เกิลส์เจเนอเรชัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เกิลส์เจเนอเรชัน
Girls' Generation
KOCIS Korea Mnet Girls Generation 15 (12986855225).jpg
เกิลส์เจเนอเรชัน ในปี ค.ศ. 2014
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่ออื่น
  • • เกาหลี: โซนยอชีแด (So Nyeo Shi Dae), เอสเอ็นเอสดี (SNSD), โซชิ (SoShi)
  • • ญี่ปุ่น: โชโจจิได (少女時代, Shōjo Jidai)
  • • จีน: เช่านฺหวี่ฉือไต้ (少女时代, Shàonǚ Shídài)
แหล่งกำเนิด เกาหลีใต้
แนวเพลง เคป็อป
ช่วงปี 2550-ปัจจุบัน
ค่ายเพลง
ส่วนเกี่ยวข้อง เอสเอ็มทาวน์ เกิลส์เจเนอเรชันทีทีเอส
เว็บไซต์ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
สมาชิก
อดีตสมาชิก เจสสิกา
เกิลส์เจเนอเรชัน
ฮันกึล 소녀시대
ฮันจา 少女時代
RR Sonyeo Sidae
MR Sonyŏ Sidae

เกิลส์เจเนอเรชัน (อังกฤษ: Girls' Generation; เกาหลี: 소녀시대; อักษรโรมัน: So Nyeo Shi Dae, โซนยอชีแด) เป็นกลุ่มไอดอลหญิงจากสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2550 ปัจจุบันมีสมาชิกแปดคน คือ แทย็อน ซันนี ทิฟฟานี ฮโยยอน ยูรี ซูย็อง ยุนอา และซอฮย็อน

ในเบื้องแรก เกิลส์เจเนอเรชันได้รับความสนใจระดับหนึ่งจากผลงานเพลงบางเพลง เช่น "อินทูเดอะนิวเวิลด์" (Into the New World) และ "คิสซิงยู" (Kissing You) กระทั่งปี 2552 จึงได้รับความนิยมอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเพลง "จี" (Gee) ติดตลาดและได้รับการขนานนามว่าเป็น "เพลงแห่งทศวรรษ" ประจำสาธารณรัฐเกาหลี[1] กลุ่มเกิลส์เจเนอเรชันมีสถานะมั่นคงในอุตสาหกรรมดนตรีเกาหลีใต้มากขึ้นเมื่อเผยแพร่เพลงถัด ๆ มาในช่วงปี 2553-2554 คือ "เทลมียัวร์วิช" (Tell Me Your Wish), "รันเดวิลรัน" (Run Devil Run) และ "โอ!" (Oh!) ต่อมาในปี 2554 ได้เริ่มดำเนินการตลาดในประเทศญี่ปุ่นอยู่ระยะหนึ่งจึงกลับไปบ้านเกิดเมืองนอนแล้วเผยแพร่เพลง "เดอะบอยส์" (The Boys) ซึ่งจัดทำเป็นสามภาษา คือ เกาหลี ญี่ปุ่น และอังกฤษ นับเป็นเพลงภาษาอังกฤษเพลงแรกของกลุ่ม ในปลายปี 2554 นั้น ปรากฏว่า ยอดขายอัลบัมเพลงและซิงเกิลทั้งหมดของกลุ่มอยู่ที่ 11,730,000 หน่วย[2] เป็นเหตุให้กลุ่มได้รับรางวัลและสมญาต่าง ๆ เป็นต้นว่า "ผู้สร้างความบันเทิงซึ่งมีอิทธิพลมากที่สุด" ประจำปี 2554 และ 2555[3] รวมถึง "นักร้องประจำชาติ" และ "กลุ่มนักร้องหญิงแห่งชาติ"[4]

ภายหลัง เกิลส์เจเนอเรชันได้ขยายอุตสาหกรรมโดยตั้งกลุ่มย่อยชื่อ "เกิลส์เจเนอเรชันทีทีเอส" (Girls' Generation-TTS) หรือเรียกโดยย่อว่า "แททิซอ" (TaeTiSeo) มีสมาชิกคือ แทย็อน ทิฟฟานี และซอฮย็อน เปิดตัวด้วยอัลบัม Twinkle"[5]

เนื้อหา

ประวัติ

ค.ศ. 2007-2008 : การเปิดตัวและอัลบั้มชุดแรก

ในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2007 เกิลส์เจเนอเรชันได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในรายการ M!Countdown ทาง MNET อย่างไรก็ตามการแสดงในครั้งนั้นกลับไม่ได้เผยแพร่ทางโทรทัศน์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีแฟนคลับจำนวนหนึ่งได้อัปโหลดการแสดงนั้นลงในอินเทอร์เน็ต โดยเพลงที่ใช้แสดงคือเพลง "Into the New World (다시 만난 세계)" ซึ่งถือเป็นซิงเกิลเปิดตัวของพวกเธอด้วย

วันที่ 27 กรกฎาคม 2007 รายการเรียลลิตี้โชว์แนะนำตัวของเกิลส์เจเนอเรชันในชื่อ Girls Go to School นั้น ได้เผยแพร่ทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก ทาง Mnet จำนวนทั้งสิ้น 9 ตอน มีเนื้อหาเกี่ยวกับสมาชิกแต่ละคนภายในวง และการทำภารกิจเพื่อไปออกรายการ Mnet School of Rock ให้ได้ รายการนี้ถือเป็นการแนะนำตัวเกิลส์เจเนอเรชันให้เป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป

ซิงเกิลแรกของเกิลส์เจเนอเรชัน "Into The New World (다시 만난 세계)" ได้ออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 2007 โดยนอกจากซิงเกิลเปิดตัวแล้ว ยังมีเพลง "Beginning" และเพลง "Perfect For You (소원)" ซึ่งในภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นเพลง "Honey" ในอัลบั้มแรกของพวกเธอ "Girls' Generation" รวมทั้งมีเพลง Into The New World (다시 만난 세계) ในรูปแบบของเพลงบรรเลงรวมอยู่ด้วย เกิลส์เจเนอเรชัน เริ่มโปรโมตซิงเกิลของพวกเธอทันทีที่ออกวางจำหน่าย โดยในวันที่ 5 สิงหาคม ค.ศ. 2007 พวกเธอได้ขึ้นแสดงในรายการ SBS Inkigayo ซึ่งถือเป็นการแสดงทางโทรทัศน์ครั้งแรกและเป็นวันเดบิวต์อย่างเป็นทางการของพวกเธอด้วย ต่อมาในวันที่ 11 สิงหาคม ค.ศ. 2007 เกิลส์เจเนอเรชันได้แสดงสดเป็นครั้งแรกใน Show! Music Core ทาง MBC โดยการแสดงในครั้งนั้นก็ได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นจำนวนมาก และในวันรุ่งขึ้น พวกเธอก็ได้ขึ้นแสดงสดอีกครั้งใน Music Bank ทาง KBS ซึ่งก็ได้รับคำชมเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน

หลังจากนั้นไม่นานนัก ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 อัลบั้มแรกของเกิลส์เจเนอเรชันก็ได้ออกวางจำหน่าย โดยมีเพลง "소녀시대 (Girls' Generation)" เป็นซิงเกิลหลัก การโปรโมตเริ่มต้นขึ้นทันทีในต้นเดือนพฤศจิกายน และด้วยท่าเต้นที่น่ารัก ประกอบกับน้ำเสียงที่สดใส จึงส่งผลให้อัลบั้ม Girls' Generation เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน โดยมียอดจำหน่ายมากกว่า 100,000 ชุด โดยในเดือนมกราคมของปีถัดมา เกิลส์เจเนอเรชันก็เริ่มโปรโมตซิงเกิลที่ 2 ของพวกเธอ ในเพลง "Kissing You" ซึ่งมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ก็ได้ดงแฮแห่งวงซูเปอร์จูเนียร์มาร่วมแสดงด้วย นอกจากนี้แล้วมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ยังขึ้นเป็นอันดับ 1 ของ SBS Inkigayo, M.Countdown! และ KBS Music Bank อีกด้วย

ต่อมาในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2008 อัลบั้ม Repackage อัลบั้มชุดแรกของเกิลส์เจเนอเรชันได้ออกวางจำหน่าย โดยมีเพลง Baby Baby เป็นซิงเกิลหลักในการโปรโมต

ค.ศ. 2009 : ปีของเกิลส์เจเนอเรชัน

ครึ่งปีแรกกับ The 1st Mini Album : Gee

แม้ว่าจะโดนกระแสแอนตี้เป็นอย่างมากในช่วงปี 2008 แต่ในต้นปี 2009 เกิลส์เจเนอเรชันก็ได้ออกมินิอัลบั้มชุดที่ 1 โดยมีซิงเกิลโปรโมตชื่อว่า Gee ทันทีที่เพลงนี้ออกมาก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพลงไต่อันดับคว้าอันดับ 1 ได้ในหลายชาร์ต ก่อให้เกิดกระแส Gee Syndrome ไปทั้งประเทศ แม้แต่ในรายการ KBS Music Bank ซึ่งในขณะนั้น SM กำลังมีข้อพิพาทกับ KBS ส่งผลให้เกิลส์เจเนอเรชันไม่สามารขึ้น แสดงที่เวทีนี้ได้เป็นเวลา 3 สัปดาห์ แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 1 มาได้แม้ไม่ได้ขึ้นเวที ต่อมาหลังจาก SM สะสางข้อพิพาทกับข้อพิพาทกับ KBS ได้แล้ว เกิลส์เจเนอเรชันจึงได้ขึ้นแสดงที่ Music Bank ในปลาย เดือนมกราคม และสามารถคว้าแชมป์ได้ 9 สัปดาห์ติดต่อกัน ทำลายสถิติเพลง One More Time ของ Jewelry ที่ทำไว้ที่ 7 สัปดาห์ นอกจากนี้เกิลส์เจเนอเรชันยังสามารถครองแชมป์ที่รายการ SBS Inkigayo ได้ ติดต่อกันถึง 3 ครั้ง (ทางสถานี SBS กำหนดให้การเป็นแชมป์ติดต่อกันได้สูงสุดเพียง 3 ครั้ง)

กระแสความนิยมของเกิลส์เจเนอเรชันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการเชิญเกิลส์เจเนอเรชันไปออกรายการต่างๆมากมาย จนเกิลส์เจเนอเรชันได้รับฉายาว่า เกิร์ลกรุ๊ปแห่งชาติและขึ้นสู่ตำแหน่งเกิร์ลกรุ๊ปอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ได้ อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันแฟชั่นกางเกงยีนส์สีสันสดใสในเพลง Gee ก็กลายเป็นที่นิยมไปทั่วประเทศ เกิลส์เจเนอเรชันสามารถทำยอดขายในชุดนี้ได้เกิน 100,000 ชุด แม้จะเป็นเพียงแค่มินิอัลบั้มเท่านั้น ทั้งนี้ถือได้ ว่า SM Entertainment ประสบความสำเร็จทางด้านการตลาดได้เป็นอย่างดี

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2009 เกิลส์เจเนอเรชันได้มาแสดงใน SM Town Live'08 ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และนั่นทำให้พวกเธอได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย และพวกเธอได้มาเมืองไทย อีกครั้งเพื่อร่วมแสดงในงาน Pattaya International Music Fesitval 2009 ในเดือนมีนาคม

ครึ่งปีหลัง (ช่วงแรก) กับ The 2nd Mini Album : Genie

เกิลส์เจเนอเรชันได้ยุติการโปรโมตในมินิอัลบั้มชุดแรกในเดือนมีนาคม แต่หลังจากนั้นปลายเดือนมิถุนายน พวกเธอก็กลับมาพร้อมกับมินิอัลบั้มชุดที่ 2 ที่มีซิงเกิลโปรโมตชื่อว่า Tell Me Your Wish (Genie) พร้อมลุคใหม่ชุดทหารกางเกงขาสั้น เพลง Tell Me Your Wish นั้น ได้ออกให้ฟังออนไลน์ในวันที่ 22 มิถุนายน 2552 ในเวลา 10 โมงเช้า และหลังจากนั้นเพียงแค่ 1 ชั่วโมง 40 นาที ก็สามารถพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งในชาร์ตเพลง Cyworld ทันที พวกเธอใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ในการเอาชนะเพลงทั้งหมดในชาร์ต แม้ว่ามินิอัลบั้มชุดนี้จะมีปัญหาเรื่องหน้าปกที่ผู้วิจารณ์ว่ามีการนำรูป เครื่องบินรบมาใส่ไว้ตรงหน้าปก ทำให้ต้องมีการเลื่อนวางจำหน่าย และยังมีปัญหามีการละเมิดลิขสิทธิเพลงนี้ของนักร้องชาวอุซเบกิสถาน (ซึ่งภายหลังได้รับการพิสูจน์และยืนยันจากต้นสังกัด และบริษัทเจ้าของซาวน์เพลงแล้วว่า ฉบับของนักร้องชาวอุซเบกิสถานนั้นเป็นฉบับที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ในกรณีของเกิลส์เจเนอเรชัน ทาง SM Ent. ได้ซื้อลิขสิทธิ์มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย) แต่ Tell Me Your Wish (Genie) ก็ไม่ได้ลดความร้อนแรงลง โดยเฉพาะซิงเกิลนี้สามารถคว้าแชมป์ KBS Music Bank ด้วยสถิติคะแนนสูงสุดถึง 17,995 คะแนน เอาชนะสถิติเดิมเพลง Mirotic ของ TVXQ ที่ทำไว้ที่ 16,404 ไปได้ ขณะที่ยอดขายของมินิอัลบั้มชุดนี้ก็ทะลุ 100,000 แผ่นอีกครั้ง (โดยใช้เวลาแค่เพียง 1 เดือนหลังจากวางขาย) นับเป็นศิลปินหญิงเพียงกลุ่มเดียวที่สามารถทำสถิติยอดขายเกินหนึ่งแสนชุดได้ถึง 3 อัลบั้มติดต่อกัน

เกิลส์เจเนอเรชันได้ยุติการโปรโมตมินิอัลบั้มชุดที่ 2 หลังจากทำกิจกรรมโปรโมตไปประมาณ 2 เดือน และเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2009 ในงาน Dream Concert 2009 พวกเธอก็ได้ลบกระแสต่อต้านได้จากการที่โซว็อนในงานหลายพันคน เปิดแท่งไฟสีชมพูซึ่งเป็นสีประจำวง และส่งเสียงเชียร์เกิลส์เจเนอเรชันเป็นหนึ่งเดียว

คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรก

ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ปี 2009 ต้นสังกัดอย่าง SM Entertainment ได้ออกประกาศเกิลส์เจเนอเรชันกำลังจะมีคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรกในชื่อ Girls’ Generation The 1st Asia Tour ‘Into The New World’ จัดที่สนามกีฬาโซล เกาหลีใต้ในวันที่ 19-20 ธันวาคม 2009 และจะมีเอเชียทัวร์ตามเมืองต่าง ๆ ได้แก่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยในวันแรกที่เปิดจองบัตรที่เกาหลี บัตรคอนเสิร์ตก็ได้หมดลงภายในเวลาแค่ 3 นาที

ค.ศ. 2010 : ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

ต้นปี: อัลบั้มเต็มชุดที่ 2 : Oh!

หลังจากที่ปี 2009 เกิลส์เจเนอเรชันได้สร้างกระแส Gee และ Genie จนโด่งดังเป็นอย่างมาก ไปจนถึงคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ต้นสังกัด SM Entertainment จึงประกาศว่าเกิลส์เจเนอเรชันกำลังจะออกอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ในชื่อ Oh! กับภาพลักษณ์ที่โตขึ้นกว่าเดิมที่ดูเปรี้ยวขึ้น โดยมีกำหนด Comeback ในวันที่ 28 มกราคม 2010 และขึ้นเวทีเปิดตัวอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ในวันที่ 30 มกราคม 2010 โดยเมื่อทีเซอร์อัลบั้มนี้ออกมาเมื่อวันที่ 22 มกราคม เว็บไซต์ที่ออกทีเซอร์นี้ออกมาถึงกับล่มเพราะมีผู้เข้าชมจำนวนมาก และเมื่อเพลง Oh! ได้ออกให้ดาวน์โหลดเมื่อวันที่ 25 มกราคม เพลงนี้ก็สามารถขึ้นสู่อันดับ 1 ของชาร์ตเรียลไทม์ในเกาหลีในเวลาแค่ 10 นาที ถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดของเกิลส์เจเนอเรชัน และหลังจากที่อัลบั้มชุดนี้วางขายได้แค่ 1 เดือนก็สามารถทำยอดขายได้ทะลุ 120,000 แผ่นเลยทีเดียว

ในเดือนมีนาคม 2010 ต้นสังกัด SM Entertainment ได้ออกภาพ Black Soshi ซึ่งได้ทิ้งปริศนาไว้ในท้าย MV เพลง Oh! ซึ่งแบล็ค โซชิก็คือ คอนเซปต์หลักของอัลบั้ม Repackage ของอัลบั้มชุดนี้ โดยที่เกิลส์เจเนอเรชันได้ปรากฏตัวในชุดสีดำสุดเซ็กซี่ โดยมีเพลงไตเติ้ลคือ Run Devil Run ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงามไม่แพ้เพลง Oh! ถึงแม้จะมีปัญหาจากการที่แอนตี้แฟนออกมากล่าวหาว่าก๊อปปี้เพลงของแคชช่า ซึ่งต้นสังกัดอย่าง SM Entertainment ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า ฉบับของแคชช่าเป็นแค่เพลง Demo ซึ่งแคชช่าร้องไกด์ให้ผู้ที่สนใจซื้อลิขสิทธิ์ไปใช้ ส่วนของเกิลส์เจเนอเรชันเป็นฉบับจริงที่นำออกมาโปรโมทจริงๆ อย่างไรก็ตาม Run Devil Run ก็เหมือนกับ Tell Me Your Wish (Genie) คือ ไม่ได้ลดความร้อนแรงและโด่งดังลงไปเลย

กลางปี: โปรโมตอย่างเป็นทางการที่ญี่ปุ่น

หลังจากสิ้นการโปรโมทอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 แล้ว SM Entertainment ต้นสังกัดที่วางแผนให้ เกิลส์เจเนอเรชัน เตรียมเดบิวต์โปรโมตที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ในการเดบิวต์ที่ญี่ปุ่น เกิลส์เจเนอเรชันได้เซ็นสัญญากับ NAYUTAWAVE RECORDS ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Universal Music Japan โดยใช้ชื่อว่า '少女時代' (อ่านว่า โชว-โจ-จิ-ได) ซึ่งวันที่ 11 สิงหาคม ได้เปิดตัวด้วย DVD ชุด 少女時代到来~初来日記念盤 (New Beginning of Girls' Generation) อีกทั้งจะมีงานโชว์เคส คอนเสิร์ตในวันที่ 25 สิงหาคม ที่ Ariake Coliseum ในกรุงโตเกียว ซึ่งจัดแสดงอยู่ 3 รอบด้วยจำนวนผู้ชมกว่า 21,000 คน ตามด้วยวันที่ 8 กันยายน ซิงเกิลเดบิวต์ Tell Me Your Wish (Genie) เวอร์ชันญี่ปุ่น โดยสามารถทำยอดจำหน่ายการได้เกิน 100,000 แผ่น และในวันที่ 20 ตุลาคม ก็ได้ออก ซิงเกิลชุดที่ 2 Gee เวอร์ชันญี่ปุ่น ซึ่งเรียกกระแสตอบรับทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลกอย่างล้นหลาม นอกจากนี้กระแสตอบรับการเดวบิวต์ที่ญี่ปุ่นของเกิลส์เจเนอเรชัน ยังเป็นที่ฮือฮาในประเทศไต้หวัน จนเป็นกระแส โซชิซินโดรม ซึ่งเพลง Genie ได้ขึ้นไปติดที่ 1 ของชาร์ตเพลงในไต้หวันถึง 2 ชาร์ตเลยทีเดียว

ปลายปี: มินิอัลบั้มชุดที่ 3 : Hoot (훗)

ในวันที่ 27 ตุลาคม ทาง SM Entertainment ได้ออกมินิอัลบัมชุดที่ 3 ในชื่อ Hoot (훗) โดยได้ออกซิงเกิล Hoot ในวันที่ 25 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ทางเว็บไซต์เพลงออนไลน์ โดยหลังจากออกซิงเกิลนี้ไม่ถึง 7 นาที ก็ได้ทะยานขึ้นไปใน 7 ชาร์ตเพลงหลักของเกาหลี วันรุ่งขึ้น SM Entertainment ก็ได้ออกมิวสิกวิดีโอ เพลง Hoot ทางหน้าแรกของ SM และทาง Youtube โดยมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ยังได้ ซีว็อน วงซูเปอร์จูเนียร์ มาร่วมแสดงด้วย ต่อมา ในไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากที่ออกมิวสิกวิดีโอไป ก็มียอดผู้ชมมากกว่า 1 ล้านครั้งใน Youtube

2011

ซิงเกิลญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว: Mr.Taxi

เดือนมกราคมปี 2011 Universal Music ต้นสังกัดในญี่ปุ่นได้ออกดิจิตอลซิงเกิลใหม่คือเพลง Run Devil Run ในเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่น โดยออกในลักษณะ Ringtone และในเดือนมีนาคม Universal Music ก็ประกาศว่าเกิลส์เจเนอเรชันจะออกซิงเกิลภาษาญี่ปุ่นอย่างเต็มตัวในชื่อ Mr.Taxi โดยมีเพลง Run Devil Run เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นรวมอยู่ด้วย ในวันที่ 13 เมษายน แต่เนื่องจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ส่งผลให้การวางจำหน่ายซีดีซิงเกิลต้องเลื่อนออกไป โดยได้ออกดาวน์โหลดเพลง Mr.Taxi และออก MV เพลง Run Devil Run เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นออกมาในช่วงกลางเดือนเมษายน และมีกำหนดวางแผ่นซีดีซิงเกิลในวันที่ 27 เมษายน

อัลบั้มเต็มภาษาญี่ปุ่นชุดแรก: Girls' Generation

ในเดือนมิถุนายน เกิลส์เจเนอเรชันได้วางจำหน่ายอัลบั้มเต็มภาษาญี่ปุ่นชุดแรกในชื่อ Girls’ Generation โดยเมื่ออัลบั้มชุดนี้วางแผงไปได้ไม่ถึง 3 สัปดาห์ก็ทำยอดขายทะลุ 100,000 แผ่นและทำยอดขายทะลุ 300,000 แผ่นในเวลาเพียง 1 เดือนเศษ โดยในอัลบั้มชุดนี้ประกอบไปด้วย 12 เพลงรวมทั้งเพลง Mr.Taxi, Genie Gee, Run Devil Run รวมถึงเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นของเพลง Hoot และเพื่อเป็นการโปรโมตอัลบั้ม เกิลส์เจเนอเรชันได้จัดทัวร์คอนเสิร์ตในชื่อ Girls' Generation The 1st Japan Arena Tour ขึ้นใน 6 เมืองทั่วญี่ปุ่นคือ โอซากา, ไซตะมะ, โตเกียว, ฮิโรชิม่า, นาโกย่า และฟูกูโอกะ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

คอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ครั้งที่ 2

หลังจากสิ้นสุดการทัวร์คอนเสิร์ตในญี่ปุ่น ต้นสังกัดที่เกาหลีอย่าง SM Entertainment ก็ได้ประกาศว่าเกิลส์เจเนอเรชันจะจัดคอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ครั้งที่ 2 ในชื่อ 2011 Girls' Generation Tour โดยเริ่มที่เกาหลีใต้ในวันที่ 23-24 กรกฎาคม ต่อด้วยประเทศไต้หวันในวันที่ 9-11 กันยายน ประเทศสิงคโปร์ในวันที่ 9-10 ธันวาคม เกาะฮ่องกงในวันที่ 15 มกราคม 2012 ก่อนจะปิดท้ายที่ประเทศไทยในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2012 โดยเพลงส่วนใหญ่ในคอนเสิร์ตจะเป็นเพลงที่ใช้ในการแสดงคอนเสิร์ต Japan Arena Tour

อัลบั้มเต็มชุดที่ 3: The Boys

ในช่วงเดือนสิงหาคม SM Entertainment ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าในต้นเดือนตุลาคม เกิลส์เจเนอเรชันจะกลับสู่วงการเพลงเกาหลีอีกครั้งกับอัลบั้มเต็มชุดที่ 3 โดยภาพทีเซอร์ภาพแรกได้ออกมาเมื่อปลายเดือนกันยายน โดยเป็นรูปของแทย็อนในมาดเจ้าหญิงแสนเศร้า และได้เปิดเผยชื่ออัลบั้มชุดนี้ซึ่งใช้ชื่อว่า The Boys หลังจากนั้นจึงทยอยออกภาพของสมาชิกคนอื่นๆ โดยเกิลส์เจเนอเรชันจะมาในมาดเจ้าหญิง 9 คนที่แตกต่างกันไปตามคอนเซปต์ของแต่ละคน เพลงโปรโมทชื่อเดียวกันนี้จะมี 2 เวอร์ชันคือภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ ซึ่งได้โปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันชื่อดังอย่าง Teddy Riley ผู้ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปินชื่อดังอย่าง Michael Jackson มาร่วมเขียนเนื้อร้องและโปรดิวซ์เพลงให้ ในตอนแรก SM มีแผนจะวางแผงอัลบั้มในวันที่ 5 ตุลาคม แต่เมื่อวันที่ 30 กันยายน ต้นสังกัดได้ตัดสินใจเลื่อนการวางแผงและ Comeback เนื่องจากต้นสังกัดวางแผนว่าจะวางจำหน่ายอัลบั้มนี้ในสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ โดยในที่สุด The Boys อัลบั้มเต็มชุดที่ 3 ของเกิลส์เจเนอเรชันก็ออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม โดยทันทีที่ออกมิวสิกวิดีโอใน YouTube 4 วันก็มียอดการคลิกเข้าชมสูงกว่า 10 ล้านครั้ง และหลังจากวางขายอัลบั้มไปไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 200,000 แผ่น ถือเป็นศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปกลุ่มแรกของเกาหลีที่สามารถทำยอดขายอัลบั้มได้สูงขนาดนี้ และจนถึงปัจจุบัน อัลบั้ม The Boys ก็สามารถทำยอดขายได้กว่า 400,000 แผ่น

หลังจากนั้นในวันที่ 27 พฤศจิกายน SM Entertainment ได้ประกาศเตรียมออกจำหน่ายอัลบั้มเวอร์ชัน B ของ The Boys ในชื่อ Mr.Taxi โดยใช้เพลง Mr.Taxi เวอร์ชันภาษาเกาหลีเป็นซิงเกิลหลักในการโปรโมต อัลบั้ม Mr.Taxi ได้ออกวางจำหน่ายในวันที่ 8 ธันวาคม โดยในอัลบั้มนี้ได้เพิ่มเพลง The Boys เวอร์ชันภาษาอังกฤษลงในอัลบั้มด้วย

2012

เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่สหรัฐอเมริกา

จากการที่ต้นสังกัด SM Entertainment ได้ตัดสินใจวางขายอัลบั้ม The Boys อัลบั้มเต็มชุดที่ 3 ของเกิลส์เจเนอเรชันอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกา ทางต้นสังกัดจึงวางแผนให้พวกเธอได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกา โดยเกิลส์เจเนอเรชันได้เซ็นสัญญาภายใต้สังกัด Interscope Records ซึ่งเป็นต้นสังกัดของศิลปินชื่อดังอย่าง Lady Gaga โดยเมื่อวันที่ 31 มกราคม เกิลส์เจเนอเรชันได้เดบิวต์ที่อเมริกาอย่างเป็นทางการในรายการ Late Show with David Letterman รายการทอล์คโชว์ชื่อดังในช่วง Late Night ของอเมริกา โดยซิงเกิลเดบิวต์ที่อเมริกาของพวกเธอก็คือเพลง The Boys ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษ และในวันรุ่งขึ้น เกิลส์เจเนอเรชันก็ได้ขึ้นแสดงในรายการ Live! with Kelly ซึ่งเป็นรายการตอนเช้าชื่อดังของอเมริกา ถือว่าพวกเธอเป็นกลุ่มศิลปินจากเกาหลีใต้กลุ่มแรกที่ได้ขึ้นเวทีในรายการทอล์คโชว์ชื่อดังทั้ง 2 รายการนี้

กลุ่มย่อย

ในวันที่ 19 เมษายน SM Entertainment ต้นสังกัดในเกาหลีได้ประกาศว่าเกิลส์เจเนอเรชันจะเปิดตัวกลุ่มย่อยอย่างเป็นทางการ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 3 คนคือ แทย็อน, ทิฟฟานี และซอฮย็อนในนาม แททิซอ (อังกฤษ: TaeTiSeo) หรือ เกิลส์เจเนอเรชัน ทีทีเอส (อังกฤษ: Girls' Generation-TTS) ทีเซอร์แรกของยูนิตได้เผยแพร่ใน YouTube เมื่อวันที่ 26 เมษายน โดยเป็นทีเซอร์ของแทย็อน ตามด้วยทิฟฟานีเมื่อวันที่ 27 เมษายน และปิดท้ายด้วยซอฮย็อนเมื่อวันที่ 28 เมษายน

เมื่อวันที่ 29 เมษายน SM Entertainment ได้ออกดาวน์โหลดมินิอัลบั้มชุดนี้ผ่านทาง iTunes และในวันเดียวกันนี้ SM Entertainmet ก็ได้ออกซิงเกิล Twinkle ให้ดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์ต่างๆในเกาหลี โดยทันทีที่ออกให้ดาวน์โหลดเพลงนี้ เพลง Twinkle ก็สามารถขึ้นอันดับ 1 ของทุกชาร์ตในเกาหลีในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง และตัวอัลบั้มที่ออกให้ดาวน์โหลดผ่าน iTunes ยังสามารถขึ้นอันดับ 2 ในชาร์ต American iTunes Pop Album และอันดับ 4 ในชาร์ต iTunes Top Album อีกด้วย

เมื่อวันที่ 30 เมษายน SM Entertainment ก็ได้ออกมิวสิกวิดีโอเพลง Twinkle ผ่านทาง YouTube ซึ่งในมิวสิกวิดีโอนี้ได้แบคฮย็อน, ชานยอล, ไค และเซฮุนจาก EXO มาร่วมแสดง โดยทันทีที่ออกมิวสิกวิดีโอไป 3 วันก็มียอดผู้คลิกเข้าชมกว่า 5,000,000 ครั้ง

และเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม มินิอัลบั้ม Twinkle ก็ได้ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยทันทีที่วางจำหน่ายไป 2 วันก็สามารถทำยอดขายได้กว่า 24,000 แผ่น และถึงแม้ว่าจะไม่ได้โปรโมตอย่างเป็นทางการที่อเมริกา แต่ Twinkle ก็สามารถขึ้นชาร์ต US Billboard 200 ในอันดับที่ 126 อีกทั้งยังสามารถขึ้นสู่อันดับ 1 ของชาร์ต Billboard's World Album และอันดับ 2 ของ Billboard Heatseekers อีกด้วย

อัลบั้มเต็มภาษาญี่ปุ่นชุดที่ 2: Girls & Peace

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม SM Entertainment ได้ออกทีเซอร์ซิงเกิลภาษาญี่ปุ่นเพลงใหม่ Paparazzi โดยหลังจากนั้นไม่นานก็ได้ออกมิวสิกวีดีโอเพลงนี้ใน 2 รูปแบบคือเวอร์ชันปกติและ Dance Version ซิงเกิลอัลบั้ม Paparazzi ได้ออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนและสามารถทำยอดขายในสัปดาห์แรกถึง 92,000 แผ่น

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม Nayutawave Record ได้วางจำหน่าย DVD และ Blu-Ray รวมมิวสิกวีดีโอของเกิลส์เจเนอเรชันในชื่อ Girls' Generation Complete Video Collection ซึ่งเป็นการรวมมิวสิกวีดีโอทั้งเพลงภาษาญี่ปุ่นและเกาหลี และมีการประกาศถึงการทัวร์คอนเสิร์ตครั้งที่ 2 ในญี่ปุ่นซี่งจะเริ่มในปี 2013

เมื่อวันที่ 26 กันยายน ได้มีการวางจำหน่ายซิงเกิลภาษาญี่ปุ่นลำดับที่ 5 Oh!/All My Love is For You ซึ่งเป็นการนำเพลง Oh! มาแปลงเป็นเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นพร้อมเพลงใหม่ All My Love is For You มิวสิกวีดีโอเพลง All My Love is For You ได้อัปโหลดลงในเว็บไซต์ YouTube เมื่อวันที่ 4 กันยายน ส่วนเพลง Oh! เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นได้อัปโหลดลง YouTube เมื่อวันที่ 14 กันยายน ซิงเกิลอัลบั้ม Oh!/All My Love is For You สามารถทำยอดขายในสัปดาห์แรกได้ 60,000 แผ่น และสามารถขึ้นสู่อันดับ 1 ของ Oricon Weekly Single Chart ได้ ในขณะที่ DVD Complete Video Collection สามารถทำยอดขายได้ 59,000 ชุด

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม มีการประกาศถึงซิงเกิลภาษาญี่ปุ่นลำดับที่ 6 ของเกิลส์เจเนอเรชันซึ่งจะใช้ชื่อว่า Flower Power พร้อมประกาศเกี่ยวกับอัลบั้มเต็มภาษาญี่ปุ่นชุเที่ 2 ของเกิลส์เจเนอเรชันว่าจะวางจำหน่ายหลังจากวางจำหน่ายซิงเกิลอัลบั้ม Flower Power ประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม มิวสิกวีดีโอเพลง Flower Power ก็ได้อัปโหลดลงเว็บไซต์ YouTube หลังจากนั้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน Sankei Sports หนังสือพิมพ์ในประเทศญี่ปุ่นได้สิทธิ์ในการเผยแพร่ภาพคอนเซปต์ของอัลบั้มเต็มภาษาญี่ปุ่นชุดที่ 2 ของเกิลส์เจเนอเรชันซึ่งใช้ชื่อว่า Girls & Peace โดยเกิลส์เจเนอเรชันจะมาในคอนเซปต์แอร์โฮสเตสของสายการบิน Air GG (สายการบินสมมติ)

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ซิงเกิลอัลบั้ม Flower Power ก็ได้ออกวางจำหน่าย หลังจากนั้นเพียง 1 สัปดาห์ ในวันที่ 28 พฤศจิกายน อัลบั้ม Girls' Generation II ~Girls & Peace~ ก็ได้ออกวางจำหน่าย โดยนับตั้งแต่ออกวางจำหน่าย อัลบั้มชุดนี้สามารถทำยอดขายได้กว่า 154,000 แผ่น และเพื่อเป็นการโปรโมตอัลบั้ม เกิลส์เจเนอเรชันจะจัดทัวร์คอนเสิร์ตในชื่อ Girls' Generation 2nd Japanese Tour ขึ้นใน 7 เมืองทั่วญี่ปุ่นคือ โกเบ, ไซตะมะ, นิงะตะ, ฟูกูโอกะ, ฮิโรชิมา, โอซากา และนาโกยา

2013

อัลบั้มเต็มชุดที่ 4: I Got A Boy

ตลอดปี 2012 มีกระแสข่าวว่าเกิลส์เจเนอเรชันจะกลับคืนสู่วงการเพลงเกาหลีแบบครบ 9 คนในช่วงเดือนตุลาคมปี 2012 แต่ในที่สุดพวกเธอก็ไม่ได้ Comeback สู่วงการเพลงเกาหลีแต่อย่างใด จนเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2012 มีการประกาศถึงการ Comeback ของเกิลส์เจเนอเรชันว่าพวกเธอจะออกอัลบั้มภาษาเกาหลีในช่วงเดือนมกราคมปีค.ศ. 2013 หลังจากนั้นในวันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ก็ได้มีการยืนยันว่าพวกเธอกำลังเตรียมงานสำหรับอัลบั้มภาษาเกาหลีชุดใหม่จริง โดยอัลบั้มจะมาในรูปแบบอัลบั้มเต็มชุดที่ 4 อย่างไรก็ตาม SM Entertainment ก็ไม่ได้ยืนยันว่าพวกเธอจะกลับมาในเดือนมกราคมตามกระแสข่าวลือ

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 2012 SM Entertainment ก็ได้การอัปโหลดรูปบน Facebook อย่างเป็นทางการของค่าย โดยเป็นรูปโลโก้ที่เขียนภาษาเกาหลีว่า "소녀시대" (โซนยอชีแด) พร้อมกับตกแต่งด้วยดอกมูกุงฮวา (무궁화) หรือ Rose of Sharon ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติเกาหลีอยู่รายล้อม และปีกนางฟ้าสองปีก ด้านล่างมีตัวเลขเขียนว่า 2012.12.21 10 AM สร้างความสงสัยให้กับแฟนคลับว่าจะเกี่ยวข้องกับการ Comeback ของพวกเธอหรือเปล่า

จนในที่สุด ในวันรุ่งขึ้น (21 ธันวาคม 2012) เมื่อเวลา 10.00น. ตามเวลาของประเทศเกาหลีใต้ SM Entertainment ได้เปิดตัวมิวสิกวีดีโอซิงเกิล Dancing Queen ซึ่งป็นเพลงรีเมคจากเพลง Mercy ของ Duffy โดยนำมาปรับปรุงใหม่ในสไตล์น่ารักแบบฉบับของเกิลส์เจเนอเรชัน ซึ่งมิวสิกวีดีโอเพลงนี้ได้ถ่ายทำและบันทึกเสียงไปตั้งแต่ปี 2008 เพื่อใช้เป็นเพลงโปรโมตอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ของเกิลส์เจเนอเรชันในขณะนั้น แต่ท้ายที่สุด SM Entertainment ก็ได้ตัดสินใจยกเลิกโปรเจกต์อัลบั้มนี้และเปลี่ยนแผนการออกอัลบั้มและทำกิจกรรมเป็นมินิอัลบั้มชุดที่ 1 Gee แทน และในช่วงท้ายมิวสิกวีดีโอก็มีทีเซอร์ของเพลงใหม่คือเพลง I Got A Boy ซึ่งจะเป็นซิงเกิลหลักในการโปรโมตอัลบั้มเต็มชุดที่ 4 I Got A Boy โดยอัลบั้มชุดนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม

และในที่สุดในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2013 พวกเธอก็ได้ออกอัลบั้มเต็มชุดที่ 4 "I Got A Boy" โดยเพียงออกมา 1 เดือนสามารถทำยอดขายอัลบั้มได้ถึง 265,000 แผ่น และสามารถทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งของ Gaon album chart และ Billboard's album charts ส่วนมิวสิควีดีโอซึ่งได้ออกให้คลิกเข้าชมผ่านเว็บไซต์ YouTube นั้นก็มียอดการคลิกเข้าชมเกิน 1 ล้านครั้งภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง และทะลุหลัก 30 ล้านครั้งในเวลาไม่กี่สัปดาห์

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 2013 เกิลส์เจเนอเรชันได้วางจำหน่ายอัลบั้ม Remix ของเพลงภาษาญี่ปุ่นของพวกเธอในชื่อ Girls' Generation Best Selection Non Stop Mix

ทัวร์คอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นครั้งที่ 2 และเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรก

หลังจากเสร็จสิ้นการโปรโมตอัลบั้มเต็มชุดที่ 4 I Got A Boy ในช่วงต้นเดินกุมภาพันธ์ เกิลส์เจเนอเรชันได้เริ่มทัวร์คอนเสิร์ตในญี่ปุ่นทันทีในชื่อ Girls & Peace Japan 2nd Tour เพื่อโปรโมตอัลบั้มเต็มภาษาญี่ปุ่นชุดที่ 2 Girls & Peace โดยรอบการแสดงแรกของคอนเสิร์ตจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่เมืองโกเบ และตระเวนแสดงคอนเสิร์ตรวม 20 รอบการแสดงใน 7 เมืองใหญ่ของญี่ปุ่น โดยมีผู้ชมรวมกว่า 200,000 คน

และหลังจากเสร็จสิ้นการทัวร์คอนเสิร์ตในญี่ปุ่นเพียง 1 สัปดาห์ SM Entertainment จึงประกาศทัวร์คอนเสิร์ตครั้งใหม่ของเกิลส์เจเนอเรชันในชื่อ 2013 Girls’ Generation World Tour ~Girls & Peace~ เพื่อโปรโมตอัลบั้ม Girls & Peace และอัลบั้ม I Got A Boy โดยทัวร์คอนเสิร์ตนี้ถือเป็นเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตแรกของเกิลส์เจเนอเรชัน คอนเสิร์ตรอบแรกแสดงในเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 8 และ 9 มิถุนายนก่อนจะเริ่มทัวร์ในเมืองต่างๆคือไต้หวัน, อินโดนีเซีย, ฮ่องกง, สิงคโปร์, ไทย และมาเก๊า รวม 7 เมือง 5 ประเทศ

อัลบั้มเต็มภาษาญี่ปุ่นชุดที่ 3: Love & Peace

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน เกิลส์เจเนอเรชันได้วางจำหน่ายซิงเกิลอัลบั้มญี่ปุ่นลำดับที่ 7 Love & Girls โดยหลังจากวางจำหน่ายนั้น ซิงเกิลอัลบั้ม Love & Girls สามารถขึ้นสูงสุดที่อันดับที่ 4 ใน Oricon Daily Single Chart และทำยอดขายในสัปดาห์แรกที่ 42,796 แผ่น และอยู่ในอันดับที่ 4 ของ Oricon Weekly Single Chart

หลังจากนั้นในวันที่ 18 กันยายน เกิลส์เจเนอเรชันได้วางจำหน่างซิงเกิลอัลบั้มญี่ปุ่นลำดับที่ 8 Galaxy Supernova และได้วางจำหน่าย DVD และ Blu-ray บันทึกการแสดงสดคอนเสิร์ต Girls & Peace Japan 2nd Tour พร้อมกัน โดยทั้งซิงเกิลอัลบั้ม Galaxy Supernova และบันทึกการแสดงสดคอนเสิร์ต Girls & Peace สามารถขึ้นสู่อันดับ 1 ของ Oricon Daily Chart ได้ในวันวางจำหน่ายวันแรก ในส่วนของยอดขายนั้น ซิงเกิลอัลบั้ม Galaxy Supernova ทำยอดขายในสัปดาห์แรกที่ 50,793 แผ่น ส่วนบันทึกการแสดงสดคอนเสิร์ต Girls & Peace สามารถทำยอดขายได้ที่ 53,256 ชุด

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน เกิลส์เจเนอเรชันได้ออกดิจิตอลซิงเกิลญี่ปุ่นใหม่ My oh My และประกาศเตรียมวางจำหน่ายอัลบั้มเต็มภาษาญี่ปุ่นชุดที่ 3 โดยอัลบั้มนี้ได้วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ในชื่ออัลบั้ม Love & Peace ซึ่งรวบรวมซิงเกิลก่อนหน้าคือ Love & Girls, Galaxy Supernova และ My oh My รวมทั้งเพลง Beep Beep ซึ่งเป็น B-Side ของซิงเกิลอัลบั้ม Flower Power ไว้ด้วย อัลบั้มนี้ขึ้นสู่อันดับ 1 ของ Oricon Daily Album Chart ในทันทีที่วางจำหน่ายด้วยยอดขาย 37,386 แผ่น และทำยอดขายได้ 129,000 แผ่นในสัปดาห์แรกของการวางจำหน่าย อยู่ในอันดับ 1 ของ Oricon Weekly Album Chart

2014

มินิอัลบั้มชุดที่ 4: Mr.Mr.

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ SM Entertainment ได้ออก Image Teaser การกลับคืนสู่วงการเพลงเกาหลีของเกิลส์เจเนอเรชัน โดยการกลับมาครั้งนี้พวกเธอจะกลับมาในรูปแบบมินิอัลบั้มชุดที่ 4 Mr.Mr. โดย SM ได้ประกาศจะออกมิวสิควีดีโอเพลง Mr.Mr. ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ และวางจำหน่ายมินิอัลบั้มในวันที่ 24 กุมภาพันธ์

ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปเมื่อมีการรายงานข่าวจากสำนักข่าว OSEN ของเกาหลีว่าไฟล์มิวสิควีดีโอส่วนหนึ่งของเพลง Mr.Mr. ได้สูญหายไปขณะตัดต่อ จึงทำให้การ Comeback ของเกิลส์เจเนอเรชันอาจต้องเลื่อนออกไปอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แต่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ค่ายเพลงใหญ่ของเกาหลีอย่าง SM ไม่น่าจะทำไฟล์มิวสิควีดีโอของศิลปินหายได้ และมองว่าเป็นการ จงใจ เลื่อนการ Comeback ของพวกเธอให้ไปชนกับการ Comeback ของ 2NE1 เนื่องจาก 2NE1 มีแผนจะออกมิวสิควีดีโอใหม่ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เพื่อตอบรับการแสดงเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ต AON - All Or Nothing ของพวกเธอ และ YG Entertainment ต้นสังกัดของ 2NE1 ได้ทวิตข้อความลงใน Twitter อย่างเป็นทางการของบริษัทโดยพูดถึงการปะทะกันระหว่างเกิลส์เจเนอเรชันและ 2NE1 ก่อนจะลบออกไปในเวลาอันรวดเร็ว จึงมีผู้ตั้งข้อสงสัยว่า SM Entertainment เลื่อน Comeback ของเกิลส์เจเนอเรชันเพื่อตอบรับสิ่งที่แฟนคลับเรียกว่า คำท้า ของ YG Entertainment หรือเปล่า อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของ SM Entertainment ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว OSEN และ Newsen ว่า "เรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อกู้ไฟล์นี้กลับมา และกำลังประชุมวางแผนเกี่ยวกับตารางการทำกิจกรรมของเกิลส์เจเนอเรชันอยู่"

โดยในที่สุด มินิอัลบั้ม Mr.Mr. ก็ได้ออกให้ดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์เพลงของเกาหลีรวมทั้ง iTunes เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และได้วางจำหน่ายรูปแบบซีดีในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยทันทีที่ออกดาวน์โหลด Mr.Mr. ก็สามารถขึ้นสู่อันดับ 1 ของชาร์ตเพลงเรียลไทม์ของเกาหลีทุกชาร์ต และทำยอดขายในสัปดาห์แรกมากกว่า 80,000 แผ่น ส่วนมิวสิควีดีโอได้ออกลงในเว็บไซต์ยูทูปในวันที่ 28 กุมภาพันธ์

แนวเพลง

แนวเพลงของเกิลส์เจเนอเรชันก็เช่นเดียวกับศิลปินเกาหลีทั่วไป นั่นก็คือแนว เค-ป็อป อันเป็นแนวเพลงที่กำลังได้รับความนิยม เพลงในลักษณะนี้มักจะมีการผสมผสานกันระหว่างดนตรี ร็อก และ อาร์แอนด์บี เพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งซิงเกิลเปิดตัวอย่างเพลง Into The New World จะเป็นเพลงในแนว K-Pop ผสม R&B เน้นในการโชว์พลังเสียงของนักร้องเสียงหลัก ซึ่งถือได้ว่าแตกต่างจากเพลง Girls' Generation ซึ่งเป็นซิงเกิลจากอัลบั้มชุดแรกของพวกเธอที่เน้นท่วงทำนองที่ค่อนข้างเร็ว ส่วนเพลง Kissing You และ Gee ทำนองเพลงจะเป็นแนวที่ค่อนข้างสดใสและดูเด็กๆ ขณะที่เพลง Oh! จะจัดอยู่ในแนวอิเล็คโทรนิกส์ ป็อป ซึ่งยังคงความสดใสแต่แฝงไปด้วยความเข้มแข็ง ส่วนเพลง Tell Me Your Wish (Genie) และ Run Devil Run จะเป็นแนวซิงค์ป็อปที่แฝงความเซ็กซี่ทำให้พวกเธอดูโตและเปรี้ยวขึ้นจากซิงเกิลนี้ ด้านเพลง Hoot จะมีกลิ่นอายเพลงแบบตะวันตกผสมกับดนตรีแนวเค-ป็อป ส่วนเพลง Mr.Taxi, The Boys, I Got A Boy และ Mr.Mr.จะมีความเป็นสากลมากขึ้นในเรื่องของทำนองเพลง และมีเนื้อหาของเพลงที่เป็นผู้ใหญ่ โดย I Got A Boy นั้นยังมีส่วนผสมของดนตรีแนวฮิปฮอปอีกด้วย ทั้งนี้ Run Devil Run ยังเป็นเพลงแรกของเกิลส์เจเนอเรชันที่มีการแร็ป


ความสามารถทางการร้อง การเต้น และการแร็ป

ด้านการร้อง

เนื่องจากเป็นวงที่มีสมาชิกมากถึง 9 คน สมาชิกของเกิลส์เจเนอเรชันจึงมีทักษะทางการร้องที่ต่างกันไป ผู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความสามารถทางการร้องสูงสุดคือ แทย็อน ส่วนผู้ที่มีความสามารถด้านการร้องที่โดดเด่นรองลงมาคือ เจสสิกา, ทิฟฟานี, ซอฮย็อน และซันนี ตามลำดับ ส่วนในเรื่องลักษณะเสียง เจสสิกา ซันนี และซูย็องมีเนื้อเสียงโทนโซปราโน ฮโยยอน ยูรี และยุนอามีเนื้อเสียงโทนเมซโซ แทย็อน ทิฟฟานี และซอฮย็อนมีเนื้อเสียงโทนอัลโต อันดับความสามารถในการร้องได้แก่ แทย็อน เจสสิกา ทิฟฟานี ซอฮย็อน ซันนี ยูรี ซูย็อง ฮโยยอน ยุนอา

ด้านการเต้น

สมาชิกที่มีความสามารถทางการเต้นสูงสุดคือ ฮโยยอน เธอสามารถเต้นได้แทบจะทุกรูปแบบ สมาชิกที่มีความสามารถทางการเต้นในระดับสูงรองลงมาจากฮโยยอนคือ ยูรี, ซูย็อง, และยุนอา พวกเธอทั้ง 4 มักจะได้รับโอกาสแสดงความสามารถด้านการเต้นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะฮโยยอนและยูรี นอกจากนี้ ในเพลง Into The New World และ Tell Me Your Wish (Genie) ฮโยยอนก็ได้โชว์ความสามารถด้านนี้ในท่อนบริดจ์ของเพลงอีกด้วย

ด้านการแร็ป

ในระยะแรกเกิลส์เจเนอเรชันไม่มีตำแหน่งแร็ปเปอร์ของวงอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งช่วงโปรโมตเพลง Run Devil Run จึงเริ่มมีความชัดเจนเรื่องสมาชิกที่เป็นแร็ปเปอร์ของวง (ในเพลงนี้ ซันนี, ฮโยยอน และซูย็องเป็นผู้ร้องท่อนแร็ปของเพลง) จนถึงช่วงโปรโมตเพลง The Boys จึงมีความชัดเจนเรื่องตำแหน่งแร็ปเปอร์ของวงมากขึ้น โดยเกิลส์เจเนอเรชันมีแร็ปเปอร์ทั้งสิ้น 5 คนคือ ฮโยยอน, ทิฟฟานี, ซูย็อง, ยูรี และยุนอา (เรียงตามลำดับความสามารถในการแร็ป) ซึ่งผู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความสามารถด้านการแร็ปสูงที่สุดในวงและถือเป็นแร็ปเปอร์หลักของวงก็คือ ฮโยยอน และฮโยยอนมีผลงานเพลงร่วมแร็พในเพลง Maxstep

สมาชิก

ชื่อในวงการ ชื่อจริง วันเกิด ประเทศที่เกิด ตำแหน่งในวง
ไทย โรมัน ฮันกึล ไทย โรมัน ฮันกึล สัญชาติ ตำแหน่ง
แทย็อน Taeyeon 태연 คิม แท-ย็อน Kim Tae-yeon 김태연 9 มีนาคม พ.ศ. 2532 (27 ปี) เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ หัวหน้าวง, นักร้องเสียงหลัก
ซันนี Sunny 써니 ซูซัน อี, อี ซุน-กยู Susan Lee , Lee Soon-kyu 수잔 이 , 이순규 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2532 (26 ปี) สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ นักร้องนำ
ทิฟฟานี Tiffany 티파니 สเตฟานี ฮวัง, ฮวัง มี-ย็อง Stephanie Hwang, Hwang Mi-young 스테파니 황, 황미영 1 สิงหาคม พ.ศ. 2532 (26 ปี) สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ นักร้องเสียงหลัก, แร็ปเปอร์นำ
ฮโยยอน Hyoyeon 효연 คิม ฮโย-ยอน Kim Hyo-yeon 김효연 22 กันยายน พ.ศ. 2532 (26 ปี) เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ นักเต้นหลัก, นักร้องสนับสนุน, แร็ปเปอร์หลัก
ยูรี Yuri 유리 คว็อน ยู-รี Kwon Yu-ri 권유리 5 ธันวาคม พ.ศ. 2532 (26 ปี) เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ นักเต้นนำ, นักร้องเสริม, แร็ปเปอร์
ซูย็อง Sooyoung 수영 ชเว ซู-ย็อง Choi Soo-young 최수영 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533 (26 ปี) เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ นักเต้นนำ, นักร้องเสริม, แร็ปเปอร์
ยุนอา Yoona 윤아 อิม ยุน-อา Im Yoon-ah 임윤아 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2533 (25 ปี) เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ นักเต้นนำ, นักร้องสนับสนุน, แร็ปเปอร์, ภาพลักษณ์ของวง
ซอฮย็อน Seohyun 서현 ซอ จู-ฮย็อน Seo Joo-hyun 서주현 28 มิถุนายน พ.ศ. 2534 (24 ปี) เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ นักร้องนำ น้องเล็ก

อดีตสมาชิก

ชื่อในวงการ ชื่อจริง วันเกิด ประเทศที่เกิด ตำแหน่งในวง
ไทย โรมัน ฮันกึล ไทย โรมัน ฮันกึล สัญชาติ ตำแหน่ง
เจสสิกา[6] Jessica 제시카 เจสสิกา จอง, ช็อง ซู-ย็อน Jessica Jung, Jung Soo-yeon 제시카 정, 정수연 18 เมษายน พ.ศ. 2532 (27 ปี) สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ นักร้องเสียงหลัก

กลุ่มย่อย

เกิลส์เจเนอเรชันแททีซอ

ชื่อในวงการ ชื่อจริง วันเกิด ประเทศที่เกิด
ไทย โรมัน ฮันกึล ไทย โรมัน ฮันกึล สัญชาติ
แทย็อน Taeyeon 태연 คิม แท-ย็อน Kim Tae-yeon 김태연 9 มีนาคม พ.ศ. 2532 (27 ปี) เกาหลีใต้ เกาหลีใต้
ทิฟฟานี Tiffany 티파니 สเตฟานี ฮวัง, ฮวัง มี-ย็อง Stephanie Hwang, Hwang Mi-young 스테파니 황, 황미영 1 สิงหาคม พ.ศ. 2532 (26 ปี) สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ เกาหลีใต้
ซอฮย็อน Seohyun 서현 ซอ จู-ฮย็อน Seo Joo-hyun 서주현 28 มิถุนายน พ.ศ. 2534 (24 ปี) เกาหลีใต้ เกาหลีใต้

ผลงาน

ทัวร์คอนเสิร์ต

รางวัล