พระกฤษณะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระกฤษณะ
Bhagavata Gita Bishnupur Arnab Dutta 2011.JPG
พระกฤษณะแสดงภควัทคีตาแก่อรชุน ในสงครามทุ่งกุรุเกษตรวันแรก
จำพวก เทวะ พระวิษณุ อวตาร
อาวุธ สุทรรศน์ จักร
สัตว์พาหนะ ครุฑ
ศาสนา/ลัทธิ ฮินดู
ดาวพระเคราะห์ ดาวศุกร์
    

พระกฤษณะ (สันสกฤต: कृष्ण กฺฤษฺณ; ['kɹ̩ʂ.ɳə]) คือเทพเจ้าองค์หนึ่งตามความเชื่อของศาสนาฮินดู เป็นร่างอวตาร ร่างที่ 8 ของพระวิษณุ

ประวัติของพระนาม[แก้]

คำว่า กฤษณะ เป็นภาษาสันสกฤตมีความหมายว่า ดำ คล้ำ มืด หรือน้ำเงินเข้ม[1] ซึ่งใช้พรรณนาบุคคลที่มีสีผิวคล้ำ พระกฤษณะทรงได้รับคำพรรณนาบ่อย ๆ ว่าผิวดำ แต่ในรูปภาพนั้นพระองค์ได้รับการวาดด้วยสีผิวสีน้ำเงินเข้ม มีสัตว์เลียง คือ โคสีขาว

พระประวัติ[แก้]

พระกฤษณะเป็นหลานตาของกษัตริย์ ณ มถุรานคร พระกษัตริยมรมพระนามว่าอุคระเสน พระกษัตริย์มีบุตร 2 คน พญากงส์และนางเทวกี นางเทวกีได้สมรสกับพระวสุเทพ ต่อมาพญากงส์กบฏต่อพระบิดา ได้จับพระบิดาอุคระเสนและพี่สาวพี่เขยขังไว้ โหรทำนายว่าบุตรคนที่แปดของนางเทวกีจะฆ่าพญากงส์ พญากงส์จึงฆ่าลูกทุกคนของนางเทวกี หลังจากฆ่าหกคนแรกแล้ว คนที่เจ็ดแท้ง พระกฤษณะเป็นคนที่แปด พระวสุเทพสามารถลักลอบเอาพระกฤษณะไปฝากให้โคบาลชื่อนันทะและนางยโศธาเลี้ยงได้

มหาภารตะ[แก้]

ดูบทความหลักที่มหาภารตะ

กฤษณะเป็นญาติฝ่ายมารดาของฝ่ายปาณฑพ พระกฤษณะได้ช่วยเหลือพี่น้องปาณฑพหลายครั้งหลายหน เช่น ช่วยเป็นประธานในพิธีกรรมราชสูรยะของยุธิษฐิระ ช่วยภีมะฆ่าท้าวชราสัน ช่วยเหลือพระนางเทราปตีจากการถูกทุหศาสันเปลื้องผ้าส่าหรี และเป็นผู้ถ่ายทอดภควัทคีตาแก่อรชุน เป็นสารถีและเป็นผู้ชี้นำของอรชุนในการปราบแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของฝ่ายเการพ เช่น ภีษมะ โทรณาจารย์ และ กรรณะ

การตายของกฤษณะ[แก้]

หลังจากสงครามสิ้นสุดลง พระกฤษณะครองกรุงทวารกาไปอีก 36 ปี พระองค์เสด็จไปไช้ชีวิตในป่าหลังจากสละราชบัลลังค์ไห้กับเหล่ากษัตริย์ยาฑพซึ่งกำลังแย่งชิงอำนาจกัน ระหว่างที่พระกฤษณะกำลังนั่งสมาธิ นายพรานจาราได้ยิงธนูไส่ข้อเท้าของพระองค์ถึงแก่ความตาย ตำนานกล่าวไว้ว่าแท้จริงแล้วพรานจาราในชาติที่แล้วคือพญาพาลีกษัตริย์แห่งขีดขิน สนองเวรแก่พระวิษณุซึ่งเคยอวตารเป็นพระรามและฆ่าตนตายอย่างไม่ยุติธรรม หลังจากการตายของพระกฤษณะ กรุงทวารกาและเหล่ายาฑพทั้งหมดได้จมลงสู่มหาสมุทร กาลียุคได้เข้ามาแทนที่ทวาปรยุค

พระนามของพระกฤษณะ[แก้]

  • มเธวะ (Madhava) แปลว่า ผู้นำมาซึ่งฤดูใบไม้ผลิ
  • เกศวะ (Keshava) แปลว่า ผู้มีผมงาม
  • หริ (Hari) แปลว่า ผู้กำจัด
  • โควินทะ (Govinda) แปลว่า คนเลี้ยงวัว
  • ทวารกานาถ (Dwarakanath) แปลว่า ผู้ปกครองแห่งกรุงทวารกา
  • กันหา (Kanha) เป็นชื่อเรียกของพระกฤษณะในวัยเด็ก
  • วาสุเทพ (Vasudeva) เป็นชื่อเรียกตามชื่อท้าววาสุเทพผู้เป็นบิดา

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]