เจ้าหญิงคิโกะ พระชายาในเจ้าชายฟุมิฮิโตะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจ้าหญิงคิโกะ
Prince and Princess Akishino during their visit to México City (2014) (3) (cropped).jpg

พระอิสริยยศ เจ้าหญิงพระชายา
ฐานันดรศักดิ์ ชินโนฮิ
ราชวงศ์ ญี่ปุ่น (เสกสมรส)
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 11 กันยายน พ.ศ. 2509 (51 ปี)
ชิซุโอะกะ จังหวัดชิซุโอะกะ ประเทศญี่ปุ่น
พระบิดา ทะสึฮิโกะ คะวะชิมะ
พระมารดา คะซุโยะ ซุงิโมะโตะ
พระสวามี เจ้าชายฟุมิฮิโตะ เจ้าชายอะกิชิโนะ (2529–ปัจจุบัน)
พระบุตร

เจ้าหญิงคิโกะ พระชายาในเจ้าชายฟุมิฮิโตะ (ญี่ปุ่น: 文仁親王妃紀子 Fumihito Shinnōhi Kiko ?; 11 กันยายน พ.ศ. 2509) พระนามเดิม คิโกะ คะวะชิมะ (ญี่ปุ่น: 川嶋紀子 Kawashima Kiko ?) เป็นพระชายาในเจ้าชายฟุมิฮิโตะ เจ้าชายอะกิชิโนะ และเป็นพระสุณิสาในสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ

พระประวัติ[แก้]

พระชนม์ชีพตอนต้น[แก้]

เจ้าหญิงคิโกะประสูติที่จังหวัดชิซุโอะกะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นธิดาของทะสึฮิโกะ คะวะชิมะ กับคะซุโยะ (สกุลเดิม ซุงิโมะโตะ) ครอบครัวของพระองค์ย้ายไปอาศัยที่ฟิลาเดลเฟีย สหรัฐในปี พ.ศ. 2510 หลังพระชนกเข้าศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย[1] จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาภูมิภาคศาสตร์ (regional science) เมื่อปี พ.ศ. 2514 และเป็นอาจารย์ผู้สอนในมหาวิทยาลัยดังกล่าวหลังจากนั้น[2]

ทรงเข้ารับการศึกษาระดับปฐมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษาจากเวียนนา ประเทศออสเตรีย ด้วยเสด็จย้ายตามพระชนก ที่ขณะนั้นพระชนกเป็นหัวหน้านักวิจัยของสถาบันวิเคราะห์ระบบประยุกต์นานาชาติ (Institute for Applied Systems Analysis) ในลาเซินบวร์ค ประเทศออสเตรีย ที่เขาได้ศึกษาวิทยาศาสตร์เชิงพื้นที่ (spatial science) และร่วมกิจกรรมขององค์การนอกภาครัฐ[2] ด้วยเหตุนี้เจ้าหญิงคิโกะจึงสามารถตรัสภาษาอังกฤษและเยอรมันได้ดี[2][3] ครั้นในปี พ.ศ. 2515 ครอบครัวได้ย้ายกลับมายังประเทศญี่ปุ่น พระชนกเข้าเป็นอาจารย์วิชาเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยกะกุชูอิงในโตเกียว[1][3] ครอบครัวของพระองค์จึงพำนักอยู่ในห้องชุดขนาดเล็กภายในมหาวิทยาลัย[3]

เจ้าหญิงคิโกะทรงเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยกะกุชูอิงจนสำเร็จการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2532 ทรงศึกษาต่อระดับปริญญาโทสาขาจิตวิทยาสังคม จากบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยกะกุชูอิงเมื่อปี พ.ศ. 2538 และปริญญาเอกสาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยโอะชะโนะมิซุเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2556[4]

พระองค์ทรงเข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ (The Ship for Southeast Asian and Japanese Youth Program) เมื่อปี พ.ศ. 2530 และยังทรงสนับสนุนโครงการนี้

เสกสมรส[แก้]

เจ้าชายอะกิชิโนะและพระชายา เมื่อปี พ.ศ. 2548

เจ้าชายฟุมิฮิโตะ เจ้าชายอะกิชิโนะทรงขอเจ้าหญิงคิโกะเสกสมรสเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2529 ขณะที่ทั้งสองพระองค์ยังศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยกะกุชูอิง สามปีต่อมาสำนักพระราชวังจึงได้ประกาศแถลงการณ์เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2532 ว่าทั้งสองจะทรงหมั้นกัน[3][5] โดยพระราชพิธีหมั้นถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2533 แต่ยังไม่มีกำหนดการณ์สำหรับพระราชพิธีเสกสมรส เนื่องจากอยู่ในช่วงไว้อาลัยการสวรรคตของจักรพรรดิโชวะซึ่งเสด็จสวรรคตในเดือนมกราคม พ.ศ. 2532[2]

พระราชพิธีเสกสมรสถูกจัดขึ้นแบบส่วนพระองค์เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2533 ณ ศาลเจ้าภายในพระราชวังหลวงโตเกียว[6] ซึ่งในพระราชพิธีเสกสมรสนั้นเจ้าชายฟุมิฮิโตะได้รับพระราชทานอิสริยยศเป็น "เจ้าชายอะกิชิโนะ" ส่วนพระองค์ก็ได้รับพระอิสริยยศเป็นเจ้าหญิงพระชายา

ทั้งนี้พระราชพิธีหมั้นและเสกสมรสนี้ถือเป็นความเสื่อมเสียยิ่งในสายตาของเจ้าพนักงานสำนักพระราชวัง เพราะเจ้าชายฟุมิฮิโตะเสกสมรสขณะที่ยังทรงศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยกะกุชูอิง และเสกสมรสก่อนมกุฎราชกุมารนะรุฮิโตะพระเชษฐา เจ้าพนักงานในสำนักพระราชวังจึงพยายามต่อต้านพระราชพิธีเสกสมรส[3] นอกจากนี้เจ้าหญิงคิโกะคือเป็นสุภาพสตรีชนชั้นกลางพระองค์แรกที่เสกสมรสเข้าไปในพระราชวงศ์ สื่อมวลชนให้สมญาแด่พระองค์ว่า "เจ้าหญิงห้องชุด" (the apartment princess)[3] ต่างจากสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ที่แม้ว่าจะมีพระชาติกำเนิดเป็นสตรีสามัญก็จริง แต่พื้นฐานครอบครัวขององค์จักรพรรดินีมีฐานะร่ำรวย

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา เจ้าชายอะกิชิโนะและเจ้าหญิงคิโกะประทับอยู่ในหมู่พระตำหนักอะกะซะกะ แขวงมินะโตะ โตเกียว มีพระโอรส-ธิดาด้วยกัน 3 พระองค์ คือ

  1. เจ้าหญิงมะโกะแห่งอะกิชิโนะ (ญี่ปุ่น: 眞子内親王 Mako Naishinnō ?; 23 ตุลาคม พ.ศ. 2534)
  2. เจ้าหญิงคะโกะแห่งอะกิชิโนะ (ญี่ปุ่น: 佳子内親王 Kako Naishinnō ?; 29 ธันวาคม พ.ศ. 2537)
  3. เจ้าชายฮิซะฮิโตะแห่งอะกิชิโนะ (ญี่ปุ่น: 悠仁親王 Hisahito Shinnō ?; 6 กันยายน พ.ศ. 2549)

พระเกียรติยศ[แก้]

ธรรมเนียมพระยศของ
เจ้าหญิงคิโกะ พระชายาฯ
Japanese Crest of Akisino no miya.svg
ตราประจำพระอิสริยยศ
การทูล ชินโนฮิ (親王妃)
การแทนตน โบะกุ (บุรุษ) / วะตะชิ (สตรี)
การขานรับ เด็งกะ (殿下)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

พงศาวลี[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Japanese Royal Bride's Years At Penn: A 'Vivacious' Child". philly.com. Archived from the original on 4 March 2016. สืบค้นเมื่อ 14 May 2015. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 "Tokyo Journal; She's Shy and Not So Shy, Japan's Princess Bride". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 14 May 2015. 
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 "Japanese Prince Plans To Marry A Commoner". Chicago Tribune. 13 September 1989.
  4. "Activities of Their Imperial Highnesses Prince and Princess Akishino and their family". kunaicho.go.jp. สืบค้นเมื่อ 14 May 2015. 
  5. "Princess Akishino's pregnancy". Japan Times. March 29, 2006.
  6. "Scenes from An Uncommon Marriage: Japan's Prince Aya Weds a Cinderella Psych Major, Kiko Kawashima". People. June 1990.
  7. Photo of Kiko wearing the order

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]