กาก้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ริคาร์โด กาก้า
Kaká 2012.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม รีการ์โด อีเซกสัน ดอส ซันตอส เลย์ชี
วันเกิด 22 เมษายน ค.ศ. 1982 (32 ปี)
สถานที่เกิด บราซิเลีย ประเทศบราซิล
ส่วนสูง 186 ซ.ม. (6 ฟุต 1 นิ้ว)
ชื่อเล่น กาก้า
ตำแหน่ง กองกลางตัวรุก
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน เอซีมิลาน
หมายเลข 22
สโมสรอาชีพ*
ปี สโมสร ลงเล่น (ประตู)
2001-2003
2003-2008
2009-2013
2013-ปัจจุบัน
เซาเปาโล
เอซีมิลาน
เรอัลมาดริด
เอซีมิลาน
58 (23)
246 (82)
65 (20)
0 (0)
ทีมชาติ**
2002-ปัจจุบัน บราซิล 83 (27)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร
นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 2010
** นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 2010

รีการ์โด อีเซกสัน ดอส ซันตอส เลย์ชี (โปรตุเกส: Ricardo Izecson dos Santos Leite) หรือรู้จักกันในชื่อ ริคาร์โด กาก้า (Ricardo Kaká) เป็นนักฟุตบอลทีมชาติบราซิล ปัจจุบันสังกัดสโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน สวมเสื้อหมายเลข 22

ประวัติ[แก้]

กาก้าเกิดเมื่อ 22 เมษายน ค.ศ. 1983 ในกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล ชื่อเล่น "กาก้า" นั่นคือชื่อเล่นในภาษาโปรตุเกส ซึ่งเป็นชื่อที่ดีเกา น้องชายของเขาเรียกในตอนเด็ก เพราะตอนนั้นดีเกาเองออกเสียงชื่อรีการ์ดูไม่ชัด คนบราซิลเรียกชื่อจริงว่ารีการ์ดู ส่วนสำหรับชาวบราซิลแล้ว กาก้าเป็นอีกภาพลักษณ์ตัวแทนของชาวแซมบ้าและทีมลาเซเลเซา เนื่องจากเกิดและโตในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะแตกต่างจากนักเตะคนอื่น ๆ ในทีม แต่ความแตกต่างทางฐานะก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใดเนื่องจากกาก้าเองก็มีความรักในนักฟุตบอลอาชีพ และทุ่มเทเพื่อความฝันไม่น้อยกว่าใคร

เซาเปาลู[แก้]

กาก้าเติบโตมากับทีมยอดนิยมหมายเลขหนึ่งของบราซิลเกือบทุกยุคทุกสมัยคือเซาเปาโลโดยได้เริ่มต้นลงสนามเกมแรกตั้งแต่อายุ 18 ปี และสร้างปรากฏการณ์ด้วยการทำได้ถึง 12 ประตูจากการลงเล่น 27 นัดในฤดูกาลแรกและอีก 10 ประตูจาก 22 นัดในฤดูกาลที่สองของชีวิต และนั่นเป็นการแจ้งเกิดที่มหัศจรรย์สำหรับนักฟุตบอลที่เกือบจะหมดอนาคตกับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาแล้ว โดยก่อนหน้าที่จะลงสนามแจ้งเกิดกับเซาเปาโล กาก้าเคยประสบอุบัติเหตุร้ายแรงในสระน้ำจนเกือบเป็นอัมพาตเพราะกระดูกสันหลังมีรอยร้าว แต่สุดท้ายด้วยกำลังใจที่แข็งแกร่งเขาก็กลับมาลงสนามได้ในอีก 1 ปีต่อมาได้ราวกับเทพในเกมนัดเป็นเกมนัดชิงชนะเลิศทอร์เนโร่ ริโอ คัพซึ่งเป็นเกมระดับทีมเยาวชน และกาก้าที่เกือบเป็นอัมพาตได้รับโอกาสจากโค้ชให้ลงสนามเมื่อเหลือเวลาเพียง 14 นาทีสุดท้าย ขณะที่นักพากย์ข้างสนามตะโกนหาว่าโค้ชเซาเปาโลคงจะบ้าไปแล้ว แต่แค่ 2 นาทีที่ได้สัมผัสเกม กาก้าก็ทำ 2 ประตูได้ทันที และนำพาชัยชนะให้กับทีม หลังจากชัยชนะครั้งนี้ กาก้าได้อุทิศชัยชนะให้แก่พระเจ้า และอุทิศตัวให้กับศาสนาคริสต์นับแต่นั้นเป็นต้นมา และกลายเป็นนักฟุตบอลตัวอย่างที่เคร่งครัดในศาสนา เนื่องจากเชื่อว่าพระเจ้าได้ประทานชีวิตใหม่ให้แก่เขาหลังเกือบตายทั้งเป็นจากการเป็นอัมพาต และปัจจุบันก็ยังมีการลักคำว่า I belong to Jesus และ God is faithful ซึ่งเป็นคติประจำใจไว้บนลิ้นรองเท้าสตั๊ดของอาดิดาสซึ่งเป็นสปอนเซอร์ และยังพกไบเบิ้ลอ่านเสมอๆ อย่างไรก็ตาม กาก้าเกือบไม่มีโอกาสเล่นให้กับเซาเปาโลอีกครั้งเมื่อถูกตกลงขายให้กับทีมกาเซียนเทปสปอร์สโมสรในดิวิชัน 1 ตุรกี แต่สุดท้ายการเจรจาก็ล่มไปเพราะว่าทีมกาเซียนเทปสปอร์ไม่อยากจ่ายเงินจำนวน 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับนักเตะที่มีอายุแค่ 17 ปีเท่านั้น และยังไม่เคยลงเล่นในทีมชุดใหญ่เลย ซึ่งเชื่อว่ากาเซียนเทปสปอร์ก็คงจะเสียใจอยู่ในทุกวันนี้ เพราะหลังจากนั้น กาก้าก็แจ้งเกิดได้เต็มตัวใน 2 ฤดูกาลกับเซาเปาโล

ฟุตบอลโลก 2002[แก้]

กาก้าติดทีมชาติบราซิล ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 ที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ด้วย หลังจากนั้นกาก้าถูกทีมยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลีอย่างสโมสรฟุตบอลเอซีมิลานซื้อมาร่วมทัพด้วยค่าตัว 8.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งซิลวีโอ แบร์ลุสโกนี เจ้าของทีมรอสโซเนรี บอกว่าถูกเหมือนซื้อ "ถั่วกระป๋อง"

เอซีมิลาน[แก้]

กาก้า ในสมัยที่อยูกับ เอซี มิลาน

กาก้าสามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่วงการฟุตบอลกัลโช เซเรีย อาด้วยการเป็นดาวดวงใหม่ที่โผล่ขึ้นมาจรัสแสงได้อย่างไม่น่าเชื่อด้วยลีลาการเล่นที่สุดมหัศจรรย์ และยังมีหน้าตาที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรซึ่งจบฤดูกาลแรกกาก้ากลายเป็นผู้เล่นสำคัญที่พาสโมสรฟุตบอลเอซีมิลานคว้าได้ทั้งสกูเดตโต หรือแชมป์กัลโชเซเรียอา และถ้วยใหญ่อย่างยูโรเปี้ยน ซูเปอร์คัพพร้อมผลงาน 10 ประตูจากการเล่น 30 นัดในลีกกัลโชเซเรียอา

กาก้าก้าวขึ้นมาเป็นขวัญใจคนใหม่ของชาวเมืองมิลานในบทบาทของเพลย์เมกเกอร์ที่คอยให้การสนับสนุนอังเดร เชฟเชนโกและยังคงเล่นได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลต่อมาด้วยผลงาน 7 ประตูจาก 36 นัด และพาทีมคว้าแชมป์อิตาเลียนซูเปอร์คัพได้ด้วย แต่น่าเสียดายที่มิลานจบฤดูกาลด้วยการเป็นรองแชมป์ในฤดูกาลที่สองของเขา และยังพลาดการเป็นแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ด้วยความปราชัยแบบเหลือเชื่อต่อลิเวอร์พูล ทั้งที่เกมนั้นกาก้าได้ร่ายเพลงแข้งที่น่าตื่นตาตื่นใจตลอด 45 นาทีแรกในสนามและในฤดูกาลนั้น กาก้าได้รับเลือกให้เป็นกองกลางที่ดีที่สุดของรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ก่อนที่ฤดูกาลต่อมาเขาจะทำประตูสุดมหัศจรรย์ที่ถูกยกย่องเทียบกับตำนานเทพเจ้าลูกหนังอาร์เจนตินา เดียโก มาราโดนา กับประตูที่กาก้าเริ่มต้นวิ่งจากกลางสนาม หลบคู่แข่ง 3 คน ก่อนจะเข้าถึงเขตโทษและซัดเรียดเข้าประตูไปอย่างสุดคลาสสิก ในเกมที่พบกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด นอกเหนือจากประตูนี้ กาก้ายังมักสร้างความตะลึงให้กับแฟน ๆ กับการทำประตูสวย ๆ เสมอ หลังจากนั้น กาก้าได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก ขนาดมีเพลงไทยเพื่อตัวเอง คือ ผีกาก้า

ฟุตบอลโลก 2006[แก้]

กาก้าเป็น 1 ใน 4 ดาวดังของทีมชาติบราซิลในฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนีแต่น่าเสียดายที่เขา, โรนัลดินโญ, โรนัลโด และอาเดรียโน ไม่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ในเรื่องชีวิตส่วนตัว กาก้าหักอกสาว ๆ ทั่วโลกเพราะได้เข้าพิธีวิวาห์กับคาโรลิน เซลิโก ภรรยาสาวที่พบรักกันมาตั้งแต่สมัยที่กาก้ายังเป็นนักเตะเยาวชนในทีมเซาเปาโล ซึ่งในพิธีวิวาห์เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 2005 ก็มีสักขีพยานเป็นยอดนักเตะทีมชาติบราซิลอย่างโรนัลโด, คาฟู, อาเดรียโน, ดีดา, ชูลิโอ บัปติสตา และ คาร์ลอส อัลแบร์โต ปาร์เรย์รา และสักขีพยานที่มาเป็นเกียรติจนแน่นโบสถ์คริสต์อีกราว 600 คนด้วยกัน

อ้างอิง[แก้]