ทองเนื้อเก้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทองเนื้อเก้า
ทองเนื้อเก้า 2556.jpg
ประเภท ละครโทรทัศน์
ผู้สร้าง ครั้งที่ 1 : ดาราวิดีโอ
ครั้งที่ 2 : ดาราวิดีโอ
ครั้งที่ 3 : แอค-อาร์ต เจเนอเรชั่น
ผู้เขียนบท บทประพันธ์: โบตั๋น
บทโทรทัศน์: ยิ่งยศ ปัญญา
ผู้กำกับ ครั้งที่ 1 : มานพ สัมมาบัติ
ครั้งที่ 2 : มานพ สัมมาบัติ
ครั้งที่ 3 : พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
นักแสดงนำ ครั้งที่ 1 :
อภิรดี ภวภูตานนท์
โกวิท วัฒนกุล
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ครั้งที่ 2 :
รชนีกร พันธุ์มณี
บิลลี่ โอแกน
เจสัน ยัง
ครั้งที่ 3 :
วรนุช ภิรมย์ภักดี
ณัฐวุฒิ สกิดใจ
จิรายุ ตั้งศรีสุข
เพลงเริ่มรายการ ครั้งที่ 1 : "ทองเนื้อเก้า"
ขับร้องโดย สิวะ แตรสังข์
ครั้งที่ 2 : "ทองเนื้อเก้า"
ขับร้องโดย กอรชนก
ครั้งที่ 3 : "หน้าสวยใจเสีย"
ขับร้องโดย นรารักษ์ ใจบำรุง
ต้นกำเนิด ไทย ไทย
ภาษา ไทย ไทย
ประเภท รายการทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ชมทุกวัยรายการที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำแก้ผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้าง ครั้งที่ 1 : ดาราวิดีโอ
ครั้งที่ 2 : สยาม สังวริบุตร
ครั้งที่ 3 : ธัญญา วชิรบรรจง
การออกอากาศ
เครือข่าย/สถานี พ.ศ. 2530 : ช่อง 7
พ.ศ. 2540 : ช่อง 7
พ.ศ. 2556 : ช่อง 3
ออกอากาศ พ.ศ. 2530 :
5 มกราคม พ.ศ. 253026 พฤษภาคม พ.ศ. 2530
พ.ศ. 2540 :
13 มกราคม พ.ศ. 254018 มีนาคม พ.ศ. 2540
พ.ศ. 2556 :
8 ตุลาคม พ.ศ. 255625 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
รายการที่เกี่ยวข้อง
รายการก่อนหน้า ข่าวนอกลู่/สีสันบันเทิง/แฟลช นิวส์
รายการถัดไป วันจันทร์ - ข่าว 3 มิติ
วันอังคาร - ตีสิบ
เว็บไซต์ทางการ
ทองเนื้อเก้า ThaiTV3.com

ทองเนื้อเก้า เป็นบทประพันธ์ของ โบตั๋น มีเรื่องราวเกี่ยวกับ ลำยอง ตัวละครผู้หญิงขี้เมา สำส่อนและขี้เกียจ และ วันเฉลิม ลูกชายของลำยองที่เปรียบเสมือนทองเนื้อแท้ที่ไม่ว่าจะอยู่ในที่แห่งหนใดก็ยังสามารถคงคุณงามความดีได้เสมอ ได้รับนำมาสร้างเป็นละครครั้งแรกในปี พ.ศ. 2530 โดย อภิรดี ภวภูตานนท์ มารับบทลำยอง ร่วมด้วย โกวิท วัฒนกุล, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง, สาวิตรี สามิภักดิ์, บุญส่ง ดวงดารา, จุรี โอศิริ, วิทยา สุขดำรงค์, จักรกฤษณ์ คชรัตน์[1] ถัดมาในปี พ.ศ. 2540 นำมาทำใหม่โดยได้ รชนีกร พันธุ์มณี มารับบท ลำยอง ร่วมด้วยนักแสดงอื่นอย่าง บิลลี่ โอแกน, เจสัน ยัง, วันวิสาข์ ดำขำ, ปณิษฐา ตัณฑนาวิวัฒน์, เปียเชอร์ คริสเต็นเซ็นต์, น้ำทิพย์ เสียมทอง, มยุริญ ผ่องผุดพันธุ์, อัจฉรา เหลืองสวัสดิ์, ครรชิต ขวัญประชา, อมรา อัศวนันท์, อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ โดยละครทั้ง 2 ฉบับผลิตโดยค่ายดาราวิดีโอ ออกอากาศทางช่อง 7 และกำกับโดยมานพ สัมมาบัติ[2] ในปี พ.ศ. 2556 กลับมาสร้างอีกครั้ง ออกอากาศทางช่อง 3 กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบทลำยองโดย วรนุช ภิรมย์ภักดี[3] ร่วมด้วย ณัฐวุฒิ สะกิดใจ, จิรายุ ตั้งศรีสุข, ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ, พิศาล อัครเศรณี, ธนากร โปษยานนท์, ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, ญาณี ตราโมท, อำภา ภูษิต, ชลิต เฟื่องอารมย์, โชติรส ชโยวรรณ, วิรากานต์ เสณีตันติกุล, ณฉัตร จันทพันธ์, อรรถพล เทศทะวงศ์, ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์, ณิชชาพัณณ์ ชุณหะวงศ์วสุ, สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย

เรื่องย่อ[แก้]

สันต์ จ่าทหารเรือรูปหล่อ ลูกชายของปั้นและสิน สันต์พลาดท่าได้เสียกับลำยอง เมื่อปั้นรู้ข่าวว่าสันต์ลูกชายของตนได้เสียกับลำยองก็แทบเป็นลมจับ เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าพื้นสันดานเดิมของบ้านลำยองเป็นเช่นไร ส่วนแลเมื่อรู้ว่าลูกสาวจับสันต์ทำผัวได้ก็ดีใจเพราะฝันว่าตัวเองจะสบายไปด้วย แต่สินและปั้นต้องจำใจรับลำยองเข้าบ้านในฐานะลูกสะใภ้ เมื่อลำยองตั้งท้องก็ไม่เคยช่วยงานใดๆเลย ทั้งงานบ้านหรืองานขายของอ้างว่าแพ้ท้อง ลำยองยังเรียกร้องความสะดวกสบายทุกอย่างที่อยากได้ สันต์จึงต้องตามใจและหามาให้ สันต์รู้สึกผิดที่พลาดท่าได้ลำยองมาเหมือนเอานรกมาไว้ในบ้านเพราะนับวันสันดานแท้ๆของลำยองก็ปรากฏเด่นชัดขึ้นมาทุกที

ลำยองคลอดลูกชายในวันมหามงคล สันต์จึงตั้งชื่อลูกว่าวันเฉลิม วันเฉลิมนำสิ่งดีๆมาให้ครอบครัวมากมาย สันต์ก็ได้เลื่อนยศเป็นจ่าและได้รับเลือกให้เข้าเรียนต่อโรงเรียนนายเรือ ลำยองไม่ยอมเลี้ยงลูกภาระหน้าที่จึงตกเป็นของปั้นและสิน ลำยองเริ่มติดยาดองจนอดไม่ได้ สันต์ไม่พอใจจึงมีปากเสียงกันลำยองด่าลามปามไปถึงปั้นและสิน สันต์เหลืออดจึงตบหน้าลำยอง ลำยองโกรธมากจึงหอบวันเฉลิมหนีไปอยู่บ้านยายแล สันต์สงสารลูกจึงต้องไปง้อลำยอง

เมื่อลำยองไปทำงานเครื่องเคลือบจึงเป็นที่ต้องตาต้องใจกวง เจ้าของโรงงาน กวงเอาอกเอาใจลำยองจนออกหน้าออกตา ปรนเปรอลำยองจนลำยองแน่ใจแล้วว่าได้พบเทพบุตรตัวจริง กวงซึ่งมีครอบครัวอยู่แล้ว และลำยองก็เคยมีผัวมาก่อนเมื่อความจริงปรากฏต่างฝ่ายก็ยอมรับสถานภาพของกันและกันได้ ฝ่ายสันต์เมื่อตัดใจจากลำยองได้ก็พบรักใหม่กับเทวี ซึ่งเป็นครู การศึกษาถึงขั้นปริญญา แต่ถึงจะตัดใจจากลำยองได้ แต่ก็ตัดความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ-ลูกไม่ขาด

ลำยองตั้งท้องกับกวง แต่ลำยองก็ยังไม่ยอมเลิกเหล้า ลูกที่เกิดมาชื่อว่า อภิชาติ จึงเป็นทารกไม่สมบูรณ์ กวงกลุ้มใจและไม่อยากยุ่งกับลำยอง กอปรกับทางบ้านกวงรู้ว่ากวงแอบมีเมียน้อยจึงสั่งให้กวงเลิกยุ่งกับลำยองโดยให้กวงเอาเงินฟาดหัวลำยองไปก้อนหนึ่ง เมื่อลำยองได้รับเงินจากทางครอบครัวกวงจึงนำเงินมาเข้าบ่อน เล่นการพนัน กินเหล้าตามประสาคนมีเงิน และในบ่อนนั้น ลำยองก็ได้รู้จักกับเมืองเทพ เป็นเศรษฐีที่ดินแถวนั้น รวยมรดก ลำยองก็ได้ตั้งท้องกับเมืองเทพ คลอดออกมาเป็นลูกสาวชื่อ อ้อย เมืองเทพไม่สนใจลำยอง ฝ่ายแลก็ผิดหวังมากเพราะลำยองเลือกผัวผิดจริงๆ ลำยองเกี่ยงให้แลเลี้ยงลูกให้ แลจึงเตือนสติลำยองให้ลดเรื่องการพนัน ลดเหล้าเพื่อเห็นแก่ลูกๆของตนเองบ้าง แต่ลำยองไม่สนใจ

หลวงตาปิ่นเป็นผู้ที่คอยอบรมสั่งสอนวันเฉลิมในทุกๆเรื่อง เพราะฉะนั้นความสุขของวันเฉลิมคือการได้อยู่ที่โรงเรียนกับการอยู่ที่กุฏิหลวงตาปิ่น เพราะลำยองไม่เคยมีเวลาให้เขาเลย สันต์ได้รับเลือกให้เข้าไปรับการอบรมที่เมืองนอก เมื่อสันต์กลับมาก็ตกใจเมื่อรู้ว่าลำยองทำบ้านเป็นบ่อนและห้องเช่า ลำยองเองก็ได้ผัวอีกสองคนเป็นคนทำงานรับจ้างขับรถและคนลับมีดที่มาเช่าบ้านของลำยองและมีลูกชื่อ เหน่ง และ จิตรา

เวลาผ่านไปจนวันเฉลิมอายุได้ 7-8 ขวบ สันต์ต้องการรับวันเฉลิมไปอยู่ด้วยเพื่อให้วันเฉลิมได้เรียนหนังสือชั้นประถมฯต่อ จึงไปเจรจากับแล ซึ่งแลก็เห็นด้วยเพราะทนกับพฤติกรรมของลำยองไม่ไหว สินและปั้นจึงรวบรวมเงินเพื่อจะเอาตัววันเฉลิมมาอยู่ด้วย แต่เงินก็ไม่พอกับที่ลำยองเรียกมา ลำยองได้พบกับกำนันเสือในบ่อนแห่งหนึ่ง กำนันเสือเกิดติดตรึงใจลำยอง ลำยองจึงยอมเป็นเมียกำนันเสือหวังให้กำนันเสือเลี้ยงดู ลำยองติดพนันบ้านช่องไม่กลับ กำนันเสือกลัวว่าลำยองจะหลวมตัวในบ่อนจึงรับจำนองบ้าน ที่ดินของลำยองเอาไว้

ลำยองนอกใจกำนันเสือพาผู้ชายมานอนด้วยไม่ซ้ำหน้า จนทำให้ตั้งท้องลูกอีกคนหวังทึกทักว่าเป็นลูกที่เกิดกับกำนันเสือแล้วกำนันเสือจะยอมจดทะเบียนสมรสด้วย แต่ความจริงก็คือกำนันเสือเป็นหมันไม่มีทางมีลูกได้อีกแล้ว แต่เมื่อกำนันเสือรู้ความจริงว่าลำยองท้องจึงปล่อยบ้านให้เป็นของลำยองต่อไปเพราะเห็นแก่วันเฉลิม ลำยองพอใจที่กำนันเสือยกบ้านให้

คราวเคราะห์ไฟไหม้ชุมชนตลาดริมน้ำ ไฟลามมาถึงบ้านสินและปั้น ทั้งสินและปั้นช่วยกับขนของหนีไฟ ทุกคนอลหม่านกับการดับไฟ สินฝืนใจไม่ไหว จึงสำลักควันไฟและสิ้นลมอย่างสงบ ก่อนตายสินบอกกับปั้นว่าต้องการให้วันเฉลิมบวชเพื่อจะได้พ้นเคราะห์จากแม่ลำยอง

วันเฉลิมบวชเณร ทุกคนชื่นชมยินดี เณรวันเฉลิมเจริญรุ่งเรือง เป็นความหวังของท่านพระครูวัดนี้ว่าจะมีสามเณรเปรียญเก้าในอีกไม่ช้า ลำยองผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับเณรว่าจะเลิกกินเหล้าเข้าบ่อน ทุกคนได้แต่ปลง เพราะลำยองพาชีวิตตัวเองลงสู่นรกทุกที ในที่สุดบ้านลำยองก็ถูกยึดไปเพราะลำยองเอาบ้านเข้าจำนองไว้เจ้าของบ่อนแล้วถูกโกง ลำยองป่วยเป็นโรคซิฟิลิสและโรคทางประสาท ทำให้ลูกที่เกิดจากชู้ตายตั้งแต่อยู่ในท้อง ลำยองหนีออกจากบ้านไปอยู่โรงลิเกเก่า ลำยง ลำดวนและชุดไปตามตัวลำยองกลับมา ลำยองกลัวจึงวิ่งหนีออกมา ระหว่างทาง เณรเจอลำยองโดยบังเอิญ ทำให้เณรรู้ความจริงว่าแม่ของตนป่วย เณรว้าวุ่นใจคิดมากและทุกข์หนักจึงตัดสินใจสึกออกมาช่วยทำมาหากินและดูแลแม่ วันเฉลิมแบกภาระทุกอย่าง ไม่เห็นแก่ความเหนื่อยจนใครๆต่างพากันเวทนา

แลเครียด หาทางออกของความทุกข์ทรมานไม่ได้ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าลำยองมีสภาพเป็นเช่นนี้เพราะตนสั่งสอนลูกในทางผิดๆ จึงซื้อยาเบื่อหนูคลุกข้าวให้ลำยองกิน ขณะแลกำลังป้อนข้าว ลำยองเกิดถามหาวันเฉลิม แลเปลี่ยนใจฆ่าลำยองไม่ลง แต่บาปก็บังเกิด ปอกลายเป็นคนที่กินข้าวคลุกยาเบื่อหนูเสียเอง ปอทุรนทุรายและขาดใจตาย

อาการลำยองกำเริบมากขึ้น มีแผลพุพองเต็มใบหน้า ลำยองหนีออกจากบ้านไปอยู่ที่โรงลิเกเก่าอีกครั้ง เพราะเป็นที่ที่ทำให้ลำยองได้พบกับสันต์ รักแรกของเธอ ลำยองตะเกียกตะกายพาตัวเองขึ้นมานอนบนเวทีลิเก น้ำตาซึมอย่างเจ็บปวด แต่นัยน์ตายังมองเวทีลิเกอย่างโหยหาวันเก่าๆ วันที่เธอได้พบกับสันต์ จากนั้นไม่นาน ลำยองก็เกิดอาการชัก มือหงิกงอ ความชั่วที่ทำไว้ปรากฏขึ้นเป็นภาพวนเวียนอยู่ในหัว ลำยองกระอักเลือดจนกระทั่งสิ้นใจตาย วันเฉลิมและสันต์เจอร่างลำยองอันไร้วิญาณ แน่ใจว่าลำยองตาย วันเฉลิมจึงตัดสินใจบวชอีกครั้ง ยกบุญกุศลทั้งหมดให้แม่

วันเวลาผ่านไปหลายปี เณรวันเฉลิม รวมถึงน้องๆเติบโตขึ้น เณรเมื่ออายุถึงเกณฑ์จึงบวชเป็นพระ แลสิ้นใจด้วยโรคชรา พระวันเฉลิมได้รับคำแนะนำจากหลวงพี่ที่วัดให้ไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดีย เมื่อสอบเปรียญเก้าได้นักธรรมเอกแล้ว พระวันเฉลิมจึงบินไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดีย ในอินเดียพระวันเฉลิมได้พบสัจธรรมของชีวิต ได้สัมผัสความทุกข์ยากของมนุษย์ จนพระเกิดปัญญาและพบว่า ความทุกข์ยากที่เขาได้ผจญมาและคิดว่ามันน่าสังเวชนั้น แท้จริงแล้วมันเป็นเพียง ผงธุลีเมื่อเที่ยบกับความทุกข์ทั้งมวลในโลกยากไร้ใบนี้

นักแสดงในครั้งต่างๆ[แก้]

ปี พ.ศ. 2530 พ.ศ. 2540 พ.ศ. 2556
สถานีออกอากาศ Ch7 Logo.pngช่อง 7 Ch7 Logo.pngช่อง 7 ThaiTV3 Logo.pngช่อง 3
ผู้จัดละคร ดาราวิดีโอ ดาราวิดีโอ แอค-อาร์ต เจเนอเรชั่น
ผู้กำกับการแสดง มานพ สัมมาบัติ มานพ สัมมาบัติ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
บทโทรทัศน์ คนพวน (ยิ่งยศ ปัญญา) ลุลินารถ ยิ่งยศ ปัญญา (คนพวน)
วันเวลาออกอากาศ จันทร์-อังคาร 21.00 น. จันทร์-อังคาร
หลังข่าวภาคค่ำ
จันทร์-อังคาร 20.15 น.
ลำยอง อภิรดี ภวภูตานนท์ รชนีกร พันธุ์มณี วรนุช ภิรมย์ภักดี
สันต์ โกวิท วัฒนกุล บิลลี่ โอแกน ณัฐวุฒิ สกิดใจ
วันเฉลิม บอย เนติลักษณ์ (วัยเด็ก)
จักรกฤษณ์ คชรัตน์ (วัยรุ่น)
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
อัครพล อังสุภูติพันธ์
ชญตร์ มุกดาหาร
เจสัน ยัง
เมลิค เอเฟ่ ไอย์กูน (วัย 1 ปี)
ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ (วัย 6 ปี)
ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์ (วัย 12 ปี)
จิรายุ ตั้งศรีสุข
สมฤดี สาวิตรี สามิภักดิ์ จุฑาทิพย์ ครุธามาศ ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์
เทวี ศิรินภา สว่างล้ำ เปียเชอร์ คริสเต็นเช่น พรรษชล สุปรีย์
ลำยง ทัศนีย์ สีดาสมุทร วันวิสาข์ ดำขำ โชติรส แก้วพินิจ
ลำดวน ดวงหทัย ศรัทธาทิพย์ ปณิษฐา ตัณฑนาวิวัฒน์ วิรากานต์ เสณีตันติกุล
เสี่ยกวง จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ มาฬิศร์ เชยโสภณ ชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ
สิน (พ่อของสันต์) วิทยา สุขดำรงค์ ครรชิต ขวัญประชา ญาณี ตราโมท
ปั้น (แม่ของสันต์) พงษ์ลดา พิมลพรรณ อมรา อัศวนนท์ ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา
ปอ (พ่อของลำยอง) บุญส่ง ดวงดารา ชลิต เฟื่องอารมย์ ชลิต เฟื่องอารมย์
แล (แม่ของลำยอง) จุรี โอศิริ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ อำภา ภูษิต
อ้อย ปัทมา ปานทอง น้ำทิพย์ เสียมทอง สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย
กำนันเสือ เพิ่ม หงสกุล ชุมพร เทพพิทักษ์ พิศาล อัครเศรณี

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

ละครปี 2530

ละครปี 2540

  • 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงรางวัลเมขลา ผู้แสดงนำหญิงดีเด่น (รชนีกร พันธุ์มณี) ปี 2540

ละครปี 2556

  • รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ละครชีวิตดีเด่น ปี 2556
  • รางวัลโทรทัศน์ทองคำ นักแสดงสนับสนุนหญิงดีเด่น (อำภา ภูษิต) ปี 2556
  • รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ผู้กำกับการแสดงละครดีเด่น (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) ปี 2556
  • รางวัล MThai Top Talk-about 2014 ละครที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุด ปี 2557
  • รางวัล MThai Top Talk-about 2014 นักแสดงหญิงที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุด (วรนุช ภิรมย์ภักดี) ปี 2557
  • รางวัล MThai Top Talk-about 2014 นักแสดงอาวุโสที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุด (ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์, อำภา ภูษิต) ปี 2557
  • รางวัล MThai Top Talk-about 2014 บทบาทขโมยซีนที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุด (เมลิค, ณัฐพัชร์, ยงศิลป์) ปี 2557
  • รางวัลสีสันบันเทิงอวอร์ด 2013 ละครยอดเยี่ยม ปี 2557
  • รางวัลสีสันบันเทิงอวอร์ด 2013 ผู้กำกับแห่งปี (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) ปี 2557
  • รางวัลสีสันบันเทิงอวอร์ด 2013 ดารานำชายยอดเยี่ยม (ณัฐวุฒิ สะกิดใจ) ปี 2557
  • รางวัลสีสันบันเทิงอวอร์ด 2013 ดารานำหญิงยอดเยี่ยม (วรนุช ภิรมย์ภักดี) ปี 2557
  • รางวัลสีสันบันเทิงอวอร์ด 2013 ดารานำชายยอดนิยม (จิรายุ ตั้งศรีสุข) ปี 2557
  • รางวัลสีสันบันเทิงอวอร์ด 2013 ตัวจี๊ดหญิงแห่งปี (ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์, อำภา ภูษิต) ปี 2557
  • รางวัลสีสันบันเทิงอวอร์ด 2013 ขวัญใจมหาชน (เมลิค, ณัฐพัชร์, ยงศิลป์) ปี 2557
  • รางวัล Gmember Awards 2014 สุดยอดผู้สร้างสีสันแห่งปี (เมลิค, ณัฐพัชร์, ยงศิลป์) ปี 2557
  • รางวัล The Nine Fever Awards 2014 Drama Fever ปี 2557
  • รางวัล The Nine Fever Awards 2014 TOP Fever Awards (เมลิค, ณัฐพัชร์, ยงศิลป์, จิรายุ) ปี 2557
  • รางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ปี 2557
  • รางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ผู้กำกับละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) ปี 2557
  • รางวัลคมชัดลึก อวอร์ด บทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม (ยิ่งยศ ปัญญา) ปี 2557
  • รางวัลคมชัดลึก อวอร์ด นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (อำภา ภูษิต) ปี 2557
  • รางวัลคมชัดลึก อวอร์ด นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (ณัฐวุฒิ สกิดใจ) ปี 2557
  • รางวัลคมชัดลึก อวอร์ด นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์) ปี 2557
  • รางวัลนาฏราช ละครยอดเยี่ยม ปี 2557
  • รางวัลนาฏราช ผู้กำกับยอดเยี่ยม (พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง) ปี 2557
  • รางวัลนาฏราช บทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม (ยิ่งยศ ปัญญา) ปี 2557
  • รางวัลนาฏราช นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (ณัฐวุฒิ สกิดใจ) ปี 2557
  • รางวัลนาฏราช นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (วรนุช ภิรมย์ภักดี) ปี 2557
  • รางวัลนาฏราช นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (อำภา ภูษิต) ปี 2557
  • รางวัลนาฏราช กำกับภาพยอดเยี่ยม (อชิระ ดำพลับ) ปี 2557
  • รางวัลนาฏราช ลำดับภาพยอดเยี่ยม (เสาวณิต สันตติวงศ์ไชย) ปี 2557
  • รางวัลนาฏราช ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม ปี 2557
  • รางวัลดาราเดลี่ อวอร์ด ละครที่สุดแห่งปี ปี 2557
  • รางวัลดาราเดลี่ อวอร์ด ดารานำหญิง สาขาละครที่สุดแห่งปี (วรนุช ภิรมย์ภักดี) ปี 2557
  • สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ ละครยอดเยี่ยม ปี 2557
  • สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ จอมขโมยซีน (เมลิค ไอย์กูน, แม็ค ณัฐพัชร์, ยอร์ช ยงศิลป์) ปี 2557
  • สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ ผู้กำกับยอดเยี่ยม สาขาละครโทรทัศน์ (พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง) ปี 2557
  • รางวัลพิฆเนศวร รางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ ละครสร้างสรรค์สังคมดีเด่น ปี 2557
  • รางวัลพิฆเนศวร รางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ นักแสดงนำหญิงดีเด่น (วรนุช ภิรมย์ภักดี) ปี 2557
  • รางวัลพิฆเนศวร รางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ ผู้กำกับละครสร้างสรรค์สังคมดีเด่น (พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง) ปี 2557
  • รางวัลพิฆเนศวร รางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ รางวัลนักแสดงรุ่นเยาว์ดีเด่น (ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์) ปี 2557
  • รางวัลพิฆเนศวร รางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ นักแสดงสมทบหญิงดีเด่น (อำภา ภูษิต) ปี 2557
  • International Drama Festival in TOKYO 2014 รางวัล Special Foreing Drama Awards ละครต่างชาติยอดเยี่ยม ปี 2557 [4]

อ้างอิง[แก้]