ไอโอเอส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก IOS (Apple))
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บทความนี้เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการของแอปเปิล สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ไอโอเอส (แก้ความกำกวม)
iOS
IOS wordmark (2017)
สัญลักษณ์ของไอโอเอส
IOS.jpg
ผู้พัฒนาแอปเปิล (บริษัท)
เขียนด้วยC, C++, อ็อบเจกทีฟ-ซี, จาวา (มีข้อพิพาท)
ตระกูลแมคโอเอสเท็น, ยูนิกซ์
สถานะยังให้บริการอยู่
รูปแบบ
รหัสต้นฉบับ
ซอฟต์แวร์จำกัดสิทธิ์
วันที่เปิดตัว29 มิถุนายน 2007; 11 ปีก่อน (2007-06-29)
รุ่นเสถียร12.1.1 ((16C50)  (5 ธันวาคม 2018; 6 เดือนก่อน (2018-12-05))
รุ่นทดลอง12.1.1 ((16C50)  (5 ธันวาคม 2018; 6 เดือนก่อน (2018-12-05)) [+/−]
ภาษาสื่อสาร40 ภาษา[1][2]
ตัวจัดการ
แพกเกจ
แอปสโตร์ (ไอโอเอส)
แพลตฟอร์ม
ที่รองรับ
ARM (ไอโฟน, ไอพอด, ไอแพด, ไอแพดมินิ, และรุ่น 2 หรือสูงกว่า แอปเปิลทีวี), Apple A4, Apple A5, Apple A5X, Apple A6, Apple A6X
ชนิดเคอร์เนลแบบผสม (XNU)
ส่วนติดต่อผู้ใช้ปริยายCocoa Touch (มัลติทัช, GUI)
สัญญาอนุญาตจำกัดสิทธิ์ EULA ยกเว้นชิ้นส่วนโอเพนซอร์ส
เว็บไซต์apple.com/th/ios/

ไอโอเอส (ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อ ไอโฟนโอเอส) คือระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์พกพา (สมาร์ตโฟน,แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์) พัฒนาและจำหน่ายโดยแอปเปิล (บริษัท) เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 2007 เพื่อใช้บนไอโฟน และได้มีการพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อใช้บนอุปกรณ์พกพาอื่น ๆ ของแอปเปิล เช่น ไอพอดทัช (ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2007), ไอแพด (ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2010), ไอแพด มินิ (พฤศจิกายน ค.ศ. 2012) และ แอปเปิลทีวี รุ่นที่ 2 (ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2010) ไอโอเอสแตกต่างจากวินโดวส์โฟนของไมโครซอฟท์และแอนดรอยด์ (ระบบปฏิบัติการ)ของกูเกิล ตรงที่แอปเปิลไม่อนุญาตให้นำไอโอเอสไปติดตั้งบนอุปกรณ์ที่ไม่ใช่อุปกรณ์ของแอปเปิล ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2013 แอปสโตร์ของแอปเปิลมีแอปพลิเคชันมากกว่า 2.1 ล้าน แอปพลิเคชัน และ 1 ล้านแอพที่ออกแบบมาเพื่อ ไอแพด แอปพลิเคชันเหล่านี้มียอดดาวโหลดน์รวมกันมากกว่า 1.3 แสนล้านครั้ง ไอโอเอสมีส่วนแบ่ง 28% ของส่วนแบ่งระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์พกพาในไตรมาสที่ 3 ของปี ค.ศ. 2018 ซึ่งเป็นรองจากแอนดรอยของกูเกิลเท่านั้น ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2012 ไอโอเอสมีส่วนแบ่งคิดเป็น 65% ของการบริโภคข้อมูลบนอุปกรณ์พกพา (ซึ่งรวม ไอพอดทัช และ ไอแพด) ในกลางปี ค.ศ. 2012 มีอุปกรณ์ไอโอเอสมากกว่า 410 ล้านเครื่องที่เปิดใช้งาน จากการอ้างอิงจากงานแถลงเปิดตัวต่อสื่อโดยแอปเปิลใน วันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 2012 มีอุปกรณ์ไอโอเอส 400 ล้านตัวที่จำหน่ายไปแล้วในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2012

ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (user interface) ของไอโอเอสมีพื้นฐานแนวคิดมาจาก "การควบคุมโดยตรง" (direct manipulation) ด้วยการใช้มัลติทัช องค์ประกอบของการควบคุมก็คือการใช้นิ้วเลื่อน, สวิทช์ และปุ่ม เพื่อเป็นการควบคุมอุปกรณ์รวมถึงท่าทางอย่างอื่น เช่น การนำนิ้วมือ (มากกว่าสองนิ้ว) บีบเข้าหาศูนย์กลาง (swipe), แตะเบา ๆ (tap), การนำนิ้วสองนิ้วบีบเขาหาศูนย์กลาง (pinch), การนำนิ้วสองนิ้วกางออกจากศูนย์กลาง (reverse pinch) ซึ่งทั้งหมดนี้มีความหมายที่เจาะจงในบริบทต่าง ๆ ของไอโอเอสและถือเป็นการใช้งานแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้แบบมัลติทัช ภายในอุปกรณ์ที่ติดตั้งไอโอเอสจะมีเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อใช้กับบางแอปพลิเคชันเพื่อตอบสนองการสั่นของอุปกรณ์ หรือการหมุนอุปกรณ์ที่คำนวณในรูปแบบสามมิติ

ไอโอเอสมีต้นกำเนิดมาจากแมคโอเอสเท็นซึ่งได้รากฐานมาจากดาร์วินและแอปพลิเคชันเฟรมเวริค์ต่าง ๆ ไอโอเอสคือรุ่นพกพาของแมคโอเอสเท็นที่ใช้บนคอมพิวเตอร์ของแอปเปิล

รุ่นหลักของไอโอเอสจะมีการเปิดตัวทุก ๆ ปี จนถึงปัจจุบันนี้ ได้มีการปล่อยตัว iOS 12 ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดในวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561 ในงาน WWDC ปี พ.ศ. 2561

ประวัติของเวอร์ชันต่างๆ[แก้]

รุ่น เปิดตัวครั้งแรก รายละเอียดหลัก
1.X 29 มิถุนายน พ.ศ. 2550 เปิดตัวพร้อมกับ iPhone 2G รุ่นแรก โดยใช้ชื่อว่า iPhone OS
2.X 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 รองรับสำหรับการใช้งานใน iPhone 3G และ iPod Touch ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรก ทั้งยังรองรับ App store เป็นครั้งแรก
3.X 17 มิถุนายน พ.ศ. 2552 รองรับสำหรับการใช้งานใน iPhone 3GS สามารถคัดลอกและวางข้อความ และส่ง MMS ได้
4 21 มิถุนายน พ.ศ. 2553 รองรับสำหรับการใช้งานใน iPhone 4 เป็นรุ่นแรกที่ใช้ชื่อว่า iOS อย่างเป็นทางการ โดยใช้ชื่อว่า iOS 4 โดยเป็นเวอร์ชันแรกที่ iPhone รุ่นแรกไม่รองรับ ในรุ่นนี้รองรับฟังก์ชันมากมาย อาทิ Multitasking เป็นต้น และในรุ่น 4.2.1 เป็นรุ่นแรกที่เริ่มใช่งานใน ไอแพด ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรก
5 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554 รองรับสำหรับการใช้งานใน iPhone 4S รุ่นนี้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบหน้าตาของฟังก์ชันพื้นฐาน และรองรับระบบต่างๆมากมาย อาทิ ไอคลาวด์ และ สิริ เป็นต้น
6 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555 รองรับสำหรับการใช้งานใน iPhone 5 และไอพอดทัช รุ้นที่ 5 เปลี่ยนไปใช้ระบบแผนที่ของ TomTom, สามารถ Facetime ผ่านระบบเซลลูล่าร์, การถ่ายภาพแบบพาโนรามา, คีย์บอร์ดภาษาไทยแบบ 4 แถว, แอปพลิเคชันนาฬิกาสำหรับ iPad
7 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556 เปลี่ยนส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ใหม่ทั้งหมดให้เป็นแบบเรียบง่าย เพิ่มสถานีวิทยุไอจูนส์ ศูนย์การตั้งค่าด่วน บริการส่งไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ของแอปเปิลผ่านแอร์ดรอป และเสริมความสามารถของซีรี(อังกฤษ: Siri) หรือที่แผลงเป็น สิริ
8 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557 เพิ่มไอคลาวด์ไดรฟ์ การแจ้งเตือนแบบอินเตอร์แอกทีฟ การสนับสนุนแป้นพิมพ์จากผู้พัฒนาอื่นนอกเหนือแอปเปิล การแบ่งปันข้อมูลในอุปกรณ์ของแอปเปิลภายในครอบครัว และระบบการค้นหาใหม่
9 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ปรับปรุง Siri ให้มีความแม่นย้ำมากขึ้นกว่าเดิม , เปลี่ยนแอปพลิเคชัน จาก Passbook เป็น Wallet , เพิ่มแอปพลิเคชัน News , ปรับปรุงอินเทอร์เฟส Multitasking และอื่นๆ

- สำหรับ iPad โดยเฉพาะ : เพิ่มฟีเจอร์ QuickType keyboard , เพิ่มการรองรับ Slide Over , เพิ่มการรองรับ รูปภาพข้างในรูปภาพ (Picture in Picture) และ เพิ่มการรองรับ Split View

  • Split View รองรับเฉพาะบน iPad Air 2 และ iPad Pro (ทั้ง 12.9 นิ้ว และ 9.7 นิ้ว)
  • Slide Over และ รูปภาพข้างในรูปภาพ (Picture in Picture) รองรับเฉพาะ iPad Air ขึ้นไป , iPad Mini 2 ขึ้นไป และ iPad Pro (ทั้ง 12.9 นิ้ว และ 9.7 นิ้ว)
10 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559 - เปลี่ยนหน้าตา Lock Screen ใหม่ พร้อมฟังค์ชั่น Raise To Wake โดยใช้ Apple M9 คอยตรวจการเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง , เปลี่ยนเสียงเอกเฟคบางส่วน , เปลี่ยนหน้าตา Control Center , เปลี่ยนหน้าตาแอพต่างๆ เช่น Apple Music News Maps

- ปรับปรุงการใช้ 3D Touch , ปรับปรุง QuickType - สามารถลบแอพที่มาพร้อมกับ iOS ได้แล้ว , การแจ้งเตือน สามารถลบออกทั้งหมดได้ในแตะครั้งเดียว - เพิ่มลูกเล่นสำหรับแอพ Messages , Photos - เพิ่มแอพใหม่ Home - เพิ่มฟังค์ชั่นการตรวจสอบเบอร์โทรเป็นสแปม , VoIP ทำได้บนแอพโทรศัพท์ได้แล้ว

11 19 กันยายน พ.ศ. 2560 ใน ไอโอเอส 11 มีการออกแบบหน้าตาของระบบ โปรแกรม และไอคอนใหม่ โดยมีการปรับปรุงให้ใช้งานง่ายและสะดวกมากขึ้น เช่น Control Center Notification Calculator App Store เป็นต้น

-ปรังปรุง Siri ทั้งไอคอน หน้าจอ เสียง หรือความฉลาดที่มากขึ้น -เพิ่มแอปฯ Files[3]

12
13 4 มิถุนายน 2562 - เพิ่ม Dark mode สำหรับใช้งานตอนกลางคืน

- ปรับปรุง Portrait Lightning ให้ดียิ่งขึ้น - สามารถหมุนและปรับการสะท้อนของวีดีโอ - แอพกล้องสามารถแต่งรูปภาพโดยใช้แสงและสี โดยเครื่องมือมีความละเอียดมากยิ่งขึ้น - แยก iPad ออกจาก iOS โดยตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ในชื่อ iPadOS - เพิ่มการใช้งานการลงชื่อเข้าสู่ระบบ โดยใช้อีเมลและรหัสผ่านของแอปเปิลเอง (Sign in with Apple) - ปรับปรุง Siri ให้มีเสียงพูดที่ธรรมชาติมากยิ่งขึ้น - สามารถนำ Memoji ส่งเป็นสติกเกอร์ในแอพ iMessage

ฟังค์ชั่นต่างๆที่รองรับอุปกรณ์ต่าง ๆ[แก้]

ดูเพิ่มเติมได้ที่ : รายการฟังค์ชั่นที่รองรับอุปกรณ์บน iOS

ช่วงเวลาต่าง ๆ บนในแต่ละรุ่นกับ iOS[แก้]

Apple Watch Series 3Apple Watch Series 3Apple Watch Series 3Apple Watch Series 3Apple Watch Series 2Apple Watch Series 2Apple Watch Series 2Apple Watch Series 2Apple WatchApple WatchApple WatchApple WatchApple TVApple TVApple TVApple TVApple TViPad Mini 4iPad Mini 3iPad Mini 2iPad Mini (1st generation)iPad ProiPad ProiPad ProiPad ProiPad Air 2iPad AiriPad (4th generation)iPad (3rd generation)iPad (2nd generation)iPad (1st generation)iPod Touch (6th generation)iPod Touch (5th generation)iPod Touch (5th generation)iPod Touch#ModelsiPod Touch#ModelsiPod Touch#ModelsiPod Touch#ModelsiPod Touch#ModelsiPhone XiPhone 8iPhone 8iPhone 7iPhone 7iPhone 7iPhone 7iPhone 7iPhone 7iPhone SEiPhone 6SiPhone 6SiPhone 6 PlusiPhone 6iPhone 5SiPhone 5CiPhone 5iPhone 4SiPhone 4iPhone 3GSiPhone 3GSiPhone 3GiPhone 3GiPhone (1st generation)
Sources: Apple Newsroom Archive,[4] Mactracker Apple Inc. model database[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. {{cite news |url=https://www.apple.com/ipad-pro/specs/ |title=Apple – iPad Pro – Specs |publisher=Apple |accessdate=October 24, 2015 |deadurl=no}
  2. "Apple – iPad mini – View the technical specifications for iPad mini". Apple. สืบค้นเมื่อ October 29, 2012.
  3. https://www.iphonemod.net/ios-11-released.html
  4. Apple Inc., Newsroom Archive - Apple, Retrieved June 7, 2018.
  5. Mactracker (mactracker.ca), Apple Inc. model database, version as of 26 July 2007.