การฟื้นฟูราชวงศ์บูร์บง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ราชอาณาจักรฝรั่งเศส
Royaume de France

 

พ.ศ. 2357–2358
พ.ศ. 2358–2373

 

ธง ตราแผ่นดิน
คำขวัญ
มงต์ฌัว แซ็งต์ เดอนี!
"ก่อความสุขนักบุญเดอนี"
เพลงชาติ
เลอเรอทูร์เดส์แพร็งส์ฟร็องเซส์อาปารีส์
"การเสด็จนิวัติปารีสของเหล่าเจ้าชายฝรั่งเศส"
ราชอาณาจักรฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2358
เมืองหลวง ปารีส
ภาษา ฝรั่งเศส
ศาสนา โรมันคาทอลิก
รัฐบาล ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
กษัตริย์
 - พ.ศ. 2357–1367 พระเจ้าหลุยส์ที่ 18
 - พ.ศ. 2367-2373 พระเจ้าชาร์ลที่ 10
 - พ.ศ. 2373 (โดยนิตินัย) พระเจ้าหลุยส์ที่ 19
 - พ.ศ. 2373 (โดยนิตินัย) พระเจ้าอองรีที่ 5
นายกรัฐมนตรี
 - พ.ศ. 2358 ชาร์ล เดอ เบเนว็องต์
(คนแรก)
 - พ.ศ. 2372-2373 ฌูล เดอ ปอลีญัก
(คนสุดท้าย)
สภา รัฐสภา
 - Upper house สภาขุนนาง
 - Lower house สภาผู้แทน
ประวัติศาสตร์
 - การฟื้นฟู 6 เมษายน พ.ศ. 2357
 - สนธิสัญญาปารีส 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2357
 - ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2357
 - สมัยร้อยวัน 20 มีนาคม – 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2358
 - การรุกรานสเปน 6 เมษายน พ.ศ. 2366
 - ปฏิวัติเดือนกรกฎาคม 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2373
เงินตรา ฟรังก์ฝรั่งเศส

การฟื้นฟูราชวงศ์บูร์บง (ฝรั่งเศส: La Restauration; ลาเรสโตราซียง) คือช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสซึ่งเริ่มตั้งแต่จักรพรรดินโปเลียนก้าวลงจากพระราชอำนาจในปี พ.ศ. 2357 ไปจนถึงการปฏิวัติเดือนกรกฎาคมในปี พ.ศ. 2373

พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งราชวงศ์บูร์บงถูกถอดถอนออกจากพระราชอำนาจโดยการปฏิวัติฝรั่งเศส (พ.ศ. 2332-2342) ตามมาด้วยการปกครองของสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่หนึ่ง (พ.ศ. 2335-2347) และจักรวรรดิฝรั่งเศสที่หนึ่งของจักรพรรดินโปเลียน (พ.ศ. 2347-2357 และ 2358) ซึ่งถูกบังคับให้สิ้นสุดลงโดยสงครามสัมพันธมิตรครั้งที่หก เมื่อพันธมิตรของชาติมหาอำนาจในยุโรปร่วมกันฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ในฝรั่งเศสและคืนราชบัลลังก์แก่รัชทายาทของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16

ราชวงศ์บูร์บงฟื้นฟูดำเนินอยู่ในช่วงวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2357 จนกระทั่งเกิดการลุกฮือครั้งสำคัญในการปฏิวัติเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2373 ซึ่งมีช่วงที่จักรพรรดินโปเลียนหวนคืนสู่พระราชอำนาจเป็นเวลา 100 วัน (10 มีนาคม - 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2358) ก่อนที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 จะขึ้นสู่บัลลังก์ตามเดิม ต่อมาระบอบกษัตริย์ภายใต้ราชวงศ์บูร์บงก็เสื่อมความนิยมลงจนพระราชวงศ์ถูกบังคับให้ต้องเสด็จลี้ภัยไปยังเกนต์

ในช่วงของการฟื้นฟูราชวงศ์ การปกครองเป็นแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งแตกต่างไปจากการปกครองระบบโบราณของกษัตริย์ฝรั่งเศสก่อนการปฏิวัติ ทำให้พระมหากษัตริย์มีข้อจำกัดบางประการในการใช้พระราชอำนาจปกครองแผ่นดิน ยุคนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นช่วงที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมตอบโต้การปฏิวัติอย่างรุนแรงและมีความไม่สงบในสังคมที่ไม่รุนแรงแต่ยาวนานต่อเนื่อง[1] นอกจากนี้คริสตจักรโรมันคาทอลิกยังกลับมามีอิทธิพลต่อการเมืองฝรั่งเศสอีกครั้งหนึ่ง[2]

ภาพรวมทางประวัติศาสตร์[แก้]

ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2357 กองทัพของสัมพันธมิตรครั้งที่หกฟื้นฟูราชบัลลังก์ฝรั่งเศสแก่พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 หรือที่ทรงถูกเรียกว่า ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์สายราชวงศ์บูร์บง โดยนักประวัติศาสตร์นิพนธ์กลุ่มที่ไม่ปรารถนาการฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ จากนั้นรัฐธรรมนูญ (ธรรมนูญ พ.ศ. 2357) จึงถูกร่างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าชาวฝรั่งเศสทุกคนมีความเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย[3] แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งพระราชสิทธิ์สำคัญบางอย่างสำหรับพระมหากษัตริย์และขุนนาง

พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 ทรงมีฐานะเป็นประมุขสูงสุดแห่งรัฐ มีพระราชอำนาจบัญชาการกองทัพบกและกองทัพเรือ, ประกาศสงคราม, กระทำสนธิสัญญาสันติภาพ, สนธิสัญญาการค้า และสนธิสัญญาการเป็นสัมพันธมิตร, แต่งตั้งข้าราชการทุกตำแหน่ง และออกกฏระเบียบข้อบังคับที่มีความจำเป็นต่อการบังคับใช้กฎหมายและความมั่นคงของรัฐ[4] ทรงมีแนวคิดเสรีนิยมมากกว่าพระอนุชา พระเจ้าชาร์ลที่ 10 ซึ่งสืบทอดราชสมบัติต่อจากพระองค์ เห็นได้จากการที่ทรงเห็นชอบแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีที่มีแนวความคิดสายกลางหลายชุด[5]

พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 สวรรคตในเดือนกันยายน พ.ศ. 2367 พระอนุชา พระเจ้าชาร์ลที่ 10 จึงสืบราชสมบัติต่อจากพระองค์ พระเจ้าชาร์ลที่ 10 ครองราชย์ในแนวทางอนุรักษ์นิยมมากกว่ารัชกาลของพระเชษฐา ทรงประกาศใช้กฎหมายแนวขวาจัด เช่น พระราชบัญญัติห้ามทำลายรูปเคารพ (Anti-Sacrilege Act; พ.ศ. 2368 - 2373) ซึ่งทำให้ความนิยมในตัวพระองค์เสื่อมถอยลง พระองค์กับบรรดารัฐมนตรีพยายามจะชี้นำผลการเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2373 ด้วยการออกกฤษฎีกาเดือนกรกฎาคม (July Ordinances) ซึ่งก่อให้เกิดการปฏิวัติตอบโต้การกระทำของพระเจ้าชาร์ลที่ 10 ต่อมาในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2373 พระเจ้าชาร์ลสละราชสมบัติแก่พระนัดดา อองรี ดยุกแห่งบอร์โดซ์ แต่รัชกาลของพระเจ้าอองรีกลับสิ้นสุดลงในวันที่ 9 สิงหาคม เมื่อสภาผู้แทนมีมติประกาศให้หลุยส์-ฟีลิป แห่งออร์เลอองส์ ที่ก่อนหน้านี้ทรงปกครองฝรั่งเศสในฐานะผู้สำเร็จราชการแทน ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แห่งชาวฝรั่งเศส อันเป็นจุดเริ่มต้นของยุคราชาธิปไตยเดือนกรกฎาคม

เชิงอรรถ[แก้]

  1. Davies 2002, pp. 47–54
  2. Furet, p. 296
  3. The Charter of 1814, Public Law of the French: Article 1
  4. The Charter of 1814, Form of the Government of the King: Article 14
  5. Price, p 93


ประเทศฝรั่งเศส
Armoiries république française.svg

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ:
ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส



ประเทศอื่นๆ · แผนที่