บางกอกแอร์เวย์
| Bangkok Airways | ||
|---|---|---|
| IATA PG |
ICAO BKP |
Callsign BANGKOK AIR |
| ก่อตั้ง | พ.ศ. 2511 (ใช้ชื่อว่าสหกลแอร์) | |
| ท่าอากาศยานหลัก | ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ | |
| ท่าอากาศยานรอง | ท่าอากาศยานสมุย | |
| รายการสะสมแต้ม | ฟลายเออร์โบนัส | |
| ห้องรับรอง | Departures Lounge | |
| ขนาดฝูงบิน | 17(+6 ที่สั่งซื้อเพิ่ม) | |
| จุดหมายปลายทาง | 16 | |
| สำนักงานใหญ่ | กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย | |
| บุคคลหลัก | นายแพทย์ ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ (CEO) กัปตัน พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ (ประธาน) |
|
| เว็บไซต์: http://www.bangkokair.com | ||
สายการบินบางกอกแอร์เวย์ (Bangkok Airways) เป็นสายการบินเชิงพาณิชย์ ดำเนินงานโดย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด ซึ่งเริ่มดำเนินงานกิจการด้านการบินเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2511 ในแผนกการบินสหกลแอร์ บริษัท กรุงเทพสหกล จำกัด ซึ่งในระยะแรกได้ดำเนินกิจการทำการบินบริการให้แก่หน่วยงานของรัฐบาลรัฐบาล รัฐวิสาหกิจและธุรกิจ เอกชนต่าง ๆ ที่มาใช้บริการ ได้แก่
- Oversea International Constructions Committee (OICC)
- Union oil
- Okanagan
- Esso Parker Drilling Co
- Texs Pacific Offshoer Int.
- Conoco Halliburton
- Thai Shell American Embassy (BKK)
- International Committee Red Cross (ICRC)
เนื้อหา |
[แก้] ปัจจุบัน
ในปัจจุบัน บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด มีเครื่องบินเอทีอาร์ 72-500 จากประเทศฝรั่งเศส ขนาด 70 ที่นั่ง จำนวน 8 ลำ เครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ขนาด 162 ที่นั่ง จำนวน 3 ลำ และ แอร์บัส 319 ขนาด 144 ที่นั่ง จำนวน 6 ลำ รวม 17 ลำ ให้บริการแก่ผู้โดยสาร
ในอนาคตทาง บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด ได้วางแผนที่จะเช่าซื้อแอร์บัส เอ 350-800XWB ขนาด 270 ที่นั่ง มาเข้าประจำการจำนวน 6 ลำ อีกด้วย เพื่อจะขยายเส้นทางให้สามารถบินไปยังทวีปยุโรปได้ โดยล่าสุดพึ่งปลด โบอิ้ง 717-200 เนื่องจากมีอายุการใช้งานมากและไม่สามารถ บินในระยะทางไกลได้ อีกทั้งทาง บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด หวังจะจับมือกับแอร์บัส ไประยะยาวเพราะเครื่องบินแอร์บัส นักบินเรียนรู้เพียง เครื่องเดียวก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเครื่องรุ่นอื่นๆได้อย่างไม่ต้องเสียเวลาฝึกใหม่เป็นรุ่นๆไปเหมือน โบอิ้ง ส่วน เอทีอาร์ 72-500 จะยัง ประจำการต่อไปเพราะเป็นเครื่องบินที่ใช้งานได้ดีในระยะทางใกล้ๆและเป็นเครื่องบินใบพัดที่มีความปลอดภัยและประหยัดเมื่อเทียบกับเครื่อง Turboprop รุ่นอื่นๆ
[แก้] สนามบิน
บางกอกแอร์เวย์มีสนามบินเป็นของตัวเองทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสมุย (พ.ศ. 2532) ท่าอากาศยานสุโขทัย (พ.ศ. 2539) และท่าอากาศยานตราด (พ.ศ. 2545)
[แก้] เส้นทางการบิน
- กรุงเทพมหานคร - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ฐานการบินหลัก
- เชียงใหม่ - ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่
- ภูเก็ต - ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต
- เกาะสมุย - ท่าอากาศยานสมุย ฐานการบิน
- สุโขทัย - ท่าอากาศยานสุโขทัย
- ตราด - ท่าอากาศยานตราด
- กระบี่ - ท่าอากาศยานกระบี่
- พัทยา - ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา
- ลำปาง - ท่าอากาศยานลำปาง
[แก้] ข้อตกลงทำการบินร่วม
- การบินไทย -กระบี่/ปักกิ่ง/เซี่ยงไฮ้/เฉิงตู/คุนหมิง/ฮ่องกง
[แก้] จุดหมายปลายทางที่ยกเลิกแล้ว
- สาธารณรัฐประชาชนจีน
- กุ้ยหลิน
- ซีอาน
- หางโจว
- จิ่งหง
- เซิ่นเจิ้น
- เจิ้งโจว
- สหภาพพม่า
- บากัน
- มัณฑเลย์
- ญี่ปุ่น
- ฟุกุโอกะ
- ฮิโรชิม่า
- โอกินาว่า
- ลาว
- ปากเซ
- เขตปกครองพิเศษมาเก๊า
- มาเก๊า
- มาเลเซีย
- กัวลาลัมเปอร์
- เวียดนาม
- โฮจิมินห์ ซิตี้
- ดานัง
- ไทย
- อุดรธานี
- นครราชสีมา
- สุรินทร์
- หาดใหญ่
- หัวหิน
- แม่ฮ่องสอน
- ตรัง
- เลย
- ระนอง
[แก้] ฝูงบิน
ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2553 ฝูงบินของบางกอกแอร์เวย์ประกอบไปด้วยเครื่องบินดังต่อไปนี้:
| เครื่องบิน | จำนวน | ความจุผู้โดยสาร (บลูริบบ้อนส์/ชั้นประหยัด) |
หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| แอร์บัส เอ319-100 | 6 |
144 (0/144) 138 (0/138) 120 (12/108) |
|
| แอร์บัส เอ320-200 | 3 | 162 (0/162) | |
| แอร์บัส เอ350-800XWB | (สั่งซื้อ 6 ลำ) | ||
| เอทีอาร์72-500 | 8 |
70 (0/70) |
[แก้] ลำดับการนำอากาศยานเขามาทำการบินบริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 – 2546
ตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีทีผ่านมานี้ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด ได้พยายามทุกวิถิทางที่จะ ดำเนินธุรกิจการบินอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักการทำงานอย่างรอบคอบ มีประสิทธิภาพ รักษาความ ปลอดภัย ขณะทำการบินให้ผู้โดยสารอย่างถูกจุด เพื่อสนองตอบนโยบายการส่งเสริม การคมนาคม ทางอากาศของทางราชการในแต่ละช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้นำอากาศยานแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสม กับสภาพการใช้งานของแต่ละงานและแต่ละช่วง มาจดทะเบียนอากาศยานสัญชาติไทยดังนี้
- พ.ศ. 2511
- นำอากาศยานแบบ TRADE WIND เครื่องหมายทะเบียน HS – SKA ทำ การบินสนับสนุนภารกิจของสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2512 - นำอากาศยานแบบ ISLANDER BN2 มาจดทะเบียนในเครื่องหมาย HS – SKB ทำการบินสนับสนุนภารกิจ หน่วยงาน OICC
- พ.ศ. 2517
- นำอากาศยานแบบ C - 47 เข้ามาทำการบินสนับสนุนการขุดเจาะน้ำมันใน อาวไทย
- พ.ศ. 2518
- นำเฮลิคอปเตอร์แบบ WESSEX - 60 ทำการบินสนับสนุนการขุดเจาะ น้ำมันในอ่าวไทย
- พ.ศ. 2519
- นำอากาศยานแบบ PIPER NAVAJO CHIEFTAIN มาจดทะเบียนใน เครื่องหมาย HS – SKC ซึ่งเป็นอากาศยานแบบล่าสุดในขณะนันครบถ้วน ด้วยอุปกรณ์เครื่องช่วยบินเรดาร์ AUTO PILOT และระบบปรับความดัน อากาศ
- พ.ศ. 2521
- นำอากาศยานแบบ C – 46 มาจดทะเบียนในเครื่องหมาย HS – SKD เตรียมทำการบินขนส่งสินค้าและผู้โดยสารทั่วไป ภายในประเทศและประเทศใกล้เคียง
- พ.ศ. 2527
- นำอากาศยานแบบ PILATUS PORTER มาจดทะเบียนในเครื่องหมาย HS – SKE และอากาศยานแบบ PIPER AZTEC มาจดทะเบียนใน เครื่องหมาย HS – SKF เข้ามาทำการบินในภารกิจช่วยเหลือชาวเขาใน ภาคเหนือของสถานทูตสหรัฐอเมริกา
- พ.ศ. 2529
- การขนส่งทางอากาศแบบประจำมีกำหนด เริ่มได้รับการสนับสนุนจาก ทางราชการ บริษัทฯ ได้นำอากาศยานแบบ BANDEIRANTE EMB 110 P1 ความจุ 18 ที่นั่ง มาจดทะเบียนในเครื่องหมาย HS – SKG เข้ามาเริ่มทำ การบินประจำรับ – ส่งผู้โดยสารในเส้นทางที่ราชการกำหนดให้ใน เส้นทางกรุงเทพ – นครราชสีมา, กรุงเทพ – สุรินทร์ และกรุงเทพ - กระบี่
- พ.ศ. 2532
- นำอากาศยานแบบ DASH – 8 – 100 ความจุ 37 ที่นั่งมาจดทะเบียนใน เครื่องหมาย HS – SKH เข้ามาใช้ในเส้นทางของบริษัทฯ ที่ทางราชการ อนุมัติให้ในเส้นทางกรุงเทพ – สมุย - ในเดือนตุลาคม 2532 บริษัทฯ นำอากาศยานแบบ DASH – 8 – 100 ลำที่ 2 มาจดทะเบียนในเครื่องหมาย HS – SKI มาใช้เพิ่มเติมอีก 1 ลำ เพื่อทาการ บินเสริมในเส้นทางเดิม และเพิ่มเติมเส้นทาง กรุงเทพ – สมุย – ภูเก็ต และ กรุงเทพ – สมุย – หาดใหญ่
- พ.ศ. 2533
- นำอากาศยานแบบ DASH – 8 – 300 ขนาดความจุ 56 ที่นั่ง เข้ามาใช้ใน บริการเพิ่มเติม จำนวน 2 ลำ มาจดทะเบียนในเครื่องหมาย HS – SKK ใน เดือนพฤศจิกายน และธันวาคม 2533 - นำอากาศยานแบบ BANDEIRANTE EMB 110 P2 มาจดทะเบียนใน เครื่องหมาย HS – SKL ความจุ 18 ที่นั่งมาใช้บริการเพิ่มเติมในเส้นทาง กรุงเทพ – หัวหิน
- พ.ศ. 2534
- นำอากาศยานแบบ DASH – 8 – 300 มาจดทะเบียนในเครื่องหมาย HS – SKM เข้ามาใช้บริการโดยนำเข้ามาในเดือน กรกฎาคม 2534
- พ.ศ. 2535
- นำอากาศยานกังหันไอพ่น TURBO JET แบบ FOKKER 100 เครื่องหมาย ทะเบียน PH-LNJ ความจุ 107 ที่นั่ง มาใช้ทำการบินในเส้นทาง กรุงเทพ – พนมเปญ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2535 - นำอากาศยานแบบ SHORTS SD 3 – 60 ความจุ 36 ที่นั่ง มาจดทะเบีนใน เครื่องหมาย HS – SKN มาใช้ในเดือนพฤษภาคม 2535 - นำอากาศยานแบบ SHORTS SD – 330 ความจุ 33 ที่นั่ง มาจดทะเบียนใน เครื่องหมาย HS – SKP มาใช้ในเดือนกรกฎาคม 2535 - นำอากาศยานแบบ SHORTS SD – 360 ความจุ 36 ที่นั่ง มาจดทะเบียนใน เครื่องหมาย HS- SKO มาใช้เพิ่มเติมในเดือนสิงหาคม 2535
- พ.ศ. 2539
- นำอากาศยานแบบ DASH – 8 – 300 ลำที่ 4 ความจุ 56 ที่นั่ง มาจดทะเบียน ในเครื่องหมาย HS – SKU ในเดือนมีนคม 2536
- พ.ศ. 2537
- นำอากาศยานแบบ STR 72 – 200 ความจุ 70 ที่นั่งจำนวน 2 ลำ เข้ามาใช้ บริการจดทะเบียนในเครื่องหมาย HS – PGA ในเดือนตุลาคม 2537 และ HS – PGB ในเดือนพฤศจิกายน 2537
- พ.ศ. 2538
- นำอากาศยานแบบ ATR 72 – 200 ความจุ 70 ที่นั่งอีกจำนวน 3 ลำเข้ามา ใช้บริการเพิ่มเติม และจดทะเบียนในเครื่องหมาย HS – PGC ในเดือน มิถุนายน 2538
- พ.ศ. 2539
- นำอากาศยานแบบ ATR72- 200 ความจุ 70 ที่นั่ง จำนวน 1 ลำ เข้ามาใช้ บริการเพิ่มเติม และจดทะเบียนในเครื่องหมาย HS – PGF เข้ามาในเดือน พฤศจิกายน 2539
- พ.ศ. 2540
- นำอากาศยานแบบ ATR 42 – 320 ความจุ 46 ที่นั่งเข้ามาใช้บริการ และจด ทะเบียนอากาศยานในเครื่องหมาย HS – PGG ในเดือนเมษายน 2540
- พ.ศ. 2541
- นำอากาศยานแบบ ATR 72 – 212 ความจุ 70 ที่นั่งเข้าเพิ่มใช้บริการ และ จดทะเบียนอากาศยานในเครืองหมาย HS – PGH ในเดือนธันวาคม 254
- พ.ศ. 2542
- นำอากาศยานแบบ ART 72 – 212 ความจุ 70 ที่นั่งเข้ามาเพิ่มใช้บริการ และจดทะเบียนอากาศยานในเครื่องหมาย HS – PGJ ในเดือนธันวาคม 2542
- พ.ศ. 2543
- นำอากาศยานกังหันไอพ่น (TURBO JET ) แบบ BOEING 717 ความจุ 125 ที่นั่งเข้ามาเพิ่มใช้บริการ และจดทะเบียนอากาศยานในเครื่องหมาย HS – PGP ในเดือนพฤศจิกายน 2543
- พ.ศ. 2544
- นำอากาศยานกังหันไอพ่น (TURBO JET) แบบ BOEING 717 ลำที่ 2 ความจุ 125 ที่นั่ง เข้ามาเพิ่มใช้บริการและจดทะเบียนอากาศยานใน เครื่องหมาย HS – PGO ในเดือนเมษายน 2544 - นำอากาศยานแบบ ATR 72 – 212A หรือมีชื่อในด้าน TRADE NAME วา ATR 72 – 500 ขนาดความจุ 70 ที่นั่ง ซึ่งเป็นอากาศยานทีได้รับการพัฒนา จากอากาศยาน ATR 72 – 202 ในด้านเทคนิคให้ดยิ่งขึ้นจำนวน 2 ลำ เขามา เพิ่มใช้บริการโดยลำแรกจดทะเบียนอากาศยานเดือนกรกฎาคม 2544 ใน เครื่องหมาย HS – PGL และลำที่ 2 จดทะเบียนอากาศยานเดือนธันวาคม 2544 ในเครื่องหมาย HS – PGK
- พ.ศ. 2545
- นำอากาศยาน แบบ ART 72 – 212A (ATR 72 - 500) ความจุ 70 ที่นั่ง เขา มาเพิ่มใช้บริการและจดทะเบียนอากาศยานในเครื่องหมาย HS – PGG ใน เดือนกรกฎาคม 2545 - นำอากาศยานกังหันไอพ่น (TURBO JET ) แบบ BOEING 717 ความจุ 125 ที่นั่งลำที่ 3 และลำที่ 4 เข้ามาเพิ่มใช้บริการ ในเดือนพฤศจิกายน 2545 โดยจดทะเบียนอากาศยานในเครื่องหมาย HS – PGQ และ HS – PGR - นำอากาศยาน แบบ ART 72 – 212A (ART 72 - 500) ความจุ 70 ที่นั่ง เขา มาเพิ่มใช้บริการและจดทะเบียนอากาศยานในเครื่องหมาย HS – PGF ใน เดือนธันวาคม 2545
- พ.ศ. 2546
- นำอากาศยานแบบ ATR 72 - 212A (ATR 72 - 500) ความจุ 70 ที่นั่งเขามา เพิ่มใช้บริการ และจดทะเบียนอากาศยานในเครื่องหมาย HS – PGA ใน เดือนกรกฎาคม 2546
[แก้] ใบอนุญาตในการใหบริการคมนาคมทางอากาศที่บริษัทฯ ไดรับ
โดยสรุปแลวในปจจุบัน บริษัทฯ ไดรับอนุญาตใหบริการคมนาคมเดินอากาศ รวมทั้งการ อนุญาตใหจดตั้งสนามบิน เพื่อใชรองรับการบริการเดินอากาศในเสนทางบินที่ไดรบอนุญาต ตลอดจนการรองรับอากาศยานของเอกชนและอากาศยานของรัฐ ดังนี้
- 1. ใบอนุญาตใหประกอบกิจการคาขายในการเดินอากาศ จากกรมการบินพาณิชย กระทรวง
คมนาคมรวม 3 ประเภท คือ
-
- 1.1 แบบประจำมีกำหนดภายในประเทศ
- 1.2 แบบไมประจำเปนครั้งคราว
- 1.3 แบบประจำระหวางประเทศ
โดยใบอนุญาตดังกลาวมีอายุ 10 ป ตั้งแต 1 กุมภาพันธ 2542 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2552
- 2. ใบอนุญาตการจัดตั้งสนามบินสมุย บริษัทฯ ไดรับอนุญาตใหจดตังสนามบินพาณิชย
เอกชนแหงแรกขึ้นที่ตำบลบอผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎรธานีโดยใหเรียกวา“สนามบินสมุย” ใบอนุญาตดังกลาวมีอายุครังละ 10 ป ตั้งแต 1 กุมภาพันธ 2542 ถึงวันที่31 มกราคม 2552
- 3. ใบอนุญาตการจัดตั้งสนามบินสุโขทัย บริษัทฯ ไดรับอนุญาตใหจดตั้งสนามบินพาณิชย
เอกชนแหงที่ 2 ขึ้นที่จังหวัดสุโขทัย ในพื้นที่ประมาณ 2 พันไร อยูในเขตตำบลคลองกระจง ตำบลทา ทอง และตำบลยานยาว อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ใบอนุญาตดังกลาวมีอายุครั้งละ 10 ป ตั้งแต 1 กุมภาพันธ 2541 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2551
- 4. ใบรับรองหนวยซอมบำรุง บริษัทฯ ไดรับอนุญาตจากกรมการขนสงทางอากาศ (กรมการ
บินพาณิชย) ใหจัดตั้งหนวยซอมบำรุง ซึ่งบริษัทฯ และอากาศยานทีจดทะเบียนเปนอากาศยานสัญชาติ ไทยและอายุใบรับรองนี้กำหนดอายุครั้งละ 2 ป มีผลบังคับใชตั้งแต 17 ตุลาคม นอกจากนี้ บริษัทฯ การบินกรุงเทพ จำกัด ยังมีบริษัทฯ ทีอยูในเครือที่ประกอบกิจการคาขาย ในการเดินอากาศ ที่เปนลักษณะอื่นอีก คือ
-
- 1. บริษัท บางกอกแอรทรานสปอรต จำกัด ในปจจุบนเปลี่ยนชื่อเปน “บริษัท เซาท อีสท
แอร จำกัด” เปนบริษัทที่จัดตังขึ้นเพื่อบริการเดินอากาศแบบไมประจำ ในลักษณะทำการ บินเชาเหมาตาง ๆ เชน ทำการบิน Charter Flight บินรับขนผูปวย (Medical Evacuation Flight) เปนตน
-
- 2. บริษัท ไทยคูกาเฮลิคอปเตอรแอนดปโตรเลี่ยมเซอรวิส จำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อบริการ
เดินอากาศดวยเฮลิคอปเตอร ปจจุบันใชเฮลิคอปเตอร แบบ Sikorsky S- 76 A จำนวน 2 ลำ ทำการบินในภารกิจสนับสนุนการสำรวจขุดเจาะน้ำมันปโตรเลี่ยมในอาวไทย ตามที่ ไดรับสัมปทานจากกรมทรัพยากรธรณี และเตรียมใหบริการเชาเหมาสาธารณะทั่วไปใน อนาคต จากความเปนมาดังกลาวจะเห็นไดวาบริษท การบินกรุงเทพ จำกัด ไดพยายามสงเสริมและ พัฒนาการขนสงทางอากาศในภาคของเอกชนอยางตอเนื่องโดยตลอดมา อันเปนสวนสงเสริมการ เดินทางอากาศใหเปนประโยชนโดยรวมแกประเทศสืบไป
[แก้] อุบัติเหตุ
- วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533 บางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ 125 เดินทางจากกรุงเทพ ไปยังเกาะสมุย ตกเนื่องจากนักบินหลงทิศทาง ผู้โดยสารและลูกเรือ 38 คน เสียชีวิต[ต้องการอ้างอิง]
- วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552 บางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ 266 เดินทางจากกระบี่ ไปยังเกาะสมุย มีผู้โดยสาร 68 คน นักบิน 2 คน และลูกเรือ 2 คน เกิดอุบัติเหตุลื่นไหลออกนอกรันเวย์ จนพุ่งชนกับอาคารหอบังคับการบินหลังเก่าของสนามบิน กัปตันเสียชีวิตเนื่องจากติดอยู่ในห้องบังคับการบิน นอกนั้นรอดชีวิตทั้งหมด รายงานในเบื้องต้นระบุว่าสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย หลังการพุ่งเข้าชนแล้วไม่มีการลุกไหม้ของเครื่องบิน[1]
- วันที่17 ธันวาคม พ.ศ. 2554 บางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ 178 รุ่นเอทีอาร์ 72 เดินทางจากเกาะสมุย ไปยังสุวรรณภูมิ มีผู้โดยสาร 38 คน นักบิน 2 คน และลูกเรือ 2 คน เกิดอุบัติเหตุลื่นไถลจากจุดจอดเครื่อง พุ่งไปด้านหน้าชนกำแพงรั้วของท่าอากาศยานนานาชาติเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนที่ล้อคู่หน้าจะตกลงไปในร่องระบายน้ำ ทำให้ส่วนหัวของเครื่องบินทิ่มต่ำลงกว่าส่วนหาง สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับผู้โดยสารทั้งลำ แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยสายการบินได้จัดเครื่องบินลำใหม่ขนถ่ายผู้โดยสารไปส่งยังจุดหมายปลายทางเมื่อเวลา 19.50 น. วันเดียวกัน ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบและกู้เครื่องบินต่อไป [2]
[แก้] เกร็ดข้อมูล
บางกอก แอร์เวย์ส เมื่อครั้งยังใช้ในท่าอากาศยานดอนเมืองนั้น ได้ใช้อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 2 (อาคาร 2) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และได้ใช้เคาน์เตอร์เช็คอิน และห้องพักสู่ทางออกขึ้นเครื่องบิน ในส่วนผู่โดยสารขาออก ที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ แต่ใช้สถานที่ชั้น 1 ของอาคารเพียงสายเดียว
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
|
|||||
