นรสิงห์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ประติมากรรมนูนต่ำนรสิงห์สังหารหิรัณยกศิปุอสูร
นรสิงห์แบบพม่า ที่เจดีย์ชเวดากอง

นรสิงห์ หรือ นรสีห์ (สันสกฤต: नरसिंह, อังกฤษ: Narasimha) เป็นอวตารร่างที่ 4 ของพระนารายณ์ตามเนื้อเรื่องในคัมภีร์ปุราณะ อุปนิษัท และคัมภีร์อื่น ๆ ของศาสนาฮินดู โดยมีร่างกายท่อนล่างเป็นมนุษย์ และร่างกายท่อนบนเป็นสิงโต นรสิงห์เป็นผู้สังหารหิรัณยกศิปุ อสูรตนซึ่งได้รับพรจากพระพรหมว่าจะไม่ถูกสังหารโดยมนุษย์หรือสัตว์ นรสิงห์เป็นที่รู้จักและบูชาโดยทั่วไป

หิรัณยกศิปุบำเพ็ญตบะเป็นเวลานาน จนได้รับพรจากพระพรหม ให้เป็นผู้ที่ฆ่าไม่ตายจากมนุษย์, สัตว์, เทวดา ให้ฆ่าไม่ตายทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ให้ฆ่าไม่ตายทั้งจากอาวุธและมือ ให้ฆ่าไม่ตายทั้งในเรือนและนอกเรือน

หิรัณยกศิปุ ได้อาละวาดสร้างความเดือดร้อนไปทั่วทั้งสามภพ พระอินทร์จึงทูลเชิญพระนารายณ์อวตารเกิดมาเป็น นรสิงห์ คือ มนุษย์ครึ่งสิงห์[1] นรสิงห์สังหารหิรัณยกศิปุด้วยกรงเล็บด้วยการฉีกอก ที่กึ่งกลางบานประตู ในเวลาโพล้เพล้ ก่อนตาย นรสิงห์ได้ถามหิรัณยกศิปุว่า สิ่งที่ฆ่าเจ้าเป็นมนุษย์หรือสัตว์หรือเทวดาหรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่ สิ่งที่สังหารเป็นมือหรืออาวุธหรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่ ในเรือนหรือนอกเรือนหรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่ และเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนหรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่ นรสิงห์จึงประกาศว่า บัดนี้ พรที่ประทานจากพระพรหมได้สลายไปสิ้นแล้ว เทวดาทั้งสามภพจึงยินดี

รูปประติมากรรมหรือรูปวาดของนรสิงห์ตอนสังหารหิรัณยกศิปุ จึงมักสลักมีรูปเทวดาองค์เล็ก ๆ 2 องค์อยู่ข้างล่างแสดงกิริยายินดีด้วย[2]

นรสิงห์แบบพม่า[แก้]

นรสิงห์ตามคติของพม่าจะแตกต่างไปจากของฮินดู มีกายเป็นสิงโต แต่มีศีรษะเป็นมนุษย์ สืบเนื่องจากพระเจ้าอโศกมหาราช ได้ให้พระเถระสองรูป คือ พระโสณะและพระมหาอุตตรมหาเถระ เผยแผ่พุทธศาสนาถึงเมืองสะเทิม ซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศพม่า ได้มีนางยักษ์ได้อาละวาดกินเด็กที่เกิดใหม่ สร้างความเดือดร้อนไปทั่วเมือง ความเมื่อทราบถึงพระเถระทั้งสองจึงได้จำแลงกายเป็น มนุษย์ครึ่งสิงห์ สร้างความตกใจให้แก่นางยักษ์ จึงหลบหนีไป จึงสืบต่อเป็นคติของการสร้างรูปนรสิงห์ เพื่อป้องกันภยันตรายตามสถานที่สำคัญทางศาสนาต่าง ๆ ของพม่าและล้านนาของไทย[3]

อ้างอิง[แก้]