น้ำเซาะทราย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพยนตร์น้ำเซาะทราย ปี พ.ศ. 2516
ภาพยนตร์น้ำเซาะทราย ปี พ.ศ. 2529
ละครน้ำเซาะทราย ปี พ.ศ. 2536
ละครน้ำเซาะทราย ปี พ.ศ. 2544

น้ำเซาะทราย เป็นนวนิยายบทประพันธ์โดย กฤษณา อโศกสิน นักเขียนรางวัลซีไรท์และศิลปินแห่งชาติ เป็นเจ้าของบทประพันธ์ชื่อดัง สวรรค์เบี่ยง, ดวงตาสวรรค์ และ เมียหลวง ตีพิมพ์เป็นตอน ๆ โดยพิมพ์ฉบับรวมเล่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2512 เป็นนิยายที่สะท้อนปัญหาครอบครัวและการต่อสู้ของผู้หญิงเพื่อเรียกร้องสิทธิความชอบธรรม และทำให้เห็นภาพอันชัดเจนของคนที่ผิดศีล คือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสามีคนอื่น[1] มีคำโปรยว่า "ความรักเป็นเรื่องของจิตใจและความรู้สึกเป็นเรื่องที่ไม่มีขอบเขต ไม่มีเหตุผล เป็นความละเอียดอ่อนที่ไม่อาจหยุดยั้งข้ดขวาง แล้วถ้าความรักกลายเป็นสงคราม กลายเป็นเม็ดทรายที่ซึมซับ ความชาชินเบื่อหน่ายไว้จนเกินกำลัง อวสานของความรักบทนั้นจะเป็นอย่างไร"[2] โดยเป็นเรื่องราวของครอบครัว ภีม และ วรรณรี มีลูก 2 คนชายหญิงชื่อ ปอ และ ป่าน ภีม เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย วรรณรี เป็นคุณครูที่เคร่งครัดกับระเบียบวินัย และที่สำคัญมั่นใจในตัวเองสูง เพราะเธอคิดว่าเธอไม่เคยทำอะไรผิด ทำให้ ภีม และมันก็ขาดผึงเมื่อ พุดกรอง ก้าวเข้ามาในชีวิต ทำให้เกิดปัญหาครอบครัว

น้ำเซาะทราย นวนิยายเรื่องนี้ได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์มา 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2529 และได้นำเป็นละครโทรทัศน์ มาแล้วหลายครั้ง

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

เรื่องราวของครอบครัวของภีม และวรรณรี เป็นครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง วรรณรีมีอาชีพเป็นครู ภีมเป็นที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย ทั้งสองมี ลูกสาว และลูกชาย ได้แก่ เด็กหญิงปอ และเด็กชายป่าน วรรณรีเป็นผู้หญิงที่เชื่อมั่นในตัวเองมาก และจริงจังเคร่งครัดกับชีวิตและครอบครัว แต่ต่างฝ่ายต่างอดทนเพื่อลูก จนกระทั่งพุดกรอง เพื่อนสนิทของวรรณรี ม่ายสาวสวย ซึ่งสามีเสียชีวิตทิ้งสมบัติมากมาย เดินทางกลับเมืองไทยหลังจากไปเยี่ยมลูกชายที่ต่างประเทศ ได้พบกับพงษ์สนิท พ่อม่ายที่มาติดพันพุดกรอง พงษ์สนิทให้พุดกรองได้พบกับภีมและวรรณรี พุดกรองรู้จักกับภีมมาก่อนตอนสมัยเรียนหนังสือ เพราะภีมเคยเป็นลูกจ้างของพร้อม สามีสูงอายุของพุดกรอง และพุดกรองก็เป็นคนแนะนำภีมให้รู้จักกับ วรรณรี ทั้งสองกลับมาสนิทสนมกันอีกครั้ง ขณะที่พุดกรองกำลังรู้สึกเหงาและว้าเหว่ ภีมเองก็กำลังเบื่อหน่ายชีวิตครอบครัวอยู่ ทั้งสอง แอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน

จนกระทั่งวรรณรีจับได้ ปัญหาทั้ง 3 คนจึงเกิดขึ้น โดยมีพงษ์สนิท เป็นคนคอยยุยงวรรณรี และแนะนำให้วรรณรีเปลี่ยนแปลงตัวเองพร้อมทั้งดึงพลตรีทวยหาญ พ่อม่ายอีกคนหนึ่ง เข้ามาสนิท สนมกับวรรณรีด้วย ทวยหาญช่วยให้วรรณรีเข้มแข็งขึ้น ภีมไม่พอใจอย่างมาก เพราะวรรณรีทำท่าไม่สนใจเขาเลย แม้กระทั่งเมื่อรู้ข่าวว่าพุดกรองกำลังจะมีลูกกับภีม ดังนั้นภีมจึงไม่ยอมหย่ากับวรรณรี ทำให้พุดกรองเสียใจมาก ปอ ลูกสาวของวรรณรี ได้ติดต่อกับจ้าน ลูกชายของพุดกรอง ความสัมพันธ์ของเด็กทั้งสองแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ พุดกรองรู้ว่าวรรณรีกำลังจะเป็นผู้ชนะ ทั้ง ๆ ที่วรรณรีไม่ได้รักภีมอย่างที่เคยรักอีกแล้ว เมื่อเธอคลอดลูกชาย พุดกรองตัดสินใจพาลูกคนเล็กและจ้านไปอเมริกา พุดกรองขออดหสิกรรมจากวรรณรีและวรรณรีก็ดีพอจะยอมยกโทษให้ ส่วนภีมก็ต้องกลับไปอยู่กับวรรณรี โดยที่ทั้งคู่ต่างก็ไม่เหลือ ความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กันอีกแล้ว

ภาพยนตร์และละคร[แก้]

เริ่มแรกบทประพันธ์ น้ำเซาะทราย ได้ถูกนำไปทำเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มาหลายครั้ง ดังนี้

ภาพยนตร์[แก้]

ร่วมด้วย คธา อภัยวงศ์, มารศรี ณ บางช้าง, ด.ญ.มนฤดี ยมาภัย, ด.ช.สยาม สังวริบุตร เข้าฉายเมื่อ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2516 ฉายครั้งแรกที่ ศาลาเฉลิมกรุง [3]

ร่วมด้วย อ.แทน จันทรวิโรจน์ (พลตรีทวยหาญ), อัญชลี ไชยศิริ (คุณหญิงพรรณราย), ด.ญ. อาจารี กุลไพจิตร, ด.ช. ศุโชติ เถาเสถียร เข้าฉายเมื่อ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 เรื่องนี้ได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม[5]

ละครโทรทัศน์[แก้]

  • ทาง ช่อง 7 ได้ซื้อมาและจะนำมาทำเป็นละครรีเมค ประมาณปี พ.ศ. 2558

เพลงน้ำเซาะทราย[แก้]

น้ำเซาะทราย มีเพลงประกอบในชื่อเดียวกันว่า น้ำเซาะทราย คำร้องโดย ชาลี อินทรวิจิตร ทำนองโดย จำรัส เศวตาภรณ์ ได้รับรางวัลรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2529 ขับร้องโดย จำรัส เศวตาภรณ์ และยังนำไปขับร้องในยุคต่อมา

วิ่งหารักมาอ่อนใจ เอื่อยไหลซบทรายกระเซ็น
ชื่นฉ่ำเย็น อยากเป็นน้ำเซาะทราย
โลกของฉันมีแต่เธอ เฝ้าฝันละเมอไม่วาย
อยากบอกทรายกับสายน้ำ จำนรรจา
ว่ารักฉันสร้างจากทราย
อาจสลายเพียงในพริบตา
คลื่นรักทยอยสาดมา
เซาะอุรา น้ำตากระเซ็น
แอ่งน้ำนั้นปลาใฝ่ปอง แต่รักของทรายจะเย็น
ไม่วายเว้น ต้องการน้ำ เซาะทราย
โลกของฉันมีแต่เธอ เฝ้าฝันละเมอไม่วาย
อยากบอกทรายกับสายน้ำ ในความจริง
ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2522

ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2522 ได้แต่งเนื้อเพลงใหม่ เมื่อเป็นละครโทรทัศน์ทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ขับร้องโดย เพ็ญศรี พุ่มชูศรี[8]

ความรักฝากดาวไว้ลอยเด่น ขอเป็นเช่นดัง..เวหา
ความฝันเปรียบดังรักนั้นเช่น ยามเย็นรอ...ตะวัน
เหมือนใจแต่แรก รักมันเจาะแทรก
ซึมซาบดื่มด่ำดังน้ำเซาะทราย
ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2536

ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2536 ได้แต่งเนื้อเพลงใหม่ เมื่อเป็นละครโทรทัศน์ทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 คำร้อง-ทำนองโดย เทพพนม สุวรรณะปุณย์ ขับร้องโดย พีระพงษ์ พลชนะ (ต้อม เรนโบว์) เรียบเรียงโดย อนวัช สุวรรณบุบผา

ชีวิต หมดสิ้นความหมาย เพราะรักเหือดหาย ละลายไปจากหัวใจ
เป็นเหมือนดังทราย แห้งแล้งทุรนทุราย ตะเกียกตะกายทนกันอยู่อย่างสิ้นหวัง
เพราะรักเปรียบเหมือนดังน้ำ หล่อเลี้ยงใจกัน รักทำให้ความร้อนคลาย
แต่รักจากเธอ สาดซัดรุนแรงทำลาย ใจก็คงคล้าย ดั่งทรายถูกน้ำเซาะพัง
น้ำเซาะทราย จนแหลกสลาย ละลายไปกับสายน้ำ
ใจเป็นเช่นดั่งทราย จึงถูกทำลาย ง่ายดาย ไม่เหลือเลย
เมื่อรัก กลับกลายเป็นแค้น เจ็บนี้แอบแฝง ทิ่มแทงรุนแรงเหลือทน
ใจเริ่มเสื่อมทราม ความชั่วสิงใจของคน ที่สุดก็คง จบลงด้วยความร้าวราน

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]