มารี หลุยส์ ดัชเชสแห่งปาร์มา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มารี หลุยส์ ดัชเชสแห่งปาร์มา
Jean-Baptiste Isabey 003.jpg
จักรพรรดินีมารี หลุยส์ ในปี พ.ศ. 2353

พระราชอิสริยยศ สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งฝรั่งเศส
ดัชเชสแห่งปาร์มา
ราชวงศ์ ราชวงศ์ฮับส์บูร์ก
ราชวงศ์โบนาปาร์ต
ครองราชย์ 11 มีนาคม พ.ศ. 2353 - 6 เมษายน พ.ศ. 2357 (4 ปี 26 วัน)
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2334
(ค.ศ. 1791)
สิ้นพระชนม์ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2390
(ค.ศ. 1847) (56 พรรษา)
พระบิดา สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
พระมารดา เจ้าหญิงมาเรีย เทเรซ่าแห่งทู ซิชิลีส์
พระราชสวามี สมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศส (ค.ศ. 1810-1814)
พระสวามี เคาน์อดัม อัลเบิร์ตแห่งไนปเปิร์ก (ค.ศ. 1821-1834)
มาร์ควิสมาร์ค มารีแห่งบอมแบลล์ (ค.ศ. 1834-1847)
พระราชโอรส/ธิดา สมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนที่ 2
เคาน์เตสอัลเบอร์ไทน์
เคาน์วิลเฮล์ม อัลเบรชท์
เคาน์เตสมาธิลด์

อาร์คดัชเชสมารี หลุยส์แห่งออสเตรีย (เยอรมัน: Erzherzogin Maria Lucia von Österreich, อังกฤษ: Archduchess Maria Lucia of Austria, ฝรั่งเศส: Marie Louise d'Autriche, อิตาลี: Maria Luisa d'Austria) (พระนามเต็ม: มาเรีย ลูโดวิก้า ลีโอโพลดีน่า ฟรานซิสก้า เธเรเซีย โจเซฟ่า ลูเซีย, (ฝรั่งเศส: Maria Ludovika Leopoldina Francisca Theresia Josepha Lucia von Habsburg-Lorraine (Bonaparte)) ทรงเป็นอาร์คดัชเชสแห่งออสเตรีย ก่อนที่จะทรงอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศส เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของจักรวรรดิฝรั่งเศส และจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์[ต้องการอ้างอิง] พระองค์เป็นพระมเหสีองค์ที่ 2 ของนโปเลียน จึงทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส: impératrice Marie Louise des Français) และเมื่อปีพ.ศ. 2360 พระองค์ทรงเป็น ดัชเชสแห่งปาร์มา ปิอาเซนซ่า และกูแอสตาลล่า (อิตาลี: Maria Luigia, Duchessa di Parma, Piacenza, e Guastalla) นอกจากนี้ พระองค์ยังเป็นพระราชปนัดดาในสมเด็จพระราชินีมารี อังตัวเนตแห่งฝรั่งเศสอีกด้วย

พระราชประวัติ[แก้]

อาร์คดัชเชสมาเรีย ลูเซียทรงประสูติเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2334กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เป็นพระราชธิดาองค์โตในสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (พระราชโอรสในสมเด็จพระจักรพรรดิลีโอโพลด์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์) และพระมเหสีองค์ที่ 2 ของพระองค์ เจ้าหญิงมาเรีย เทเรซ่าแห่งทู ซิชิลีส์ เมื่อทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงได้รับการศึกษาด้านภาษาจากครูผู้สอนชาวเยอรมัน ตามพระบัญชาของสมเด็จพระราชชนกและสมเด็จพระราชชนนี ดังนั้น พระองค์จึงทรงสามารถตรัสและทรงอักษรเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาลี ภาษาละติน และภาษาสเปน เป็นต้น

สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งฝรั่งเศส[แก้]

เมื่อวันที่11 มีนาคม พ.ศ. 2353 อาร์คดัชเชสมาเรีย ลูเซีย ซึ่งขณะนั้นมีพระชันษา 18 ชันษา ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศส โดยพระองค์ทรงเป็นตัวแทนของการสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างจักรวรรดิออสเตรีย และจักรวรรดิฝรั่งเศส พระราชพิธีอภิเษกสมรสถูกจัดขึ้น ณ มหาวิหารพระราชวังลูฟว์ กรุงปารีส โดยสมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนทรงให้เหตุผลในการอภิเษกสมรสกับอาร์คดัชเชสแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่เก่าแก่ที่สุดราชวงศ์หนึ่ง เพื่อในการเพิ่มศักยภาพและความยิ่งใหญ่ทัดเทียมราชวงศ์ต่างๆในยุโรป โดยก่อนหน้านี้ นโปเลียนเคยทรงทูลขออภิเษกสมรสกับแกรนด์ดัชเชสแอนนา พาฟลอฟนา ซึ่งเป็นพระขนิษฐาในสมเด็จพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 1 แห่งรัสเซีย โดยพระองค์ทรงปฏิเสธที่จะอภิเษกสมรสกับนโปเลียน

หลังจากทั้ง 2 พระองค์ทรงอภิเษกสมรสแล้ว อาร์คดัชเชสมารี ลูเซียก็ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีมารี หลุยส์แห่งฝรั่งเศส (The Empress Marie Louise of the French) และเมื่อวันที่20 มีนาคม พ.ศ. 2354 พระองค์ทรงให้ประสูติกาลพระราชโอรส 1 พระองค์ สมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนทรงพระราชทานพระนามพระราชโอรสองค์เดียวของพระองค์ว่า นโปเลียน ฟรองซัวส์ โจเซฟ ชาร์ลส์ โบนาปาร์ต


สมเด็จพระจักรพรรดินีมารี หลุยส์ทรงดำรงตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตั้งแต่เดือนเมษายน ถึง เดือนธันวาคม พ.ศ. 2355 ขณะที่พระราชสวามีของพระองค์ทรงนำกองทัพไปรบกับจักรวรรดิรัสเซีย และทรงดำรงตำแหน่งผ้สำเร็จราชการแทนพระองค์อีกครั้งเมื่อพระราชสวามีทรงนำกองทัพไปรบกับปรัสเซีย รวมทั้งกลุ่มในประเทศเยอรมัน เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2356 ถึง เดือนมกราคม พ.ศ. 2357 หลังจากสงครามเสร็จสิ้นแล้ว ผลปรากฏว่าฝรั่งเศสพ่ายแพ้สงครามทั้งหมด นโปเลียนจึงทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่6 เมษายน พ.ศ. 2357 และทรงอพยพไปที่เกาะเอลบา ประเทศอิตาลี ส่วนสมเด็จพระจักรพรรดินีมารี หลุยส์ก็เสด็จกลับประเทศออสเตรีย แล้วก็ไม่ทรงเห็นพระราชสวามีของพระองค์อีกเลย

ดัชเชสแห่งปาร์มา[แก้]

หลังจากที่นโปเลียนสละราชสมับติเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2357แล้ว สมเด็จพระจักรพรรดินีมารี หลุยส์และพระราชโอรสองค์เดียวก็ทรงอพยพจากกรุงปารีสไปยังเมืองบลอยส์ จากนั้นก็อพยพต่อไปยังกรุงเวียนนา ในการประชุมสนธิสัญญาฟอนเท็นเนอโบลว์ เมื่อวันที่11 เมษายน พ.ศ. 2357 ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า อนุญาตให้พระองค์ใช้พระราชอิสริยยศสมเด็จพระจักรพรรดินีได้ และยังให้พระองค์เป็นองค์พระประมุขแห่งแคว้นปาร์มา ปิอาเซนซ่า และกูแอสตาลล่า และให้พระราชโอรสของพระองค์เป็นองค์รัชทายาทอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อปีพ.ศ. 2358 การประชุมที่เวียนนา ได้นำพระราชอิสริยยศของดัชเชสแห่งปาร์มามาเป็นหัวข้อในการประชุม ในการประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า หลังจากที่พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว จะทำการคัดเลือกพระบรมวงศานุวงศ์ที่เหมาะสมแก่การสืบราชบัลลงก์ต่อ โดยเมื่อปีพ.ศ. 2360 มีการทำสนธิสัญญาว่า จะยกแคว้นทั้งหมดให้กับพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์บูร์บอง อย่างในปีพ.ศ. 2387 แคว้นกูแอสตาลล่าได้ถูกผนวกเข้ากับแค้วนโมเดน่า

อภิเษกสมรสครั้งใหม่[แก้]

เมื่อปีพ.ศ. 2364 ซึ่งหลังจากที่นโปเลียนสิ้นพระชนม์ 4 เดือน สมเด็จพระจักรพรรดินีมารี หลุยส์ก็ทรงอภิเษกสสรสอีกครั้งกับ เค้านท์อดัม อัลเบิร์ตแห่งไนปเปร์ก โดยทั้ง 2 มีพระโอรส 1 พระองค์ และพระธิดา 2 พระองค์ ซึ่งพระบุตร 2 พระองค์แรกได้ประสูติก่อนที่ ทั้ง 2 พระองค์จะทรงอภิเษกสมรสกัน

  • เค้านท์เตสอัลเบอร์ไทน์แห่งมอนเตนูโว (พ.ศ. 2330พ.ศ. 2410) สมรสกับเค้านท์ลุยกิ ซานวิเทลแห่งฟอนทาเนลลาโต
  • เค้านท์วิลเฮล์ม อัลเบรชท์แห่งมอนเตนูโว (พ.ศ. 2362พ.ศ. 2438) ภายหลังได้รับเลื่อนพระอิสริยยศเป็นเจ้าชายแห่งมอยเตนูโว (The Prince of Montenuovo) สมรสกับเค้านท์เตสจูเลียนา บัธเธียนาแห่งเนเมทูยาร์
  • เค้านท์เตสมาธิลด์แห่งมอนเตนูโว (พ.ศ. 2365พ.ศ. 2443) ไม่ทรงอภิเษกสมรส

และเมื่อปีพ.ศ. 2377 พระองค์ทรงอภิเษกสมรสอีกครั้งกับมาร์ควิสมาร์ค มารีแห่งบอมแบลล์ โดยทั้ง 2 ทรงไม่มีพระบุตรด้วยกัน...

สิ้นพระชนม์[แก้]

พระฉายาลักษณ์หายากจากกระบวนการดาแกโรไทป์ของพระนางมารีหลุยส์ ถ่ายในปีพ.ศ. 2390 ปีที่สิ้นพระชนม์

สมเด็จพระจักรพรรดินีมารี หลุยส์ทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2390 ณ แคว้นปาร์มา สิริพระชนมพรรษาได้ 56 พรรษา พระศพของพระองค์ถูกย้ายจากปาร์มามายังเวียนนา เพื่อทำการฝังพระศพไว้ที่วิหารฮับส์บูร์ก ซึ่งเป็นที่ฝังพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ออสเตรียมาช้านาน

พระราชอิสริยยศ[แก้]

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงได้รับพระยศเป็น เค้านท์เตสแห่งไนป์เปิร์ก (Countess of Neipperg) และ เค้านท์เตสแห่งบอมแบลลส์ (Countess of Bombelles) จากการอภิเษกสมรสทั้ง 2 ครั้งด้วย

ราชตระกูล[แก้]

พระราชตระกูลในสามรุ่นของอาร์คดัชเชสมารี หลุยส์แห่งออสเตรีย
อาร์คดัชเชสมารี หลุยส์แห่งออสเตรีย พระชนก:
สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
(สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 1 แห่งออสเตรีย)
พระอัยกาฝ่ายพระชนก:
สมเด็จพระจักรพรรดิลีโอโพลด์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
พระปัยกาฝ่ายพระชนก:
สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 1 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก:
จักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา
พระอัยยิกาฝ่ายพระชนก:
เจ้าหญิงมาเรีย หลุยซ่าแห่งสเปน
พระปัยกาฝ่ายพระชนก:
สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลอสที่ 3 แห่งสเปน
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก:
เจ้าหญิงมาเรีย อมาเลียแห่งแซ็กโซนี
พระชนนี:
เจ้าหญิงมาเรีย เทเรซ่าแห่งทู ซิชิลีส์
พระอัยกาฝ่ายพระชนนี:
สมเด็จพระราชาธิบดีเฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งทู ซิชิลีส์
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี:
สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลอสที่ 3 แห่งสเปน
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
เจ้าหญิงมาเรีย อมาเลียแห่งแซ็กโซนี
พระอัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
อาร์คดัชเชสมารี แคโรไลน์แห่งออสเตรีย
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี:
สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 1 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
จักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา

อ้างอิง[แก้]

  • Schom, Alan. Napoleon Bonaprate
  • Markham, Felix, Napoleon

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า มารี หลุยส์ ดัชเชสแห่งปาร์มา ถัดไป
โฌเซฟีน เดอ โบอาร์เนส์ 2leftarrow.png สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งฝรั่งเศส
Empress of the French

(ค.ศ. 1810 - 1815)
2rightarrow.png เจ้าหญิงมารี-เทเรส ชาร์ลอตแห่งฝรั่งเศส
ไม่มี 2leftarrow.png ดัชเชสแห่งปาร์มา ปิอาเซนซ่า และกูแอสตาลล่า
Duchess of Parma, Piacenza, and Guastalla

(ค.ศ. 1814 - 1847)
2rightarrow.png ดยุคชาร์ลส์ที่ 2 แห่งปาร์มา