เจ้าชายนารูฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าฟ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น
Crown Prince Naruhito (2018).jpg

พระนาม นะรุฮิโตะ
พระราชอิสริยยศ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น
ฐานันดรศักดิ์ ชินโน
ราชวงศ์ ราชวงศ์ญี่ปุ่น
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2503 (58 พรรษา) โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
พระราชบิดา สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ
พระราชมารดา สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ
พระชายา มะซะโกะ โอะวะดะ
(2536–ปัจจุบัน)
พระราชบุตร เจ้าหญิงไอโกะ เจ้าโทะชิ

เจ้าฟ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น|皇太子德仁親王||โคไตชิ นะรุฮิโตะ ชินโน) หรืออดีต เจ้าชายฮิโระ พระราชสมภพ ณ กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2503 ทรงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกะคุชูอิน และมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ทรงสนพระทัยในเรื่องของประวัติศาสตร์และดนตรี และยังโปรดปรานการสีวิโอลาอีกด้วย พระองค์ทรงอภิเษกกับมะซะโกะ โอะวะดะ ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในสาขาเศรษฐศาสตร์ และทางด้านการทูตที่กระทรวงการต่างประเทศ

พระราชประวัติ[แก้]

เจ้าฟ้าชายนะรุฮิโตะ ในปี พ.ศ. 2504

ครั้นแรกพระราชสมภพ เจ้าฟ้าชายนะรุฮิโตะ ได้ดำรงพระราชอิสริยยศเป็น เจ้าชายฮิโระ (ญี่ปุ่น: 浩宮  ฮิโระ-โนะ-มิยะ) และได้ดำรงพระราชอิสริยยศนั้นมาจนถึงปี พ.ศ. 2534 [1] จึงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นมกุฎราชกุมาร เป็นเวลาสองปีภายหลังจากการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ พระราชอัยกาของพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 2532

ทรงสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยกะกุชุอิง ในสายประวัติศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2525 และ พ.ศ. 2531 ตามลำดับ แต่ในปี พ.ศ. 2526-2528 ทรงไปศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักร ในวิทยาลัยเมอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด

พระองค์โปรดการเล่นวิโอลา รวมไปถึงการวิ่งจ๊อกกิ้ง การไต่เขา และการปีนเขาในยามว่าง นอกจากนี้พระองค์ได้เขียนหนังสือ The Thames and I: A Memoir of Two Years at Oxford ซึ่งเป็นบันทึกประจำวันขณะที่พระองค์ประทับศึกษาอยู่ในออกซฟอร์ด

ชีวิตส่วนพระองค์[แก้]

การอภิเษกสมรส[แก้]

เจ้าฟ้าชายนะรุฮิโตะ ได้ดำเนินการเพื่ออภิเษกสมรส กับสตรีวัย 29 ปี ชาวญี่ปุ่น นามว่า มะซะโกะ โอะวะดะ เธอเป็นนักการทูตในกระทรวงการต่างประเทศ ที่เดียวกับที่ทำงานของบิดาเธอ คือ ฮิซะชิ โอะวะดะ ที่ปัจจุบันเป็นตุลาการศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ และเป็นอดีตรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงอดีตทูตญี่ปุ่นประจำสหประชาชาติ โดยที่สำนักพระราชวังหลวงโตเกียว ได้ประกาศถึงการหมั้นหมายของทั้งสอง ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2536

พระราชพิธีอภิเษกสมรส ถูกจัดขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2536 ที่หอชินโตของพระราชวังหลวงโตเกียว มีแขกผู้ได้รับเชิญราว 800 คน ซึ่งรวมถึงพระราชวงศ์จากราชวงศ์ในยุโรปจำนวนมาก และมีการถ่ายทอดสดไปยังผู้ชมราว 500 ล้านคนทั่วโลก ทั้งสองได้เลือกพำนักที่วังโทงู ในเขตมินะโตะ โตเกียว

ทั้งสองพระองค์มีพระธิดา 1 พระองค์ คือ

ข้อโต้แย้งต่อเจ้าหญิงมาซาโกะ[แก้]

ในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 เจ้าฟ้าชายนะรุฮิโตะทรงพยายามให้สาธารณชนเข้าใจถึงพระวรชายาของพระองค์ ที่กำลังประสบกับภาวะความเครียดและซึมเศร้า ซึ่งถูกวินิจฉัยว่าเป็นภาวะการปรับตัวผิดปกติ ตรัสว่า "ผมอยากจะให้ทุกคนเข้าใจว่า มาซาโกะเธอจะยังคงดำเนินตามความพยายามสูงสุดของเธอต่อไปด้วยกำลังใจจากผู้คนรอบข้าง โปรดเฝ้ามองเธอต่อไปด้วยความเห็นใจ" ทั้งนี้การประชวรของพระวรชายา ถูกมองว่าอาจมาจากการทรงถูกกดดันให้มีพระโอรสเป็นว่าที่องค์รัชทายาท เพราะตามโบราณราชประเพณีและกฎมณเฑียรบาลแล้วสตรีไม่สามารถขึ้นครองราชย์[2][3]

การสละราชสมบัติของพระราชบิดา[แก้]

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560 สำนักพระราชวังอิมพีเรียล ได้ประการว่าสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ จะทรงสละราชสมบัติในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562 เนื่องจากทรงเห็นว่าทรงอยู่ในวัยพระชราภาพ อีกทั้งพระพลานามัยที่อ่อนล้าลง ทำให้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ยากลำบากขึ้น และจะทรงเปิดทางให้ เจ้าฟ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร ขึ้นครองราชสมบัติแทน

เป็นครั้งแรกในรอบ 200 กว่าปี ที่สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นทรงประกาศสละราชสมบัติ หลังจากที่สมเด็จพระจักรพรรดิโคกะกุ ได้ทรงสละราชสมบัติให้กับ สมเด็จพระจักรพรรดินินโก พระราชโอรส พระองค์ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2360 (วันที่ 22 เดือน 3 ปี บุงกะ ที่ 14) ซื่งสภาสำนักพระราชวังอิมพีเรียล ซึ่งประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี ชินโซ อะเบะ พร้อมด้วยประธานสภาผู้แทนราษฎร คณะองคมนตรี และผู้แทนสมาชิกราชวงศ์ญี่ปุ่น เจ้าชายมะซะฮิโตะ เจ้าฮิตะชิ เสด็จฯออกพร้อมด้วย เจ้าหญิงฮะนะโกะ พระชายาฯ ได้มีการประชุมร่วมกันเมื่อวันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เพื่อกำหนดวันที่เหมาะสมในการสละราชบัลลังก์ของสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ โดยต่อมา ชินโซ อะเบะ นายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อนักข่าวสั้นๆ ว่า สภาสำนักพระราชวังอิมพีเรียล กำหนดวันสละราชบัลลังก์ในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562

สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ ขณะนี้มีพระชนมพรรษา 84 พรรษา พระองค์ได้เคยผ่านการผ่าตัดพระหทัยและการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากมาแล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา พระองค์เคยตรัสว่า

ทรงมีพระชนมพรรษามากขึ้น และพระพลานามัยอ่อนแอลง ทำให้การทรงงานและปฏิบัติพระราชกรณียกิจทำได้ไม่เต็มที่

หลังจากสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ ได้สละราชสมบัติแล้ว เจ้าฟ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร จะทรงเข้ารับพระราชสมบัติและประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในเดือนถัดไปทันที[4] [5]

พระราชอิสริยยศ[แก้]

ธรรมเนียมพระยศของ
มุกุฏราชกุมารแห่งญี่ปุ่น
Japan Koutaisi(son) Flag.svg
ธงประจำพระอิสริยยศ
การทูล โคไต (皇太)
การแทนตน โบะกุ (บุรุษ) / วะตะชิ (สตรี)
ลำดับโปเจียม 2 (ฝ่ายหน้า)
  • 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2503 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 : เจ้าชายนะรุฮิโตะ เจ้าชายฮิโระ
  • 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 – ปัจจุบัน : เจ้าฟ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น

ราชตระกูล[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.kunaicho.go.jp/e02/ed02-04.html Kunaicho.go.jp, the Imperial Household Agency website, retrieved 4th December, 2008[ลิงก์เสีย]
  2. ukpress.google.com, Crown prince defends ailing wife[ลิงก์เสีย]
  3. gmanews.tv/story, Japan's crown prince seeks public understanding for ailing princes
  4. [https://www.thairath.co.th/content/1141508 ชาวญี่ปุ่นใจหาย กำหนดวัน จักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงสละราชบัลลังก์แล้ว จากthairath
  5. [http://www.bbc.com/thai/international-42191322 ญี่ปุ่นประกาศวันสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ จากbbc

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า เจ้าชายนารูฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ถัดไป
ไม่มี 2leftarrow.png Imperial Seal of Japan.svg
ลำดับการสืบราชบัลลังก์ญี่ปุ่น
(ลำดับที่ 1)

2rightarrow.png เจ้าอะกิชิโนะ
เจ้าชายอะกิฮิโตะ 2leftarrow.png Japan Koutaisi(son) Flag.svg
มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น
(23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 - ปัจจุบัน)
2rightarrow.png ยังอยู่ในพระอิสริยยศ
สมเด็จพระจักรพรรดิ 2leftarrow.png ลำดับโปเจียมแห่งญี่ปุ่น
มกุฎราชกุมาร
(ฝ่ายหน้า ลำดับที่ 2)

2rightarrow.png เจ้าอะกิชิโนะ