อุจิวะ อิทาจิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
อุจิวะ อิทาจิ
อุจิวะ อิทาจิ ตัวละครจากการ์ตูนเรื่องนินจาคาถาโอ้โหเฮะ
ชื่อภาษาญี่ปุ่น うちはイタチ
โรมะจิ Uchiha Itachi
ปรากฏตัวตอนแรก ไม่ปรากฏ
สังกัด หมู่บ้านโคโนฮะ
แสงอุษา
อาจารย์ ไม่ปรากฏ
ลูกศิษย์ ไม่ปรากฏ
ทีม ทีม 2
ขั้น Part I: อันบุ
วันเกิด 9 มิถุนายน
กรุ๊ปเลือด AB
ฉายา อิทาจิแห่งเนตรวงแหวน-อิทาจิผู้ฆ่าล้างตระกูล
หมวดหมู่ นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ

อุจิวะ อิทาจิ (ญี่ปุ่น: うちはイタチ Uchiha Itachi อุจิวะ อิทาจิ) เป็นตัวละครการ์ตูนจากเรื่อง นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ เพื่อนร่วมทีม โฮชิงากิ คิซาเมะ

ข้อมูล[แก้]

  • ชื่อ : อุจิวะ อิทาจิ
  • อายุ : 20 ( เสียชีวิตแล้ว ) โดน สัมภเวสีคืนชีพ
  • วันเกิด : 06 / 09
  • ส่วนสูง : 175.2 ซม. (Pt.1)
  • น้ำหนัก : 57.1 กก. (Pt.2)
  • กรุ๊ปเลือด : AB
  • หมายเลขทะเบียนนินจา : 012110
  • ปรากฏตัวครั้งแรก Anime : ตอนที่ 80
  • ปรากฏตัวครั้งแรก Manga : บทที่ 139
  • หมู่บ้าน : โคโนะฮะงาคุเระ
  • ระดับ : น่าจะเป็นระดับโจนิน แล้วถูกเลือกเข้าหน่วยลับ เพราะคาคาชิเคยบอกว่าอิทาจิอายุ13ปีก็ได้เป็นหัวหน้าหมู่ย่อยของหน่วยลับแล้ว ก่อนที่จะถอนตัว
  • ความหมายของชื่อ : Uchiha = พัด, Itachi = สัตว์จำพวกอีเห็น หรือ พังพอน
  • ตัวละครที่เกี่ยวข้อง : มาดาระ โอบิโตะ โอโรจิมารุ ซารุโทบิ ดันโซ่ ซาซึเกะ ชิซุย
  • จำนวนภารกิจที่ปฏิบัติ :
  • ระดับต่ำ (D-Rank) : 53
  • ระดับทั่วๆไป (C-Rank) : 152
  • ระดับสูง (B-Rank) : 134
  • ระดับสูงมาก (A-Rank) : 0
  • ภารกิจขั้นเทพ (S-Rank) : 1
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบเกะนิน จูนิน :
  • จบการศึกษาจากรร.นินจา เมื่ออายุ (Academy Grad Age) : 7 ปี
  • ช่วงอายุที่สอบจูนิน (Chuunin Exam Age) : 10 ปี
  • เบิกเนตรเนตรวงแหวน : 8 ปี

ข้อมูล[แก้]

อุจิวะ อิทาจิ เด็กชายผู้ที่มีความสามารถเป็นถึงขั้นอัจฉริยะบุคคลจากหมู่บ้าน โคโนฮะงาคุเระ เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนนินจาเมื่ออายุ 7 ปี และ ผ่านการสอบจูนินเมื่ออายุ 10 ปี และเมื่ออายุได้ 13 ปี อิทาจิก็ได้กลายเป็นหัวหน้าของกลุ่มลับ อิทาจิได้เฝ้ามองการเติบโตของซาสึเกะ น้องชายของเขา และคอยกระตุ้นและส่งเสริมให้น้องชายฝึกฝนวิชาอยู่เสมอ ทำให้ซาสึเกะเคารพและรักพี่ชายของตนมากและเห็นพี่ชายของตนก้าวหน้าห่างจากตนมากขึ้น


2พี่น้องที่รักกันมาก อิทาจิและซาสึเกะ

ในระหว่างเวลานี้อิทาจิได้อยู่ภายใต้การปกครองของ อุจิวะ มาดาระ นินจาผู้ที่เป็นตำนานของตระกูล อุจิวะ มาดาระและน้องชายของเขาเป็นนินจา2คนแรกที่สามารถเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาได้ อิทาจิได้รู้ถึงวิธีการที่จะได้มาของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา ซึ่งการที่จะได้มานั้นจะต้องฆ่าเพื่อนที่สนิทที่สุดของตนเอง แต่เนื่องจากการใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผามากๆจะนำไปสู่การสูญเสียความสามารถในการมองเห็น เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงผลนั้นผู้ใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาจำต้องฆ่าพี่น้องของตนและนำเอาตาของน้องมาเป็นของตนเพื่อที่จะได้เป็น เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ที่ไม่มีวันสูญเสียการมองเห็นอีก สายตาของอิทาจิที่มีต่อตระกูลนั้นเริ่มเปลี่ยนไป


จดหมายลาตายของ ชิซุย


อิทาจิเริ่มแสดงอาการสิ้นหวังกับตระกูลอุจิวะซึ่งไม่สามารถทำให้เขาแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะทดสอบความสามารถของตน เขาจึงลงมือฆ่าเพื่อนสนิทของเขา ที่ชื่อ“ชิซุย” อย่างลับๆ ซึ่งทำให้เขาได้รับ เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา ต่อมาคนจากองค์กรตำรวจนินจาได้มาสอบปากคำอิทาจิเกี่ยวกับการตายของชิซุย ซึ่งเขาให้การว่าเขาบริสุทธิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของชิซุยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเขาก็ทำให้คนจากองค์กรตำรวจนินจาและพ่อของเขารู้ว่าเขาเกลียดชังระบบแบบแผนของตระกูล หลังจากนั้นไม่นานนักอิทาจิและมาดาระเริ่มที่จะเคลื่อนไหวฆ่าคนในตระกูลของเขา


คืนหนึ่งมาดาระและอิทาจิเริ่มออกมาทำลายล้างตระกูลอุจิฮะ เมื่ออิทาจิได้จัดการฆ่าพ่อแม่ของเขาและยืนอยู่บนร่างของพวกเขา ซาสึเกะก็เข้ามาเห็นภาพที่แสนน่ากลัวนั้น อิทาจิทำให้ซาสึเกะรู้ว่าเขาได้รับเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผามาแล้ว และอิทาจิหวังว่าการสังหารหมู่ในครั้งนี้จะสามารถกระตุ้นให้ซาสึเกะเก่งขึ้นและมีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาด้วยเหมือนกัน ซาสึเกะจึงกลายเป็นคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ภายในตระกูล เพื่อที่จะบอกซาสึเกะเรื่องความลับของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ อิทาจิจึงให้ซาสึเกะไปที่ชุมนุมลับของตระกูลอุจิวะเพื่ออ่านม้วนคัมภีร์ในสถานที่นั้น


ค่ำคืนที่อิทาจิลงมือฆ่าล้างตระกูล

หลังจากการทำลายล้างตระกูลแล้ว อุจิวะ อิทาจิได้หนีออกจากหมู่บ้านโคโนะฮะงาคุเระ และเข้าร่วมกับกลุ่มแสงอุษา อิทาจิได้รับคำสั่งให้ร่วมจัดการหาสมาชิกใหม่ที่มีศักยภาพ คนคนนั้นคือ “เดอิดาระ” ร่วมกับโฮชิคากิ คิซาเมะ และซาโซริ ทั้งสามคนได้ตามหาเดอิดาระ และชวนเข้าร่วมกลุ่ม เดอิดาระบอกว่าเขาไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับพวกแสงอุษา ดังนั้นอิทาจิจึงได้กล่าวว่าถ้าเขาทำให้เดอิดาระพ่ายแพ้ในการต่อสู้ได้ เขาจะต้องมาเข้าร่วมกลุ่มกับแสงอุษา เดอิดาระจึงได้ปล่อยสัตว์ดินเหนียวระเบิดออกมาเพื่อต่อสู้ แต่อิทาจินั้นไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่น้อยและสามารถจัดการได้โดยใช้คาถาลวงตา ทำให้เดอิดาระยอมแพ้ เดอิดาระพกความแค้นและความเกลียดจงชังที่มีต่อเนตรวงแหวนของตระกูลอุจิวะเรื่อยมา ต่อมาโอโรจิมารุเข้ามาหาอิทาจิโดยหวังจะยึดร่างของอิทาจิแต่โอโรจิมารุก็พ่ายแพ้ต่อคาถาลวงตาของอิทาจิ อิทาจิได้ตัดแขนของโอโรจิมารุ ซึ่งเป็นเหตุให้โอโรจิมารุหนีออกจากกลุ่มไป

*คนที่ฆ่าล้างตระกูลจริงแล้วคือโอบิโตะกับเซตซีนะ อิทาจิแค่รวมมือด้วย


โอโรจิมารุเข้ามาเพื่อจะยึดร่างของอิทาจิ


โอโรจิมารุถูกสะกดด้วยอ่านจันทราของอิทาจิและโดนตัดแขน

หลายปีผ่านไป อิทาจิได้หวนกลับไปที่โคโนฮะพร้อมคู่หูของเขาคิซาเมะ กลุ่มแสงอุษาต้องการจิ้งจอกเก้าหางในตัวของนารูโตะ ซึ่งเขาทั้งสองได้ปะทะกับนินจาหมู่บ้านโคโนฮะ ประกอบด้วย คาคาชิ อาซึม่า และ คุเรไน อิทาจิได้ใช้ อ่านจันทราโจมตีคาคาชิ อ่านจันทรา เป็น 1 ใน 3 พลังของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา ซึ่งเป็นคาถาลวงตาที่ทรงพลังที่สุดของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา ความสามารถนี้จะส่งเหยื่อเข้าไปในโลกของผู้ใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา และทำให้เหยื่อตกลงไปอยู่ในการควบคุมของผู้ใช้ เหยื่อจะตกลงอยู่ในห้วงทรมานดุจตกนรกนานหลายวันทั้งที่ความจริงแล้วผ่านไปไม่กี่วินาที เมื่อกำลังเสริมของโคโนะฮะได้มาถึง อิทาจิและคิซาเมะได้ล่าถอยไป หลังจากนั้นไม่นานซาสึเกะรู้ว่าอิทาจิกลับมาที่หมู่บ้านเพื่อตามหานารูโตะ เพื่อแก้แค้นอิทาจิ ซาสึเกะจึงได้ออกตามหานารูโตะ


อิทาจิและคิซาเมะ ปะทะกับอาซึม่า คุเรไนและคาคาชิ



คาคาชิโดนคาถาลวงตาของอิทาจิ

และแล้วอิทาจิและคิซาเมะก็ได้เจอเป้าหมายของพวกเขาแล้ว เมื่อนารูโตะและจิไรยะหยุดเพื่อที่จะพักผ่อนในโรงแรมแห่งหนึ่ง อิทาจิได้พบกับนารูโตะ


อิทาจิตามนารุโตะมาถึงห้องพัก


ซาสึเกะตามหาอิทาจิจนเจอ

ก่อนที่เขาจะจัดการกับนารูโตะนั้น ซาสึเกะได้มาถึงและใช้พันปักษาตรงรี่เข้าใส่อิทาจิ แต่อิทาจิก็รับมือได้อย่างง่ายดายและเตะน้องชายของตนเข้าไปที่กำแพงใกล้ๆ และตรึงซาสึเกะไว้ที่กำแพงนั้นพร้อมกับถามน้องชายของตนว่าทำไมถึงได้อ่อนแอนัก อิทาจิต้องการยุให้ซาสึเกะเกลียดชังเขามากยิ่งขึ้น อิทาจิทำให้ซาสึเกะหวนระลึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้นวันที่เขาเห็นภาพพี่ชาย ตนยืนอยู่บนร่างที่ไร้วิญญาณของพ่อแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยอ่านจันทรา


อิทาจิรับพันปักษาไว้ได้อย่างง่ายดาย


อิทาจิใช้อ่านจันทรา ทำให้ซาสึเกะเห็นภาพหลอน

จิไรยะมาถึง อิทาจิไม่ต้องการที่จะสู้และการจับตัวนารุโตะยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ทั้งสองคนจึงได้ล่าถอยไปอีกครั้ง จิไรยะพยายามหยุดทั้งสองคนนั้น แต่อิทาจิก็ได้ใช้ เทวีสุริยา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพลังของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา พลังอันนี้เป็นไฟสีดำที่ไม่มีวันดับและ เป็นการโจมตีทางกายภาพที่แข็งแกร่งสูงสุด


จิไรยะสะกด เปลวไฟเทวีสุริยาไว้ในคัมภีร์

หลังจากนั้นไม่กี่ปีถัดมาเขาทั้งสองคนได้ช่วยกลุ่มแสงอุษาต่อเพื่อที่จะทำ ให้จุดมุ่งหมายของกลุ่มสำเร็จผล เมื่อเดอิดาระและซาโซริจับตัวกาอาระ คิซาเมะและอิทาจิอาสาที่จะช่วยถ่วงเวลานินจาที่ตามเดอิดาระและซาโซริมาตามพวกเขา อิทาจิได้โอกาสที่สู้กับคาคาชิและนารูโตะอีกครั้ง


อิทาจิมาดักรอทีมคาคาชิที่กำลังจะไปช่วยกาอาระ


อิทาจิเผยความสามารถใหม่ให้เห็นในการต่อสู้นั่นก็คือ ความสามารถที่ใช้ คาถาลวงตาโดยแค่เป้าหมายมองมาที่แหวนที่นิ้วมือของเขา นารูโตะตกไปเป็นเหยื่อของความสามารถนี้แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากซากุระและย่าโจ นินจาเฒ่าจากหมู่บ้านซึนะงาคุเระ


อิทาจิใช้คาถาลวงตาด้วยนิ้วของเขา


นารุโตะโดนคาถาลวงตาของอิทาจิทำให้เห็นภาพหลอน

ความสามารถของคาคาชิร่วมกับความสามารถของนารุโตะ นารูโตะทำให้ได้เปรียบอิทาจิ ในที่สุดนารุโตะก็โจมตีโดนอิทาจิด้วยคาถากระสุนวงจักรบอลยักษ์ ผลจากการโจมตีนี้ทำให้เผยให้เห็นว่าที่แท้แล้วร่างอิทาจิที่สู้อยู่กับพวกนารุโตะนั้นเป็นเพียงร่างสังเวยที่ใช้คาถาย้ายโฉมของเพน สู้โดยแบ่งจักระมาจากร่างจริงของอิทาจิเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


ร่างที่ใช้เป็นร่างตัวแทนของอิทาจิ

การถ่วงเวลาครั้งนี้เป็นผลสำเร็จ กลุ่มแสงอุษาสามารถดึง หางเดี่ยว ออกจากตัวกาอาระก่อนพวกนารุโตะจะมาทัน อิทาจิและสมาชิกแสงอุษาคนอื่นๆ ก็ออกมาจากรังลับเหลือซาโซริและเดอิดาระไว้เผชิญหน้ากับพวกนารุโตะ หลายสัปดาห์ต่อมาอิทาจิและคิซาเมะได้รับคำสั่งให้ไปจับตัวพลังสถิตร่าง 4 หาง ซึ่งสัตว์หางตัวนี้อาศัยในร่างของนินจาเฒ่าซึ่งสามารถใช้ธาตุต่างๆโจมตีได้ ซึ่งคิซาเมะสามารถจัดการจับตัวมาได้สำเร็จ เขาทั้งสองได้นำตัวพลังสถิตร่างนี้ไปเพื่อทำการดึงสัตว์หางออก พวกเขาตั้งใจว่าจะจัดการกับจิ้งจอกเก้าหางเป็นตัวสุดท้าย ต่อมากลุ่มแสงอุษาก็ได้ประชุมกันและอิทาจิก็ได้รู้ว่าเดอิดาระจะฆ่าซาสึเกะในการต่อสู้


หลังจากการต่อสู้ เซ็ตสึสมาชิกอีกคนหนึ่งของกลุ่มแสงอุษาได้รายงานผลให้สมาชิกทั้งหมดทราบว่า ซาสึเกะจะได้หายสาบสูญจากการต่อสู้กับเดอิดาระ หายไปพร้อมๆกับการระเบิดครั้งสุดท้ายของเดอิดาระ เซ็ตสึคาดว่าซาสึเกะได้ตายไปในการต่อสู้ซึ่งแท้จริงแล้วซาสึเกะหนีจากระเบิดไปได้ผ่านร่างของมันดะสัตว์อัญเชิญของโอโรจิมารุ เพนหัวหน้ากลุ่มแสงอุษาบอกว่าการที่ซาสึเกะตายนั้นเป็นเรื่องที่ดีแล้ว แต่อิทาจิไม่มีท่าทีใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากนั้นเป็นเวลาไม่นานนัก เพนก็ได้ไปพบกับสมาชิกกลุ่มแสงอุษาอีกคนหนึ่ง โทบิ ซึ่งแท้จริงแล้วคือ อุจิวะ มาดาระ ซึ่งมาดาระได้อธิบายว่าซาสึเกะนั้นยังมีชีวิตอยู่และคิดว่าเนตรวงแหวนของซาสึเกะนั้นอาจจะก้าวหน้ากว่าของอิทาจิแล้วด้วยซ้ำ กล่าวถึงอิทาจิซึ่งยังคงอยู่ที่ชนบทแห่งหนึ่งกำลังเหม่อมองดูฝนตก คิซาเมะได้ถามว่าอิทาจิกำลังซ่อนน้ำตาท่ามกลางฝนนี้หรือเปล่า และอิทาจิเป็นสมาชิกตระกูลอุจิวะที่เหลือรอดคนสุดท้ายคนสุดท้ายแล้วหรือไม่ อิทาจิกล่าวว่าไม่ใช่และเขาก็ไม่ได้เป็นคนที่เหลือคนสุดท้าย ซาสึเกะและทีมของเขาที่เรียกตัวเองว่า “งู” เดินทางต่อเพื่อไล่ล่าหาตัวอิทาจิ ในที่สุดก็ได้ไปถึงฐานลับเก่าของกลุ่มแสงอุษา


กล่าวถึงอิทาจิที่เคลื่อนไหวอยู่ ณ ที่อื่น เพื่อไปเผชิญหน้ากับนารูโตะและทีมจากโคโนฮะผู้ที่ตามตัวเขา อิทาจิจึงได้อธิบายว่าเขามาเพียงต้องการแค่พูดไม่ได้มาเพื่อจับตัวนารูโตะ และก่อนที่นารูโตะจะรู้อะไรไปมากกว่านี้ อิทาจิได้กลายเป็นอีกาบินกระจายออกไปปล่อยให้นารูโตะยืนงงอยู่ตรงนั้น


นารุโตะเผชิญหน้ากับอิทาจิกลางป่าระหว่างตามหาซาสึเกะ

ภายในฐานลับของกลุ่มแสงอุษา ซาสึเกะได้พบกับพี่ชายของเขา หลังจากพูดคุยกับเล็กๆน้อยการต่อสู้ของ2พี่น้องก็เริ่มต้นขึ้น ซาสึเกะว่องไวขึ้นมากได้เปรียบอิทาจิแต่อิทาจิก็ได้กลายเป็นอีกาหนีไปอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับกล่าวกับน้องชายจองตนให้มาสู้กันที่รังลับของตระกูลอุจิวะ ตนจะรออยู่ที่นั่น ทีมงูจึงออกเดินทางไปยังสถานที่นั้นและได้เผชิญหน้าเข้ากับคิซาเมะ ซาสึเกะให้ลูกทีมที่เหลือของเขาคอยอยู่ข้างๆ เขาได้ล่วงหน้าไปต่อสู้ครั้งตัดสินระหว่างเขากับอิทาจิบนรังลับของตระกูลอุจิวะ อิทาจิได้เฝ้ามองการมาถึงของซาสึเกะพร้อมกับนั่งเก้าอี้หินหน้ารูปวาดจิ้งจอกเก้าหาง อิทาจิถามน้องชายของตนว่าเขาเห็นอะไรในเนตรวงแหวนนี้ ซาสึเกะตอบไปว่าเห็นความตายของอิทาจิ


ทันใดนั้นอิทาจิก็ได้มายืนข้างๆ ซาสึเกะ และบอกว่าให้ซาสึเกะให้ลองเล่นภาพใหม่ดู แล้วพี่น้องทั้งสองคนก็ได้เริ่มต่อสู้กัน ซาสึเกะเคลื่อนไหวใช้ดาบและอิทาจิใช้คุไนในการป้องกัน



ซาสึเกะใช้พันปักษาลงที่พื้นทำให้อิทาจิต้องกระโดดหลบขึ้นไปบนอากาศ จากนั้นซาสึเกะก็จัดการแทงอิทาจิด้วยดาบของเขา ซาสึเกะตรึงอิทาจิไว้ที่พื้นและจะให้อิทาจิตอบคำถามของเขา แต่อิทาจิชี้ไปที่เก้าอี้หินและพบว่าพบกับอิทาจินั่งอยู่ ร่างอิทาจิที่ซาสึเกะแทงอยู่นั่นเป็นเพียงคาถาลวงตา และแล้วคาถาลวงตาก็หายไป อิทาจิบอกให้ซาสึเกะสามารถถามคำถามในตอนนี้ได้ ทันใดนั้นเองซาสึเกะก็เข้าไปแทงอิทาจิทางด้านหลังทะลุเก้าอี้หินนั้น เผยให้เห็นว่าร่างของซาสึเกะที่แทงคาถาลวงตาของอิทาจิอยู่นั้นก็เป็นคาถาลวงตาของซาสึเกะเช่นกัน ซาสึเกะถามว่าใครเป็นผู้ใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาเป็นคนที่สามหากเขาเบิกเนตรนี้ได้ อิทาจิตอบว่าผู้นั้นคือ อุจิวะ มาดาระ แต่ซาสึเกะไม่เชื่อ อิทาจิบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ซาสึเกะยึดมั่นถือมั่นไปเอง เหมือนที่ซาสึเกะเชื่อว่าอิทาจิเป็นพี่ชายที่แสนดีของเขา


ซาสึเกะนึกถึงเรื่องราวที่อิทาจิฆ่าพ่อแม่เขาและตะโกนตอบอิทาจิว่ายังไงมันก็เป็นความจริงอยู่ดี พร้อมกันนั้นเขาก็ใช้พันปักษาแทงกลับไปดันหลังสู่ร่างของพี่ชายเขาที่หนึ่งอยู่ด้านหลังเขา ร่างอิทาจิที่ซาสึเกะแทงเป็นเพียงภาพลวงตาอีกแล้ว อิทาจิถามซาสึเกะว่ายังไม่มีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาเหมือนกับเขาใช่ไหม แต่ซาสึเกะไม่สนใจและมั่นใจในความสามารถของตน และในที่เดียวกันนั้น เซ็ทสึได้เฝ้าสังเกตการร์และออกความเห็นในการต่อสู้ครั้งนี้ว่า สองพี่น้องไม่ค่อยเคลื่อนไหวเท่าไหร่ เป็นประลองคาถาลวงตาหยั่งเชิงกันเท่านั้น


ซาสึเกะพุ่งพันปักษาเข้าใส่ร่างจริงของอิทาจิ

อิทาจิอธิบายผลข้างเคียงของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาให้ซาสึเกะฟัง ซาสึเกะเองก็รู้เช่นกัน ว่าผลคือการสูญเสียการมองเห็นแลกกับความสามารถที่ควบคุมจิ้งจอกเก้าหางได้ อิทาจิจึงรู้ว่าซาสึเกะได้ไปอ่านคัมภีร์ในที่ประชุมลับของตระกูลอุจิวะที่อิทาจิเคยบอกไว้แล้ว อิทาจิเล่าถึงเรื่องราวของมาดาระและการได้มาของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ ซาสึเกะเป็นอะไหล่ของเขา และตระกูลอุจิวะต่างเข่นฆ่าเพื่อที่จะได้ซึ่งเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผามาครอบครอง และการฆ่าพี่น้องเพื่อที่จะได้มีไว้ชั่วนิรันดร์


อิทาจิเล่าว่า น้องชายของมาดาระยอมสละดวงตาให้พี่ชาย เพื่อทำให้พี่ชายของตนสามารถเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ได้

ซาสึเกะประกาศว่าในที่สุดวันที่เขาจะทำให้บรรลุเป้าหมายก็มาถึงแล้ว เขาจะได้แก้แค้นให้กับพ่อแม่ และฆ่าอิทาจิ อิทาจิบอกซาสึเกะว่าเขาไม่มีทางทำได้ เพราะซาสึเกะไม่มีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาเหมือนกับเขา ไม่มีทางเอาชนะเขาที่มีเนตรนี้ได้ แต่ซาสึเกะบอกว่าความเคียดแค้นของเขาจะทำให้มันเป็นจริงขึ้น การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น ซาสึเกะและอิทาจิต่างซัดอาวุธใส่กันไปมาเหมือนห่าฝน


ซาสึเกะและอิทาจิ ต่อสู้แลกกันไปมาอย่างดุเดือด

ซาสึเกะเหวี่ยงดาวกระจายอันใหญ่ตัดร่างแยกเงาของอิทาจิ ซึ่งร่างแยกเงาของอิทาจิแตกตัวออกเป็นอีกาเพื่อบดบังการเคลื่อนไหวของซาสึเกะ อิทาจิเข้าไปตรึงซาสึเกะไว้ที่กำแพง ซาสึเกะที่โดนตรึงอยู่และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ร้องตะโกนดังลั่นเมื่ออิทาจิ เข้ามาควักลูกตาของเขาออกไปข้างหนึ่ง


อิทาจิตรึงซาสึเกะไว้กับผนังและจะควักตาของเขา


ตาของซาสึเกะที่อิทาจิควักออกมา

ซาสึเกะใช้อักขระสาปเพื่อทำให้เกิดปีกอันใหญ่โตฟาดอิทาจิให้ถอยออกมา อิทาจิบอกกับซาสึเกะว่าพลังของเขาสองคนแตกต่างกันมาก อิทาจิเข้าไปควบคุมตัวซาสึเกะอีกครั้งเพื่อ ที่ควักตาอีกข้างของซาสึเกะ และแล้วภาพทั้งหมดก็หายไป ภาพที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตาของอิทาจิ ซาสึเกะสามารถทำลายมันได้ อิทาจิบอกซาสึเกะว่านั่นเป็นเพียงภาพลวงตา แต่จากนี้ไปเขาจะทำให้มันเป็นจริง


อิทาจิโดนซาสึเกะทำลายวิชา อ่านจันทราได้


อิทาจิประสานอิน ใช้เทวีสุริยา

อิทาจิหลับตาข้างหนึ่งลงเตรียมใช้เทวีสุริยา ขณะเดียวกันซาสึเกะก็ได้เหวี่ยงดาวกระจายอันใหญ่มาที่อิทาจิ อิทาจิหลบดาวกระจายอันแรกได้แล้วก็พบดาวกระจายอีกอันจากคาถาเงาดาวกระจายแต่เขาก็ยังหลบได้ แต่ซาสึเกะดึงกลไกในดาวกระจายทำให้ดาวกระจายแยกออกจากกันชิ้นส่วนหนึ่งปักเข้าที่อิทาจิ อิทาจิได้นำคมมีดออกและมองมาที่ซาสึเกะด้วยสายตาที่พร่ามัว


คาถาเงาดาวกระจาย ที่อิทาจิหลบไม่หมด ทำให้เซ็ตสึสงสัยว่าทำไมอิทาจิจึงหลบไม่ได้

การต่อสู้ย้ายขึ้นไปสู้บนหลังคา ทั้งคู่ใช้คาถาเพลิงลูกไฟยักษ์แต่ลูกไฟของซาสึเกะต้านทานและเอาชนะลูกไฟของอิทาจิได้ อิทาจิจึงได้ปิดตาข้างขวาของเขาเพื่อที่จะใช้ เทวีสุริยา


อิทาจิและซาสึเกะ แลกลูกบอลเพลิงกัน


อิทาจิใช้เทวีสุริยา เผาไฟของซาสึเกะจนหมด

ซาสึเกะเคลื่อนไหวเพื่อหลบหลีกไฟนั้นแต่ก็มีลูกหลงโดนเข้าที่ปีกข้างหนึ่งของเขา ซาสึเกะล้มลงบนหลังคา อิทาจิเคลื่อนที่มาเพื่อที่จะนำเอาตาของซาสึเกะ แต่กลับเห็นร่างของซาสึเกะหลอมละลายหายไป ซาสึเกะที่จริงนั้นอยู่ห้องข้างล่างและได้ใช้ความสามารถของโอโรจิมารุในคาถาสลับร่างเพื่อหลบเทวีสุริยา


เทวีสุริยาไล่ตามซาสึเกะ

ซาสึเกะได้เปลี่ยนอักขระเข้าสู่สภาวะที่ 2 และใช้คาถาพญามังกรเพลิงจากด้านล่างตรงไปหาพี่ชายของตน แม้จะไม่โดนจังๆ แต่ก็โดนเข้าไปเล็กน้อยที่แขนของอิทาจิ พี่น้องทั้งสองคนต่างหมดแรง ซาสึเกะเองก็บอกว่าเขาจะใช้คาถาสุดท้ายของเขาแล้ว


กิเลน เป็นคาถาสุดท้ายของซาสึเกะ

อิทาจิบอกให้ซาสึเกะเลิกอวดเก่งเพราะเขารู้ว่าซาสึเกะจักระหมดเกลี้ยงแล้ว ซาสึเกะบอกว่าถูกต้องจักระหมดไปกับคาถาพญามังกรแล้ว แต่เขาก็เตรียมการไว้แล้ว เสียงของสายฟ้าดังลั่นและซาสึเกะยกมือที่มีพันปักษาขึ้น เขากำลังจะใช้คาถาที่ไม่มีทางหลบได้ ฝนเริ่มตกเป็นผลมาจากคาถาพญามังกรที่มีความร้อนสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า ทำให้เกิดเมฆสายฟ้าหลายก้อน ซาสึเกะได้ควบคุมสายฟ้าพวกนั้นมีพลังและเร็วกว่าสายฟ้าธรรมดา อิทาจิโดนคาถานี้เข้าอย่างจัง รังลับของตระกูลอุจิวะก็แหลกละเอียดไปด้วย แต่ทว่าร่างโครงกระดูกเริ่มออกมาล้อมรอบตัวอิทาจิ อิทาจิยอมรับในความแข็งแกร่งของซาสึเกะและกล่าวว่าหากไม่มีวิชานี้เขาก็อาจตายไปแล้ว คาถาเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา วิชาสุดท้าย นั่นคือ เทพวายุ รูปร่างกระดูกของเทพวายุมีกล้ามเนื้อและอาวุธครบสมบูรณ์แล้ว


เทพวายุ ป้องกันอิทาจิจากคาถากิเลนของซาสึเกะได้

ซาสึเกะที่หมดจักระไม่สามารถกดพลังของโอโรจิมารุได้อีก จากนั้นงูยักษ์แปดหัวได้โผล่มาปะทะเข้ากับ เทพวายุ มันเคลื่อนไหวได้เร็วมาก เทพวายุก็ได้เใช้ดาบตัดหัวของงูนั้นออก


เทพวายุ จัดการงูยักษ์ 8 หัว อย่างง่ายดาย

หัวหนึ่งของงูมีโอโรจิมารุโผล่ออกมา และขอบคุณอิทาจิที่ทำให้ซาสึเกะอ่อนแอจนเขาสามารถออกมาจากตัวซาสึเกะได้ ยังไม่ทันที่โอโรจิมารุจะพูดจบดาบของเทพวายุก็เสียบโอโรจิมารุทะลุ แล้วก็ได้ปิดผนึกเขาไว้ตลอดกาลด้วยความสามารถของดาบสะบั้นเมรัยของเทพวายุ อิทาจิได้เดินไปข้างหน้าซาสึเกะแต่ทันใดนั่นเองก็หยุดลงและเอามือจับหน้าอกของตัวเองและกระอักเลือดออกมา


เทพวายุของอิทาจิ ปิดผนึกโอโรจิมารุไว้ตลอดกาล


อิทาจิกระอักเลือด

ซาสึเกะได้ขว้างอาวุธที่เหลืออยู่ไปที่อิทาจิ แต่ก็โดนเกราะป้องกันของเทพวายุไว้หมด ซาสึเกะพบว่าตัวเองนั้นถูกตรึงอยู่ระหว่างซากหินกับเทพวายุ เขาตื่นกลัวเมื่ออิทาจิยื่นนิ้วมือที่เปื้อนเลือดทำท่าจะควักตาซาสึเกะ อิทาจิได้กระซิบพูดประโยคประโยคหนึ่งประโยคสุดท้ายแก่ซาสึเกะแต่เขาไม่ได้ยิน นิ้วมือของเขาหยุดลงและร่างกายของเขาหยุดชะงัก นิ้วมือเปื้อนเลือดถูกแตะไปที่หน้าผากของซาสึเกะ


ใบหน้ายิ้มแย้มของอิทาจิที่พูดกับซาสึเกะก่อนตาย

ร่างของอิทาจิล้มลงข้างๆซาสึเกะ ซาสึเกะประหลาดใจที่ตนเองนั้นยังมีชีวิตอยู่ เซ็ตสึดูเหตุการณ์อยู่ได้แปลกใจว่าอิทาจิพ่ายแพ้ได้อย่างไร ฝนเริ่มตกลงมาอีกครั้งหนึ่งและเลือดที่อยู่บนหน้าผากของซาสึเกะได้ไหลลงมาที่หน้าและแก้มของเขา รอยยิ้มของซาสึเกะเป็นรอยยิ้มที่เหนื่อยอ่อน เขาหลับตาลงและทรุดลงไปข้างๆ พี่ชายของเขา เขาได้แก้แค้นพี่ชายของเขาสำเร็จแล้ว


หลังการตายของอิทาจิ มาดาระนำซาสึเกะมาและเล่าเรื่องราวของอิทาจิให้ซาสึเกะฟังว่าที่จริงแล้วการฆ่าล้างตระกูลของอิทาจินั้น เป็นภารกิจที่ทางโคโนะฮะมอบให้ โดยอิทาจิต้องสังหารคนในตระกูลอุจิวะทุกคนแล้วถอนตัวออกจากหมู่บ้าน ซึ่งทำให้อิทาจิเครียดและหนักใจกับเรื่องนี้มาก


เทวีสุริยา ที่อิทาจิฝังไว้ในตาซาสึเกะก่อนตาย เพื่อป้องกันไม่ให้มาดาระเข้าใกล้ แต่มันกับใช้ไม่ได้ผล


มาดาระเล่าเรื่องอิทาจิให้ซาสึเกะฟัง

มาดาระยังกล่าวอีกว่าที่มาของภารกิจนี้ คือ ในสมัยก่อตั้งหมู่บ้านโคโนะฮะ มี 2 ตระกูลใหญ่ร่วมกันก่อตั้งหมู่บ้านคือ ตระกูลเซนจูและตระกูลอุจิวะ แต่ตำแหน่งโฮคาเงะกลับเป็นของตระกูลเซนจู มาดาระที่พยายามปลุกระดมให้ตระกูลอุจิวะลุกขึ้นสู้ แต่คนในตระกูลไม่เห็นด้วย เขาจึงออกจากหมู่บ้านไป หลังจากนั้นไม่นานเขาก็มาบุกโคโนะฮะและพ่ายแพ้ต่อโฮคาเงะรุ่นที่ 1 เมื่อถึงยุคของโฮคาเงะรุ่นที่2 เขาเกรงว่าอุจิวะจะทำการก่อกบฏอีก จึงให้นินจาตระกูลอุจิวะทำหน้าที่ตำรวจโคโนะฮะเพื่อง่ายแก่การดูแล ต่อมาเมื่อเกิดเหตุการณ์จิ้งจอกเก้าหางถล่มโคโนะฮะครั้งที่ 2 ทำให้ตระกูลอุจิวะตกอยู่ในเป้าสายตา ท่ามกลางความสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวในครั้งนี้ ทำให้ตระกูลอุจิวะถูกไล่ต้อนให้มาตั้งบ้านอาศัยอยู่มุมๆ หนึ่งของหมู่บ้าน ไม่มีใครเชื่อตระกูลอุจิวะอีกแล้ว พ่อของอิทาจิ อุจิวะ ฟูกาคุจึงวางแผนก่อกบฏขึ้น


เหล่าผู้นำระดับสูงของโคโนะฮะ

เหล่าผู้นำระดับสูงในโคโนะฮะจึงมอบภารกิจให้อิทาจิในการเป็นสายลับในตระกูลของตนเองและจัดการฆ่าล้างตระกูล โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ไม่เห็นด้วยโดยเห็นว่าควรเจรจากับตระกูลอุจิวะ แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว เมื่อคืนนั้นถึง คืนที่อิทาจิต้องสังหารคนในตระกูลเดียวกัน เขาฆ่าทุกคนอย่างเลือดเย็นแต่กลับฆ่าน้องชายขอตัวเองไม่ลงเพราะว่า อิทาจิเห็นน้องชายของเขาสำคัญยิ่งกว่าหมู่บ้าน หลังจากนั้นเขาก็เข้าพบโฮคาเงะรุ่นที่ 3 เพื่อขอฝากซาสึเกะ และช่วยปกป้องเขาจากพวกดันโซ หลายปีผ่านไปหลังจากโฮคาเงะรุ่นที่ 3 เสียชีวิตจากการบุกถล่มโคโนะฮะของโอโรจิมารุ อิทาจิก็มาปรากฏตัวที่โคโนะฮะในชุดองค์กรแสงอุษาเพื่อประกาศให้พวกผู้นำชั้นสูงรู้ว่า "เขายังมีชีวิตอยู่นะอย่าทำอะไรกับซาสึเกะ" เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมด แต่ซาสึเกะกลับไม่ทำตามความตั้งใจของอิทาจิที่จะปกป้องหมู่บ้านและให้ซาสึเกะเป็นคนดังของโคโนะฮะ เขาประกาศความตั้งใจใหม่นั้นก็คือ ถล่มโคโนะฮะ โดยเขาเปลี่ยนชื่อทีมจาก งู เป็น เหยี่ยว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครทราบว่าสิ่งที่อุจิวะ มาดาระเล่ามาเป็นเรื่องจริงทั้งหมดหรือไม่ หรือเป็นความจริงเพียงบางส่วนเท่านั้น


ซาสึเกะตกใจมาก เมื่อรู้ความจริงของอิทาจิจากมาดาระ

คาถา[แก้]

  • คาถา ปล่อยจักระ
  • คาถา แปลงร่าง
  • คาถา แยกร่าง
  • คาถา สลับร่าง
  • คาถา ลวงตา
  • คาถา คลายวิชาลวงตา
  • คาถา ระเบิดร่างแยก
  • คาถา เงาดาวกระจาย
  • วิชา กงจักรสามใบมีด
  • คาถาไฟ ลูกไฟยักษ์
  • คาถาไฟ ลูกบอลเพลิง
  • คาถาไฟ ลูกไฟนกฟีนิกซ์
  • คาถาไฟ ลูกไฟระเบิดมังกรเพลิง
  • คาถาไฟ พญามังกรเพลิง
  • คาถาไฟ บอลเพลิงยักษ์
  • คาถาไฟ เพลิงสลายร่าง
  • คาถาไฟ เส้นด้ายอัคคี
  • คาถานินจาเพลิง ธนูเพลิงพิฆาตสายฟ้า
  • เนตรวงแหวน (ชาริงกัน)
  • เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา (มังเงะคโยะ ชาริงกัน)
  • เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา อ่านจันทรา (สึคุโยมิ)
  • เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา เทวีสุริยา (อะมะเทราสึ)
  • เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา เทพวายุ ซุซาโนะโอะ
  • เทพบิดร อิซานากิ
  • เทพมารดร ฮิซานามิ

อ้างอิง[แก้]

  • หนังสือการ์ตูน นินจาคาถาโอ้โหเฮะ (สำนักพิมพ์เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์)