ข้ามไปเนื้อหา

ฟุตบอลโลก 2026

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก 2026 FIFA World Cup)
ฟุตบอลโลก 2026
2026 FIFA World Cup
Copa Mundial de la FIFA 2026
Coupe du Monde de la FIFA 2026
เราคือ 26
We Are 26
Somos 26
Nous Sommes 26
รายละเอียดการแข่งขัน
ประเทศเจ้าภาพแคนาดา
เม็กซิโก
สหรัฐ
วันที่11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2026[1]
ทีม48 (จาก 6 สมาพันธ์)
สถานที่16 (ใน 16 เมืองเจ้าภาพ)
อันดับเมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน
ชนะเลิศ สเปน (สมัยที่ 2)
รองชนะเลิศ อาร์เจนตินา
อันดับที่ 3 อังกฤษ
อันดับที่ 4 ฝรั่งเศส
สถิติการแข่งขัน
จำนวนนัดที่แข่งขัน104
จำนวนประตู308 (2.96 ประตูต่อนัด)
ผู้ชม6,810,966 (65,490 คนต่อนัด)
ผู้ทำประตูสูงสุดประเทศฝรั่งเศส กีลียาน อึมบาเป
(10 ประตู)
ผู้เล่นยอดเยี่ยมประเทศสเปน โรดริ
ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประเทศสเปน อูไน ซิมอน
ผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมประเทศสเปน เปา กูบาร์ซี
รางวัลแฟร์เพลย์ เนเธอร์แลนด์
2022
2030

ฟุตบอลโลก 2026 (อังกฤษ: 2026 FIFA World Cup; สเปน: Copa Mundial de la FIFA 2026; ฝรั่งเศส: Coupe du Monde FIFA 2026) เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลโลกครั้งที่ 23 ซึ่งเป็นการแข่งขันชิงแชมป์โลกระหว่างทีมชาติที่เป็นสมาชิกของฟีฟ่า การแข่งขันมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 ใน 16 เมืองของแคนาดา เม็กซิโกและสหรัฐ แบ่งเป็น 80 นัด โดยสหรัฐจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันทั้งหมด 60 นัดใน 11 เมือง รวมถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ, รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ ส่วนเม็กซิโกและแคนาดาจะจัดการแข่งขันประเทศละ 10 นัดใน 3 และ 2 เมืองตามลำดับ ฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพถึง 3 ประเทศ[2][3] และครั้งแรกที่มีการเพิ่มจำนวนทีมจาก 32 เป็น 48 ทีม[4]

การเสนอตัวของสหรัฐชนะการเสนอตัวของโมร็อกโกระหว่างการพิจารณาครั้งสุดท้ายของฟีฟ่าในมอสโก ทำให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2002 ที่จะมีเจ้าภาพร่วม เม็กซิโกเคยเป็นเจ้าภาพในฟุตบอลโลก 1970 และ 1986 ดังนั้นการร่วมเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ทำให้เม็กซิโกเป็นประเทศแรกที่ได้เป็นเจ้าภาพ 3 ครั้งในฐานะเจ้าภาพเดี่ยวและเจ้าภาพร่วม และสหรัฐอเมริกาจะเป็นเจ้าภาพครั้งที่สองต่อจากฟุตบอลโลก 1994 ในขณะที่แคนาดาจะเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งแรก การแข่งขันครั้งนี้จะกลับมาจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อนตามฤดูกาลของซีกโลกเหนืออีกครั้ง หลังจากที่ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์จัดแข่งขันในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ได้สิทธิ์แข่งขันโดยอัตโนมัติในฐานะเจ้าภาพ และในครั้งนี้มี 4 ชาติที่จะได้ลงแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก ได้แก่ กาบูเวร์ดี, กูราเซา, จอร์แดน และ อุซเบกิสถาน อาร์เจนตินาเป็นทีมป้องกันแชมป์ในครั้งนี้ในฐานะผู้ชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022

การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ทีม 4 อันดับแรกของโลกตามการจัดอันดับฟีฟ่าผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศครบทุกทีม (อาร์เจนตินา, สเปน, ฝรั่งเศส และอังกฤษ)[5] โดยสเปนคว้าแชมป์สมัยที่ 2 จากการเอาชนะอาร์เจนตินาในช่วงต่อเวลาพิเศษนัดชิงชนะเลิศ 1–0 และเป็นแชมป์ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2010 สเปนยังเป็นชาติแรกที่คว้าแชมป์โลกในประเภททีมชายและทีมหญิงในเวลาไล่เลี่ยกัน (ทีมหญิงชนะเลิศฟุตบอลโลกหญิง 2023) และเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์โดยเสียเพียงประตูเดียวตลอดทัวร์นาเมนต์ โดยมีอังกฤษและฝรั่งเศสคว้าอันดับ 3 และ 4 ตามลำดับ ในขณะที่ผู้ทำประตูสูงสุดในครั้งนี้ ได้แก่ กีลียาน อึมบาเป (10 ประตู) และยังกลายเป็นผู้ทำประตูมากที่สุดตลอดกาลในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (22 ประตู) และคนแรกที่คว้ารางวัลผู้ทำประตูสูงสุดในฟุตบอลโลกมากกว่าหนึ่งสมัย[6] การแข่งขันครั้งนี้มีค่าเฉลี่ยการทำประตูสูงถึง 2.96 ประตูต่อนัด มากที่สุดตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1970[7]

รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน ได้แก่ โรดริ และผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ได้แก่ อูไน ซิมอน ในขณะที่รางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมเป็นของ เปา กูบาร์ซี ซึ่งทั้งสามรายล้วนเป็นนักเตะทีมชาติสเปน มีผู้เข้าชมการแข่งขันเกือบ 7 ล้านคนตลอดทัวร์นาเมนต์ ซึ่งเป็นการทำลายสถิติยอดผู้เข้าชมสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่เคยเกิดขึ้นในการแข่งขันปี 1994 นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้สร้างรายได้สูงถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดเช่นกัน[8]

รูปแบบ

[แก้]

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2558 มีแชล ปลาตีนี ซึ่งในขณะนั้นเป็นประธานยูฟ่า ได้เสนอให้เพิ่มจำนวนทีมในการแข่งขันเป็น 40 ทีม[9][10] ซึ่งในเดือนมีนาคม 2559 จันนี อินฟันตีโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศคนปัจจุบันก็ได้เห็นด้วยกับข้อเสนอ[11] และในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ได้ประกาศความประสงค์ที่จะเพิ่มทีม โดยพิจารณาจาก 4 ตัวเลือกดังนี้:[12][13][14][15]

  • เพิ่มเป็น 40 ทีม (แบ่งเป็น 5 ทีม 8 กลุ่ม) – 88 นัด
  • เพิ่มเป็น 40 ทีม (แบ่งเป็น 4 ทีม 10 กลุ่ม) – 76 นัด
  • เพิ่มเป็น 48 ทีม (เปิดรอบเพลย์ออฟ 32 ทีม) – 80 นัด
  • เพิ่มเป็น 48 ทีม (แบ่งเป็น 3 ทีม 16 กลุ่ม) – 80 นัด

เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560 สภาฟีฟ่าได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ขยายเพิ่มเป็น 48 ทีม[4]

การแข่งขันจะเริ่มแบบ 3 ทีม 16 กลุ่ม จากนั้นสองทีมที่ดีที่สุดของแต่ละกลุ่มจะไปเล่นรอบ 32 ทีมสุดท้ายแบบแพ้คัดออก[16] จำนวนเกมส์การแข่งขันจะเพิ่มจาก 64 เป็น 80 นัด แต่เกมส์รอบสุดท้าย (รอบก่อนรองชนะเลิศ รองชนะเลิศ ชิงอันดับสาม และชิงชนะเลิศ) จะยังเป็น 7 นัดเหมือนเดิม และจะจัดการแข่งขันทั้งหมด 32 วันเช่นเดิม[17]

สมาคมสโมสรฟุตบอลยุโรปและสมาชิกไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มจำนวนทีมเนื่องจากรับไม่ได้กับจำนวนเกมส์และกระตุ้นให้มีการพิจารณาใหม่ในการเพิ่มทีมในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย[18] พวกเขายังแย้งอีกว่านี่ไม่ใช่การตัดสินใจด้วยเหตุผลทางกีฬาแต่เป็นการตัดสินใจด้วยเหตุผลทางการเมืองเพราะอินฟันตีโนพยายามทำให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงพอใจ[19] จาวี ทาบัส ประธานของสันนิบาตฟุตบอลอาชีพแห่งชาติสเปนยอมรับว่าไม่เห็นด้วยกับกำหนดการใหม่นี้ เขากล่าวกับหนังสือพิมพ์มาร์กาว่าอุตสาหกรรมฟุตบอลจะขอบคุณสโมสรและลีก ไม่ใช่ฟีฟ่าและอินฟันตีโนเล่นการเมืองเพราะเขาสัญญาว่าจะเพิ่มทีมหากถูกเลือก ดังนั้นเขาจึงรักษาคำพูดที่พูดเอาไว้[20] โยอาคิม เลิฟ โค้ชทีมชาติเยอรมันได้กล่าวเตือนว่าการเพิ่มทีมเหมือนที่เพิ่มในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 นั้นจะลดคุณค่าของการแข่งขันระดับโลกลงเนื่องจากผู้เล่นถึงขีดจำกัดทางร่างกายและจิตใจแล้ว[21] มีการวิจารณ์ว่ารูปแบบกลุ่มละ 3 ทีมจะทำให้มีการสมรู้ร่วมคิดระหว่างสองทีมในรอบสุดท้ายจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่ม 4 ทีม ทำให้ประธานจันนี อินฟันตีโนเสนอคำแนะนำคือรอบแบ่งกลุ่มที่จบด้วยผลเสมอจะถูกตัดสินโดยการยิงลูกโทษ[22]

โควตา

[แก้]

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560 สำนักงานของสภาฟีฟ่า (ประกอบด้วยประธานฟีฟ่าและประธานแต่ละสมาพันธ์) เสนอโควต้าตัวแทนจากแต่ละทวีปที่จะได้เล่นในฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งข้อเสนอแนะนี้ได้ยื่นขอให้สภาฟีฟ่าอนุมัติ[23][24]

ในวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 สองวันก่อนการการประชุมฟีฟ่าคองเกรส ครั้งที่ 67 สภาฟีฟ่าได้อนุมัติการแบ่งโควตาในมานามา ประเทศบาห์เรน รวมถึงการแข่งขันรอบเพลย์ออฟระหว่างทวีป 6 ทีมเพื่อหาทีมไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2 ทีมด้วย[25]

สมาพันธ์ สมาชิกฟีฟ่า โควตาฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
(รวมเจ้าภาพ)
เปอร์เซ็นต์ของสมาชิก
ที่ผ่านไปเล่นรอบสุดท้าย
โควตาก่อน ฟุตบอลโลก 2026
(ไม่รวมเจ้าภาพ)
เอเอฟซี 46 817%4.5
ซีเอเอฟ 54 95
คอนคาแคฟ 35 63.5
คอนเมบอล 1060%4.5
โอเอฟซี 11 19%0.5
ยูฟ่า 55 1629%13
เพลย์ออฟ 6 233%
รวม 211 4823%31 (+ เจ้าภาพ)

เพลย์ออฟ

[แก้]

การแข่งขันเพลย์ออฟจะเป็นการแข่งขันระหว่าง 6 ทีมเพื่อหา 2 ทีมที่ดีที่สุดไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย,[23] 6 ทีมจะมาจาก 5 สมาพันธ์ (ไม่มีสมาพันธ์ยูฟ่า) ส่วนอีกหนึ่งทีมจะมาจากสมาพันธ์ของประเทศเจ้าภาพ (ปีนี้คือคอนคาแคฟ) [26]

การเลือกเจ้าภาพ

[แก้]

การลงคะแนน

[แก้]
ผลการลงคะแนน
มีสิทธิ์ลงคะแนนไม่มีสิทธิ์ลงคะแนน
  ลงคะแนนให้แก่การเสนอของสหรัฐ
  แคนาดา–เม็กซิโก–สหรัฐ
  ลงคะแนนให้แก่การเสนอของโมร็อกโก
  โมร็อกโก
  งดออกเสียง
  ถูกคว่ำบาตรโดยฟีฟ่า
  ไม่ได้ไปลงคะแนน
  ไม่ใช่สมาชิกฟีฟ่า
ชาติ คะแนนเสียง
รอบแรก
แคนาดา–เม็กซิโก–สหรัฐ 134
โมร็อกโก 65
งดออกเสียง 1
ไม่ได้ลงคะแนน 3
รวม 200
ขั้นต่ำของเสียงข้างมาก 101

สนามแข่งขัน

[แก้]

มีเมืองที่เสนอตัว 23 เมืองและจะลดลงเหลือ 16 เมืองใน พ.ศ. 2563 หรือ 2564 (2 เมืองในแคนาดา, 3 เมืองในเม็กซิโก และ 11 เมืองในสหรัฐ) [27] :

คือสนามที่เคยใช้จัดการแข่งขันมาแล้ว (มีแค่สหรัฐกับเม็กซิโก)
คือสนามกีฬาในร่ม
เมือง สนามกีฬา ความจุ รูปภาพ
ประเทศเม็กซิโก เม็กซิโกซิตี เอสตาดีโอ อัซเตกา
(สนามกีฬาเม็กซิโกซิตี)
87,523
สหรัฐอเมริกา นครนิวยอร์ก
(อีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด)
เมตไลฟ์ สเตเดียม
(สนามกีฬานิวยอร์กนิวเจอร์ซีย์)
82,500
(bid book: 87,157)
สหรัฐอเมริกา แดลลัส
(อาร์ลิงตัน)
เอทีแอนด์ทีสเตเดียม
(สนามกีฬาดัลลัส)
80,000
(bid book: 92,967)
(ขยายได้ถึง 105,000)
สหรัฐอเมริกา แคนซัสซิตี จีฮาฟีลด์ แอท แอร์โรว์เฮดสเตเดียม
(สนามกีฬาแคนซัสซิตี)
76,416
(bid book: 76,640)
สหรัฐอเมริกา ฮิวสตัน สนามกีฬาเอ็นอาร์จี
(สนามกีฬาฮิวสตัน)
72,220
(ขยายได้ถึง 80,000)
สหรัฐอเมริกา แอตแลนตา สนามกีฬาเมอร์เซเดส-เบนซ์
(สนามกีฬาแอตแลนตา)
71,000
(bid book: 75,000)
(ขยายได้ถึง 83,000)
สหรัฐอเมริกา ลอสแอนเจลิส
(อิงเกิลวูด)
สนามกีฬาโซไฟ
(สนามกีฬาลอสแอนเจลิส)
70,240
(ขยายได้ถึง 100,240)
สหรัฐอเมริกา ซีแอตเทิล ลูเมนฟีลด์
(สนามกีฬาซีแอตเทิล)
68,740
(ขยายได้ถึง 72,000)
สหรัฐอเมริกา ซานฟรานซิสโก
(แซนตาแคลรา)
สนามกีฬาเลวีส์
(สนามกีฬาย่านอ่าวซานฟรานซิสโก)
68,500
(bid book: 70,909)
(ขยายได้ถึง 75,000)
สหรัฐอเมริกา ฟิลาเดลเฟีย ลิงคอล์นไฟแนนเชียลฟีลด์
(สนามกีฬาฟิลาเดลเฟีย)
67,594
(bid book: 69,328)
สหรัฐอเมริกา ไมอามี
(ไมแอมีการ์เดนส์)
ฮาร์ดร็อกสเตเดียม
(สนามกีฬาไมแอมี)
64,767
(bid book: 67,518)
สหรัฐอเมริกา บอสตัน
(ฟ็อกซ์เบรอ)
ยิลเลตต์ สเตเดียม
(สนามกีฬาบอสตัน)
64,628
(bid book: 70,000)
Gillette Stadium
ประเทศแคนาดา แวนคูเวอร์ บีซีเพลซ
(บีซีเพลซแวนคูเวอร์)
54,500
ประเทศเม็กซิโก มอนเตร์เรย์
(กัวดาลูเป)
สนามกีฬาบีบีวีเอ
(สนามกีฬามอนเตร์เรย์)
53,500
(bid book: 53,460)
ประเทศเม็กซิโก กัวดาลาฮารา
(ซาโปปัน)
สนามกีฬาอากรอน
(สนามกีฬากัวดาลาฮารา)
49,813
(bid book: 48,071)
ประเทศแคนาดา โทรอนโต บีเอ็มโอฟีลด์
(สนามกีฬาโทรอนโต)
28,180
(ขยายได้ถึง 45,736)[28]

การคัดเลือก

[แก้]

ทีมที่ผ่านการคัดเลือก

[แก้]

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2568 ญี่ปุ่นกลายเป็นทีมที่ไม่ใช่เจ้าภาพทีมแรกที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย[29] นิวซีแลนด์จะเข้าร่วมรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010 โดยใช้ประโยชน์จากการจัดระบบใหม่ของทีมที่เข้ารอบของโซนโอเชียเนีย[30]

  ทีมที่ผ่านการคัดเลือก
  ทีมที่ตกรอบ
  ทีมที่ถอนตัวหรือถูกห้ามไม่ให้แข่งขัน
  ไม่ใช่สมาชิกฟีฟ่า

การจับสลาก

[แก้]

การจับสลากจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 2025 ณ อาคารศูนย์เคนเนดี กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.[31]

โถจับสลาก
โถ 1 โถ 2 โถ 3 โถ 4
  1.  สหรัฐ (เจ้าภาพร่วม) (14)
  2.  เม็กซิโก (เจ้าภาพร่วม) (15)
  3.  แคนาดา (เจ้าภาพร่วม) (27)
  4.  สเปน (1)
  5.  อาร์เจนตินา (2)
  6.  ฝรั่งเศส (3)
  7.  อังกฤษ (4)
  8.  บราซิล (5)
  9.  โปรตุเกส (6)
  10.  เนเธอร์แลนด์ (7)
  11.  เบลเยียม (8)
  12.  เยอรมนี (9)

ผลการจับสลาก

[แก้]

กลุ่มเอ
อันดับทีม
A1 เม็กซิโก
A2 แอฟริกาใต้
A3 เกาหลีใต้
A4 เช็กเกีย
กลุ่มบี
อันดับทีม
B1 แคนาดา
B2 บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
B3 กาตาร์
B4 สวิตเซอร์แลนด์
กลุ่มซี
อันดับทีม
C1 บราซิล
C2 โมร็อกโก
C3 เฮติ
C4 สกอตแลนด์
กลุ่มดี
อันดับทีม
D1 สหรัฐ
D2 ปารากวัย
D3 ออสเตรเลีย
D4 ตุรกี
กลุ่มอี
อันดับทีม
E1 เยอรมนี
E2 กูราเซา
E3 โกตดิวัวร์
E4 เอกวาดอร์
กลุ่มเอฟ
อันดับทีม
F1 เนเธอร์แลนด์
F2 ญี่ปุ่น
F3 สวีเดน
F4 ตูนิเซีย
กลุ่มจี
อันดับทีม
G1 เบลเยียม
G2 อียิปต์
G3 อิหร่าน
G4 นิวซีแลนด์
กลุ่มเอช
อันดับทีม
H1 สเปน
H2 กาบูเวร์ดี
H3 ซาอุดีอาระเบีย
H4 อุรุกวัย
กลุ่มไอ
อันดับทีม
I1 ฝรั่งเศส
I2 เซเนกัล
I3 อิรัก
I4 นอร์เวย์
กลุ่มเจ
อันดับทีม
J1 อาร์เจนตินา
J2 แอลจีเรีย
J3 ออสเตรีย
J4 จอร์แดน
กลุ่มเค
อันดับทีม
K1 โปรตุเกส
K2 สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
K3 อุซเบกิสถาน
K4 โคลอมเบีย
กลุ่มแอล
อันดับทีม
L1 อังกฤษ
L2 โครเอเชีย
L3 กานา
L4 ปานามา

ผู้เล่น

[แก้]

กำหนดการแข่งขัน

[แก้]
กำหนดการแบ่งตามรอบ
รอบ นัด วันที่
รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 1 11–17 มิถุนายน ค.ศ. 2026
นัดที่ 2 18–23 มิถุนายน ค.ศ. 2026
นัดที่ 3 24–27 มิถุนายน ค.ศ. 2026
รอบแพ้คัดออก รอบ 32 ทีมสุดท้าย 28 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2026
รอบ 16 ทีมสุดท้าย 4–7 กรกฎาคม ค.ศ. 2026
รอบก่อนรองชนะเลิศ 9–11 กรกฎาคม ค.ศ. 2026
รอบรองชนะเลิศ 14–15 กรกฎาคม ค.ศ. 2026
รองชิงอันดับที่สาม 18 กรกฎาคม ค.ศ. 2026
รอบชิงชนะเลิศ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2026
กำหนดการแบ่งตามกลุ่ม
นัดที่ การจับคู่ กลุ่ม วันที่
นัดที่ 1 1 vs 2
3 vs 4
A 11 มิถุนายน ค.ศ. 2026
B & D 12 มิถุนายน ค.ศ. 2026
B, C & D 13 มิถุนายน ค.ศ. 2026
E & F 14 มิถุนายน ค.ศ. 2026
G & H 15 มิถุนายน ค.ศ. 2026
I & J 16 มิถุนายน ค.ศ. 2026
K & L 17 มิถุนายน ค.ศ. 2026
นัดที่ 2 1 vs 3
4 vs 2
A & B 18 มิถุนายน ค.ศ. 2026
C & D 19 มิถุนายน ค.ศ. 2026
E & F 20 มิถุนายน ค.ศ. 2026
G & H 21 มิถุนายน ค.ศ. 2026
I & J 22 มิถุนายน ค.ศ. 2026
K & L 23 มิถุนายน ค.ศ. 2026
นัดที่ 3 4 vs 1
2 vs 3
A, B & C 24 มิถุนายน ค.ศ. 2026
D, E & F 25 มิถุนายน ค.ศ. 2026
G, H & I 26 มิถุนายน ค.ศ. 2026
J, K & L 27 มิถุนายน ค.ศ. 2026

รอบแบ่งกลุ่ม

[แก้]

กลุ่มเอ

[แก้]
อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1  เม็กซิโก (H) 3 3 0 0 6 0 +6 9 ผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2  แอฟริกาใต้ 3 1 1 1 2 3 1 4
3  เกาหลีใต้ 3 1 0 2 2 3 1 3
4  เช็กเกีย 3 0 1 2 2 6 4 1
แหล่งข้อมูล: ฟีฟ่า
(H) เจ้าภาพ
11 มิถุนายน 2026
เม็กซิโก 2–0 แอฟริกาใต้อัซเตกา เม็กซิโกซิตี
เกาหลีใต้ 2–1 เช็กเกียสนามกีฬาอากรอน ซาโปปาน
18 มิถุนายน 2026
เช็กเกีย 1–1 แอฟริกาใต้สนามกีฬาเมอร์เซเดส-เบนซ์ แอตแลนตา
เม็กซิโก 1–0 เกาหลีใต้สนามกีฬาอากรอน ซาโปปาน
24 มิถุนายน 2026
เช็กเกีย 0–3 เม็กซิโกอัซเตกา เม็กซิโกซิตี
แอฟริกาใต้ 1–0 เกาหลีใต้สนามกีฬาบีบีวีเอ กัวดาลูเป

กลุ่มบี

[แก้]
อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1  สวิตเซอร์แลนด์ 3 2 1 0 7 3 +4 7 ผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2  แคนาดา (H) 3 1 1 1 8 3 +5 4[a]
3  บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 3 1 1 1 5 6 1 4[a]
4  กาตาร์ 3 0 1 2 2 10 8 1
แหล่งข้อมูล: ฟีฟ่า
(H) เจ้าภาพ
หมายเหตุ:
  1. 1 2 เสมอกันด้วยผลการแข่งขัน เฮด-ทู-เฮด (แคนาดา 1–1 บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา). ใช้ผลต่างประตูได้เสียโดยรวมเป็นเกณฑ์ตัดสินเมื่อมีคะแนนเท่ากัน.
12 มิถุนายน 2026
แคนาดา 1–1 บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาบีเอ็มโอฟีลด์ โทรอนโต
13 มิถุนายน 2026
กาตาร์ 1–1 สวิตเซอร์แลนด์สนามกีฬาลีวายส์ แซนตาแคลรา
18 มิถุนายน 2026
สวิตเซอร์แลนด์ 4–1 บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาสนามกีฬาโซไฟ อินเกิลวูด
แคนาดา 6–0 กาตาร์บีซีเพลซ แวนคูเวอร์
24 มิถุนายน 2026
สวิตเซอร์แลนด์ 2–1 แคนาดาบีซีเพลซ แวนคูเวอร์
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 3–1 กาตาร์ลูเมนฟีลด์ ซีแอตเทิล

กลุ่มซี

[แก้]
อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1  บราซิล 3 2 1 0 7 1 +6 7[a] ผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2  โมร็อกโก 3 2 1 0 6 3 +3 7[a]
3  สกอตแลนด์ 3 1 0 2 1 4 3 3
4  เฮติ 3 0 0 3 2 8 6 0
แหล่งข้อมูล: ฟีฟ่า
หมายเหตุ:
  1. 1 2 เสมอกันด้วยผลการแข่งขัน เฮด-ทู-เฮด (บราซิล 1–1 โมร็อกโก). ใช้ผลต่างประตูได้เสียโดยรวมเป็นเกณฑ์ตัดสินเมื่อมีคะแนนเท่ากัน.
13 มิถุนายน 2026
บราซิล 1–1 โมร็อกโกสนามกีฬาเมตไลฟ์ อีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด
เฮติ 0–1 สกอตแลนด์ยิลเลตต์ สเตเดียม ฟ็อกซ์โบโร
19 มิถุนายน 2026
สกอตแลนด์ 0–1 โมร็อกโกยิลเลตต์ สเตเดียม ฟ็อกซ์โบโร
บราซิล 3–0 เฮติลิงคอล์นไฟแนนเชียลฟีลด์ ฟิลาเดลเฟีย
24 มิถุนายน 2026
สกอตแลนด์ 0–3 บราซิลฮาร์ดร็อกสเตเดียม ไมแอมีการ์เดนส์
โมร็อกโก 4–2 เฮติสนามกีฬาเมอร์เซเดส-เบนซ์ แอตแลนตา

กลุ่มดี

[แก้]
อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1  สหรัฐ (H) 3 2 0 1 8 4 +4 6 ผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2  ออสเตรเลีย 3 1 1 1 2 2 0 4[a]
3  ปารากวัย 3 1 1 1 2 4 2 4[a]
4  ตุรกี 3 1 0 2 3 5 2 3
แหล่งข้อมูล: ฟีฟ่า
(H) เจ้าภาพ
หมายเหตุ:
  1. 1 2 เสมอกันด้วยผลการแข่งขัน เฮด-ทู-เฮด (ปารากวัย 0–0 ออสเตรเลีย). ใช้ผลต่างประตูได้เสียโดยรวมเป็นเกณฑ์ตัดสินเมื่อมีคะแนนเท่ากัน.
12 มิถุนายน 2026
สหรัฐ 4–1 ปารากวัยสนามกีฬาโซไฟ, อิงเกิลวูด
13 มิถุนายน 2026
ออสเตรเลีย 2–0 ตุรกีบีซีเพลซ แวนคูเวอร์
19 มิถุนายน 2026
สหรัฐ 2–0 ออสเตรเลียลูเมนฟีลด์ ซีแอตเทิล
ตุรกี 0–1 ปารากวัยสนามกีฬาเลวีส์, แซนตาแคลรา
25 มิถุนายน 2026
ตุรกี 3–2 สหรัฐสนามกีฬาโซไฟ, อิงเกิลวูด
ปารากวัย 0–0 ออสเตรเลียสนามกีฬาเลวีส์, แซนตาแคลรา

กลุ่มอี

[แก้]
อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1  เยอรมนี 3 2 0 1 10 4 +6 6[a] ผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2  โกตดิวัวร์ 3 2 0 1 4 2 +2 6[a]
3  เอกวาดอร์ 3 1 1 1 2 2 0 4
4  กูราเซา 3 0 1 2 1 9 8 1
แหล่งข้อมูล: ฟีฟ่า
หมายเหตุ:
  1. 1 2 ผลการแข่งขัน เฮด-ทู-เฮด: เยอรมนี 2–1 ไอวอรีโคสต์.
14 มิถุนายน 2026
เยอรมนี 7–1 กูราเซาสนามกีฬาเอ็นอาร์จี ฮิวสตัน
โกตดิวัวร์ 1–0 เอกวาดอร์ลิงคอล์นไฟแนนเชียลฟีลด์ ฟิลาเดลเฟีย
20 มิถุนายน 2026
เยอรมนี 2–1 โกตดิวัวร์บีเอ็มโอฟีลด์ โทรอนโต
เอกวาดอร์ 0–0 กูราเซาสนามกีฬาแอร์โรวเฮด, แคนซัสซิตี
25 มิถุนายน 2026
กูราเซา 0–2 โกตดิวัวร์ลิงคอล์นไฟแนนเชียลฟีลด์ ฟิลาเดลเฟีย
เอกวาดอร์ 2–1 เยอรมนีสนามกีฬาเมตไลฟ์ อีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด

กลุ่มเอฟ

[แก้]
อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1  เนเธอร์แลนด์ 3 2 1 0 10 4 +6 7 ผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2  ญี่ปุ่น 3 1 2 0 7 3 +4 5
3  สวีเดน 3 1 1 1 7 7 0 4
4  ตูนิเซีย 3 0 0 3 2 12 10 0
แหล่งข้อมูล: ฟีฟ่า
14 มิถุนายน 2026
เนเธอร์แลนด์ 2–2 ญี่ปุ่นเอทีแอนด์ทีสเตเดียม อาร์ลิงติน
สวีเดน 5–1 ตูนิเซียสนามกีฬาบีบีวีเอ กัวดาลูเป
20 มิถุนายน 2026
เนเธอร์แลนด์ 5–1 สวีเดนสนามกีฬาเอ็นอาร์จี ฮิวสตัน
ตูนิเซีย 0–4 ญี่ปุ่นสนามกีฬาบีบีวีเอ กัวดาลูเป
25 มิถุนายน 2026
ญี่ปุ่น 1–1 สวีเดนเอทีแอนด์ทีสเตเดียม อาร์ลิงติน
ตูนิเซีย 1–3 เนเธอร์แลนด์สนามกีฬาแอร์โรวเฮด แคนซัสซิตี

กลุ่มจี

[แก้]
อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1  เบลเยียม 3 1 2 0 6 2 +4 5[a] ผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2  อียิปต์ 3 1 2 0 5 3 +2 5[a]
3  อิหร่าน 3 0 3 0 3 3 0 3
4  นิวซีแลนด์ 3 0 1 2 4 10 6 1
แหล่งข้อมูล: ฟีฟ่า
หมายเหตุ:
  1. 1 2 เสมอกันด้วยผลการแข่งขัน เฮด-ทู-เฮด (เบลเยียม 0–0 อียิปต์). ใช้ผลต่างประตูได้เสียโดยรวมเป็นเกณฑ์ตัดสินเมื่อมีคะแนนเท่ากัน.
15 มิถุนายน 2026
เบลเยียม 1–1 อียิปต์ลูเมนฟีลด์ ซีแอตเทิล
อิหร่าน 2–2 นิวซีแลนด์สนามกีฬาโซไฟ อิงเกิลวูด
21 มิถุนายน 2026
เบลเยียม 0–0 อิหร่านสนามกีฬาโซไฟ อิงเกิลวูด
นิวซีแลนด์ 1–3 อียิปต์บีซีเพลซ แวนคูเวอร์
26 มิถุนายน 2026
อียิปต์ 1–1 อิหร่านลูเมนฟีลด์ ซีแอตเทิล
นิวซีแลนด์ 1–5 เบลเยียมบีซีเพลซ แวนคูเวอร์

กลุ่มเอช

[แก้]
อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1  สเปน 3 2 1 0 5 0 +5 7 ผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2  กาบูเวร์ดี 3 0 3 0 2 2 0 3
3  อุรุกวัย 3 0 2 1 3 4 1 2[a]
4  ซาอุดีอาระเบีย 3 0 2 1 1 5 4 2[a]
แหล่งข้อมูล: ฟีฟ่า
หมายเหตุ:
  1. 1 2 เสมอกันด้วยผลการแข่งขัน เฮด-ทู-เฮด (ซาอุดีอาระเบีย 1–1 อุรุกวัย). ใช้ผลต่างประตูได้เสียโดยรวมเป็นเกณฑ์ตัดสินเมื่อมีคะแนนเท่ากัน.
15 มิถุนายน 2026
สเปน 0–0 กาบูเวร์ดีสนามกีฬาเมอร์เซเดส-เบนซ์ แอตแลนตา
ซาอุดีอาระเบีย 1–1 อุรุกวัยฮาร์ดร็อกสเตเดียม ไมแอมีการ์เดนส์
21 มิถุนายน 2026
สเปน 4–0 ซาอุดีอาระเบียสนามกีฬาเมอร์เซเดส-เบนซ์ แอตแลนตา
อุรุกวัย 2–2 กาบูเวร์ดีฮาร์ดร็อกสเตเดียม ไมแอมีการ์เดนส์
26 มิถุนายน 2026
กาบูเวร์ดี 0–0 ซาอุดีอาระเบียสนามกีฬาเอ็นอาร์จี ฮิวสตัน
อุรุกวัย 0–1 สเปนสนามกีฬาอากรอน ซาโปปัน

กลุ่มไอ

[แก้]
อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1  ฝรั่งเศส 3 3 0 0 10 2 +8 9 ผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2  นอร์เวย์ 3 2 0 1 8 7 +1 6
3  เซเนกัล 3 1 0 2 8 6 +2 3
4  อิรัก 3 0 0 3 1 12 11 0
แหล่งข้อมูล: ฟีฟ่า
16 มิถุนายน 2026
ฝรั่งเศส 3–1 เซเนกัลสนามกีฬาเมตไลฟ์ อีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด
อิรัก 1–4 นอร์เวย์ยิลเลตต์ สเตเดียม ฟ็อกซ์เบรอ
22 มิถุนายน 2026
ฝรั่งเศส 3–0 อิรักลิงคอล์นไฟแนนเชียลฟีลด์ ฟิลาเดลเฟีย
นอร์เวย์ 3–2 เซเนกัลสนามกีฬาเมตไลฟ์ อีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด
26 มิถุนายน 2026
นอร์เวย์ 1–4 ฝรั่งเศสยิลเลตต์ สเตเดียม ฟอกซ์เบรอ
เซเนกัล 5–0 อิรักบีเอ็มโอฟีลด์ โทรอนโต

กลุ่มเจ

[แก้]
อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1  อาร์เจนตินา 3 3 0 0 8 1 +7 9 ผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2  ออสเตรีย 3 1 1 1 6 6 0 4[a]
3  แอลจีเรีย 3 1 1 1 5 7 2 4[a]
4  จอร์แดน 3 0 0 3 3 8 5 0
แหล่งข้อมูล: ฟีฟ่า
หมายเหตุ:
  1. 1 2 เสมอกันด้วยผลการแข่งขัน เฮด-ทู-เฮด (แอลจีเรีย 3–3 ออสเตรีย). ใช้ผลต่างประตูได้เสียโดยรวมเป็นเกณฑ์ตัดสินเมื่อมีคะแนนเท่ากัน.
16 มิถุนายน 2026
อาร์เจนตินา 3–0 แอลจีเรียสนามกีฬาแอร์โรวเฮด แคนซัสซิตี
ออสเตรีย 3–1 จอร์แดนสนามกีฬาเลวีส์ แซนตาแคลรา
22 มิถุนายน 2026
อาร์เจนตินา 2–0 ออสเตรียเอทีแอนด์ทีสเตเดียม อาร์ลิงตัน
จอร์แดน 1–2 แอลจีเรียสนามกีฬาเลวีส์ แซนตาแคลรา
27 มิถุนายน 2026
แอลจีเรีย 3–3 ออสเตรียสนามกีฬาแอร์โรวเฮด แคนซัสซิตี
จอร์แดน 1–3 อาร์เจนตินาเอทีแอนด์ทีสเตเดียม อาร์ลิงตัน

กลุ่มเค

[แก้]
อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1  โคลอมเบีย 3 2 1 0 4 1 +3 7 ผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2  โปรตุเกส 3 1 2 0 6 1 +5 5
3  สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 3 1 1 1 4 3 +1 4
4  อุซเบกิสถาน 3 0 0 3 2 11 9 0
แหล่งข้อมูล: ฟีฟ่า
17 มิถุนายน 2026
โปรตุเกส 1–1 สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกสนามกีฬาเอ็นอาร์จี ฮิวสตัน
อุซเบกิสถาน 1–3 โคลอมเบียอัซเตกา เม็กซิโกซิตี
23 มิถุนายน 2026
โปรตุเกส 5–0 อุซเบกิสถานสนามกีฬาเอ็นอาร์จี ฮิวสตัน
โคลอมเบีย 1–0 สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกสนามกีฬาอากรอน ซาโปปัน
27 มิถุนายน 2026
โคลอมเบีย 0–0 โปรตุเกสฮาร์ดร็อกสเตเดียม ไมแอมีการ์เดนส์
สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 3–1 อุซเบกิสถานสนามกีฬาเมอร์เซเดส-เบนซ์ แอตแลนตา

กลุ่มแอล

[แก้]
อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1  อังกฤษ 3 2 1 0 6 2 +4 7 ผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2  โครเอเชีย 3 2 0 1 5 5 0 6
3  กานา 3 1 1 1 2 2 0 4
4  ปานามา 3 0 0 3 0 4 4 0
แหล่งข้อมูล: ฟีฟ่า
17 มิถุนายน 2026
อังกฤษ 4–2 โครเอเชียเอทีแอนด์ทีสเตเดียม อาร์ลิงตัน
กานา 1–0 ปานามาบีเอ็มโอฟีลด์ โทรอนโต
23 มิถุนายน 2026
อังกฤษ 0–0 กานายิลเลตต์ สเตเดียม ฟ็อกซ์เบรอ
ปานามา 0–1 โครเอเชียบีเอ็มโอฟีลด์ โทรอนโต
27 มิถุนายน 2026
ปานามา 0–2 อังกฤษสนามกีฬาเมตไลฟ์ อีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด
โครเอเชีย 2–1 กานาลิงคอล์นไฟแนนเชียลฟีลด์ ฟิลาเดลเฟีย

ตารางคะแนนของทีมอันดับที่สาม

[แก้]
อันดับ กลุ่ม ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1 เค  สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 3 1 1 1 4 3 +1 4 ผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2 เอฟ  สวีเดน 3 1 1 1 7 7 0 4
3 แอล  กานา 3 1 1 1 2 2 0 4
4 อี  เอกวาดอร์ 3 1 1 1 2 2 0 4
5 บี  บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 3 1 1 1 5 6 1 4
6 เจ  แอลจีเรีย 3 1 1 1 5 7 2 4
7 ดี  ปารากวัย 3 1 1 1 2 4 2 4
8 ไอ  เซเนกัล 3 1 0 2 8 6 +2 3
9 จี  อิหร่าน 3 0 3 0 3 3 0 3
10 เอ  เกาหลีใต้ 3 1 0 2 2 3 1 3
11 ซี  สกอตแลนด์ 3 1 0 2 1 4 3 3
12 เอช  อุรุกวัย 3 0 2 1 3 4 1 2
แหล่งข้อมูล: ฟีฟ่า; Flashscore
กฏการจัดอันดับ: 1) คะแนน; 2) ผลต่างประตู; 3) จำนวนประตูที่ทำได้; 4) คะแนนความประพฤติของทีม; 5) อันดับโลกฟีฟ่า ล่าสุด; 6) อันดับโลกฟีฟ่าก่อนหน้านี้.

รอบแพ้คัดออก

[แก้]

สายการแข่งขัน

[แก้]
 
รอบ 32 ทีมสุดท้ายรอบ 16 ทีมสุดท้ายรอบก่อนรองชนะเลิศรอบรองชนะเลิศรอบชิงชนะเลิศ
 
                  
 
29 มิถุนายน – ฟอกซ์เบรอ
 
 
 เยอรมนี1 (3)
 
4 กรกฎาคม – ฟิลาเดลเฟีย
 
 ปารากวัย (ลูกโทษ) 1 (4)
 
 ปารากวัย0
 
30 มิถุนายน – อีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด
 
 ฝรั่งเศส1
 
 ฝรั่งเศส3
 
9 กรกฎาคม – ฟอกซ์เบรอ
 
 สวีเดน0
 
 ฝรั่งเศส2
 
28 มิถุนายน – อิงเกิลวูด
 
 โมร็อกโก0
 
 แอฟริกาใต้0
 
4 กรกฎาคม – ฮิวสตัน
 
 แคนาดา1
 
 แคนาดา0
 
29 มิถุนายน – กัวดาลูเป
 
 โมร็อกโก3
 
 เนเธอร์แลนด์1 (2)
 
14 กรกฎาคม – อาร์ลิงตัน
 
 โมร็อกโก (ลูกโทษ) 1 (3)
 
 ฝรั่งเศส0
 
2 กรกฎาคม – โตรอนโต
 
 สเปน2
 
 โปรตุเกส2
 
6 กรกฎาคม – อาร์ลิงตัน
 
 โครเอเชีย1
 
 โปรตุเกส0
 
2 กรกฎาคม – อิงเกิลวูด
 
 สเปน1
 
 สเปน3
 
10 กรกฎาคม – อิงเกิลวูด
 
 ออสเตรีย0
 
 สเปน2
 
1 กรกฎาคม – ซานตาคลารา
 
 เบลเยียม1
 
 สหรัฐ2
 
6 กรกฎาคม – ซีแอตเทิล
 
 บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา0
 
 สหรัฐ1
 
1 กรกฎาคม – ซีแอตเทิล
 
 เบลเยียม4
 
 เบลเยียม (ต่อเวลาพิเศษ)3
 
19 กรกฎาคม – อีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด
 
 เซเนกัล2
 
 สเปน (ต่อเวลาพิเศษ)1
 
29 มิถุนายน – ฮิวสตัน
 
 อาร์เจนตินา0
 
 บราซิล2
 
5 กรกฎาคม – อีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด
 
 ญี่ปุ่น1
 
 บราซิล1
 
30 มิถุนายน – อาร์ลิงตัน
 
 นอร์เวย์2
 
 โกตดิวัวร์1
 
11 กรกฎาคม – ไมแอมีการ์เดนส์
 
 นอร์เวย์2
 
 นอร์เวย์1
 
30 มิถุนายน – เม็กซิโกซิตี
 
 อังกฤษ (ต่อเวลาพิเศษ)2
 
 เม็กซิโก2
 
5 กรกฎาคม – เม็กซิโกซิตี
 
 เอกวาดอร์0
 
 เม็กซิโก2
 
1 กรกฎาคม – แอตแลนตา
 
 อังกฤษ3
 
 อังกฤษ2
 
15 กรกฎาคม – แอตแลนตา
 
 สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก1
 
 อังกฤษ1
 
3 กรกฎาคม – ไมแอมีการ์เดนส์
 
 อาร์เจนตินา2 นัดชิงอันดับสาม
 
 อาร์เจนตินา (ต่อเวลาพิเศษ)3
 
7 กรกฎาคม – แอตแลนตา18 กรกฎาคม – ไมแอมีการ์เดนส์
 
 กาบูเวร์ดี 2
 
 อาร์เจนตินา3 ฝรั่งเศส4
 
3 กรกฎาคม – อาร์ลิงตัน
 
 อียิปต์2  อังกฤษ6
 
 ออสเตรเลีย1 (2)
 
11 กรกฎาคม – แคนซัสซิตี
 
 อียิปต์ (ลูกโทษ)1 (4)
 
 อาร์เจนตินา (ต่อเวลาพิเศษ)3
 
2 กรกฎาคม – แวนคูเวอร์
 
 สวิตเซอร์แลนด์1
 
 สวิตเซอร์แลนด์2
 
7 กรกฎาคม – แวนคูเวอร์
 
 แอลจีเรีย0
 
 สวิตเซอร์แลนด์ (ลูกโทษ) 0 (4)
 
3 กรกฎาคม – แคนซัสซิตี
 
 โคลอมเบีย0 (3)
 
 โคลอมเบีย1
 
 
 กานา0
 

รอบ 32 ทีมสุดท้าย

[แก้]
แอฟริกาใต้ 0–1 แคนาดา
[Report 1]















รอบ 16 ทีมสุดท้าย

[แก้]







รอบก่อนรองชนะเลิศ

[แก้]



รอบรองชนะเลิศ

[แก้]

รอบชิงอันดับ 3

[แก้]

รอบชิงชนะเลิศ

[แก้]

สถิติ

[แก้]

ผู้ทำประตู

[แก้]

มีการทำประตู 308 ประตู จากการแข่งขัน 104 นัด เฉลี่ย 2.96 ประตูต่อนัด


การทำประตู 10 ครั้ง

การทำประตู 8 ครั้ง

การทำประตู 7 ครั้ง

การทำประตู 6 ครั้ง

การทำประตู 5 ครั้ง

การทำประตู 4 ครั้ง

การทำประตู 3 ครั้ง

การทำประตู 2 ครั้ง

การทำประตู 1 ครั้ง

การทำเข้าประตูตัวเอง 1 ครั้ง

การทำเข้าประตูตัวเอง 2 ครั้ง

สรุปอันดับการแข่งขัน

[แก้]

ตามหลักเกณฑ์ทางสถิติของกีฬาฟุตบอล การแข่งขันที่ตัดสินผลในเวลาพิเศษถูกนับเป็นผลแพ้และชนะ ในขณะที่นัดการแข่งขันที่ตัดสินด้วยการดวลลูกโทษนับเป็นผลเสมอ

อันดับ กลุ่ม ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน สรุปผลงาน
1 เอช  สเปน 8 7 1 0 14 1 +13 22 ชนะเลิศ
2 เจ  อาร์เจนตินา 8 7 0 1 19 8 +11 21 รองชนะเลิศ
3 แอล  อังกฤษ 8 6 1 1 20 12 +8 19 อันดับ 3
4 ไอ  ฝรั่งเศส 8 6 0 2 20 10 +10 18 อันดับ 4
5 ไอ  นอร์เวย์ 6 4 0 2 13 11 +2 12 ตกรอบใน
รอบก่อนรองชนะเลิศ
6 จี  เบลเยียม 6 3 2 1 14 7 +7 11
7 ซี  โมร็อกโก 6 3 2 1 10 6 +4 11
7 บี  สวิตเซอร์แลนด์ 6 3 2 1 10 6 +4 11
9 เอ  เม็กซิโก (H) 5 4 0 1 10 3 +7 12 ตกรอบใน
รอบ 16 ทีมสุดท้าย
10 เค  โคลอมเบีย 5 3 2 0 5 1 +4 11
11 ซี  บราซิล 5 3 1 1 10 4 +6 10
12 ดี  สหรัฐ (H) 5 3 0 2 11 8 +3 9
13 เค  โปรตุเกส 5 2 2 1 8 3 +5 8
14 บี  แคนาดา (H) 5 2 1 2 9 6 +3 7
15 จี  อียิปต์ 5 1 3 1 8 7 +1 6
16 ดี  ปารากวัย 5 1 2 2 3 6 3 5
17 เอฟ  เนเธอร์แลนด์ 4 2 2 0 11 5 +6 8 ตกรอบใน
รอบ 32 ทีมสุดท้าย
18 อี  เยอรมนี 4 2 1 1 11 5 +6 7
19 อี  โกตดิวัวร์ 4 2 0 2 5 4 +1 6
20 แอล  โครเอเชีย 4 2 0 2 6 7 1 6
21 เอฟ  ญี่ปุ่น 4 1 2 1 8 5 +3 5
22 ดี  ออสเตรเลีย 4 1 2 1 3 3 0 5
23 เค  สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 4 1 1 2 5 5 0 4
24 แอล  กานา 4 1 1 2 2 3 1 4
25 อี  เอกวาดอร์ 4 1 1 2 2 4 2 4
25 เอ  แอฟริกาใต้ 4 1 1 2 2 4 2 4
27 เอฟ  สวีเดน 4 1 1 2 7 10 3 4
28 เจ  ออสเตรีย 4 1 1 2 6 9 3 4
29 บี  บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 4 1 1 2 5 8 3 4
30 เจ  แอลจีเรีย 4 1 1 2 5 9 4 4
31 ไอ  เซเนกัล 4 1 0 3 10 9 +1 3
32 เอช  กาบูเวร์ดี 4 0 3 1 4 5 1 3
33 จี  อิหร่าน 3 0 3 0 3 3 0 3 ตกรอบใน
รอบแบ่งกลุ่ม
34 เอ  เกาหลีใต้ 3 1 0 2 2 3 1 3
35 ดี  ตุรกี 3 1 0 2 3 5 2 3
36 ซี  สกอตแลนด์ 3 1 0 2 1 4 3 3
37 เอช  อุรุกวัย 3 0 2 1 3 4 1 2
38 เอช  ซาอุดีอาระเบีย 3 0 2 1 1 5 4 2
39 เอ  เช็กเกีย 3 0 1 2 2 6 4 1
40 จี  นิวซีแลนด์ 3 0 1 2 4 10 6 1
41 บี  กาตาร์ 3 0 1 2 2 10 8 1
42 อี  กูราเซา 3 0 1 2 1 9 8 1
43 แอล  ปานามา 3 0 0 3 0 4 4 0
44 เจ  จอร์แดน 3 0 0 3 3 8 5 0
45 ซี  เฮติ 3 0 0 3 2 8 6 0
46 เค  อุซเบกิสถาน 3 0 0 3 2 11 9 0
47 เอฟ  ตูนิเซีย 3 0 0 3 2 12 10 0
48 ไอ  อิรัก 3 0 0 3 1 12 11 0
แหล่งข้อมูล: ฟีฟ่า[34]
(H) เจ้าภาพ

รางวัล

[แก้]

รางวัลด้านล่างนี้ได้มอบให้หลังได้บทสรุปของการแข่งขัน.[35][36][37]

  • รองเท้าทองคำ: มอบให้แก่ผู้ทำประตูสูงสุดของทัวร์นาเมนต์
  • ถุงมือทองคำ: มอบให้แก่ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์
  • ลูกบอลทองคำ: มอบให้แก่ผู้เล่นโดยรวมที่ดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์
  • รางวัลผู้เล่นดาวรุ่งฟีฟ่า: มอบให้แก่ผู้เล่นโดยรวมที่ดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์ที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปี
  • รางวัลฟีฟ่าแฟร์เพลย์: มอบให้กับแก่ที่มีสถิติเรื่องระเบียบวินัยที่ดีที่สุดซึ่งผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
ลูกบอลทองคำ ลูกบอลเงิน ลูกบอลทองแดง
ประเทศสเปน โรดริ ประเทศอาร์เจนตินา ลิโอเนล เมสซิ ประเทศฝรั่งเศส กีลียาน อึมบาเป
รองเท้าทองคำ รองเท้าเงิน รองเท้าทองแดง
ประเทศฝรั่งเศส กีลียาน อึมบาเป
10 ประตู, 4 แอสซิสต์, 769 นาทีที่ลงเล่น
ประเทศอาร์เจนตินา ลิโอเนล เมสซิ
8 ประตู, 4 แอสซิสต์, 853 นาทีที่ลงเล่น
ประเทศอังกฤษ จูด เบลลิงงัม
7 ประตู, 1 แอสซิสต์, 698 นาทีที่ลงเล่น
ถุงมือทองคำ
ประเทศสเปน อูไน ซิมอน
รางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมฟีฟ่า
ประเทศสเปน เปา กูบาร์ซี
รางวัลฟีฟ่าแฟร์เพลย์
 เนเธอร์แลนด์

หมายเหตุ

[แก้]
  1. ฟีฟ่ารับรองในชื่อ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
  2. ฟีฟ่ารับรองในชื่อ สาธารณรัฐเกาหลี
  3. ฟีฟ่ารับรองในชื่อ กาบูเวร์ดี
  4. ฟีฟ่ารับรองในชื่อ คองโก ดีอาร์
  5. ฟีฟ่ารับรองในชื่อ โกตดิวัวร์
  6. ฟีฟ่ารับรองในชื่อ เช็กเกีย
  7. ฟีฟ่ารับรองในชื่อ ทูร์เคีย
  8. 1 2 3 4 5 6 ผู้ชนะจากรอบเพลย์ออฟโซนยุโรปและเพลย์ออฟระหว่างสมาพันธ์ ยังไม่ทราบ ณ วันที่จับสลาก
  9. ตำแหน่งของผู้ชนะเพลย์ออฟระหว่างสมาพันธ์ เส้นทางที่ 1 จะถูกจัดไม่ให้พบกับทีมจากซีเอเอฟ, คอนคาแคฟ หรือโอเอฟซี
  10. ตำแหน่งของผู้ชนะเพลย์ออฟระหว่างสมาพันธ์ เส้นทางที่ 2 จะถูกจัดไม่ให้พบกับทีมจากเอเอฟซี, คอนคาแคฟ หรือคอนเมบอล
  11. แมตช์ เม็กซิโก พบ เอกวาดอร์, เดิมกำหนดไว้เวลา 19.00 น. UTC−6, ล่าช้าไปหนึ่งชั่วโมงเนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย.[32]
  12. แมตช์ เม็กซิโก พบ อังกฤษ, เดิมกำหนดไว้เวลา 18.00 น. UTC−6, ล่าช้าไปหนึ่งชั่วโมงเนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย.[33]

สิทธิการออกอากาศ

[แก้]

ในประเทศไทย สิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการตกเป็นของกลุ่มบริษัท JAS (จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล) ซึ่งบรรลุข้อตกลงระดับทวีปครอบคลุมถึงฟุตบอลโลกปี 2030 โดยได้รับชมการถ่ายทอดสดครบทั้ง 104 แมตช์ผ่านแพลตฟอร์มโมโนแมกซ์และช่องโมโนแมกซ์ สปอร์ตส์ร่วมกับไทยรัฐทีวี

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Updates on the Men's and Women's International Match Calendars" (PDF). FIFA Circular Letter. ฉบับที่ 1840. Zürich: FIFA. เมษายน 6, 2023. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 11, 2023. สืบค้นเมื่อ เมษายน 11, 2023. The final of the FIFA World Cup 2026 will take place on 19 July 2026, with the date of the opening match to be confirmed in due course.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. "World Cup 2026: Canada, US & Mexico joint bid wins right to host tournament". BBC. 13 มิถุนายน 2018. สืบค้นเมื่อ 13 มิถุนายน 2018.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. Carlise, Jeff (10 เมษายน 2017). "U.S., neighbors launch 2026 World Cup bid". ESPN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 เมษายน 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. 1 2 "Unanimous decision expands FIFA World Cup™ to 48 teams from 2026". FIFA. 10 มกราคม 2017. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2017-01-10. สืบค้นเมื่อ 10 มกราคม 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. Johnson, Dale (2026-07-12). "World Cup 2026: Top four ranked teams make the semi-finals for first time". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2026-08-08.
  6. www.espn.co.uk https://www.espn.co.uk/football/story/_/id/49394546/fifa-world-cup-2026-stats-kylian-mbappe-tops-lionel-messi-22-michael-olise-breaks-pele-record-7-jude-bellingham-7-most-ever-england. สืบค้นเมื่อ 2026-08-08. {{cite web}}: |title= ขาดหายหรือว่างเปล่า (วิธีใช้)
  7. "World Cup 2026 Canada/Mexico/USA » History: Goals per Season". worldfootball.net (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-08-08.
  8. Ames, Nick; Hughes, Matt; Ames, Exclusive by Nick (2026-07-18). "Fifa to announce record $15bn World Cup revenue, smashing expectations". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2026-08-08.
  9. "Michel Platini calls for 40-team World Cup starting with Russia 2018". The Guardian. 28 ตุลาคม 2013. สืบค้นเมื่อ 24 มกราคม 2015.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. "BBC Sport — Michel Platini's World Cup expansion plan unlikely — Fifa". BBC Sport. 29 ตุลาคม 2013. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 21 เมษายน 2014. สืบค้นเมื่อ 24 มกราคม 2015.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. "Infantino suggests 40-team World Cup finals". Independent Online. South Africa: IOL. Reuters. 30 มีนาคม 2016. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 ธันวาคม 2016.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  12. "New Fifa chief backs 48-team World Cup". HeraldLIVE. 7 ตุลาคม 2016. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 ตุลาคม 2016. It's an idea, just as the World Cup with 40 teams is already on the table with groups of four or five teams.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  13. "Fifa's 5 options for a 2026 World Cup of 48, 40 or 32 teams". Yahoo! Sports. Associated Press. 23 ธันวาคม 2016. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 มกราคม 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  14. "FIFA World Cup format proposals" (PDF). FIFA. 19 ธันวาคม 2016. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2018-09-15. สืบค้นเมื่อ 2018-06-22.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  15. "Federations 'overwhelmingly in favour' of 48-team World Cup – Infantino". ESPN. 28 ธันวาคม 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. "Fifa approves Infantino's plan to expand World Cup to 48 teams from 2026". The Guardian. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 มกราคม 2017. สืบค้นเมื่อ 10 มกราคม 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. "World Cup: Gianni Infantino defends tournament expansion to 48 teams". BBC Sport. 10 มกราคม 2017. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 31 มีนาคม 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  18. "World Cup: Europe's top clubs oppose FIFA's expansion plans". CNN. 15 ธันวาคม 2016. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 ธันวาคม 2016.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  19. "Críticas a decisión de la FIFA de jugar el Mundial 2026 con 48 selecciones". El Universo (ภาษาสเปน). Agence France-Presse. 10 มกราคม 2017. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 มกราคม 2017. {{cite news}}: ตราเวลาใน |archive-date= / |archive-url= ไม่ตรงกัน; แนะนำค่า 11 มกราคม 2017 แทน (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  20. "Mundial de 48 equipos: durísimas críticas en Europa". Clarín (ภาษาสเปน). 10 มกราคม 2017. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 มกราคม 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  21. "Low confirms opposition to 40-team World Cup". sbs.com.au. Australian Associated Press. 2 ตุลาคม 2016. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 ตุลาคม 2016.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  22. George Flood (10 มกราคม 2017). "How 48-team World Cup in 2026 will work and what is left to be decided". International Business Times. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 มกราคม 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  23. 1 2 "Bureau of the Council recommends slot allocation for the 2026 FIFA World Cup". FIFA. 30 มีนาคม 2017. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 เมษายน 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  24. "World Cup 2026: Fifa reveals allocation for 48-team tournament". BBC. 30 มีนาคม 2017. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 มีนาคม 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  25. "FIFA Council prepares Congress, takes key decisions for the future of the FIFA World Cup™". FIFA. 9 พฤษภาคม 2017. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 มิถุนายน 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  26. เจ้าภาพ 3 ชาติ! ฟีฟ่าเลือก "สหรัฐฯ,แคนาดา,เม็กซิโก" จัดศึกฟุตบอลโลก 2026
  27. What are the host cities in USA, Mexico and Canada going to be? สืบค้นเมื่อ 7-10-2018 CBSSPORTS.COM
  28. "FIFA26 – BMO FIELD". BMO Field. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 31, 2025. สืบค้นเมื่อ 3 มีนาคม 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  29. Dan, Orlowitz (มีนาคม 20, 2025). "An increasingly multicultural Japan have qualified for the 2026 World Cup". Guardian. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 24, 2025.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  30. https://www.theguardian.com/football/2025/mar/24/new-zealand-new-caledonia-world-cup-2026-qualifying
  31. "Groups revealed in star-studded Final Draw". FIFA. ธันวาคม 5, 2025. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 6, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  32. Rodriguez, Carlos (มิถุนายน 30, 2026). "Mexico-Ecuador World Cup match starts 1 hour late after a storm in Mexico City". Associated Press. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 30, 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  33. "England vs Mexico LIVE: Watch World Cup 2026 last 16 build-up, start time, lineups & weather updates". BBC Sport. กรกฎาคม 5, 2026. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 5, 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  34. "FIFA World Cup 2026: Competition summary" (PDF). FIFA. กรกฎาคม 6, 2026. น. 7. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 6, 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  35. "What are the World Cup award names? | Britannica". Encyclopedia Britannica (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 23, 2026. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 23, 2026.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  36. "FIFA World Cup awards: Rodri, Cubarsi, Simon and Mbappe honoured". FIFA. กรกฎาคม 19, 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  37. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "player statistics"

รายงาน

[แก้]
  1. "Brazil vs Japan | Round of 32 | FIFA World Cup 2026". FIFA. Retrieved June 26, 2026.
  2. "Germany vs Paraguay | Round of 32 | FIFA World Cup 2026". FIFA. Retrieved June 27, 2026.
  3. "Côte d'Ivoire vs Norway | Round of 32 | FIFA World Cup 2026". FIFA. Retrieved June 27, 2026.
  4. "France vs Sweden | Round of 32 | FIFA World Cup 2026". FIFA. Retrieved June 28, 2026.
  5. "England vs Congo DR | Round of 32 | FIFA World Cup 2026". FIFA. Retrieved June 28, 2026.
  6. "USA vs Bosnia and Herzegovina | Round of 32 | FIFA World Cup 2026". FIFA. Retrieved June 28, 2026.
  7. "Australia vs Egypt | Round of 32 | FIFA World Cup 2026". FIFA. Retrieved June 28, 2026.
  8. "Colombia vs Ghana | Round of 32 | FIFA World Cup 2026". FIFA. Retrieved June 28, 2026.
  9. "Canada vs Morocco | Round of 16 | FIFA World Cup 2026". FIFA. Retrieved June 30, 2026.
  10. "Mexico vs England | Round of 16 | FIFA World Cup 2026". FIFA. Retrieved May 1, 2026.
  11. "USA vs Belgium | Round of 16 | FIFA World Cup 2026". FIFA. Retrieved May 1, 2026.
  12. "Argentina vs Egypt | Round of 16 | FIFA World Cup 2026". FIFA. Retrieved May 1, 2026.
  13. "France vs England | Play-off for third place | FIFA World Cup 2026". FIFA. Retrieved July 15, 2026.
  14. "Spain vs Argentina | Final | FIFA World Cup 2026". FIFA. Retrieved July 15, 2026.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]