ชายนี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ชายนี
(Marie Claire Korea) We, SHINee - Video 46s.jpg
ชายนีในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2018
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่เกิดโซล เกาหลีใต้
แนวเพลง
ช่วงปีค.ศ. 2008 (2008)–ปัจจุบัน
ค่ายเพลง
ส่วนเกี่ยวข้องเอสเอ็มทาวน์
เว็บไซต์shinee.smtown.com
สมาชิก
อดีตสมาชิก

ชายนี (เกาหลี: 샤이니; ญี่ปุ่น: シャイニー; อักษรโรมัน: Shinee เขียนเป็น SHINee) เป็นบอยแบนด์เกาหลีใต้ ก่อตั้งขึ้นที่โซล ภายใต้สังกัด SM เอนเตอร์เทนเมนต์ เดิมเปิดตัวในปี ค.ศ. 2008 ด้วยเพลง Replay ที่วางแผงครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 2008 พร้อมสมาชิกทั้งหมด 5 คน สมาชิกปัจจุบันซึ่งยังดำรงกิจกรรมอยู่ได้แก่ อนยู, Key, มินโฮ และ แทมิน โดยสมาชิกอีกหนึ่งคน จงฮย็อน ได้เสียชีวิตลงแล้วในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2017

ในระยะแรกนั้นชายนีถือว่าเป็นวงที่ทำดนตรีแนวอาร์แอนด์บีร่วมสมัย โดยทางค่ายได้มีแนวคิดที่ต้องการให้ชายนีกลายเป็นวงที่นำเทรนด์ หรือกระแสนิยมในช่วงนั้น ๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี, แฟชั่น, การเต้น และอื่น ๆ พวกเขาเดบิวต์หรือปรากฏตัวครั้งแรกภายในปี ค.ศ. 2008 ด้วยอีพีแรกที่มีชื่อว่า Replay ในรายการเพลงอินกีกาโยที่ฉายโดยสถานีโทรทัศน์ SBS ด้วยซิงเกิลเพลง "Replay" ชายนีได้มีกระแสมากขึ้นจากการสร้างเทรนด์ฮิตในหมู่นักเรียน โดยสื่อทั้งหลายได้ขนานนามพวกเขาด้วยวลีที่ว่า "เทรนด์แบบชายนี" ในเดือนสิงหาคม ปี 2008 ชายนีได้ปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดแรกในชื่อ The SHINee World ที่ได้ชนะรางวัลหน้าใหม่ในสาขาอัลบั้มแห่งปีที่งาน Golden Disk Award ครั้งที่ 23 ชายนีได้สร้างชื่อเสียงให้วงและทำให้เพลงเกาหลีเป็นที่รู้จักในวงกว้างได้อย่างมากมายด้วยผลงานเพลง "Ring Ding Dong" และ "Lucifer" โดยเพลง "Ring Ding Dong" นั้นได้ขึ้นสู่อันดับต้น ๆ ในชาร์ตเพลงเกาหลีทั่วประเทศถึง 7 ชาร์ตด้วยกัน และตัวซิงเกิลนั้นก็ได้รับความนิยมอย่างมากมายไปทั่วทวีปเอเชีย เพลง "Lucifer" ถูกเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลในสาขา Best Dance Performance (การแสดงเวทีเต้นที่ดีที่สุด) ที่งาน Mnet Asian Music Awards ในปี 2010 ด้วยท่าเต้นที่ดึงดูดใจ และในปี 2012 ทางกลุ่มก็ได้ปล่อยอัลบั้ม Sherlock ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดอันดับที่ห้าของปีโดยมียอดขายกว่า 180,000 ชุดในขณะนั้นเอง อีกทั้งพวกเขายังถูกจัดอันดับให้เป็นที่สุดของกลุ่มคนผู้มีชื่อเสียงในการจัดอันดับผู้ทรงอิทธิพลในเกาหลีโดยนิตยสารฟอบส์ ในปี 2014 และปี 2016

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

ก่อนการเปิดตัว[แก้]

ชายนี เปิดตัวทางอินเทอร์เน็ตเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2008 และในวันที่ 19 พฤษภาคม 2008 ชายนีก็ได้เปิดตัวทีเซอร์ของมิวสิกวีดีโอบนเว็บไซต์ของวงอย่างเป็นทางการในเกาหลี ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2008 ชายนีก็ได้เปิดตัวมิวสิควีดีโอของเพลง Replay ตามด้วย มินิอัลบั้ม ที่ออกวางแผงวันที่ 23 พฤษภาคม 2008

ชายนีได้เปิดตัวในฐานะคอนเทมพอรารี่แบนด์ที่ประกอบด้วยสมาชิก 5 คนที่มีอายุระหว่าง 14 ถึง 18 ปี โดยมี ฮาซังแบก (하상백) เป็นดีไซน์เนอร์อย่างเป็นทางการ

2008: การปรากฏตัวครั้งแรก และ The SHINee World[แก้]

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2008 ชายนีได้ออกมินิอัลบั้มแรก โดยมีเพลงที่โปรโมตอย่างเพลง "Replay" (누난 너무 예뻐; Nunan Neomu Yeppeo) (lit: Noona, You're So Pretty) ได้อยู่ในสังกัด S.M. Entertainment โดยช่วงเปิดตัวมินิอัลบั้มเปิดตัวของชายนีได้อยู่อันดับที่ 10 บน Korean music charts และ อยู่อันดับที่ 8 ซึ่งเป็นอันดับสูงสุด โดยยอดขายอยู่ที่ 17,957 แผ่น ในช่วงครึ่งแรกของปี 2008

ชายนีทั้ง 5 คน ที่งานคอนเสิร์ตพิเศษส่งท้ายปี เอ็มบีซี กาโยแดเจจอน ในวันที่ 31 ธันวาคม ปี 2016

ในขณะเดียวกันชายนีได้ปรากฏตัวครั้งแรกในรายการ M! Countdown ของช่อง M.Net วันที่ 22 พฤษภาคม 2008 ด้วยเพลง Replay และ ได้ปรากฏตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการในรายการ อินกิกาโย ของช่อง SBS วันที่ 25 พฤษภาคม 2008 ชายนีได้เข้าร่วมแสดงใน Dream Concert วันที่ 7 มิถุนายน 2008 ที่ Seoul Olympic Stadium และได้เข้าร่วมในรายการวิทยุมากมาย เช่น Kiss The Radio ชิมชิมทาปา และ ชุนจี ของสมาชิกในวงรุ่นพี่อย่าง Super Junior ฯลฯ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2008 ชายนีได้มีส่วนร่วมใน SMTown Live '08 จัดขึ้นที่สนามโอลิมปิก ณ กรุงโซล

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2008 ชายนีได้ปล่อยอัลบั้ม The Shinee World ซึ่งเต็มอัลบั้มแรกของพวกเขา โดยอัลบั้มปล่อยออกมาขายได้เป็นอันดับที่ 3 ด้วยยอดขายรวม 30,000 แผ่น โดยเพลงแรกที่ปล่อยออกมาจากอัลบั้มนี้คือ "Sanso Gateun Neo (Love Like Oxygen)" เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2008 เพลง Love Like Oxygen ทำให้ชายนีได้รับรางวัลครั้งแรกในรายการ M! Countdown ซึ่งเป็นเพลงแรกของชายนีได้รับรางวัลตั้งแต่เปิดตัว

2009–2010: กระแสความนิยม และ Lucifer[แก้]

มินิอัลบั้มที่ 2 ของชายนี ชื่อว่า "2nd Mini Album Romeo" ถูกปล่อยออกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2009 โดยปล่อยซิงเกิลเพลง "Juliette" ได้ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2009 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ชายนีได้กลับมาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2009 และได้ไปออกรายการ KBS's Music Bank

ชายนีได้ปล่อยมินิอัลบั้มที่ 3 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2009 ชื่อว่า "3rd Mini Album 2009, Year Of Us" โดยพวกเขาได้ปล่อยซิงเกิลเพลง "Ring Ding Dong" ได้ปล่อยในระบบดิจิตอลในวันที่ 14 ตุลาคม 2009 ถือว่าเป็นเพลงที่ทำให้ชายนีได้กลับมีกระแสอีกครั้งหลังจากเพลง Juliette ไม่ประสบความสำเร็จ จนทำให้ช่วงต้นเดือนธันวาคม 2009 พวกเขาได้รับรางวัล "Popularity" พร้อมกับรุ่นพี่อย่าง ซุปเปอร์ จูเนียร์ ในงาน 24th Golden Disk Awards และในเดือน กุมภาพันธ์ 2010 พวกเขาก็ได้รับรางวัล "Bonsang" ในงาน 19th Seoul Music Awards

อัลบั้มที่ 2 ได้ถูกปล่อยออกมา โดยชื่อว่า "Lucifer" เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2010 ได้ปล่อยมิวสิควีดีโอโปรโมทด้วยเพลง Lucifer ในวันเดียวกัน ภายในไม่กี่ชั่วโมงของการวางขายอัลบั้ม ยอดขายและยอดดาวน์โหลดอยู่ในอันดับต้นๆ ของเกาหลีใต้ เพลงในอัลบั้มของพวกเขา ได้มีการคัดสรรออกมาอย่างรอบคอบมากกว่าเดิมและมีการกล่าวถึงกับผู้ฟังว่า เป็นผลงานเพลงที่หลากหลายและโตขึ้นของสมาชิกในวง และในวันที่ 23 กรกฎาคม 2010 ชายนีได้กลับมาอีกครั้งและได้ปรากฏตัวในรายการ KBS Music Bank เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2010 ชายนีได้ปล่อยอัลบั้มรีแพคเกตชื่อ "Hello" โดยได้ปล่อยมิวสิควีดีโอ Hello ออกมาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2010 โดยอัลบั้มนี้ได้เพิ่ม 3 เพลงใหม่อย่าง "Hello", "One" และ "Get It"

ท่ามกลางการโปรโมตของชายนีสำหรับอัลบั้มที่ 2 พวกเขาได้มีส่วนร่วมในเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ต SMTown Live '10 กับศิลปินในค่าย เมื่อ 21 สิงหาคม 2010 ณ สนามกีฬาโอลิมปิกกรุงโซล เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2010 ชายนีได้ทัวร์คอนเสิร์ต Staples Center ที่ Los Angeles ต่อมาในวันที่ 11 กันยายน 2010 ชายนีได้มีส่วนร่วมในการแสดงคอนเสิร์ต ณ สนามกีฬา Hongkou ในเซี่ยงไฮ้ ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2010 ชายนีเริ่มทัวร์คอนเสิร์ตแรกของพวกเขา Shinee World ที่ โรงยิม Yoyogi ในกรุงโตเกียว มีคนเข้าร่วมประมาณ 24,000 คน

2011–2012: การเปิดตัวครั้งแรกที่ญี่ปุ่น และ Sherlock[แก้]

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2554 Shinee เคยแสดงที่สนามกีฬาโอลิมปิกยิมนาสติกในกรุงโซลในฐานะส่วนหนึ่งของการทัวร์คอนเสิร์ต Shinee World ตามด้วยเมืองต่างๆในญี่ปุ่นตลอดปี 2554 [48] [49] เมื่อวันที่ 25 และ 26 มกราคม 2554 ชายนี่ได้เข้าร่วมในงาน SMTown Live '10 World Tour ในโตเกียวซึ่งจัดคอนเสิร์ตสองครั้งที่ปารีสที่ Zenith de Paris คอนเสิร์ตสามรอบที่โตเกียวโดมและ Madison Square Garden ในมหานครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2554 ชายนี่ได้เปิดตัวในญี่ปุ่นด้วย"Replay" เวอร์ชันญี่ปุ่นซึ่งขายได้มากกว่า 91,000 แผ่นในสัปดาห์แรก ต่อมาได้รับการรับรองทองโดย RIAJ ว่าขายกว่า 100,000 ชุด มันกลายเป็นยอดขายสูงสุดที่โอริคอนได้รับจากการเปิดตัวของกลุ่มชาวเกาหลีใต้ในเวลานั้น

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน Shinee ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นศิลปินชาวเอเชียคนแรกที่ได้ไปแสดงที่ Abbey Road Studios ในลอนดอนซึ่ง้เป็นการเดบิ้วเปิดตัวในญี่ปุ่นที่นั่น ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2011 Shinee ได้เริ่มเปิดการแสดงการในประเทศญี่ปุ่นและจัดคอนเสิร์ตหลายแห่งในหลายเมืองทั่วประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 28 สิงหาคมและ 12 ตุลาคม 2554 มีการออก remakes เวอร์ชันญี่ปุ่นสองเพลงคือ "Juliette" และ "Lucifer" ออกตามลำดับ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2554 Shinee ได้มีส่วนร่วมในความพยายามที่จะช่วยเหลือเด็กแอฟริกัน กลุ่มเหล่านี้ได้เข้าร่วมโดยเลขาธิการสหประชาชาติ Ban Ki-moon ในโครงการ "Help African Children" ซึ่งจัดโดยสมาคมสภากาชาดเกาหลีและคณะกรรมการ UNICEF ของเกาหลี

ในเดือนพฤศจิกายนปี 2011 Shinee ได้รับเชิญให้ไปแสดงเป็นพิธีเปิดงานเทศกาลภาพยนตร์เกาหลีกรุงลอนดอนครั้งที่ 6 ซึ่งจัดขึ้นที่ Odeon West End Theatre ชายนี่ได้แสดงในงานกาล่าดินเนอร์นาน 1 ชั่วโมงเพื่อเปิดเทศกาล และ ตั่วขายหมดพายในไม่กี่นาที นี่เป็นครั้งแรกที่ศิลปินเกาหลีคนใดคนหนึ่งได้จัดคอนเสิร์ตอิสระในลอนดอนเพื่อเปิดคอนเสิร์ตฉลองเทศกาลดนตรีขายตั๋วภายในไม่กี่นาที นี่เป็นครั้งแรกที่ศิลปินเกาหลีคนใดคนหนึ่งได้จัดคอนเสิร์ตอิสระในลอนดอน

วงได้ทำอัลบั้มญี่ปุ่นแรกคือ "The First" ได้รับการปล่อยตัวในเดือนธันวาคม 2554 ในอัลบั้มประกอบไปด้วยเพลงใหม่ 5 เพลงและเพลงเกาหลี 7 เพลงที่เพิ่งเปิดตัวออกไป เวอร์ชันปกติของอัลบั้มนี้ยังให้ความสำคัญกับบทเพลงที่ใช้ประกอบละคร Strangers 6 ซึ่งมีชื่อว่า "Stranger" เป็นโบนัส อัลบั้มนี้ได้รับการรับรองทองโดย RIAJ สำหรับการขายมากกว่า 100,000 ชุด

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ปี2010แทมิน, อนยูและคีย์ร่วมกันทำงานนักเขียนและได้ออกหนังสือท่องเที่ยวเรื่อง "Children of the Sun" ซึ่งมีเรื่องราวจากการเดินทางมายังบาร์เซโลนาประเทศสเปน พวกเขาถ่ายภาพและเขียนข้อคิดเห็นเอง Shinee ยังมีส่วนร่วมในอัลบั้ม 2011 Winter SMTown - The Warmest Gift พร้อมปกเพลง "Last Christmas" อัลบั้มที่รวบรวมโดยศิลปิน SM ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2554

Shinee จัดคอนเสิร์ตเพื่อเป็นเกียรติแก่การเปิดตัวอัลบั้มแรกของพวกเขาในประเทศญี่ปุ่น The First ที่ Tokyo International Forum Hall A ในวันที่ 24 ธันวาคม 2554 คอนเสิร์ตครั้งนี้จัดขึ้นสามครั้งเพื่อรองรับแฟน ๆ 15,000 คนที่ได้รับรางวัล จับสลาก พวกเขาแสดงเพลงทั้งหมด 6 เพลงรวมทั้งซิงเกิ้ลเปิดตัวในญี่ปุ่นของพวกเขา Replay (Kimi wa Boku no Everything) และ Lucifer และ "To Your Heart" [69] เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2554 บริษัท Tower Records ประเทศญี่ปุ่น

ต่อมาได้มีประกาศว่าชายนี่ได้รับรางวัล "ศิลปินแห่งปี" จากรายการ K-Pop Lovers! Awards 2011.เป็นอัลบั้มที่สี่ของ Shinee ในเกาหลี มินิอัลบั้ม"Sherlock" ได้รับการเผยแพร่ในรูปแบบดิจิทัลในวันที่ 19 มีนาคม และในวันที่ 21 มีนาคม Sherlock กลายเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดอันดับที่ห้าของปีในเกาหลีใต้ด้วยยอดขายกว่า 180,000 แผ่น [74] เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2555 Shinee พร้อมกับเพื่อนร่วมงานของพวกเขาได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นของ SM Entertainment พวกเขาได้รับ 340 หุ้น (มูลค่าประมาณ $ 13,600 สำหรับสมาชิกแต่ละคน)

และในวันที่ 21 มีนาคม Sherlock กลายเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดอันดับที่ห้าของปีในเกาหลีใต้ด้วยยอดขายกว่า 180,000 แผ่น [74] เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2555 Shinee พร้อมกับเพื่อนร่วมงานของพวกเขาได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นของ SM Entertainment พวกเขาได้รับ 340 หุ้น (มูลค่าประมาณ $ 13,600 สำหรับสมาชิกแต่ละคน)  "Sherlock" เวอร์ชันญี่ปุ่นได้รับการปล่อยตัวในญี่ปุ่นในวันที่ 16 พฤษภาคม และในวันที่ 25 เมษายน 2555 ชายนี่เริ่มทัวร์คอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่น ทัวร์ครั้งนี้มีทั้งหมด 20 รอบในเมืองฟุกุโอกะ ซัปโปโร นาโกย่า โอซาก้า โกเบ โตเกียว และฮิโรชิมา การเดินทางของพวกเขาได้สร้างสถิติให้กับคนส่วนใหญ่ในการเข้าร่วมทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกของเกาหลีกับการรวม 200,000 คน เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2555 Shinee ได้เข้าร่วม SMTown Live World Tour III ร่วมกับเพื่อนร่วมค่ายของพวกเขาที่ Honda Center ใน Anaheim, California [79] [80] Shinee ได้จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่สองของพวกเขา Shinee World II ขึ้นที่กรุงโซลในวันที่ 21 และ 22 กรกฎาคมที่ Olympic Gymnastics Arena Shinee ได้ปล่อยซิงเกิ้ลญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม "Dazzling Girl" ขึ้นเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2555 ซิงเกิ้ลขายได้ 97,111 ชุดในสัปดาห์แรกและได้รับเลือกให้เป็นเพลงประกอบละครญี่ปุ่นเรื่อง Sukkiri เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 พร้อมกับนักแสดงคิมซูฮยอน Shinee ได้รับรางวัล "Ministry of Culture Award"จากกระทรวงวัฒนธรรมการกีฬาและการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้และรางวัล KOCCA ประจำปีของเกาหลี Creative Arts & Culture รางวัลที่ Seoul Olympic Hall Shinee เข้าร่วมงาน 2012 Mnet Asian Music Awards ในเดือนพฤศจิกายนปี 2012 ซึ่งจัดขึ้นที่ฮ่องกงและได้รับรางวัล "Best Dance Performance - Male Group" สำหรับซิงเกิ้ลเกาหลีล่าสุด "Sherlock (Clue + Note) ต่อมา Shinee ได้เปิดตัวซิงเกิ้ลเพลงแรกของญี่ปุ่น (ชุดที่หก), 1000-nen, Zutto Soba ni Ite ... และอัลบั้มคอนเสิร์ตสำหรับ Shinee World 2012 arena tour เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2012

2013–2014: Dream GirlWhy So Serious?Boys Meet UEverybody และ I'm Your Boy[แก้]

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2013 Shinee ได้เข้าร่วมงาน Golden Disk Awards ครั้งที่ 27 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ใน Sepang International Circuit และได้รับรางวัล "Popularity Award" เป็นครั้งที่สามซึ่งได้รับรางวัลนี้ในปี 2009 และ 2010 และได้รับรางวัล " Disk Bonsang "สำหรับ" Sherlock "รางวัลที่สองหลังจากที่ได้รับรางวัล" Lucifer "ในปี 2010 [89] เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ทาง MBC ประกาศว่า Shinee จะนำแสดงในรายการพิเศษ "Shinee's Wonderful Day" ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "Shinee's One Fine Day" ซึ่งเริ่มออกอากาศในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้โดยเฉพาะสมาชิกวง Shinee ได้ไปเยี่ยมชม ประเทศต่างๆที่ตนเลือกโดยปราศจากความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่บริหารและทีมงานฝ่ายผลิตที่ได้รับคำสั่งให้เข้ามาแทรกแซง สำหรับเรื่องพิเศษนี้ Onew ได้ไปเยือนประเทศไทย Jonghyun ไปญี่ปุ่น Key and Minho ได้ไปอังกฤษและ Taemin ไปเยี่ยมประเทศสวิตเซอร์แลนด์

อัลบั้มที่สามของ Shinee ในเกาหลีประกอบด้วยสองเวอร์ชัน: พาร์ทแรก" Dream Girl – The Misconceptions of You " ออกจำหน่ายในวันที่ 19 กุมภาพันธ์และพาร์ทที่สอง " Why So Serious? – The Misconceptions of Me"ได้รับการเผยแพร่ในวันที่ 29 เมษาย เพลงไตเติ้ลของพาร์ทแรก "Dream Girl" เป็นเพลงแนว electro Funk ผลิตโดย Shin Hyuk และ Joombas Music Factory ในขณะที่เพลงไตเติ้ลของพาร์ทที่สอง "Why So Serious" เป็นเพลงร็อคแนวเพลง Funk Rock เขียนและผลิตโดยเคนซี่ ต่อมาอัลบั้มรวมได้รับการปล่อยออกมา "The Misconceptions of Us"กับสองเพลงใหม่: "Selene 6.23" และ "Better Off"

เพื่อส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศเกาหลี Shinee ได้รับเลือกให้เป็นทูตกิตติมศักดิ์ของเขต Gangnam ของกรุงโซลในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2014. หนึ่งปีต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ปี พ.ศ. 2558 ชายนี่ได้กลายเป็นทูตของวมถึงการแสดงในงานต่างๆทั่วโลกเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศต่างๆ

วันที่ 13 มีนาคม Shinee ปล่อยซิงเกิ้ลญี่ปุ่นเพลง "Fire" และเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนชายนี่ได้ปล่อยอัลบั้มที่สองของพวกเขาในประเทศญี่ปุ่น Boys Meet U และเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมซิงเกิ้ลที่มีชื่อเดียวกันได้ออกวางจำหน่ายแล้วเช่น "Dream Girl" เวอร์ชันญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2013 Shinee ได้เริ่มทัวร์คอนเสิร์ต Shinee World 2013 ในไซตามะในประเทศญี่ปุ่นครั้งที่ 2

วันที่ 29 กันยายน SM Entertainment ประกาศว่าอัลบั้มที่ห้าของ Shinee เป็นมินิอัลบั้มชื่อ"Everybody"จะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 14 ตุลาคม ต่อมาในเดือนพฤศจิกายนปี 2013 Shinee ได้รับรางวัล "Artist of the Year" ในงานมอบรางวัลประจำปีของ Melon Music Awards ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพิธีมอบรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศโดยมอบรางวัลจากการขายแบบดิจิตอลและการโหวตทางออนไลน์ นี่เป็นครั้งแรกที่กลุ่มได้รับแดซัง เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2013 เอสเอ็มเอ็นเตอร์เทนเมนท์ประกาศเทศกาลดนตรีสัปดาห์ยาวชื่อ SMTown Week คอนเสิร์ตของ Shinee มีชื่อว่า The Wizard เปิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ Kintex ใน Ilsan

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2014 Shinee ได้จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 3 ในเดือนมีนาคมที่ชื่อ Shinee World III ซึ่งมีการแสดงเพิ่มขึ้นในละตินอเมริกา เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์นายกเทศมนตรีเมืองกังนัมชินยอนฮีประกาศว่าชายนี่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นทูตกิตติมศักดิ์ของเมืองชินีแล้ว ในวันที่ 2 เมษายน Shinee ได้ออกอัลบั้มคอนเสิร์ตไลฟ์จากคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่สองของพวกเขา Shinee World II เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน Universal Music Japan ได้ปล่อยซิงเกิ้ลญี่ปุ่นชุดที่สอง "Lucky Star" ของ Shinee เป็นเพลงแรกในค่าย EMI Records และเมื่อวันที่ 24 กันยายน Universal Music Japan ได้เปิดตัวอัลบั้มที่สามของญี่ปุ่นชื่อ "I'm Your Boy" โดยมีซิงเกิ้ล "Boys Meet U", "3 2 1" และ "Lucky Star" ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงธันวาคม 2014 Shinee เริ่มทัวร์ญี่ปุ่นครั้งที่สามของพวกเขา เริ่มต้นที่ชิบะในวันที่ 28 กันยายนโดยมีการแสดงรอบ 30 รอบทั่วประเทศ ทัวร์คอนเสิร์ตได้สิ้นสุดลงในวันที่ 14 ธันวาคม 2014 ที่ Kobe และในคอนเสิร์ตรอบสุดท้าย ชายนี่ได้ประกาศการขึ้นโตเกียวโดมครั้งแรก พร้อมกับคอนเสิร์ตอีกครั้งในวันที่ 14 และ 15 มีนาคม 2015 ที่โตเกียวโดม

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2014 ชายนี่ได้ออกอัลบั้มคอนเสิร์ตไลฟ์จากคอนเสิร์ตครั้งที่สาม Shinee World III ที่จัดขึ้น ณ Olympic Gymnastics Arena ในวันที่ 8 และ 9 มีนาคมปีเดียวกัน โดยมีซีดีสองแผ่นรวม 33 แทร็ก SM Entertainment กล่าวว่าวันที่ 15 ธันวาคม Shinee สามารถจำหน่ายบัตรที่ World Memorial Hall ที่เมืองโกเบประเทศญี่ปุ่นจนหมด โดยมีแฟน ๆ เข้าร่วมงานระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคมจำนวน 16,000 คนด้วยเหตุนี้ Shinee ประสบความสำเร็จในการทัวร์คอนเสิร์ตครบรอบ 20 เมือง 30 คอนเสิร์ตซึ่งเริ่มต้นขึ้นที่ ichihara city hall ในเมืองชิบะโดยรวบรวกผู้ชม 200,000 คนโดยรวม นอกจากนี้แล้ว Shinee ยังจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวที่โตเกียวโดมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 14 และ 15 มีนาคม 2015 คอนเสิร์ต Tokyo Dome เป็นตอนจบและอีกครั้งในการทัวร์คอนเสิร์ตในญี่ปุ่น ต่อมาในนิตยสารของฟอร์บ Shinee ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน Korean Power Celebrity ในปี 2014

2015–2016: OddDxDxD และ 1 of 1[แก้]

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ Shinee ได้รับเชิญให้เป็นศิลปินเกาหลีคนเดียวในรายการจันทรคติปีใหม่จันจี้หวู่ฮุยซึ่งเป็นเจ้าภาพโดยเหลียวหนิงทีวี เลยทำให้รายการมีคนดูเพิ่มขึ้มมากที่สุดเป็นเวลา 12 ปีท่ามกลางรายการอื่น ๆ ที่ออกอากาศในช่วง ในเวลาเดียวกัน Shinee จัดคอนเสิร์ตครั้งที่สี่เป็มเวลาสามวันชื่อ Shinee World IV ที่ Seoul Park Gymnastics Gymnasium ระหว่างวันที่ 15 และ 17 พฤษภาคมซึ่งชายนี่ได้เปิดตัวเพลงใหม่จากอัลบั้มที่กำลังจะมีขึ้น เป็นอัลบั้มที่สี่ของพวกเขา Odd ได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 18 พฤษภาคมและในวันรุ่งขึ้นมิวสิกวิดีโอเพลงไตเติ้ล "View" ได้รับการปล่อยตัวออกมา เพลงที่เขียนและผลิตโดย are h msDN Noise และ Jonghyun shinee มิวสิกวิดีโอของอัลบั้มที่สี่ของพวกเขา "View" เป็นมิวสิควิดีโอ K-Pop ที่ดูมากที่สุดในโลกในเดือนพฤษภาคม แยกออกมาในอันดับ 9 บนชาร์ตอัลบั้มของ Billboard Heatseekers และ Billboard's World Albums chart และขายได้มากกว่า 2,000 แผ่นในสหรัฐอเมริกา อัลบั้มรีแพ็คเกจmarried to the music ได้รับการปล่อยตัวออกมาเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ปี2015 พร้อมกับเพลงเพิ่มเติมอีก 4 เพลง ต่อมา Gaon Charts ได้เปิดเผยยอดขายในปี 2015 ซึ่งเปิดเผยว่า Shinee เป็นหนึ่งในกลุ่มชายเพียง 5 กลุ่มเท่านั้นที่สามารถทำยอดขายได้ในชาร์ทดิจิทัลอันดับที่ 41 และเป็นหนึ่งในสี่กลุ่มชายที่ทำยอด 100 อันดับจากชาร์ตดาวน์โหลดและสตรีมมิ่ง 78 และ 65 ตามลำดับ - ทำลายสถิติของพวกเขาในปีก่อนหน้า

ต่อมาพวกเขาปล่อยซิงเกิ้ลญี่ปุ่นซิงเกิ้ลที่ 11 และ 12 ของพวกเขาคือ "Sing Your Song" และ "DxDxD" ในวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2558 และวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ตามลำดับทั้งสองซิงเกิ้ลอยูในอัลบั้มที่สี่ของญี่ปุ่น ในวันที่ 1 มกราคม 2016 Shinee ได้ปล่อยอัลบั้มญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า D × D × D ซึ่งรวมถึงสองซิงเกิ้ลดังกล่าวและ"View" เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน อัลบั้มนี้ติดอันดับชาร์ตโอริคอนเป็นเวลาถึง 2 สัปดาห์ติดต่อกัน เพื่อโปรโมตอัลบั้มนี้พวกเขาได้เปิดตัว Shinee World 2016 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองฟุคุกะ Marine Messe เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2016 และสิ้นสุดที่ Tokyo Dome ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2016 โดยมีคอนเสิร์ตทั้งหมด 20 คอนเสิร์ตใน 9 เมือง และเอเจนซี่ของพวกเขา SM Entertainment คาดว่าคอนเสิร์ตนี้จะมีผู้ชมรวมกันได้ถึง 350,000 คนซึ่งจะทำให้จำนวนผู้เข้าชมทัวร์ญี่ปุ่นทั้งหมดของ Shinee เพิ่มขึ้นเป็น 1.12 ล้านคน ทัวร์ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในโตเกียวโดมที่พวกเขาแสดงในวันที่ 18 และ 19 พฤษภาคมและเป็นครั้งแรกที่ Kyocera Dome ในวันที่ 14 และ 15 ในขณะเดียวกันพวกเขาได้ปล่อยซิงเกิ้ลญี่ปุ่นชุดที่ 13 "Kimi no Sei de" ในวันที่ 18 พฤษภาคม ซึ่งขายได้กว่า 69,000 แผ่นในญี่ปุ่น

ในเดือนกุมภาพันธ์ปีพ. ศ. 2560 ฟอร์บได้จัดอันดับท็อป10ของ Forbes 'Korea Power Celebrity และShinee ได้ติดอันดับอีกครั้งหนึ่ง ในเดือนมีนาคม Shinee ได้รับรางวัล "Best Group Award" ในเอเชียที่งาน Dongfang Music Awards ครั้งที่ 23 ในเซี่ยงไฮ้ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพิธีมอบรางวัลประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจีน ชายนี่เป็นศิลปินK-Pop เดียวที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในพิธีนี้ K-Pop ในช่วงครึ่งแรกของปี 2016 Shinee ได้รับการจัดอันดับเป็นที่สามในประเทศญี่ปุ่นสำหรับผู้ชมคอนเสิร์ตของพวกเขาด้วยประมาณ 364,000 คนจาก 20 คอนเสิร์ต

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2016 Shinee ได้จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 5 ของพวกเขาขึ้นในชื่อ Shinee World V ในกรุงโซล แสดงทั้งหมด 34 เพลงมีสี่เพลงจากอัลบั้มใหม่ที่จะได้รับการปล่อยตัวออกมาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมปี 2016 เพลงไตเติ้ล "1 of 1"เป็นผลงานเพลงแนวย้อนยุค โดยย้อนกลับไปในยุคช่วง 1980-1990 ต่อมาชายนี่ได้ออกอัลบั้มรีแพ็คเกจ "1 and 1" ได้รับการปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 พร้อมด้วยเพลงใหม่ 5 เพลง โดยใช้หนึ่งในห้าเพลงใหม่"Tell me what to do" ในการโปรโมท เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559 Shinee ได้ปล่อยซิงเกิ้ลญี่ปุ่นเพลง "Winter Wonderland" ออกในประเทศญี่ปุ่นเป็นซิงเกิ้ลที่ 14 ซึ่งออกจำหน่ายอยู่ในอันดับที่สองบนชาร์ตโอริคอนและขายได้กว่า 80,000 แผ่นในหนึ่งสัปดาห์ ในปี2016 Shinee ยังมีผู้ชมคอนเสิร์ตมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของประเทศญี่ปุ่นด้วยจำนวนประมาณ 510,000 คนจาก 28 คอนเสิร์ต Shinee เป็นหนึ่งในสองศิลปินที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นนอกเหนือจากวงBig Beng ที่ก้าวเข้าสู่สิบอันดับแรกของ การจดอันดับ Top 10 ในรายการ

2017–ปัจจุบัน: FIVE, การโปรโมทหลังการเสียชีวิตของจงฮย็อน และอัลบั้ม The Story of Light[แก้]

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ชายนีได้ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ห้าของญี่ปุ่น Five[1] เพื่อโปรโมตอัลบั้มนี้พวกเขาได้เปิดตัว SHINee World Japan 2017 ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2017 และสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายน 2017 ที่กรุงโตเกียวโดยมีคอนเสิร์ตทั้งหมด 25 คอนเสิร์ตใน 10 เมือง[2] ในช่วงครึ่งแรกของปี 2017 ชายนีเป็นอันดับที่ 6 ในประเทศญี่ปุ่นสำหรับผู้ชมคอนเสิร์ตจำนวนประมาณ 338,238 คน ชายนียังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในบรรดาศิลปินเกาหลีทั้งหมดที่มีอยู่ในรายการด้วยซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ท็อปเท็นทัวร์ของพวกเขา SHINee World 2017[3] ต่อมาในกลุ่มได้เพิ่มการแสดงเพิ่มเติมอีกสี่ครั้งสำหรับการเดินทางที่โตเกียวโดมและเคียวเซร่าโดมตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป[4]

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2017 จงฮย็อน เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย[5][6] งานศพของเขาถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมโดยมีสมาชิกที่เหลืออยู่ในวงรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพงาน มีศิลปินมากมายได้เข้าร่วมไว้อาลัยการจากไปครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น โซนยอชีแด, ไอยู, ซูเปอร์จูเนียร์ รวมทั้งศิลปินกลุ่มอื่น ๆ [7][8][9] ชายนีมีกำหนดจะจัดคอนเสิร์ตในญี่ปุ่นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2018 และหลังจากได้เข้าร่วมการอภิปรายว่าจะเลื่อนออกไปหรือไม่[10] พวกเขาตัดสินใจที่จะโปรโมตในฐานะสมาชิกสี่คนและดำเนินการทัวร์ญี่ปุ่นตามกำหนดการเดิมที่ได้ตั้งใจไว้[11]

ในวันที่ 26 มีนาคม ชายนี่ได้ปล่อยซิงเกิลเพลงชื่อว่า "From Now On" ซึ่งมีเสียงของจงฮย็อนที่ได้บันทึกไว้ก่อนเจ้าตัวเสียชีวิตออกมา และในภายหลังก็ได้ปล่อยอัลบั้มชุมรวมผลงานทั้งหมดเป็นครั้งแรกในชื่ออัลบั้ม SHINee The Best From Now On

ในวันที่ 15 พฤษภาคม ทาง SM เอนเตอร์เทนเมนต์ได้ปล่อยตัวอย่างอัลบั้มชุดใหม่ชื่อว่า The Story of Light โดยได้แบ่งออกเป็นสามพาร์ทด้วยกัน โดยอัลบั้มย่อยชุดแรกนั้นถูกปล่อยออกมาในวันที่ 28 พฤษภาคม พร้อมกับซิงเกิลโปรโมทหลักที่ชื่อว่า "데리러 가 (Good Evening)" เช่นเดียวกับกับอัลบั้มย่อยชุดที่สอง กับเพลงโปรโมทหลักที่ชื่อว่า "I Want You" ที่ถูกปล่อยออกมาในวันที่ 11 มิถุนายน โดยอัลบั้มชุดนี้ถูกเขียนขึ้นโดยสมาชิกภายในวงด้วยมุมมองจากตัวสมาชิกที่มองตนเอง วง และเพื่อนสมาชิกด้วยกัน และในอัลบั้มชุดที่สามซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายของอัลบั้ม The Story of Light นี้ สมาชิกชายนีได้มีส่วนร่วมในการเขียนเพลงโปรโมทหลักอย่าง "Our Page" ขึ้นโดยมีจุดประสงค์ในการเขียนนั้นเพื่อสื่อไปถึงสมาชิกที่ล่วงลับไปแล้วอย่างจงฮย็อนร่วมด้วย โดยอัลบั้มชุดนี้ได้ถูกปล่อยออกมาในวันที่ 25 มิถุนายน

ภาพรวมของวง[แก้]

สัญลักษณ์อย่างเป็นทางการ[แก้]

ชื่อวงและโลโก้ประจำวง

สีประจำวงและชื่อกลุ่มแฟนคลับอย่างเป็นทางการของชายนี
สีเพิร์ลอควา ชายนีเวิลด์ (ย่อ: ชนว. หรือ ชยาวอล)
  • (อังกฤษ: SHINee WORLD)
ในญี่ปุ่น ชายนีเวิลด์ เจ
  • (อังกฤษ: SHINee WORLD J)

ในวันที่ 31 สิงหาคม ปี 2008 หลังจากการขึ้นแสดงโปรโมทในรายการเพลงอินกีกาโย ชายนีได้จัดแฟนมีตติ้งเล็ก ๆ ขึ้นเพื่อฉลองล่วงหน้าเนื่องในโอกาสครบรอบการเดบิวต์ครบ 100 วัน ในวันที่ 1 กันยายน ที่จะถึง และภายในวันเดียวกันนั้นเองก็ได้มีประกาศชื่อกลุ่มแฟนคลับอย่างเป็นทางการของชายนี ซึ่งก็คือ "ชายนีเวิลด์" [12][13] จากประกาศของทีมงานจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของชายนีนั้นได้ระบุไว้ว่าชื่อ 'ชายนีเวิลด์' มีความหมายถึง "โลกของชายนีและแฟน ๆ ของพวกเขา" หลังจากนั้นเป็นต้นมา การใช้ชื่อ 'ชายนีเวิลด์' เรียกแทนกลุ่มแฟนคลับของวงชายนีจึงได้แผร่หลายและเป็นที่รู้จักกันมาจนถึงปัจจุบันนี้

ภาพลักษณ์ต่อสายตาสาธารณชน[แก้]

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงสไตล์ในวงการเพลงเกาหลีในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอย่างมากมายแต่ภาพลักษณ์ที่สดใสและเน้นสีสันก็ยังเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มนี้ โดยคอนเซปต์คงสีสันแบบนี้ก็เป็นธีมหลักในแฟชั่นของกลุ่มอีกด้วย (ซ้าย: ชายนีในปี 2012) ในระยะหลังชายนีได้พัฒนาความสดใสนั้นด้วยมุมที่โตขึ้นแต่ก็ยังคงคอนเซปต์ "เสน่ห์แบบเด็กผู้ชาย" เอาไว้ (ขวา: ชายนีในปี 2015)

ชายนีเป็นที่รู้จักกันในสไตล์แฟชั่นที่โดดเด่นของวง โดยในช่วงแรกนั้นพวกเขาอยู่ในการดูแลของดีไซน์เนอร์ ฮา ซัง-แบ็ก ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบข้อสูง, สกินนียีนส์ (ยีนส์ทรงกระบอกเล็ก) และเสื้อสเวตเตอร์สีสันสดใส[14] สไตล์ที่แปลกใหม่ของพวกเขาได้สร้างกระแสขึ้นภายในสังคมและกลุ่มเด็กนักเรียน โดยสื่อทั้งหลายได้ขนานนามพวกเขาด้วยวลีที่ว่า "เทรนด์แบบชายนี"[15][16] ภาพลักษณ์ของวงใน "เสน่ห์แบบเด็กผู้ชาย" นั้นเป็นจุดสำคัญในการสร้างฐานแฟนคลับของชายนี และเมื่อปล่อยอัลบั้ม 2009, Year of Us ออกมา ภาพลักษณ์ของชายนีได้เติบโตมากยิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเองสไตล์ของวงก็ยังเน้นแปลกใหม่ไม่เหมือนใครอย่างเสมอต้นเสมอปลาย นอกจากการทำงานร่วมกับศิลปินและช่างภาพที่มีชื่อเสียงมากมายแล้วทางค่าย SM ก็ยังสรรหาเทคนิคหรือไอเดียใหม่ ๆ อยู่เสมอโดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญอย่างหลากหลายเพื่อที่จะตกตะกอนสิ่งใหม่ ๆ ในการพัฒนาคอนเซปต์ของชายนีอยู่เสมอ[17] ในปีที่ 2008 ที่ชายนีปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกด้วยเพลง "Replay" พวกเขาไม่เพียงแต่มีแฟนคลับใหม่เพิ่มมากมายจากคอนเซปต์วงที่มีความสดใสเท่านั้น ในสี่ปีให้หลังในปี 2014 ชายนี่ได้ปล่อยอัลบั้ม Sherlock[18] ฮา ซัง-แบ็ก ดีไซน์เนอร์ของพวกเขาได้กล่าวในบทสัมภาษณ์ของสำนักข่าว Korean Times อีกว่า "หลายต่อหลายปีที่ผมปรับเปลี่ยนสไตล์ทั้งหลายให้เข้ากับดนตรีของพวกเขา ผมยังรู้สึกถึงซิงเกิลเดบิวต์แรกของพวกเขาได้อยู่เลย การผสมแฟชั่นใต้ดินเข้ากับแฟชั่นทั่วไป ผสมศิลปะการตัดเย็บชั้นสูงเข้ากับสตรีทแฟชั่น มันทันสมัยมากจริง ๆ ทันสมัยเหมือนชายนีนั่นล่ะ"[18]

ความสามารถในการร้องและการเต้น[แก้]

สไตล์เพลงและคอนเซปต์ของวง[แก้]

ผลงานเพลง[แก้]

คอนเสิร์ต[แก้]

ผลงานด้านการแสดงและผลงานอื่น ๆ[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

ปี ชื่อเรื่อง เพิ่มเติม อ้างอิง
2012 I AM. ภาพยนตร์ชีวประวัติของศิลปิน SM TOWN [31]
2015 SMTOWN The Stage ภาพยนตร์สารคดีของศิลปิน SM TOWN [32]

ละครโทรทัศน์[แก้]

ปี สถานี ชื่อเรื่อง เพิ่มเติม อ้างอิง
2008 KBS2 My Precious You ดารารับเชิญ [33]
2012 Webtoon ENT เป็นตัวละครในเว็บตูนเกาหลี [34]
2013 KBS2 ลีซุนชิน ครอบครัวนี้มีรัก ดารารับเชิญ [35]

รายการเรียลลิตี้[แก้]

ปี ชื่อรายการ สถานี อ้างอิง
2008 ชายนีย็อนฮานัม Mnet [36]
2010 ชายนีเฮลโลเบบี KBS [37][38]
2012 World Date กับชายนี KBS
2013 One Fine Day ของชายนี MBC [39]
2018 SHINee's Back M2

หนังสือ[แก้]

  • โฟโต้บุ๊ก ชุดที่ 1 'Day' (2009)
  • โฟโต้บุ๊ก ชุดที่ 2 'Night' (2009)
  • 태양의 아이들: อนยู, Key, แทมิน เที่ยวเมืองบาร์เซโลนา

โดยสำนักพิมพ์ Woongjin Think Big Co., Ltd (12 กันยายน ปี ค.ศ. 2011) ISBN 8901136058

  • 샤이니 서프라이즈 베케이션 (อังกฤษ: SHINee SURPRISE VACATION) - บันทึกการท่องเที่ยว

โดยสำนักพิมพ์ เอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ (27 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 2013) ISBN 8996955434

  • 종현 소설책 - 산하엽 : 흘러간, 놓아준 것들 (อังกฤษ: Skeleton Flower: Things That Have Been Released and Set Free)

ผู้แต่ง: จงฮย็อน, โดยสำนักพิมพ์ เอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ (2015)

รางวัลและการเสนอชื่อเข้าชิง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Tamar Herman. "SHINee 'Get the Treasure' in New Japanese Music Video". Billboard. Archived from the original on February 12, 2017. Five will be released Feb. 22, although the album was made available digitally in Japan on Jan. 27.
  2. Jie Ye-eun. "SHINee to tour North America". Kpop Herald. The five-member-act has been touring 10 cities in Japan, including Tokyo, Osaka and Nagoya for "SHINee World 2017 Five" since January.
  3. "ワンオク、back numberがTOP5にランクイン!2017年上半期推定観客動員ランキングが発表" [One ok rock, Back number ranked in TOP 5! Estimated audience mobilization ranking announced in the first half of 2017]. Music Japan. Archived from the original on July 12, 2017.
  4. Park Seol. "샤이니, 3년 연속 日 도쿄돔 입성…9월 도쿄·오사카 달군다" [Shinee, three years in a row Tokyo Dome and Osaka Dome in september]. TV Report. SHINee will host live 'SHINee WORLD 2017 ~ FIVE ~ Special Edition' in Tokyo and Osaka, Japan in September.
  5. 박성민 (2017-12-18). "샤이니 종현, 쓰러진 채 발견…병원이송 후 사망 확인(2보)". 연합뉴스 (in เกาหลี). สืบค้นเมื่อ 2017-12-18.
  6. "Shinee singer Jonghyun: K-pop boy band superstar dies". BBC News. December 18, 2017. สืบค้นเมื่อ January 30, 2018.
  7. "샤이니 故 종현 발인, 소녀시대 수영 태연 등 전 멤버에 김희철 최시원, 전현무, 디어클라우드 나인 등과 마지막 인사". Sportsq (in เกาหลี). 2017-12-21. สืบค้นเมื่อ 2017-12-25.
  8. "故 샤이니 종현 빈소, 슈퍼주니어·설리·세븐틴 등 `곁을 지켜주는 동료들의 애도 물결` [동영상]". Naver (in เกาหลี). 2017-12-21. สืบค้นเมื่อ 2017-12-25.
  9. "유재석·김종국·이광수 '故 종현 빈소로 계속되는 조문' [MD동영상]". Naver (in เกาหลี). 2017-12-21. สืบค้นเมื่อ 2017-12-25.
  10. "샤이니 측 "내년 日 공연, 신중히 생각하고 있어"[공식]". Naver (in เกาหลี). 2017-12-23. สืบค้นเมื่อ 2017-12-24.
  11. SHINee、日本コンサート開催を発表…メンバー直筆の手紙を公開. Kstyle. 2018-01-09. สืบค้นเมื่อ 2018-01-09.
  12. "SHINee's Official Fanclub Name + Design SHINee's Official Logo". September 7, 2008.
  13. "[From. SHINee] 안녕하세요! 빛나는! 'SHINee' 입니다! ^_^". SHINee Official WebSite. September 3, 2008.
  14. "Ha Sang Beak, SHINee's designer". Newsen (in เกาหลี). May 20, 2008. สืบค้นเมื่อ January 18, 2009.
  15. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ dazed
  16. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ shineetimes
  17. asiatoday.co.kr (2013-02-14). 샤이니, 정규 3집 수록곡 최초 공개 ″청량하게, 혹은 거칠게…역시 샤이니!″(종합) (in เกาหลี). Archived from the original on June 23, 2015.
  18. 18.0 18.1 Kwaak Je-yup. "SHINee keep changing for fans". The Korea Times. Archived from the original on January 14, 2015. สืบค้นเมื่อ May 1, 2012.
  19. Jin, Min-ji (June 22, 2016). "SHINee will stage solo show at Olympic Park". Korea Joongang Daily. สืบค้นเมื่อ June 22, 2016.
  20. Son, Ji-hyoung (June 22, 2016). "SHINee to hold concert in Seoul in September". Kpop Herald. สืบค้นเมื่อ June 22, 2016.
  21. Hwang, Hye-jin (July 22, 2016). "SM 측 "샤이니, 9월 5번째 단독 콘서트 개최"" [S.M. Entertainment confirms Shinee's 5th concert in Seoul starting September]. Newsen. สืบค้นเมื่อ July 22, 2016.
  22. "[Korea] Watch SMTOWN LIVE '08 and Tour Korea". Korea Tourism Organization. July 8, 2008. สืบค้นเมื่อ April 21, 2016.
  23. Hicap, Jonathan (July 3, 2010). "SM Entertainment artists including Super Junior to hold world tour". Manila Bulletin. Archived from the original on July 16, 2010.
  24. "BoA, DBSK, Super Junior and the Rest of SMTown Shake Things Up in Taiwan". CJ E&M. June 11, 2012. สืบค้นเมื่อ May 1, 2015.
  25. 샤이니, '오즈의 마법사' 콘셉트 단독 콘서트 개최 (in Korean). mydaily.co.kr. November 21, 2013. สืบค้นเมื่อ December 24, 2014.
  26. Jeon Ah Ram (October 7, 2014). "SNSD Performs as Eight for 'SM Town Live' in Tokyo". CJ E&M. สืบค้นเมื่อ May 1, 2015.
  27. "KCON France to kick off amid diplomatic anticipation". Yonhap News Agency. June 2, 2016. สืบค้นเมื่อ June 5, 2016.
  28. Benjamin, Jeff (March 10, 2016). "KCON Returns Bigger Than Ever for 2016 Dates in NYC and LA". Fuse TV. สืบค้นเมื่อ March 10, 2016.
  29. ""9만 관객 동원" 강타→엑소 SM타운 라이브, 열도 홀렸다" (in เกาหลี). TV Report. July 18, 2016. สืบค้นเมื่อ July 18, 2016.
  30. Kim, So-yeon (July 9, 2017). "SM Town Live tour kicks off in Seoul". Kpop Herald. สืบค้นเมื่อ July 12, 2017.
  31. "Box Office". The Korea Herald. June 22, 2012. Archived from the original on October 5, 2016. สืบค้นเมื่อ April 27, 2016.
  32. Seon, Mi-kyung (July 17, 2015). "보아부터 엑소까지..'SM타운 더 스테이지' 출연진 공개" [Exo to BoA .. 'SM Town Stage' reveals cast]. Chosun. OSEN. Archived from the original on October 25, 2016. สืบค้นเมื่อ April 8, 2016.
  33. 오지호와 샤이니 '내사랑 금지옥엽'에서 정면 대결. Asiae News (in เกาหลี). October 30, 2008. สืบค้นเมื่อ July 28, 2009.
  34. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ ENT
  35. 엑소 ‘최고다 이순신’ 강제 출연? “샤이니 응원차 뮤직뱅크 찾았다가…”. Asia Today (in เกาหลี). August 2, 2013. สืบค้นเมื่อ July 8, 2016.
  36. 샤이니, 리얼리티 예능 도전장...'누나 나랑 연애해요'. starin.edaily.co.kr (in เกาหลี). July 28, 2008. สืบค้นเมื่อ July 28, 2008.
  37. "샤이니 육아리얼리티 '헬로베이비' 눈물 속 종영". Newsen (in Korean). April 5, 2010. สืบค้นเมื่อ January 30, 2015.
  38. "'샤이니의 헬로베이비', 엉뚱발랄 촬영장 뒷이야기 공개". The Star (in Korean). April 12, 2010. สืบค้นเมื่อ January 30, 2015.
  39. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ OFD

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]