น้ำเซาะทราย
น้ำเซาะทราย เป็นนวนิยายบทประพันธ์โดย กฤษณา อโศกสิน นักเขียนรางวัลซีไรท์และศิลปินแห่งชาติ เป็นเจ้าของบทประพันธ์ชื่อดัง สวรรค์เบี่ยง, ดวงตาสวรรค์ และ เมียหลวง ตีพิมพ์เป็นตอน ๆ โดยพิมพ์ฉบับรวมเล่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2512 เป็นนิยายที่สะท้อนปัญหาครอบครัวและการต่อสู้ของผู้หญิงเพื่อเรียกร้องสิทธิความชอบธรรม และทำให้เห็นภาพอันชัดเจนของคนที่ผิดศีล คือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสามีคนอื่น[1] มีคำโปรยว่า "ความรักเป็นเรื่องของจิตใจและความรู้สึกเป็นเรื่องที่ไม่มีขอบเขต ไม่มีเหตุผล เป็นความละเอียดอ่อนที่ไม่อาจหยุดยั้งข้ดขวาง แล้วถ้าความรักกลายเป็นสงคราม กลายเป็นเม็ดทรายที่ซึมซับ ความชาชินเบื่อหน่ายไว้จนเกินกำลัง อวสานของความรักบทนั้นจะเป็นอย่างไร"[2] โดยเป็นเรื่องราวของครอบครัว ภีม และ วรรณรี มีลูก 2 คนชายหญิงชื่อ ปอ และ ป่าน ภีม เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย วรรณรี เป็นคุณครูที่เคร่งครัดกับระเบียบวินัย และที่สำคัญมั่นใจในตัวเองสูง เพราะเธอคิดว่าเธอไม่เคยทำอะไรผิด ทำให้ ภีม และมันก็ขาดผึงเมื่อ พุดกรอง ก้าวเข้ามาในชีวิต ทำให้เกิดปัญหาครอบครัว
น้ำเซาะทราย นวนิยายเรื่องนี้ได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์มา 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2529 และได้นำเป็นละครโทรทัศน์ มาแล้วหลายครั้ง
เนื้อหา |
เนื้อเรื่องย่อ [แก้]
เรื่องราวของครอบครัวของภีม และวรรณรี เป็นครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง วรรณรีมีอาชีพเป็นครู ภีมเป็นที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย ทั้งสองมี ลูกสาว และลูกชาย ได้แก่ เด็กหญิงปอ และเด็กชายป่าน วรรณรีเป็นผู้หญิงที่เชื่อมั่นในตัวเองมาก และจริงจังเคร่งครัดกับชีวิตและครอบครัว แต่ต่างฝ่ายต่างอดทนเพื่อลูก จนกระทั่งพุดกรอง เพื่อนสนิทของวรรณรี ม่ายสาวสวย ซึ่งสามีเสียชีวิตทิ้งสมบัติมากมาย เดินทางกลับเมืองไทยหลังจากไปเยี่ยมลูกชายที่ต่างประเทศ ได้พบกับพงษ์สนิท พ่อม่ายที่มาติดพันพุดกรอง พงษ์สนิทให้พุดกรองได้พบกับภีมและวรรณรี พุดกรองรู้จักกับภีมมาก่อนตอนสมัยเรียนหนังสือ เพราะภีมเคยเป็นลูกจ้างของพร้อม สามีสูงอายุของพุดกรอง และพุดกรองก็เป็นคนแนะนำภีมให้รู้จักกับ วรรณรี ทั้งสองกลับมาสนิทสนมกันอีกครั้ง ขณะที่พุดกรองกำลังรู้สึกเหงาและว้าเหว่ ภีมเองก็กำลังเบื่อหน่ายชีวิตครอบครัวอยู่ ทั้งสอง แอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน
จนกระทั่งวรรณรีจับได้ ปัญหาทั้ง 3 คนจึงเกิดขึ้น โดยมีพงษ์สนิท เป็นคนคอยยุยงวรรณรี และแนะนำให้วรรณรีเปลี่ยนแปลงตัวเองพร้อมทั้งดึงพลตรีทวยหาญ พ่อม่ายอีกคนหนึ่ง เข้ามาสนิท สนมกับวรรณรีด้วย ทวยหาญช่วยให้วรรณรีเข้มแข็งขึ้น ภีมไม่พอใจอย่างมาก เพราะวรรณรีทำท่าไม่สนใจเขาเลย แม้กระทั่งเมื่อรู้ข่าวว่าพุดกรองกำลังจะมีลูกกับภีม ดังนั้นภีมจึงไม่ยอมหย่ากับวรรณรี ทำให้พุดกรองเสียใจมาก ปอ ลูกสาวของวรรณรี ได้ติดต่อกับจ้าน ลูกชายของพุดกรอง ความสัมพันธ์ของเด็กทั้งสองแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ พุดกรองรู้ว่าวรรณรีกำลังจะเป็นผู้ชนะ ทั้ง ๆ ที่วรรณรีไม่ได้รักภีมอย่างที่เคยรักอีกแล้ว เมื่อเธอคลอดลูกชาย พุดกรองตัดสินใจพาลูกคนเล็กและจ้านไปอเมริกา พุดกรองขออดหสิกรรมจากวรรณรีและวรรณรีก็ดีพอจะยอมยกโทษให้ ส่วนภีมก็ต้องกลับไปอยู่กับวรรณรี โดยที่ทั้งคู่ต่างก็ไม่เหลือ ความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กันอีกแล้ว
ภาพยนตร์และละคร [แก้]
เริ่มแรกบทประพันธ์ น้ำเซาะทราย ได้ถูกนำไปทำเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มาหลายครั้ง ดังนี้
ภาพยนตร์ [แก้]
- พ.ศ. 2516 - ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฟิล์ม 35 มม. กำกับโดย วิจิตร คุณาวุฒิ สร้างโดย แหลมทองภาพยนตร์ อำนวยการสร้างโดย ทองปอนด์ คุณาวุฒิ นำแสดงโดย
- นาท ภูวนัย รับบท ภีม
- มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช รับบท วรรณนรี
- วันดี ศรีตรัง รับบท พุดกรอง
- สายัณห์ จันทรวิบูลย์ รับบท พงษ์สนิท
ร่วมด้วย คธา อภัยวงศ์, มารศรี ณ บางช้าง, ด.ญ.มนฤดี ยมาภัย, ด.ช.สยาม สังวริบุตร เข้าฉายเมื่อ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2516 ฉายครั้งแรกที่ ศาลาเฉลิมกรุง [3]
- พ.ศ. 2529 - ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์อีกครั้ง กำกับโดย ชาลี อินทรวิจิตร สร้างโดย พูนทรัพย์ โปรดักชั่น อำนวยการสร้างโดย วิศิษฐ์ มิ่งวัฒนบุญ บทภาพยนตร์โดย วิจิตร คุณาวุฒิ[4] นำแสดงโดย
- อภิชาติ หาลำเจียก รับบท ภีม
- นาถยา แดงบุหงา รับบท วรรณนรี
- สินจัย หงษ์ไทย รับบท พุดกรอง
- ชนประคัลภ์ จันทร์เรือง รับบท พงษ์สนิท
ร่วมด้วย อ.แทน จันทรวิโรจน์ (พลตรีทวยหาญ), อัญชลี ไชยศิริ (คุณหญิงพรรณราย), ด.ญ. อาจารี กุลไพจิตร, ด.ช. ศุโชติ เถาเสถียร เข้าฉายเมื่อ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 เรื่องนี้ได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม[5]
ละครโทรทัศน์ [แก้]
- พ.ศ. 2506 - สร้างเป็นละครโทรทัศน์ทาง ช่อง 4 บางขุนพรหม นำแสดงโดย
- กำธร สุวรรณปิยะศิริ รับบท ภีม
- สุพรรณ บูรณะพิมพ์ รับบท วรรณนรี
- อารีย์ นักดนตรี รับบท พุดกรอง
- พ.ศ. 2522 - สร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 จัดโดย กนกวรรณ ด่านอุดม นำแสดงโดย
- ชนะ ศรีอุบล รับบท ภีม
- วงเดือน อินทราวุธ รับบท วรรณนรี
- กนกวรรณ ด่านอุดม รับบท พุดกรอง
- ประจวบ ฤกษ์ยามดี รับบท พงษ์สนิท
- พ.ศ. 2536 - สร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ผลิตโดย กันตนา กำกับการแสดงโดย ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ บทโทรทัศน์โดย วิลาสิณี นำแสดงโดย
- ศรัณยู วงษ์กระจ่าง รับบท ภีม
- สินจัย เปล่งพานิช รับบท วรรณนรี
- ปรียานุช ปานประดับ รับบท พุดกรอง
- ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท พงษ์สนิท
- พ.ศ. 2544 - สร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ผลิตโดย ทีวีซีน กำกับการแสดงโดย ชนะ คราประยูร บทโทรทัศน์โดย เอกลิขิต[6] นำแสดงโดย
- ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท ภีม
- จริยา แอนโฟเน่ รับบท วรรณนรี
- จันทร์จิรา จูแจ้ง รับบท พุดกรอง
- ยุทธพิชัย ชาญเลขา รับบท พงษ์สนิท
- ทาง ช่อง 7 ได้ซื้อมาและจะนำมาทำเป็นละครรีเมค ประมาณปี พ.ศ. 2557-58
เพลงน้ำเซาะทราย [แก้]
น้ำเซาะทราย มีเพลงประกอบในชื่อเดียวกันว่า น้ำเซาะทราย คำร้องโดย ชาลี อินทรวิจิตร ทำนองโดย จำรัส เศวตาภรณ์ ได้รับรางวัลรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2529 ขับร้องโดย จำรัส เศวตาภรณ์ และยังนำไปขับร้องในยุคต่อมา
- วิ่งหารักมาอ่อนใจ เอื่อยไหลซบทรายกระเซ็น
- ชื่นฉ่ำเย็น อยากเป็นน้ำเซาะทราย
- โลกของฉันมีแต่เธอ เฝ้าฝันละเมอไม่วาย
- อยากบอกทรายกับสายน้ำ จำนรรจา
-
- ว่ารักฉันสร้างจากทราย
- อาจสลายเพียงในพริบตา
- คลื่นรักทยอยสาดมา
- เซาะอุรา น้ำตากระเซ็น
- แอ่งน้ำนั้นปลาใฝ่ปอง แต่รักของทรายจะเย็น
- ไม่วายเว้น ต้องการน้ำ เซาะทราย
- โลกของฉันมีแต่เธอ เฝ้าฝันละเมอไม่วาย
- อยากบอกทรายกับสายน้ำ ในความจริง
- ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2522
ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2522 ได้แต่งเนื้อเพลงใหม่ เมื่อเป็นละครโทรทัศน์ทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ขับร้องโดย เพ็ญศรี พุ่มชูศรี[7]
- ความรักฝากดาวไว้ลอยเด่น ขอเป็นเช่นดัง..เวหา
- ความฝันเปรียบดังรักนั้นเช่น ยามเย็นรอ...ตะวัน
- เหมือนใจแต่แรก รักมันเจาะแทรก
- ซึมซาบดื่มด่ำดังน้ำเซาะทราย
- ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2536
ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2536 ได้แต่งเนื้อเพลงใหม่ เมื่อเป็นละครโทรทัศน์ทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 คำร้อง-ทำนองโดย เทพพนม สุวรรณะปุณย์ ขับร้องโดย พีระพงษ์ พลชนะ (ต้อม เรนโบว์) เรียบเรียงโดย อนวัช สุวรรณบุบผา
- ชีวิต หมดสิ้นความหมาย เพราะรักเหือดหาย ละลายไปจากหัวใจ
- เป็นเหมือนดังทราย แห้งแล้งทุรนทุราย ตะเกียกตะกายทนกันอยู่อย่างสิ้นหวัง
- เพราะรักเปรียบเหมือนดังน้ำ หล่อเลี้ยงใจกัน รักทำให้ความร้อนคลาย
- แต่รักจากเธอ สาดซัดรุนแรงทำลาย ใจก็คงคล้าย ดั่งทรายถูกน้ำเซาะพัง
-
- น้ำเซาะทราย จนแหลกสลาย ละลายไปกับสายน้ำ
- ใจเป็นเช่นดั่งทราย จึงถูกทำลาย ง่ายดาย ไม่เหลือเลย
- เมื่อรัก กลับกลายเป็นแค้น เจ็บนี้แอบแฝง ทิ่มแทงรุนแรงเหลือทน
- ใจเริ่มเสื่อมทราม ความชั่วสิงใจของคน ที่สุดก็คง จบลงด้วยความร้าวราน
อ้างอิง [แก้]
- ↑ น้ำเซาะทราย ไม่เคยตายไปจากใจ
- ↑ ~น้ำเซาะทราย ~ นิยายชีวิตรักสามเส้า ที่ไม่เคยเก่าตามยุคสมัย โดย กฤษณา อโศกสิน
- ↑ http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=5746&page=4&keyword
- ↑ always on my mind...: น้ำเซาะทราย (1986)
- ↑ http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=52
- ↑ http://movie.sanook.com/drama/drama_02040.php
- ↑ http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=2291&page=1&keyword=
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
- น้ำเซาะทราย (2516) ที่เว็บไซต์ ThaiFilmDb
- น้ำเซาะทราย (2529) ที่เว็บไซต์ ThaiFilmDb