัวของเขา โดยรอยสักส่วนมากของจงฮย็อนมักจะมีที่มาจากชื่ออัลบั้มหรือเพลงโปรโมทซึ่งเป็นผลงานของตัวเขาเอง เช่น

โลโก้ของอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก BASE บนข้อมือขวา, ชื่ออัลบั้มเต็มชุดแรก She Is ในเวอร์ชันตัวอักษรภาษาเกาหลีคำว่า「좋아(ความหมาย: ชอบ หรือ ดี) หลังใบหูด้านขวา, คำจากชื่ออัลบั้มชุดทั้ง 2 อัลบั้ม「Story Op.1.2」บริเวณข้อมือซ้าย, ชื่อซิงเกิลของเขาในโปรเจกต์เอสเอ็มสเตชันของทางค่าย「INSPIRATION(ความหมาย: แรงบันดาลใจ) เหนือข้อศอกด้านซ้าย, และคำจากชื่ออัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ซึ่งกำลังจะถูกปล่อยมาหลังวางแผนที่จะเปิดตัวในช่วงต้นปีใหม่ของปี ค.ศ. 2017 ตั้งแต่ก่อนจงฮย็อนจะเสียชีวิต「Poet | Artist(ความหมาย: ผู้ประพันธ์ และ ศิลปิน) บริเวณต้นคอ

W.Fk」(คำเต็ม: We Freaky) ง่ามนิ้วกลางมือซ้าย

เป็นตัวย่อของชื่อวงดนตรี 'วีฟรีคคี' ทีมโปรดิวเซอร์ที่จงฮย็อนและเพื่อนสนิทตั้งขึ้นมาด้วยกัน โดยวีฟรีคคีนั้นเองก็ได้มีบทบาทในการร่วมประพันธ์ผลงานเพลงต่าง ๆ ร่วมกันกับจงฮย็อน อีกทั้งยังมีส่วนร่วมในการประพันธ์ผลงานเดี่ยวของตัวจงฮย็อนเองด้วยเช่นกัน

NEVER・THE・LESS(;nevertheless ความหมาย: อย่างไรก็ตาม, ยังไงก็เถอะ)[11] เหนือข้อศอก, บริเวณไบเซ็ปส์

““Nevertheless” รู้ใช่ไหมครับว่าผมใช้คำนี้เวลาพูดบ่อย ๆ เลย? ผมว่ามันเป็นคำที่พูดจนติดเป็นนิสัยระหว่างผมกับเพื่อน ๆ นะ ใช้พูดเวลาที่ต้องยอมรับในสถานการณ์ที่มันไม่สู้ดีนัก อย่างตอนที่เราพูดว่า “ยังไงก็เถอะ (nevertheless) ก็ต้องทำนี่~” เวลาที่หวังให้สถานการณ์มันดีขึ้นอะไรแบบนั้นน่ะครับ” — คิม จง-ฮย็อน, รายการวิทยุพูรึนบัม, 16 มกราคม ค.ศ. 2016

A Romanticistบริเวณหลัง ใกล้หัวไหล่ด้านซ้าย

จงฮย็อนไม่ได้ออกมาพูดหรืออธิบายความหมายของรอยสักคำนี้ในมุมมองของเขาโดยตรง แต่จากพจนานุกรมได้ให้ความหมายคำนี้ไว้ว่า ศิลปินหรือคนใดก็ตามที่หมกมุ่น รู้สึกจูงใจได้ง่าย หรือปล่อยตนเองไปกับความโรแมนติกและความอ่อนไหว อาจหมายถึงศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานผ่านจินตนาการและความรู้สึกอ่อนไหวอย่างมากได้

โลโก้สุนัขสีดำ (อังกฤษ: Black Dog) บนลำตัวด้านซ้ายบริเวณซี่โครง

ในวันที่ 20 มิถุนายน ปี 2017 จงฮย็อนได้แชร์รูปโลโก้สุนัขสีดำนี้ลงในแอคเคาท์อินสตาแกรมส่วนตัว[12] สุนัขสีดำซึ่งเกี่ยวเนื่องโดยมีการสื่อถึงภาวะหดหู่หรืออาการซึมเศร้า เป็นที่รู้จักและนิยมจากเรื่องราวในหนังสือที่ถูกเขียนขึ้นโดย แมทธิว จอห์นสโตน ซึ่งเป็นผู้ที่เคยประสบกับภาวะโรคซึมเศร้าจนยอมรับและเรียนรู้ในอาการของโรคได้ในภายหลัง และการนิยามนี้มีที่มาจาก วินสตัน เชอร์ชิล อดีตผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเขาได้เปรียบอาการซึมเศร้าของเขาว่า สุนัขสีดำ หรือ “Black Dog” [13][14]

หลังจากการเสียชีวิตของจงฮยอน พัก คาโร ช่างสักคนหนึ่งที่เคยสักให้จงฮย็อนได้ออกมาเปิดเผยผ่านแอคเคาท์อินสตาแกรมส่วนตัวพร้อมรูปที่มีตัวอักษรว่า ‘BYE.’ (ความหมาย: ลาก่อน) เขียนไว้ กล่าวว่าตัวจงฮย็อนเองเคยต้องการที่จะสักคำนี้ด้วยเช่นกัน[15]

เสียชีวิต[แก้]

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560 คิม จง-ฮย็อน ตั้งใจฆ่าตัวตายด้วยการจุดถ่านรมควันตนเองภายในห้องพัก[16]

โดยเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560 9 nine นักร้องนำวง Dear Cloud ได้รับอนุญาตจากครอบครัวของนักร้องหนุ่ม คิม จง-ฮย็อน ให้เปิดเผยจดหมายลาครั้งสุดท้าย ใจความว่าจงฮยอนกำลังตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าและเครียดกับสิ่งที่เป็นอยู่ โดยมีผู้ใช้งานทวิตเตอร์และเพจดังออกมาเรียบเรียงเและแปล มีใจความว่า

โรคซึมเศร้าของผมค่อย ๆ ก่อตัวเพิ่มขึ้นจนมันกลืนกินผมไปทั้งตัว มันทำให้ผมนึกถึงแต่อดีตที่เจ็บปวด มันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น ถ้าผมไม่สามารถหายใจได้อย่างมีความสุข ผมเชื่อว่าอย่าหายใจเลยดีกว่า ผมถามตัวเองว่าใครคือคนที่ต้องรับผิดชอบชีวิตนี้ คำตอบคือตัวผมเอง ผมคนเดียวเท่านั้น เป็นเรื่องง่ายที่จะพูดถึงจุดจบ แต่ยากที่จะทำมัน และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผมมีชีวิตมาถึงทุกวันนี้

ผมบอกตัวเองว่าอยากที่จะวิ่งหนี วิ่งหนีไปจากทุกคนและตัวของผมเอง ผมถามตัวเองว่าเป็นใคร ผมก็เห็นแต่ตัวเอง ทำไมผมถึงจำอะไรไม่ได้ นั่นก็เพราะตัวผมเอง ทั้งหมดนี่คือความผิดของผม ผมอยากให้คนอื่นรับรู้ แต่ไม่มีใครรู้ แน่นอนว่าไม่มีใครเคยรู้จักผมจริง ๆ จึงไม่มีใครรู้เรื่องนี้

โดยงานศพของ คิม จง-ฮย็อน มีศิลปินและเพื่อนสนิทเข้าร่วม ต้นสังกัด เอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ ได้ออกมาเปิดเผยว่าจะจัดงานศพอย่างสงบและเป็นการภายในของครอบครัว[17]

เหตุการณ์หลังความสูญเสีย[แก้]

คำกล่าวถึง..แด่ศิลปินอันเป็นที่รักผู้ล่วงลับ[แก้]

ผลงานเพลง[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: ชายนี

ผลงานด้านการแสดงและผลงานอื่น ๆ[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

ปี ชื่อเรื่อง บทบาท เพิ่มเติม
2012 I AM. ตนเอง ภาพยนตร์ชีวประวัติของศิลปินเอสเอ็มทาวน์[18]
2015 SMTOWN The Stage ภาพยนตร์สารคดีของศิลปินเอสเอ็มทาวน์[19]

รายการวิทยุ[แก้]

ปี ชื่อรายการ หน้าที่ อ้างอิง
2014–2017 เอ็มบีซี พูรึนบัม ผู้จัดรายการ (ดีเจ) [20][21][22]

เขียนหนังสือ[แก้]

ปี ชื่อหนังสือ อ้างอิง
2015 Skeleton Flower [23]

คอนเสิร์ต[แก้]

  • THE STORY by JONGHYUN (2015)[24]
  • THE STORY by JONGHYUN - Epilogue (2015)
  • JONGHYUN - X - INSPIRATION (2016)[25]
  • 유리병편지 (The Letter) (2017)
  • INSPIRED (2017)[26]

รางวัลและการเสนอชื่อเข้าชิง[แก้]

รางวัลจากงานประกาศรางวัล[แก้]

ปี งาน ประเภท ผลงานที่ใช้เข้าชิง ผลการตัดสิน อ้างอิง
2015 MBC Entertainment Awards Excellence Award - สาขารายการวิทยุ รายการวิทยุ พูรึนบัม ชนะ [27]
2016 Golden Disc Awards Disk Bonsang เบส ชนะ [28]
Mnet Asian Music Awards Best Male Artist เข้าชิง [29]

รางวัลจากรายการเพลง[แก้]

ปี สถิติการชนะ (รวมทั้งหมด 10 ครั้ง)
2015 (รวม 8 ครั้ง)
  • เพลง Déjà-Boo (รวม 6 ครั้ง)
  • เพลง Crazy (รวม 2 ครั้ง)
    • วันที่ 20 เดือน 1 SBS MTV 《THE SHOW: All About K-POP ซีซั่น 4》 The Show Choice
    • วันที่ 27 เดือน 1 SBS MTV 《THE SHOW: All About K-POP ซีซั่น 4》 The Show Choice (2 สัปดาห์ติดต่อกัน)
2016 (รวม 2 ครั้ง)
  • เพลง She is (รวม 2 ครั้ง)
    • วันที่ 31 เดือน 5 SBS MTV 《THE SHOW: All About K-POP ซีซั่น 5》 The Show Choice
    • วันที่ 1 เดือน 6 เอ็มบีซี มิวสิค 《โชว์แชมป์เปียน》 Champion Song

อ้างอิง[แก้]

  1. "샤이니 종현, 쓰러진 채 발견…병원이송 후 사망 확인(2보)". Yonhap News (ใน Korean). 2017-12-18. สืบค้นเมื่อ 2017-12-18. 
  2. "Shinee singer Jonghyun: K-pop boy band superstar dies". BBC News. December 18, 2017. สืบค้นเมื่อ December 18, 2017. 
  3. "SM 대형 신인 '샤이니' 25일 '인기가요' 통해 데뷔" [SM's new rookie group Shinee to debut with 'popular music' on 25 May]. HanKyung (ใน Korean). August 20, 2008. Archived from the original on July 11, 2016. สืบค้นเมื่อ June 20, 2011. 
  4. "푸른 밤 종현이었습니다" [Esquire Korea Interview - Blue Night Jonghyun]. Esquire Korea (ใน Korean). สืบค้นเมื่อ December 27, 2017. 
  5. "จงฮยอน SHINee คบหากับ ชินเซคยอง (Shin Se Kyung) ต้นสังกัดยอมรับ ‘เป็นความจริง’". tlcthai. สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2018. 
  6. "ยืนยันแล้ว! จง ฮยอน Shinee กำลังคบกัน ชิน เซคยอง". teenee. 27 ตุลาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2018. 
  7. "ชินเซคยอง และจงฮยอน แห่ง SHINee กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเรียบร้อยแล้ว". PINGBOOK. 20 มิถุนายน 2011. สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2018. 
  8. "จงฮยอน (Jong Hyun) แห่ง SHINee รถชนจมูกหัก ต้นสังกัดเผยรอตัดสินใจงาน Dream Girl". PINGBOOK. 1 เมษายน 2013. 
  9. "ชายนี่ (SHINee) ลุยโชว์เพลงใหม่ Chapter 2 จงฮยอน (Jong Hyun) ขอพักก่อน". 4 เมษายน 2013. 
  10. "7 ไอดอลเกาหลีที่ออกตัว "สนับสนุน" ชาวรักร่วมเพศ #LGBT #LoveWin". Dek-D. 4 พฤศจิกายน 2016. สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2018. 
  11. "SHINee Jonghyun Spotted With Two Brand New Tattoos". Koreaboo. 1 พฤษภาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2018. 
  12. "ภาพโลโก้สุนัขสีดำที่จงฮยอนโพสต์ลงบนแอคเคาท์อินสตาแกรมส่วนตัว". Instagram via jonghyun.948. 20 มิถุนายน 2017. สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2018. 
  13. "เผยภาพรอยสักของ “จงฮยอน Shinee” รูปสุนัขสีดำ บริเวณเอวด้านซ้าย ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของ “โรคซึมเศร้า”". Dodeden. 20 ธันวาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2018. 
  14. "Kim Jong-Hyun indicated depression through tattoo". The Jakarta Post. สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2018. 
  15. "Lastly, he wanted to do it. 하려고 했던 마지막 단어. 고생했어요.". Instagram via parkkaro. 19 ธันวาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2018. 
  16. "30th Golden Disk Awards EXO and Shinee". January 21, 2016. Archived from the original on January 28, 2016. สืบค้นเมื่อ January 22, 2014. 
  17. "Mnet Asian Music Awards official website". Archived from the original on July 19, 2016. 
  18. "Documentary Shows Top K-Pop Singers Behind the Scenes". Chosun Ilbo. May 2, 2012. สืบค้นเมื่อ May 4, 2012. 
  19. Lee, Edmund (November 24, 2015). "Film review: SMTown: The Stage". South China Morning Post. สืบค้นเมื่อ April 8, 2016. 
  20. Lee Sun-min (January 24, 2014). "SHINee singer joins MBC radio". Korea Joongang Daily. Archived from the original on July 19, 2016. สืบค้นเมื่อ January 26, 2014. 
  21. "종현 푸른밤 인증샷, 상큼미소+V자포즈 '기쁨만발'". Nate (ใน Korean). February 4, 2014. สืบค้นเมื่อ January 23, 2014. 
  22. "[공식입장] MBC 측 "샤이니 종현, '푸른 밤' DJ 하차...후임 미정"". March 9, 2017. สืบค้นเมื่อ March 9, 2017. 
  23. Kim Yu-jin (November 12, 2015). "SHINee Jonghyun's book to be released". Kpop Herald. สืบค้นเมื่อ August 2, 2016. 
  24. Ahn Sung-mi (October 16, 2015). "Jonghyun to go live ahead of first solo concert". Kpop Herald. สืบค้นเมื่อ July 18, 2016. 
  25. Ahn Woo-rim (October 19, 2016). "Jonghyun Throws His Solo Concerts in Seoul and Busan". BNT News. Archived from the original on October 20, 2016. สืบค้นเมื่อ October 20, 2016. 
  26. "[공식] 샤이니 종현, 12월 솔로 콘서트 개최…15일 예매 오픈" (ใน Korean). สืบค้นเมื่อ November 7, 2017. 
  27. "샤이니 종현·이진우, 라디오부문 우수상" (ใน Korean). Chosun. December 29, 2015. สืบค้นเมื่อ July 18, 2016. 
  28. "30th Golden Disk Awards EXO and Shinee". January 21, 2016. Archived from the original on January 28, 2016. สืบค้นเมื่อ January 22, 2014. 
  29. "Mnet Asian Music Awards official website". Archived from the original on July 19, 2016. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]