กาก้า
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| ข้อมูลส่วนตัว | ||
|---|---|---|
| ชื่อเต็ม | ริคาร์โด้ อิเซคสัน ดอส ซานโตส ไลเต้ | |
| วันเกิด | 22 เมษายน ค.ศ. 1982 | |
| สถานที่เกิด | บราซิเลีย ประเทศบราซิล | |
| ส่วนสูง | 186 ซ.ม. (6 ฟุต 2 นิ้ว) | |
| ชื่อเล่น/ฉายา | กาก้า | |
| ตำแหน่ง | กองกลางตัวบุก | |
| ข้อมูลสโมสร | ||
| สโมสรปัจจุบัน | เรอัลมาดริด | |
| หมายเลข | 8 | |
| สโมสรอาชีพ* | ||
| ปี | สโมสร | ลงเล่น (ประตู) |
| 2001-2003 2003-2008 2009- |
เซา เปาโล เอซี มิลาน เรอัล มาดริด |
- |
| ทีมชาติ** | ||
| 2002-ปัจจุบัน | บราซิล | - |
|
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร |
||
ริคาร์โด้ อิเซคสัน ดอส ซานโตส ไลเต้ (Ricardo Izecson dos Santos Leite) หรือรู้จักกันในชื่อ ริคาโด้ กาก้า (Ricado Kaká) เป็นนักฟุตบอลทีมชาติบราซิล ปัจจุบันสังกัดสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด สวมเสื้อหมายเลข 8
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
ริคาโด้ กาก้าเกิดเมื่อ 22 เมษายน ค.ศ. 1982ในบราซิเลีย ประเทศบราซิล ชื่อเล่น "กาก้า" นั่นคือชื่อเล่นในภาษาโปรตุเกส คนบราซิลเรียกชื่อจริงว่า ริคาร์โด้ สำหรับชาวบราซิลแล้ว กาก้า เป็นอีกภาพลักษณ์ตัวแทนของชาวแซมบ้า และทีมลา เซเลเซา เนื่องจากเกิดและโตในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะ แตกต่างจากนักเตะคนอื่นๆ ในทีมที่มาจากครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะยากจน แต่ความแตกต่างทางฐานะก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใดเนื่องจากกาก้า เองก็มีความรักในนักฟุตบอลอาชีพ และทุ่มเทเพื่อความฝันไม่น้อยกว่าใคร
[แก้] เซา เปาโล
กาก้า เติบโตมากับทีมยอดนิยมหมายเลขหนึ่งของบราซิลเกือบทุกยุคทุกสมัยคือเซา เปาโลโดยได้เริ่มต้นลงสนามเกมแรกตั้งแต่อายุ 18 ปี และสร้างปรากฏการณ์ด้วยการทำได้ถึง 12 ประตูจากการลงเล่น 27 นัดในฤดูกาลแรกและอีก 10 ประตูจาก 22 นัดในฤดูกาลที่สองของชีวิต และนั่นเป็นการแจ้งเกิดที่มหัศจรรย์สำหรับนักฟุตบอลที่เกือบจะหมดอนาคตกับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาแล้ว โดยก่อนหน้าที่จะลงสนามแจ้งเกิดกับเซา เปาโล กาก้า เคยประสบอุบัติเหตุร้ายแรงในสระน้ำจนเกือบเป็นอัมพาตเพราะกระดูกสันหลังมี รอยร้าว แต่สุดท้ายด้วยกำลังใจที่แข็งแกร่งเขาก็กลับมาลงสนามได้ในอีก 1 ปีต่อมาได้ราวกับเทพนิ เกมนัดเป็นเกมนัดชิงชนะเลิศทอร์เนโร่ ริโอ คัพซึ่งเป็นเกมระดับทีมเยาวชน และกาก้า ที่เกือบเป็นอัมพาตได้รับโอกาสจากโค้ชให้ลงสนามเมื่อเหลือเวลาเพียง 14 นาทีสุดท้าย ขณะที่นักพากย์ข้างสนามตะโกนหาว่าโค้ชเซา เปาโลคงจะบ้าไปแล้ว แต่แค่ 2 นาทีที่ได้สัมผัสเกม กาก้า ก็ทำ 2 ประตูได้ทันที และนำพาชัยชนะให้กับทีม หลังจากชัยชนะครั้งนี้ กาก้า ได้อุทิศชัยชนะให้แก่พระเจ้า และอุทิศตัวให้กับศาสนาคริสต์นับแต่นั้นเป็นต้นมา และกลายเป็นนักฟุตบอลตัวอย่างที่เคร่งครัดในศาสนา เนื่องจากเชื่อว่าพระเจ้าได้ประทานชีวิตใหม่ให้แก่เขาหลังเกือบตายทั้งเป็นจากการเป็นอัมพาต และปัจจุบันก็ยังมีการลักคำว่า I belong to Jesus และ God is faithful ซึ่งเป็นคติประจำใจไว้บนลิ้นรองเท้าสตั๊ดของอาดิดาสซึ่งเป็นสปอนเซอร์ และยังพกไบเบิ้ลอ่านเสมอๆ อย่างไรก็ตาม กาก้า เกือบไม่มีโอกาสเล่นให้กับเซา เปาโลอีกครั้งเมื่อถูกตกลงขายให้กับทีมกาเซียนเทปสปอร์สโมสรในดิวิชั่น 1ตุรกี แต่สุดท้ายการเจรจาก็ล่มไปเพราะว่ทีมกาเซียนเทปสปอร์ไม่อยากจ่ายเงินจำนวน 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับนักเตะที่มีอายุแค่ 17 ปีเท่านั้น และยังไม่เคยลงเล่นในทีมชุดใหญ่เลย ซึ่งเชื่อว่ากาเซียนเทปสปอร์ ก็คงจะเสียใจอยู่ในทุกวันนี้ เพราะหลังจากนั้น กาก้า ก็แจ้งเกิดได้เต็มตัวใน 2 ฤดูกาลกับเซา เปาโล
[แก้] ฟุตบอลโลก 2002
กาก้าติดทีมชาติบราซิล ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2002 ที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ด้วย หลังจากนั้นกาก้าถูกทีมยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลีอย่างสโมสรฟุตบอลเอซี มิลานซื้อมาร่วมทด้วยค่าทัพด้วยตัว 8.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ เจ้าของทีมรอสโซเนรี่ บอกว่าถูกเหมือนซื้อ"ถั่วกระป๋อง"
[แก้] เอซี มิลาน
กาก้า สามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่วงการฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อาด้วยการเป็นดาวดวงใหม่ที่โผล่ขึ้นมาจรัสแสงได้อย่างไม่น่าเชื่อด้วยลีลาการเล่นที่สุดมหัศจรรย์ และยังมีหน้าตาที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรซึ่งจบฤดูกาลแรกกาก้ากลายเป็นผู้เล่นสำคัญที่พาสโมสรฟุตบอลเอซี มิลานคว้าได้ทั้งสคูเด็ตโต้ หรือแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา และถ้วยใหญ่อย่างยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพพร้อมผลงาน 10 ประตูจากการเล่น 30 นัดในลีกกัลโช่ เซเรีย อา กาก้า ก้าวขึ้นมาเป็นขวัญใจคนใหม่ของชาวเมืองมิลานในบทบาทของเพลย์เมคเกอร์ที่คอยให้การสนับสนุนอังเดร เชฟเชนโก้และยังคงเล่นได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลต่อมาด้วยผลงาน 7 ประตูาก 36 นัด และพาทีมคว้าแชมป์อิตาเลี่ยน ซูเปอร์ คัพ ได้ด้วย แต่น่าเสียดายที่มิลาน จบฤดูกาลด้วยการเป็นรองแชมป์ในฤดูกาลที่สองของเขา และยังพลาดการเป็นแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพด้วยความปราชัยแบบเหลือเชื่อต่อลิเวอร์พูลทั้งที่เกมนั้นกาก้า ได้ร่ายเพลงแข้งที่น่าตื่นตาตื่นใจตลอด 45 นาทีแรกในสนามที่ไม่มีนักเตะหงส์แดงคนไหนหยุดเขาได้ และในฤดูกาลนั้นกาก้าได้รับเลือกให้เป็นกองกลางที่ดีที่สุดของรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนที่ฤดูกาลต่อมาเขาจะทำประตูสุดมหัศจรรย์ที่ถูกยกย่องเทียบกับตำนานเทพเจ้าลูกหนังอาร์เจนตินาดีเอโก้ มาราโดน่ากับประตูที่กาก้าเริ่มต้นวิ่งจากกลางสนามหลบคู่แข่ง 3 คนก่อนจะเข้าถึงเขตโทษและซัดเรียดเข้าประตูไปอย่างสุดคลาสสิค นอกเหนือจากประตูนี้ กาก้า ยังมักสร้างความตะลึงให้กับแฟนๆ กับการทำประตูสวยๆ เสมอหลังจากนั้น กาก้า ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก
[แก้] ฟุตบอลโลก 2006
กาก้าเป็น 1 ใน 4 จตุรเทพของทีมชาติบราซิลในฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมันแต่น่าเสียดายที่เขา ,โรนัลดินโญ่ ,โรนัลโด้และอาเดรียโน่ ไม่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้
[แก้] ชีวิตส่วนตัว
ในเรื่องชีวิตส่วนตัว กาก้า หักอกสาวๆทั่วโลกเพราะได้เข้าพิธีวิวาห์กับ คาโรลิน เซลิโก้ ภรรยาสาวที่พบรักกันมาตั้งแต่สมัยที่กาก้ายังเป็นนักเตะเยาวชนในทีมเซา เปาโล ซึ่งในพิธีวิวาห์เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2005 ก็มีสักขีพยานเป็นยอดนักเตะทีมชาติบราซิล อย่างโรนัลโด้ ,คาฟู ,อาเดรียโน่ ,ดีด้า ,ชูลิโอ บาปติสต้า และคาร์ลอส อัลแบร์โต้ ปาร์เรยร่า และสักขีพยานที่มาเป็นเกียรติจนแน่นโบสถ์คริสต์อีกราว 600 คนด้วยกัน
[แก้] อ้างอิง
| กาก้า เป็นบทความเกี่ยวกับ นักกีฬา โค้ช หรือผู้เกี่ยวข้องในวงการกีฬา ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น ข้อมูลเกี่ยวกับ กาก้า ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ |

