จักรพรรดิฟรันซ์ที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (เยอรมัน: Franz II, Heiliger Römischer Kaiser ; อังกฤษ: Francis II, Holy Roman Emperor) (พระนามเต็ม: ฟรานซ์ โจเซฟ คาร์ล, ภาษาอังกฤษ: Franz Joseph Karl von Habsburg-Lorraine) ทรงเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2335 - พ.ศ. 2349 หลังจากที่พระองค์ถูกรุกรานและก้าวก่ายทางการปกครองของนโปเลียน โบนาปาร์ต อันนำไปสู่สงครามในสมรภูมิออสเตอร์ลิตส์ ทำให้พระองค์ต้องยุบจักรวรรดิ และเปลี่ยนจักรวรรดิรวมทั้งเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่ โดยระหว่างปีพ.ศ. 2347 - พ.ศ. 2349 พระองค์ได้ทรงดำรงตำแหน่งจักรพรรดิ 2 จักรวรรดิเลยทีเดียว โดยหลังจากเปลี่ยนจักรวรรดิแล้ว พระองค์ได้ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งออสเตรีย พระนามว่า สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 1 แห่งออสเตรีย หลังจากนั้น พระองค์ได้ทรงนำกองทัพออสเตรีย ไปชำระแค้นกับจักรวรรดิฝรั่งเศส ในสงครามนโปเลียน แต่ก็ยังปราชัยอยู่ดี พระองค์จึงส่งพระราชธิดาองค์โต อาร์คดัชเชสมารี หลุยส์ ให้ไปอภิเษกสมรสกับนโปเลียน เพื่อเป็นการถวายเครื่องราชบรรณาการ และเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างจักรวรรดิออสเตรียและจักรวรรดิฝรั่งเศส
พระปรมาภิไธยเต็มของพระองค์คือ His Imperial Majesty Franz II, Holy Roman Emperor และ His Imperial and Royal Apostolic Majesty Franz I, Emperor of Austria, and the Apostolic King of Hungary
เนื้อหา |
[แก้] พระราชประวัติ
สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ทรงเสด็จพระราชสมภพ ณ เมืองฟลอเรนซ์ แคว้นทัสคานี เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2311 ทรงเป็นพระราชโอรสองค์โตในสมเด็จพระจักรพรรดิลีโอโพลด์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (ซึ่งขณะนั้น ทรงเป็นแกรนด์ดยุคแห่งทัสคานี ตั้งแต่พ.ศ. 2308 - พ.ศ. 2333) และเจ้าหญิงมาเรีย หลุยซ่าแห่งสเปน (พระราชธิดาในสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลอสที่ 3 แห่งสเปน) เมื่อทรงพระเยาว์นั้น พระบรมวงศานุวงศ์รวมทั้งประชาชนได้คาดหมายพระองค์ว่า จะได้เป็นองค์จักรพรรดิในอนาคต เพราะเนื่องจากพระปิตุลาของพระองค์ สมเด็จพระจักรพรรดิโจเซฟ ไม่ทรงมีพระราชโอรสหรือพระราชธิดาเลย แล้วนอกจากนี้ พระราชอนุชาของพระองค์ อาร์คดยุคลีโอโพลด์ ซึ่งก็ทรงเป็นพระราชบิดาของสมเด็จพระจักรพรรดิ ก็ทรงอยู่ในลำดับการสืบสันตติวงศ์ที่ลำดับที่ 1 อีกด้วย ดังนั้น พระองค์จึงต้องไปทรงศึกษาอย่างเคร่งครัด ณ อิมพีเรียล คอร์ต (Imperial Court) กรุงเวียนนา เพื่อในการเตรียมตัวสำหรับอนาคตของพระองค์
สมเด็จพระจักรพรรดิโจเซฟ ผู้เป็นพระราชปิตุลา ทรงทราบถึงการพัฒนาการของพระราชนัดดาของพระองค์ และรู้ซึ้งถึงระบอบการปกครองย่างเคร่งครัด ซึ่งแตกต่างจากระบอบการปกครองของแกรนด์ ดยุคลีโอโพลด์ ผู้เป็นพระราชบิดาของพระองค์ ซึ่งขณะนั้นทรงเป็นองค์พระประมุขแห่งแคว้นทัสคานี อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระราชปิตุลายังทรงเห็นว่า การศึกษาที่เคร่งครัดและระเบียบวินัยในตัวพระราชนัดดายังไม่เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากพระองค์ถูกแยกให้ศึกษาพระองค์เอง สมเด็จพระราชปิตุลาทรงเกรงว่า อาจทำให้พระราชนัดดาล้มเหลวในการพึ่งพาตนเอง เพราะพระองค์ไม่ได้รับการศึกษาพร้อมกับผู้อื่น แต่ถึงอย่างไร ว่าที่สมเด็จพระจักรพรรดิฟรารนซ์ทรงประทับใจและนับถือสมเด็จพระราชปิตุลาเป็นพระองค์ตัวอย่าง โดยพระองค์ทรงตั้งอกตั้งใจเข้ารับการศึกษาอย่างเต็มที่ ต่อมา พระองค์ทรงได้เข้ารับการฝึกทหาร และร่วมรบในประเทศฮังการี พระองค์จึงทรงซึมซาบความเป็นทหารอย่างเต็มที่...
เมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิโจเซฟเสด็จสวรรคตเมื่อปีพ.ศ. 2333 แกรนด์ ดยุคลีโอโพลด์ พระราชบิดาได้ทรงสืบราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระราชเชษฐา ซึ่งขณะนั้น พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการสะสางความบาดหมางทางการเมืองการปกครอง อาร์คดยุคฟรานซ์ จึงทรงได้รับการสถาปนาเป็นมกุฏราชกุมารแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ แต่เมื่อฤดูหนาว พ.ศ. 2334 พระราชบิดาทรงมีพระอาการประชวรอย่างหนัก ภาวะตึงเครียดมาถึงพระราชวงศ์ทันที โดยเฉพาะอาร์คดยุคฟรานซ์ พระอาการประชวรเลวร้ายลงเรื่อยๆ จนในที่สุด ช่วงบ่ายของวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2335 สมเด็จพระจักรพรรดิลีโอโพลด์ทรงเสด็จสวรรคตอย่างสงบ ด้วยพระชนมพรรษาเพียง 44 พรรษา อาร์คดยุคฟรานซ์จึงทรงได้สืบราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระราชบิดาด้วยพระชนมายุเพียง 24 พรรษา
[แก้] สมเด็จพระจักรพรรดิ
เมื่อพระองค์ได้ทรงขึ้นครองราชย์เป็นองค์พระประมุขแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว วิกฤติแรกในเข้ามาคือ คำขู่จากนโปเลียน โบนาปาร์ต หรือสมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งจักรวรรดิฝรั่งเศส ที่ได้เข้ามาก้าวก่ายการเมืองการปกครองและระบอบต่างในราชสำนักหลายประเทศในทวีปยุโรป รวมทั้งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ด้วย โดยพระองค์ทรงตระหนักถึงภาวะตึงเครียดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างจักรวรรดิโรมันกับจักรวรรดิฝรั่งเศส เพราะว่าสมเด็จพระราชปิตุจฉาของพระองค์ สมเด็จพระราชินีมารี อังตัวเนตแห่งฝรั่งเศส ทรงถูกประหารด้วยเครื่องกิโยตินในการปฏิวัติฝรั่งเศส พ.ศ. 2336 โดยที่พระองค์ไม่ทรงสนพระทัยใยดีและทรงเฉยเมยต่อชะตากรรมของสมเด็จพระราชปิตุจฉา เพราะเนื่องจากสมเด็จพระราชินีมารี อังตัวเนตไม่ทรงสนิทสนมกับพระราชบิดาของพระองค์เท่าใดนัก ทั้งที่ทรงเป็นพระเชษฐภัคินีแท้ๆของพระองค์ และทรงเป็นสมเด็จพระปิตุจฉาของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์เสียด้วยซ้ำ ถึงแม้พระองค์จะทรงไม่เคยเห็น จอร์ช แดนตัน ประธานองคมนตรีและสมุหนายก ได้มีการเจรจากับพระองค์ให้ทรงเข้าช่วยเหลือปล่อยสมเด็จพระราชปิตุจฉาจากที่คุมขัง แต่สมเด็จพระจักรพรรดิทรงเมินเฉย โดยต่อมา พระองค์ทรงนำกองทัพเข้าร่วมรบในสงครามปฏิวัติฝรั่งเศส โดยกองทัพของพระองค์ถูกโจมตีจากกองทัพของนโปเลียน โดยในสมรภูมิแคมโป ฟอร์มีโอ พระองค์ทรงยอมจำนน ยกไรน์ให้กับฝรั่งเศส เพื่อแลกเปลี่ยนกับเวนิส และดาลมาเทีย แต่ต่อมา พระองค์ทรงนำกองทัพจู่โจมฝรั่งเศสในสมรภูมิออสเตอร์ลิตส์ แต่ได้รับความพ่ายแพ้ไป โดยมีการทำสนธิสัญญาเพรสบูร์กขึ้น ซึ่งเป็นยุบระบอบการปกครองของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ลง และก่อตั้งจักรวรรดิออสเตรียเป็นจักรวรรดิใหม่
เมื่อปีพ.ศ. 2352 พระองค์ได้นำกองทัพเข้าจู่โจมฝรั่งเศสอีกครั้ง เพื่อหวังผลประโยชน์จากสงครามคาบสมุทรที่นโปเลียนสามารถยึดสเปนได้ แต่ก็ถูกโจมตีและได้รับความพ่ายแพ้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ พระองค์ทรงนึกคิดอยากจะกระชับความสัมพันธ์กับจักรวรรดิฝรั่งเศส โดยทรงมีพระมีพระบรมราชโองการให้พระราชธิดาองค์โตของพระองค์ อาร์คดัชเชสมารี หลุยส์ไปอภิเษกสมรสกับนโปเลียน แต่นโปเลียนเห็นว่าพระองค์ทรงส่งพระราชธิดามาอภิเษกเหมือนเป็นการส่งราชบรรณาการ ฝรั่งเศสจึงได้ออสเตรียเป็นเมืองประเทศราช เหมือนเมืองทาส เพราะนโปเลียนได้ประเทศอื่นๆในยุโรปเป็นเสมือนทาสรับใช้ เช่น ประเทศในแถบเยอรมัน รวมทั้งปรัสเซียด้วย
ในปีพ.ศ. 2356 ออสเตรียได้เข้าจู่โจมฝรั่งเศสอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 และเป็นครั้งสุดท้าย โดยครั้งนี้ออสเตรียได้ร่วมมือกับสหราชอาณาจักร รัสเซีย และปรัสเซียโจมตีนโปเลียน โดยออสเตรียได้เปรียบในตอนสุดท้าย คือการตั้งการประชุมที่เวียนนา (Congress of Vienna) โดยมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง เจ้าชายคลีเมนส์ เว็นเซิลแห่งเม็ทเตอร์นิชเป็นองค์ประธาน เพื่อช่วยในการปฏิรูประบอบการปกครองของราชอาณาจักรหรือจักรวรรดิต่างๆ รวมทั้งมีการก่อตั้งกลุ่มสมาพันธรัฐเยอรมัน (German Confederation) เพื่อเป็นหน่วยย่อยในการดูแล ควบคุมระบอบการเมืองการปกครองของกลุ่มประเทศเยอรมัน โดยการประชุมที่เวียนนาได้จัดระบบประเทศต่างๆของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ โดยให้สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์เป็นองค์ประธานในการประชุมที่เวียนนาและกลุ่มสมาพันธรัฐเยอรมัน โดยพระองค์ทรงเป็นเจ้าภาพร่วมกับพระราชวงศ์ประเทศอื่นในการประชุม แต่อย่างไรก็ตาม พระองค์ได้ทรงตัดความสัมพันธ์กับรัสเซียและปรัสเซีย คือสมเด็จพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 1 แห่งรัสเซีย และสมเด็จพระราชาธิบดีฟรีดริช วิลเฮล์มที่ 3 แห่งปรัสเซีย ในการเจรจาสนธิสัญญาลับในการฟื้นฟูสถาปนาสมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 แห่งฝรั่งเศสให้เป็นองค์พระประมุขฝรั่งเศสอีกครั้งหนึ่ง
[แก้] เหตุการณ์ภายในประเทศ
หลังจากเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งสร้างความประทับพระทัยต่อพระองค์เป็นอย่างมาก โดยช่วงเวลานั้น พระองค์ทรงอารมณ์ดีตลอดเวลา แต่พระองค์ไม่ทรงไว้ใจพวกหัวรุนแรงในออสเตรียที่ตามมาหลังจากเหตุการณ์ปฏิวัติในฝรั่งเศส ในปีพ.ศ. 2337 มีการก่อตั้งกองทัพราชนาวีออสเตรียและฮังการีอย่างลับๆ โดยผู้นำได้อยู่ในการพิจารณา แต่คำตัดสินของคณะลูกขุนได้ให้หาทางจัดการกับขอบเขตภายนอกของการก่อตั้งกองทัพอย่างลับๆนี้ อาร์คดยุคอเล็กซานเดอร์ ลีโอโพลด์ (ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่งสมุหนายกแห่งฮังการี) ทรงเป็นองค์ประธานของคณะลูกขุนที่เข้าจัดการเกี่ยวกับการก่อตั้งกองทัพอย่างลับๆนี้ ซึ่งในที่สุด สามารถจับกุมตัวการทั้งหมดได้ ศาลตัดสินให้ประหารชีวิตบ้าง และจำคุกตลอดชีวิต
สมเด็จพระจักรพรรดิทรงเป็นคนขี้ระแวง พระองค์ทรงก่อตั้งตำรวจ สายลับในเครือข่ายที่กว้างขวาง เพื่อตรวจสอบสภาพการเมืองทั้งหมดอย่างลับๆ อันที่จริงแล้ว พระองค์ทรงสืบสานต่อพระปณิธานพระราชบิดาที่ทรงก่อตั้งสายลับตรวจสอบสภาพการเมืองอย่างลับๆที่แคว้นทัสคานี โดยการก่อตั้งสายลับนี้ พระราชอนุชาของพระองค์ อาร์คดยุคคาร์ล และอาร์คดยุคโจฮันน์ทรงเป็นผู้ร่วมก่อตั้งด้วย นอกจากนี้ พระองค์ก็ทรงนำนโยบายในการบริหารประเทศจากจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์มาใช้ในการปกครองจักรวรรดิด้วย ถึงแม้ว่า ตอนนี้ พระองค์ทรงเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งออสเตรีย โดยพระองค์ทรงถอดถอนจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ออกจากกลุ่มเยอรมัน ซึ่งสร้างความเคลือบแคลงให้กับสภากฎหมายแห่งรัฐธรรมนูญ
[แก้] อภิเษกสมรส
สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ทรงอภิเษกสมรสถึง 4 ครั้ง ดังนี้...
- เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2331 ทรงอภิเษกสมรสกับดัชเชสเอลิซาเบธแห่งวืร์ทเต็มเบิร์ก (ประสูติ 21 เมษายน พ.ศ. 2310, สิ้นพระชนม์ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2333) ทรงสิ้นพระชนม์กระทันหันหลังจากให้ประสูติกาลพระธิดา อาร์คดัชเชสลูโดวิก้า เอลิซาเบธ ฟรานซิสก้า ซึ่งก็ทรงสิ้นพระชนม์เมื่อยังทรงเป็นทารก เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2334
- เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2333 ทรงอภิเษกสมรสกับพระญาติของพระองค์ เจ้าหญิงมาเรีย เทเรซ่าแห่งทู ซิชิลีส์ (ประสูติ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2315, สิ้นพระชนม์ 13 เมษายน พ.ศ. 2350) พระราชธิดาในสมเด็จพระราชาธิบดีเฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งทู ซิชิลีส์ ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระอัยกีพระองค์เดียวกัน คือ สมเด็จพระจักรพรรดินีนาถมาเรีย เทเรซ่าแห่งออสเตรีย ทั้ง 2 พระองค์ทรงมีพระราชโอรส 4 พระองค์ และพระราชธิดา 8 พระองค์ รวมพระราชบุตร 12 พระองค์ ดังนี้...
- อาร์คดัชเชสมารี หลุยส์ ลีโอโพลดีน ฟรานซิสก้า เธเรเซีย โจเซฟ่า ลูเซีย ทรงประสูติเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2334 ทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2390 พระมเหสีในนโปเลียน โบนาปาร์ต อภิเษกสมรสครั้งที่ 2 กับเค้านท์อดัม อัลเบิร์ตแห่งไนปเปิร์ก และครั้งที่ 3 กับมาร์ควิสมาร์ค มารีแห่งบอมแบลล์
- สมเด็จพระจักรพรรดิเฟอร์ดินานด์ คาร์ล ลีโอโพลด์ โจเซฟ ฟรานซ์ มาร์เซอลิน ทรงเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2336 ทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2418 ทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงมาเรีย แอนนาแห่งแซ็กโซนี ไม่มีพระราชโอรสหรือพระราชธิดาเลย
- อาร์คดัชเชสมารี แคโรไลน์ ลีโอโพลดีน ฟรานซิสก้า เธเรเซีย โจเซฟ่า เมอร์ดาร์ด ทรงประสูติเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2337 สิ้นพระชนม์อย่างกระทันหันเมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2338
- อาร์คดัชเชสแคโรไลน์ ลูโดวิก้า ลีโอโพลดีน ทรงประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2338 และทรงสิ้นพระชนม์กระทันหันเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2342
- อาร์คดัชเชสมาเรีย ลีโอโพลดีน่า โจเซฟ่า แคโรไลน์ ทรงประสูติเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2340 สิ้นพระชนม์วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2369 ทรงอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระจักรพรรดิเปโตรที่ 1 แห่งบราซิล
- อาร์คดัชเชสมาเรีย คลีเมนติน่า ฟรานซิสก้า โจเซฟ่า ทรงประสูติเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2341 สิ้นพระชนม์วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2424 ทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าชายลีโอโพลโด้แห่งทู ซิชิลีส์
- อาร์คดยุคโจเซฟ ฟรานซ์ ลีโอโพลด์ ทรงประสูติเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2342 ทรงสิ้นพระชนม์กระทันหันเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2349
- อาร์คดัชเชสมารี แคโรไลน์ เฟอร์ดินานด์ เธเรเซีย โจเซฟีน เดเมเทรีย มกุฏราชกุมารีแห่งแซ็กโซนี ทรงประสูติเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2344 ทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2375 ทรงอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระราชาธิบดีฟรีดริช ออกัสตัสที่ 3 แห่งแซ็กโซนี
- อาร์คดยุคฟรานซ์ คาร์ล โจเซฟ ทรงประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2345 ทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2421 ทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงโซฟีแห่งบาวาเรีย ทรงมีพระโอรส-พระธิดารวม 6 พระองค์
- อาร์คดัชเชสมาเรีย แอนนา ฟรานซิสก้า เธเรเซีย โจเซฟ่า เมอร์ดาร์ดทรงประสูติเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2347 ทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2401
- อาร์คดยุคโจฮันน์ เนโพมัค คาร์ล ทรงประสูติเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2348 ทรงสิ้นพระชนม์กระทันหันเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352
- อาร์คดัชเชสอมาลี่ เธเรซ่า ทรงประสูติเม่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2350 และทรงสิ้นพระชนม์กระทันหันเมื่อวันที่ 9 เมษายน ในปีเดียวกัน
- เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2351 ทรงอภิเษกสมรสกับอาร์คดัชเชสมาเรีย ลูโดวิก้าแห่งออสเตรีย-เอสต์ พระธิดาในอาร์คดยุคเฟอร์ดินานด์แห่งออสเตรีย-เอสต์ (ประสูติ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2330, สิ้นพระชนม์ 7 เมษายน พ.ศ. 2359) ไม่ทรงมีพระราชโอรสหรือพระราชธิดาเลย
- เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2359 ทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงแคโรไลน์ ออกัสต้าแห่งบาวาเรีย พระราชธิดาใน สมเด็จพระราชาธิบดีแม็กซีมีเลียนที่ 1 แห่งบาวาเรีย(ประสูติ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2335, สิ้นพระชนม์ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2416) โดยก่อนหน้านี้ได้ทรงเคยอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเฮล์มที่ 1 แห่งวืร์ทเต็มเบิร์กมาก่อน
[แก้] ช่วงสุดท้ายของพระชนม์ชีพ
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2378 43 ปีแห่งการครองราชย์ของพระองค์ สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ทรงเสด็จสวรรคต จากการประชวรไข้อย่างหนัก รวมพระชนมายุได้ 67 พรรษา พระศพถูกจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ โดยในฐานะสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งออสเตรียและสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ มีการเก็บพระศพของพระองค์ไว้ที่มหาวิหารเซนต์ สตีเฟน กรุงเวียนนา 3 วัน จากนั้นนำไปฝังไว้ที่วิหารฮับส์บูร์ก ซึ่งเป็นสถานที่ฝังพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ออสเตรียมาช้านาน พระศพของพระองค์ถูกฝังไว้ท่ามกลางพระศพของพระชายาทั้ง 4 พระองค์
[แก้] พระราชอิสริยยศ
ภาษาอังกฤษ: By the grace of god, Franz Joseph Karl, Franz the First, Emperor of Austria; Apostolic King of Hungary, King of Bohemia, Dalmatia, Croatia, Slavonia, Galicia, Lodomeria, and Jerusalem; Archduke of Austria; Duke of Lorraine, Salzburg, Würzburg, Franconia, Styria, Carinthia and Carniola; Grand Duke of Cracow; Grand Prince of Transylvania; Margrave of Moravia; Duke of Sandomir, Masovia, Lublin, Upper and Lower Silesia, Auschwitz and Zator, Teschen and Friule; Prince of Berchtesgaden and Mergentheim; Princely Count of Habsburg, Gorizia and Gradisca and of the Tyrol; and Margrave of Upper and Lower Lusatia and in Istria".
ภาษาไทย: ด้วยอำนาจแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้า ฟรานซ์ โจเซฟ คาร์ล, ฟรานซ์ที่ 1 สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งออสเตรีย สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งฮังการี ผู้ทรงเปรียบเสมือนอัครสาวกเบื้องขวาแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้า สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งโบฮีเมีย ดาลมาเทีย โครเอเชีย สลาโวเนีย กาลิเซีย โลโดมีเรีย และเยรูซาเลม อาร์คดยุคแห่งออสเตรีย ดยุคแห่งลอร์เรน ซาร์สบูร์ก วืร์ซบูร์ก ฟรานโซเนีย สตีเรีย คารินเธีย และคาร์นิโอล่า แกรนด์ ดยุคแห่งคราโคว์ แกรนด์ พรินซ์แห่งทรานซิลวาเนีย มาร์เกรฟแห่งโมราเวีย ดยุคแห่งซานโดเมียร์ โมซาเวีย ลูบลิน อัปเปอร์ และโลเวอร์ ซีลิเซีย ออสวิตส์ และเซเตอร์ เทสเชน และฟริวลี เจ้าชายแห่งเบิร์ชเท็สกาเด็น และเมอร์เจนเธิม เค้านท์แห่งฮับส์บูร์ก กอริเซีย กราดิสก้า และ ทีรอล มาร์เกรฟแห่งอัปเปอร์ และโลเวอร์ ลูซาเทีย และอิสเตรีย
[แก้] ราชตระกูล
[แก้] อ้างอิง
- Fraser, Antonia - Marie Antoinette: The Journey : Phoenix 2002, ISBN 0-7538-1305-X
- Wheatcroft, Andrew - The Habsburgs : Embodying Empire : Penguin 1996, ISBN 0-14-023634-1
| สมัยก่อนหน้า | จักรพรรดิฟรันซ์ที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| สมเด็จพระจักรพรรดิลีโอโพลด์ | สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ Holy Roman Emperor 1 มีนาคม ค.ศ. 1792 – 6 สิงหาคม ค.ศ. 1806 |
ไม่มี | ||
| ไม่มี | สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งออสเตรีย Emperor of Austria 11 สิงหาคม ค.ศ. 1804 – 2 มีนาคม ค.ศ. 1835 |
สมเด็จพระจักรพรรดิเฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งออสเตรีย | ||
| สมเด็จพระราชาธิบดีลีโอโพลด์ที่ 2 | สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งฮังการี Apostolic King of Hungary 1 มีนาคม ค.ศ. 1792 – 2 มีนาคม ค.ศ. 1835 |
สมเด็จพระราชาธิบดีเฟอร์ดินานด์ที่ 5 แห่งฮังการี | ||
| สมเด็จพระราชาธิบดีลีโอโพลด์ที่ 2 | สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งโบฮีเมีย King of Bohemia 1 มีนาคม ค.ศ. 1792 – 2 มีนาคม ค.ศ. 1835 |
สมเด็จพระราชาธิบดีเฟอร์ดินานด์ที่ 5 | ||
| ไม่มี | องค์ประธานกลุ่มสมาพันธรัฐเยอรมัน President of German Confederation ค.ศ. 1815 – ค.ศ. 1835 |
สมเด็จพระจักรพรรดิเฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งออสเตรีย |
|
|||||||
|
|||||||
|
|||||||