แอนโทนี อีเดน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Anthony Eden)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เดอะไรต์ออนะระเบิล
เอิร์ลแห่งเอวอง
นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร
ดำรงตำแหน่ง
6 เมษายน 1955 – 10 มกราคม 1957
กษัตริย์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
ก่อนหน้า เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล
ถัดไป ฮาโรลด์ แม็กมิลลาน
รองนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร
ดำรงตำแหน่ง
26 ตุลาคม 1951 – 6 เมษายน 1955
นายกรัฐมนตรี เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล
ก่อนหน้า แฮร์เบิร์ต มอร์ริสัน
หัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม
ดำรงตำแหน่ง
6 เมษายน 1955 – 10 มกราคม 1957
ก่อนหน้า เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล
ถัดไป ฮาโรลด์ แม็กมิลลาน
ผู้นำสภาสามัญชน
ดำรงตำแหน่ง
พฤศจิกายน 1942 – 26 กรกฎาคม 1945
นายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิล
ก่อนหน้า เซอร์ สตัฟฟอร์ด คริปส์
ถัดไป แฮร์เบิร์ต มอร์ริสัน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด รอเบิร์ต แอนโทนี อีเดน
12 มิถุนายน ค.ศ. 1897(1897-06-12)
รูชีฟอร์ด, อังกฤษ
เสียชีวิต 14 มกราคม ค.ศ. 1977 (79 ปี)
ซอลส์บรี, อังกฤษ
พรรคการเมือง พรรคอนุรักษนิยม
ศาสนา แองกลิคัน
การเข้าเป็นทหาร
สังกัด  กองทัพบกสหราชอาณาจักร
ปีปฏิบัติงาน 1915–1919, 1920–1923, 1939[1]
ยศ พันตรี
การยุทธ์ สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

แอนโทนี อีเดน เอิร์ลแห่งเอวอง (อังกฤษ: Anthony Eden, 1st Earl of Avon) เป็นนักการเมืองชาวอังกฤษจากพรรคอนุรักษนิยม เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศสามสมัย รัฐมนตรีว่าการสงคราม รัฐมนตรีว่าการอาณานิคม และนายกรัฐมนตรี

เขาได้เข้าเป็นสมาชิกรัฐสภาตั้งแต่อายุยังน้อย โดยได้เป็นรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศขณะมีอายุเพียง 38 ปี ก่อนที่จะลาออกเพื่อเป็นการประท้วงนายกรัฐมนตรีเนวิล เชมเบอร์ลิน จากนโยบายโอนอ่อนผ่อนปรณต่อมุสโสลินี ผู้นำอิตาลีขณะนั้น[2][3] ต่อมาเขาได้กลับมารับตำแหน่งนี้อีกครั้งในรัฐบาลของวินสตัน เชอร์ชิล และอยู่ในตำแหน่งนี้ตลอดช่วงเวลาของสงครามโลกครั้งที่สอง เขายังเป็นผู้นำอันดับสองในรัฐบาลของเชอร์ชิลยาวนานกว่า 15 ปี ก่อนที่เขาจะได้สืบต่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากเชอร์ชิลในปี ค.ศ. 1955 และชนะการเลือกตั้งทั่วไปในอีกหนึ่งเดือนถัดมา

อีเดนมีกิตติศัพท์ในระดับโลกจากการดำเนินนโยบายจำยอมสละ เขาพยายามหลีกเลี่ยงสงครามโดยการโอนอ่อนผ่อนปรณให้แก่ชาติก้าวร้าวอย่างนาซีเยอรมนี นั่นทำให้เขาได้รีบการยกย่องเป็น "บุรุษแห่งสันติภาพ" อย่างไรก็ตาม ทักษะด้านการทูตของเขาดูจะด้อยลงในปี 1956 เมื่อสหรัฐอเมริกาได้ปฏิเสธให้ความสนับสนุนอังกฤษและฝรั่งเศสในวิกฤตการณ์สุเอซ กลายเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่สมาชิกสภาถึงความเสื่อมถอยด้านนโยบายต่างประเทศของสหราชอาณาจักร และเป็นการส่งสัญญาติของอิทธิพลของอังกฤษที่กำลังจะสิ้นสุดลงในตะวันออกกลาง[4] และจากผลการสำรวจนายกรัฐมนตรีที่ประสบความสำเร็จที่สุดในศตวรรษที่ 20 นั้น อีเดนเป็นที่โหล่จากนายกรัฐมนตรี 20 คน[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. As Territorial, pre-outbreak of World War II.
  2. Robert Mallett, "The Anglo‐Italian war trade negotiations, contraband control and the failure to appease Mussolini, 1939–40." Diplomacy and Statecraft 8.1 (1997): 137–167.
  3. Churchill 1948
  4. David Dutton: Anthony Eden. A Life and Reputation (London, Arnold, 1997).
  5. "Churchill 'greatest PM of 20th Century'". bbc.co.uk.