พระราชวังหลวงโตเกียว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระราชวังหลวง
皇居
KokyoL0059.jpg
พระราชวังหลวงโตเกียว
ข้อมูลทั่วไป
ประเภทพระราชวัง
เมืองชิโยะดะ, โตเกียว
ประเทศญี่ปุ่น
การก่อสร้าง
ผู้สร้างโชกุนโทะกุงะวะ โยะชิโนะบุ
ปีรื้อค.ศ. 1868
ปีบูรณะค.ศ. 1964
สถาปัตยกรรมสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น
ขนาด3.41 ตารางกิโลเมตร
รายละเอียดอื่นที่ประทับสมเด็จพระจักรพรรดิ

พระราชวังหลวง (ญี่ปุ่น: 皇居 โรมาจิโคเกียว ปล. ห้ามแปลว่า พระราชวังอิมพีเรียล) ในกรุงโตเกียวนั้น ปัจจุบันเป็นพระราชวังหลวงที่ประทับของจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในแขวงชิโยะดะ กรุงโตเกียว ใกล้กับสถานีรถไฟโตเกียว

ภายในพระราชวังประกอบด้วยพระราชมนเทียร, พระตำหนัก (宮殿 คีวเด็ง) ของพระราชวงศ์ พิพิธภัณฑ์ของสะสมในพระองค์, สำนักพระราชวัง, และพระราชอุทยานขนาดใหญ่

พระราชวังนี้แต่เดิมเป็นที่ตั้งของปราสาทเอะโดะ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของโชกุนตระกูลโทะกุงะวะ แต่พระราชวังเดิมถูกระเบิดทำลายลงไปมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และต่อมาในปี ค.ศ. 1964 ก็ได้รับการบูรณะ ซึ่งตัวพระราชวังมีขนาดที่ดินทั้งหมด 3.41 ตารางกิโลเมตร ซึ่งในภาวะฟองสบู่อสังหสริมทรัพย์ของญี่ปุ่นในทศวรรษที่ 1980 มูลค่าของพระราชวังโตเกียวนั้นมีมูลค่าสูงมากกว่ามูลค่าอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกาเสียอีก[1][2]

ประวัติ[แก้]

ภาพถ่ายทางอากาศ ในปี ค.ศ. 1979

ปราสาทเอะโดะ[แก้]

ภายหลังการล่มสลายรัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะ จากการปฏิรูปเมจิ ส่งผลให้อดีตโชกุน โทะกุงะวะ โยะชิโนะบุ ต้องย้ายออกจากปราสาทเอะโดะ ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิและราชสำนัก ก็ได้ย้ายจากพระราชวังเคียวโตะมายังปราสาทเอะโดะ ในวันที่ 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1868 และจักรพรรดิเมจิก็โปรดฯให้เปลี่ยนนามปราสาท เป็น "ปราสาทโทเก" (東京城 Tōkei-jō) ซึ่งในตอนนั้น โตเกียวก็ถูกเรียกว่ากรุงโทเกด้วยเช่นกัน และในวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ. 1869 ปราสาทก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "ปราสาทโค" (皇城 Kōjō)[3]

พระราชวังเดิม[แก้]

ในยุคเมจิ โครงสร้างแบบแปลนส่วนใหญ่ของปราสาทเอะโดะนั้นหายไป ซึ่งบางอาคารก็ถูกรื้อถอนเพื่อเปิดทางให้สามารถก่อสร้างตำหนักหรือราชมนเทียรอื่นๆ ในขณะที่บางตำหนักก็เสียหายจากแผ่นดินไหวและไฟไหม้ ซึ่งเหล่าพระราชมนเทียรที่สร้างขึ้นในสมัยเมจินั้น แทบจะทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาจากไม้ ซึ่งภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ในขณะที่ภายในมีการประยุกต์สถาปัตยกรรมญี่ปุ่นเข้ากับยุโรป ซึ่งเป็นที่นิยมในศตวรรษที่ 19

ในปลายรัชสมัยจักรพรรดิไทโชช่วงต้นรัชสมัยจักรพรรดิโชวะ เริ่มมีอาคารบางส่วนที่สร้างด้วยคอนกรีต เช่น สำนักงานของกระทรวงพระราชวังและคณะองคมนตรี ซึ่งโครงสร้างประกอบกับองค์ประกอบแบบญี่ปุ่นเหล่านี้ช่วยให้พระราชวังดูทันสมัยมากขึ้น โดยที่ยังสามารถรักษาให้ทุกส่วนของพระราชวังสื่อถึงความเป็นญี่ปุ่นได้

ภาพพระราชวังโตเกียวในสมัยเมจิ ซึ่งต่อมาถูกระเบิดทำลายลงในสงครามโลกครั้งที่สอง

ระเบียงภาพ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Ian Cowie (7 August 2004). "Oriental risks and rewards for optimistic occidentals". The Daily Telegraph. Telegraph.co.uk. สืบค้นเมื่อ 2008-10-16.
  2. Edward Jay Epstein (17 February 2009). "What Was Lost (and Found) in Japan's Lost Decade". Vanity Fair. VF Daily. สืบค้นเมื่อ 2011-09-02.
  3. http://www.wdic.org/w/CUL/%E7%9A%87%E5%B1%85

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]