ไอแพดโอเอส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
iPadOS
IPadOS wordmark.svg
IPadOS 13 Screenshot.png
หน้าจอหลักของ iPadOS 13 ใน"โหมดมืด"บนอุปกรณ์ไอแพดโปร (2018)
ผู้พัฒนาApple Inc.
เขียนด้วยC, C++, Objective-C, Swift
ตระกูลUnix-like, based on Darwin (BSD), iOS
สถานะCurrent
รูปแบบ
รหัสต้นฉบับ
Closed source
วันที่เปิดตัว24 กันยายน 2019; 13 เดือนก่อน (2019-09-24)[1]
ภาษาสื่อสาร40 languages[2][3][4][5]
วิธีการอัปเดตOTA, Software Update, App Store
แพลตฟอร์ม
ที่รองรับ
ชนิดเคอร์เนลHybrid (XNU)
ส่วนติดต่อผู้ใช้ปริยายCocoa Touch (multi-touch, GUI)
สัญญาอนุญาตProprietary software ยกเว้นส่วนประกอบที่เป็น open-source
รุ่นก่อนหน้าiOS 12
เว็บไซต์www.apple.com/ipados/

ไอแพดโอเอส (อังกฤษ: iPadOS) เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพาที่พัฒนาโดยแอปเปิลสำหรับใช้กับไอแพดซึ่งเป็นแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ของแอปเปิลเอง ซึ่งพัฒนาแยกมาจากไอโอเอส[6] โดยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2562 ซึ่งในตัวนี้ จะใช้ฐานเดียวกันกับ iOS แต่จะถูกปรับปรุง ให้สามารถทำงานในรูปแบบไอแพตได้อย่างสมบูรณ์ อาทิ ระบบ Multitasking , Apple Pencil , การเชื่อมต่อกับเมาส์หรือแทร็คแพดและคีย์บอร์ดเป็นต้น

คุณสมบัติต่างๆ[แก้]

คุณสมบัติส่วนมากของไอแพดโอเอสนั้นสามารถพบได้บนไอโอเอสได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามไอแพดโอเอสนั้นจะมีคุณสมบัติที่ไม่สามารถพบได้บนไอโอเอส และอาจมีบางคุณสมบัติที่พบที่พบได้บนไอโอเอสอย่างเดียวเช่นกัน

หน้าจอหลัก[แก้]

ไม่เหมือนกับรุ่นไอโอเอสก่อนหน้า ตารางไอคอนของไอแพดโอเอสจะสามารถแสดงไอคอนมากถึง 5 แถวและ 6 คอลัมน์ ไม่ว่าจะแสดงผลอยู่ในรูปแบบแนวตั้ง หรือแนวนนอนก็ตาม โดยหน้าแรกของหน้าจอหลักนั้นสามารถปรับแต่งให้แสดงถึงคอลัมน์ของวิดเจ็ดได้โดยง่าย โดยสามารถเข้าถึงการค้นหาโดย Spotlight ได้โดยการปัดลงจากหน้าจอหลัก หรือการกด Command + Space บนแป้นพิมพ์ที่ได้เชื่อมต่อ

งานมัลติทาสก์[แก้]

ไอแพดโอเอสนั้นมีระบบคุณสมบัติงานมัลติทาสก์ที่ถูกพัฒนาให้มีความสามารถที่เหนือกว่าไอโอเอส โดนมีคุณสมบัติเฉพาะเช่น Slide Over และ Split View ที่สามารถทำให้เปิดแอปพลิเคชันหลายแอปพลิเคชันได้พร้อมกัน

ในระหว่างการใช้งานแอปพลิเคชัน การปัดนิ้วขึ้นจากขอบจอด้านล่างเล็กน้อยจะเป็นการเปิดใช้ Dock ซึ่งเป็รที่ที่สามารถใส่แอปพลิเคชันไว้ได้ และสามารถเลือกเปิดได้โดยการกดและลากไปยังพื้นที่ที่ต้องการจะเปิดซึ่งสามารถเปิดแอปพลิเคชันนั้นในรูปของ Split View หรือ Slide Over ได้ โดยการลากแอปพลิเคชันไปยังขอบซ้ายหรือขวาของหน้าจะจะเป็นการเลือกเปิดแบบ Split View ซึ่งจะสามารถใช้งานแอพพลิเคชั้นทั้งสองให้อยู่ข้างกัน และสามารถใช้งานพร้อมกันได้ โดยขนาดของแอปพลิเคชันทั้งสองที่เปิดนั้นสามารถปรับขนาดได้โดยการลากไอคอนรูปร่างคล้ายเม็ดยาที่บริเวณตรงกลางของส่วนแบ่งแอปพลิเคชัน และลากเพื่อปรับขนาดที่ต้องการได้ หรือลากไปจนสุดของด้านใดด้านหนึ่งของหน้าจอนั้นจะเป็นการปิดแอพพลิคชั่นไปที่สุด แต่ถ้าผู้ใช้ลากแอปพลิเคชันไปยังพื้นที่ตรงกลางของแอปพลิเคชันที่เปิดอยู่แล้ว แอปพลิเคชันที่ลากมากนั้นจะเปิดอยู่มนรูปของหน้าต่างที่ลอยอยู่เรียกว่า Slide Over ซึ่งสามารถลากไปอยู่ที่บริเวณขวา หรือซ้ายของหน้าจอก็ได้ สามารถซ่อนหน้าต่าง Slide Over ได้โดยการปัดหน้าต่างนั้นไปยังขอบขวาสุดของหน้าจอ และสามาาถปัดไปทางซ้ายจากขอบหน้าจอขวาสุดของหน้าจอเพื่อเลิกซ่อนหน้าต่างได้ โดยสามารถเลือกเปิดแอปพลิเคชันที่เปิดในรูป Slide Over ก่อนหน้าได้โดยการปัดจากขอบของหน้าต่างทั้งฝั่งซ้ายและขวาเพื่อกลอกลับไปมาได้ หรือทำการปัดไอคอนรูปร่างคล้ายเม็ดยาที่บริเวณด้านล่างของหน้าจอ Slide Over เพื่อเปิดหน้าต่างเลือกแอปพลิเคชันที่เปิดในรูป Slide Over ก่อนหน้าได้ และการปัดไอคอนรูปร่างคล้ายเม็ดยาที่บริเวณด้านบนของหน้าต่างของแอปพลิเคชันที่เปิดในรูป Split View หรือ Slide Over จะสามารถใช้ในการสลับการเปิดแบบ Split View หรือ Slide Over ได้

ในหลายแอปพลิเคชัน วิดิโอที่เปิดอยู่สามารถย่อไปเป็นหน้าต่างรูปภาพข้างในรูปภาพ (picture-in-picture) ได้ ซึ่งจะสามารถทำให้ผู้ใช้สามารถรับชมวิดิโอในขณะที่ทำสิ่งต่างๆ นอกเหนือแอปพลิเคชันวิดิโอนั้นนั้นได้ ซึ่งสามารถเลือกที่จะซ่อนหน้าต่างนี้ได้โดยการปัดหน้าต่างไปยังขอบของหน้าจอ และหน้าต่างนั้นจะแสดงเครื่องหมายลูกศรที่ขอบของหน้าต่าง ซึ่งการปัดกลับมาจะทำให้หน้าต่างกลับมาแสดงผลบนหน้าจออีกครั้ง

Sidecar[แก้]

Sidecar นั้นจะสามารถทำให้ไอแพดนั้นเป็นหน้าจอแสดงผลที่สองสำหรับอุปกรณ์แม็ค ซึ่งในระหว่างการใช้งาน Sidecar สามารถใช้ Apple Pencil ในการวาดลงไปบนไอแพดได้คล้ายกับใช้งานกราฟิกแท็บเล็ตสำหรับแอปพลิเคชันเช่น Photoshop[7] โดยคุณสมบัตินี้จะรองรับบนไอแพดที่รองรับการใช้งานร่วมกับ Apple Pencil เท่านั้น

การรองรับเมาส์หรือแทร็คแพด[แก้]

โดยคุณลักษณะการรองรับเมาส์หรือแทร็คแพดนั้นถูกเพิ่มเข้ามาในเวอร์ชัน 13.4[8]

Scribble[แก้]

คุณสมบัตินี้ถูกเปิดเผยครั้งแรกในไอแพดโอเอส 14 ซึ่ง Scribble จะเป็นการเปลี่ยนข้อความที่เขียนด้วยลายมือโดยการใช้ Apple Pencil ไปเป็นข้อความไปยังช่องข้อความใดๆ ทั่วทั้งระบบ[9] ซึ่งจะรองรับภาษาอังกฤษ และภาษาจีนเท่านั้น

ประวัติของเวอร์ชันต่างๆ[แก้]

เนื่องด้วย iPadOS 13 จะออกด้วยเวอร์ชัน 13.1 ไม่มีการใช้เวอร์ชัน 13.0 เนื่องจาก iOS 13.0 จะทำเฉพาะรุ่นของไอโฟนเท่านั้น โดยไม่ออก iPadOS ไปพร้อมๆกัน

รุ่น เปิดตัวครั้งแรก วันที่ปล่อยอัปเดต รายละเอียดหลัก หมายเหตุ
13.1 - 13.X 4 มิถุนายน 2562 24 กันยายน 2562 รุ่นแรกที่นำเอา iPadOS แยกมาจาก iOS อัปเดตเป็นiPadOS 13ได้เป็นซีพียู Apple A8 ขึ้นไป และ แรม 2 จิกะไบต์ขึ้นไป รุ่นไม่ได้รับอัปเดตiPadOS 13 รุ่นไอแพดต่อไปนี้ ไอแพด แอร์ รุ่น1, ไอแพด มินิ 2 และ ไอแพด มินิ 3 เนื่องมาจากใช้ซีพียู Apple A7 และ แรม 1 จิกะไบต์ ยอมรับเวอร์ชันสิ้นสุดไอโอเอส 12
14 23 มิถุนายน 2563 16 กันยายน 2563 การอัปเดตหลักของ iPadOS ครั้งแรก -

อ้างอิง[แก้]

  1. "iPadOS". Apple Inc.
  2. "Apple – iPad Pro – Specs". Apple Inc. Archived from the original on January 4, 2019. สืบค้นเมื่อ January 4, 2019.
  3. "Apple – iPad mini 4 – Specs". Apple Inc. Archived from the original on October 24, 2015. สืบค้นเมื่อ October 24, 2015.
  4. "Apple – iPad Air 2 – Technical Specifications". Apple Inc. Archived from the original on October 26, 2015. สืบค้นเมื่อ October 24, 2015.
  5. "Apple – iPhone XS – Technical Specifications". Apple Inc. Archived from the original on January 4, 2019. สืบค้นเมื่อ January 4, 2019.
  6. Wuerthele, Mike (June 3, 2019). "Apple unveils iPadOS, adding features specifically to iPad". AppleInsider. สืบค้นเมื่อ June 3, 2019.
  7. Lee, Dami (June 3, 2019). "Sidecar lets you use your iPad as a second display for your Mac". The Verge. Archived from the original on July 11, 2019. สืบค้นเมื่อ July 15, 2019.
  8. Gartenberg, Chaim (March 18, 2020). "iPadOS 13.4 adds full mouse and trackpad support". The Verge. สืบค้นเมื่อ March 18, 2020.
  9. "iPadOS 14 introduces new features designed specifically for iPad". Apple Newsroom. สืบค้นเมื่อ July 16, 2020.

ดูเพิ่ม[แก้]