ยุทธการที่บริเตน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ยุทธการบริเตน
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามโลกครั้งที่สอง
Battle of britain air observer.jpg

พนักงานสำรวจน่านฟ้าลอนดอน
วันที่ กรกฎาคม พ.ศ. 2483 - พฤษภาคม พ.ศ. 2484
สถานที่ น่านฟ้าของสหราชอาณาจักร
ทางตอนใต้ของอังกฤษเสียเป็นส่วนใหญ่
ผลลัพธ์ สหราชอาณาจักรชนะศึก
คู่ขัดแย้ง
 สหราชอาณาจักร
แคนาดา แคนาดา
ธงชาติของจักรวรรดิอังกฤษ จักรวรรดิอังกฤษ
Flag of German Reich (1935–1945).svg เยอรมนี
อิตาลี อิตาลี
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
ฮิวจ์ ดาวดิงก์
สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6
วินสตัน เชอร์ชิลล์
เฮอร์มัน เกอริง
กำลังพลสูญเสีย
เครื่องบินขับไล่ 1,023 ลำ
เครื่องบินทิ้งระเบิด 524 ลำ
เสียเครื่องบินไปทั้งหมด 1,547 ลำ
พลเรือนเสียชีวิต 27,450 คน
บาดเจ็บ 32,198 คน
เครื่องบินขับไล่ 873 ลำ
เครื่องบินทิ้งระเบิด 1,014 ลำ
เสียเครื่องบินไปทั้งหมด 1,887 ลำ

ยุทธการบริเตน (อังกฤษ: Battle of Britain) คือการรบทางอากาศที่กองทัพอากาศเยอรมันหรือลุฟวาฟเฟ (Luftwaffe) เปิดการโจมตีทางอากาศเพื่อชิงความได้เปรียบกับกองทัพอากาศหลวงของสหราชอาณาจักร ก่อนที่จะดำเนินการบุกทางทะเลและการทิ้งทหารพลร่มจากอากาศในปฏิบัติการสิงโตทะเล (Unternehmen Seelöwe) ที่ทางเยอรมันได้วางแผนไว้ก่อนหน้า ต้นเหตุของการรบครั้งนี้มาจากความคิดของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์และนายทหารในกองทัพบกเยอรมันที่เชื่อว่าการบุกหมู่เกาะบริเตนข้ามทะเลจะไม่สามารถทำได้โดยง่ายถ้ากองทัพอากาศหลวงไม่ถูกทำลายเสียก่อน เป้าหมายหลักของลุฟวาฟเฟิลในการเปิดศึกทางอากาศคือเพื่อบั่นทอนหรือทำลายกองกำลังทางอากาศของอังกฤษจนอ่อนแอกว่าที่จะยับยั้งการบุกได้ ส่วนเป้าหมายรองก็คือทำลายโรงงานผลิตเครื่องบินและสาธารณูปโภคต่างๆ รวมทั้งทิ้งระเบิดใส่พื้นที่ที่มีความสำคัญทางการเมือง เพื่อข่มขู่ชาวบริเตนให้ยอมแพ้หรือยอมสงบศึกด้วย กระนั้น แม้เยอรมนีจะมีเครื่องบินรบที่ดีกว่าและนักบินที่มีประสบการณ์มากกว่า (สืบเนื่องจากการรุกรานโปแลนด์ก่อนหน้านี้) แต่ความเด็ดขาดของกองทัพอากาศหลวงและจำนวนเครื่องบินที่มากกว่า ทำให้ฝ่ายเยอรมันประสบกับความล้มเหลวในการทำลาย หรือแม้แต่จะบั่นทอนกำลังของกองทัพอากาศหลวงของอังกฤษ (หรือแม้แต่จะทำลายขวัญกำลังใจของชาวบริเตน) และพ่ายแพ้ไปในที่สุด ซึ่งความพ่ายแพ้ครั้งนี้ของเยอรมัน ถือเป็นหนึ่งในความพ่ายแพ่ครั้งสำคัญของเยอรมันที่จะนำไปสู่ชัยชนะเหนือฝ่ายอักษะของฝ่ายสัมพันธมิตรในที่สุด

ยุทธการบริเตนถือเป็นการรบครั้งแรกที่สู้กันทางอากาศตลอดทั้งศึก รวมถึงเป็นศึกที่มีปฏิบัติการณ์ทิ้งระเบิดที่ยาวนานและสูญเสียมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาจนถึงปัจจุบัน และเป็นศึกที่มีการทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ (ที่มีจุดประสงค์เพื่อทำลายเศรษฐกิจ หรือการผลิตของศัตรู ไม่ใช่การทำลายข้าศึกโดยตรง) ที่ถูกคิดค้นขึ้นตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แต่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้จริง