สัตว์หาง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
F9ef6eaa55708bd5503c1e32658879dc.png

สัตว์หาง (尾獣, Bijū) ปีศาจที่ถูกสร้างขึ้นตามตำนานปรัมปราจากเรื่องนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ โดยใช้ตำนานของประเทศญี่ปุ่นมาเป็นต้นแบบ ซึ่งในเรื่องนินจาคาถาโอ้โฮเฮะนั้นมีความแตกต่างจากตำนานดั้งเดิมเกี่ยวกับสัตว์หางอยู่มาก เช่นโดยทั่วไปคนญี่ปุ่นมักพูดซึง ฮัจจิบิในฐานะ งู ตามเรื่องเล่าในศาสนาชินโต แต่ในการ์ตูนถูกดัดแปลงเป็นปิศาจวัวที่มีครึ่งล่างเป็นปลาหมึกแทน

ร่างต้น[แก้]

10 หาง ถูกสร้างโดยพระเจ้าในช่วงกำเนิดโลกนินจา ร่างเดิมนั้นเป็นต้นไม้เทพเจ้า โดยทุกพันปีจะออกผลแค่ลูกเดียว ซึ่งถ้าใครไม่ไปยุ่งก็ไม่เกิดอะไร แต่โอสึสึกิ คางูยะที่เป็นแม่ทัพฝ่ายหนึ่งชนะสงครามแย่งชิงผลนั้นจึงเอามากินจึงกลายเป็นตัวตนที่มีจักระกับขีดจำกัดสายเลือดคนแรกจนมีพลังมหาศาล หลอมเป็นส่วนหนึ่งกับต้นไม้เทพเจ้า(สิบหาง) ให้กำเนิดลูกแฝด 2 คน คือโอสึสึกิ ฮาโกโรโมะ กับ ฮามูระ พอลูกชายทั้ง 2 ทราบว่าแม่ของตนลุ่มหลงในพลัง จับคนจำนวนมากเปลี่ยนเป็นเซ็ตสสึสีขาวเพื่อสร้างกองทัพ ทั้งคู่จึงทรพีสู้กับมารดาของตนเพื่อปกป้องมวลมนุษย์ กับชนะผนึกแม่ตัวเอง คนพี่คือเซียน 6 วิถีนำ 10 ใส่ร่างเป็นพลังสถิตร่างคนใหม่เกรงว่าหากตนตาย 10 หางจะเป็นภัยต่อโลกอีก จึงได้ทำดึงจักระแบ่งออกเป็น 9 ส่วน โดยแต่ละส่วนนั้นถูกสร้างรูปลักษณ์และความนึกคิดแยกออกจากกัน มีรูปร่างและชื่อที่ต่างกันไปเป็นสัตว์หางทั้ง 9 เซียน 6 วิถีที่อ่อนแรง ได้บอกกับเหล่าสัตว์หางว่าต้องอยู่รวมกันเหมือนพี่น้องหรือถ้าเกิดแยกกันจะต้องใช้พลังร่วมกันในทางสันติเท่านั้น ตามคำทำนายที่ว่า วันหนึ่งสัตว์หางทั้ง 9 จะพบกับเด็กคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้กอบกู้โลกนินจา ส่วนร่างหลักของ 10 หางนั้น หลังถูกแยกจักระเป็นสัตว์หางกลายเป็นเทวรูปมารนอกรีต ถูกนำหินจำนวนมากมากลบฝังพร้อมกับส่งให้ลอยขึ้นฟ้ากลายเป็นดวงจันทร์ พร้อมกับฝากฝังให้ฮามูระ คนน้องฝากฝังดูแลผนึกไป พี่น้องจึงบอกลากัน เซียน 6 วิถีหลังจากสร้างครออบครัวมีลูก ทำการแบ่งจักระของตนให้คนทั้งคู่กับการลัทธินินจาขึ้นมา แต่พวกนินจาเข้าใจว่าเป็นวิถีนินจา

ด้วยอำนาจพลังมอันหาศาลของเหล่าสัตว์หาง โลกนินจาได้มีการคิดค้นวิธีการสะกดพลังได้หลายรูปแบบ แต่ที่ได้ผลมากที่สุดคือ ขังไว้ภายในแกนจักระของร่างมนุษย์ คือสร้างพลังสถิตร่าง แต่เมื่อพลังสถิตร่างกับวสัตว์หางถูกแยกออกจากกัน พลังสถิตร่างก็จะตายทันที หรือเมื่อพลังสถิตร่างตาย ผนึกคลายสัตว์หางหลุดออกมาจากผนึก หรือถ้าดึงสัตว์หางออกมาจากศพจะยากวว่าตอนมีชีวิต

ผ่านไปหลายยุคสมัย สัตว์หางกระจัดกระจายไปทั่วโลก สร้างตำนานไปทั่ว ว่าเป็นสัตว์ร้ายในตำนาน แต่เซนจู ฮาชิรามะ หรือโฮคาเงะรุ่นที่ 1 ได้จับสัตว์หางทั้งหมดมา แล้วแบ่งให้ 3 แคว้นนินจายักษ์ใหญ่ในการประชุม 5 คาเงะครั้งแรก ยกเว้นหมู่บ้านซึนะ เพราะมี 1 หางชูคาคุอยู่แล้ว

เมื่อนำสัตว์หางทั้ง 9 จับใส่เทวรูปมารนอกรีตจะทำให้เทวรูปกลายเป็น 10 หางได้ ความจริงใช้แค่ชิ้นส่วนของสัตว์หางทั้ง 9 ก็ได้ แต่จะเสียเวลามากกว่าใช้สัตว์หางทั้งตัว เพราะถ้าแค่เศษเสี้ยวของสัตว์หางนั้นมีจักระที่น้อย

โดยร่างของสัตว์หางทุกตัว มีมวลศาลเป็นกลุ่มก้อนจักระที่มีชีวิตฟันแทงก็ฟื้นตัวได้ หรือต่อตัวใหม่ได้ หรือต่อให้เจ็บก็ใช้จักระเพื่อฟื้นฟูได้ พอจบสงครามโลกนินจาครั้งที่ 4 สัตว์หาง 7 ตัว ก็กระจัดกระจายกันไปในที่ลับแลไม่มีใครรู้อีกครั้ง เพื่อไม่ให้ใครใช้ในทางที่ผิด มีเพียงกิวคิกับคุรามะเท่านั้นที่คิดกลับไปสิงในร่างสถิตคือคิลเลอร์บีกับนารูโตะอีกครั้ง แม้เหล่าสัตว์หางจะอยู่ห่างกัน ก็สื่อสารผ่านจิตโดยใช้นารูโตะเป็นสื่อกลาง เป็นเสารับสัญญาณ

ศาสตร์การรวบรวมวิญญาณสัตว์หางทั้งหมด[แก้]

โดยตอนที่กลุ่มแสงอุษาได้เริ่มรวมตัวเพื่อรวบรวมสัตว์หางลงใน ไรบิ เทพเจ้าสูงสุดผู้มีดวงตาดุจพลังเทพทั้งหมด 9 ดวงตาโดยการดึงสัตว์หางออกจากสถิตร่าง ทำให้สถิตร่างถูกดึงวิญญาณและพลังชีวิตออกไป ต้องสูญเสียชีวิตในที่สุด โดยปัจจุบันสัตว์หางทั้ง 7 ตัวได้ถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ ( 8หาง และ 9หาง ยังคงเป็นสถิตร่าง )

รายนามสัตว์หาง[แก้]

อิจิบิ โนะ ชูคาคุ
(一尾の守鶴, Ichibi No Shukaku)
[ชื่อเล่น : ชูคาคุ]
หาง ภาพวาดผู้สถิตร่าง ร่างสถิต บุนพุคุ ร่างสถิตคนแรกของชูคาคุ เป็นพระรูปหนึ่งของซึนะงาคุเระ ถูกบังคับให้เป็นสถิตร่างตั้งแต่เกิด มีคำว่า 薆(แปลว่า หัวใจ) อยู่ที่มือข้างซ้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจารย์ของเขาได้สอนไว้ เขาเชื่อว่าจะต้องมีวันหนึ่งที่มีคนพร้อมที่จะยอมรับและเข้าใจชูคาคุ โดยไม่แบ่งแยกสัตว์หาง

ร่างสถิตคนที่ 2 ไม่มีการบอกในเนื้อเรื่อง มีแต่การกล่าวถึงของย่าจิโยะเท่านั้น

กาอาระแห่งหมู่บ้านซึนะงาคุเระ ถูกแสงอุษาใช้วิชาผนึก ผนึกเก้าวิถีมังกรมายาแล้ว แต่ยังไม่เสียชีวิต เพราะได้ย่าจิโยะใช้วิชาย้ายชีวิตช่วยชีวิตของกาอาระไว้ มีคำว่า 愛(อ่านว่า ไอ Ái แปลว่า ความรัก)อยู่ที่หน้าผากซ้าย เกิดขึ้นเพราะเหตุการณ์การตายของยาชามารุ(น้าชาย)ของกาอาระ

1 พลังธรรมชาติ ลม ดิน แม่เหล็ก
รูปแบบ มีอีกชื่อหนึ่งว่าภูตทราย มีความสามารถในการควบคุมทราย มีปริมาณจักระอยู่ในลำดับที่ 9 และมีวิชาคาถาเป็นลำดับที่ 8 เป็นเจ้าแห่งทะเลทราย ในบรรดาสัตว์หางเชี่ยวชาญพวกคาถาสะกดและคาถาผนึกเป็นที่สุด ก่อนหน้าที่จะถูกแสงอุษาแย่งชิงไปเคยสถิตอยู่ในร่างของ กาอาระ ก่อนที่จะถูกจับมาผนึกในร่างคน เคยอาศัยในทะเลทรายในแคว้นคาเสะโนะคุนิ ถูกจับโดยเดอิดาระและอากาสึนะ โนะ ซาโซริ(จับตอนเป็นร่างสถิต)

นิบิ โนะ เนโกะมาตะ
(ニ尾の猫俣, Nibi no Nekomata)
[ชื่อเล่น : มาทาทาบิ]

หาง ภาพวาดผู้สถิตร่าง ร่างสถิต นิอิ ยูกิโตะ แห่งหมู่บ้านคุโมะงาคุเระ ถูกแสงอุษาสะกดแล้ว เสียชีวิตแล้ว
2 พลังธรรมชาติ ไฟ
รูปแบบ สัตว์หางเจ้าแห่งวิญญาณ รูปแบบแมว มี 2 หาง พลังโจมตีแบบไฟกับโจมตีในที่มืด จักระอยู่อันดับ 8 และมีวิชาคาถาอยู่ในลำดับที่ 9

ถูกจับโดยคาคุซึและฮิดัน(จับตอนเป็นร่างสถิต)

ซานบิ โนะ อิโซนาเดะ
(三尾, Sanbi)
[ชื่อเล่น : อิโซบุ]
หาง ซัมบิ ร่างสถิต มิซึคาเงะรุ่น ที่ 4 หมู่บ้านคิริงาคุเระ ท่านคาราตาชิ ยางุระ ถูกแสงอุษาสะกดแล้ว เสียชีวิต
3 พลังธรรมชาติ น้ำ หยิน
รูปแบบ สัตว์สามหาง ปีศาจหอยมีเกาะเป็นกระดองเต่าและหอยเม่น มีพลังในการควบคุมพื้นน้ำและสร้างม่านพิษ จักระอยู่อันดับ 7 กับมีเกราะป้องกันกับเน้นสู้แบบในน้ำเป็นหลัก ถูกจับโดยโทบิและเดอิดาระ
ยอนบิ โนะ โซโค
(四尾, Yonbi)
[ชื่อเล่น : ซุน โกคู]
หาง ภาพวาดผู้สถิต ร่าง] ร่างสถิต โรชิแห่งหมู่บ้านอิวะงาคุเระ ถูกแสงอุษาสะกดแล้ว เสียชีวิต
4 พลังธรรมชาติ ดิน ไฟ หลอมเหลว พิษ
รูปแบบ ในเรื่องมีรูปร่างเป็นกอริลายักษ์สี่หางสีแดง โรชิได้ออกเดินทางเที่ยวทั่วโลกเพื่อแสวงหาพลังที่แท้จริงของตนเอง เป็นสัตว์หางที่ร้อนแรงที่สุด จักระอยู่อันกับ 6
ถูกแสงอุษาใช้วิชาผนึก ผนึกเก้าวิถีมังกรมายาแล้ว เสียชีวิต

ผู้จับกุม อิทาจิและคิซาเมะ(จับตอนเป็นร่างสถิต)

โกบิ โนะ โฮโก
(五尾, gobi)
[ชื่อเล่น : โคคุโอ]
หาง ภาพวาดผู้สถิต ร่าง ร่างสถิต ฮานแห่งหมู่บ้านอิวะงาคุเระ ถูกแสงอุษาใช้วิชาผนึก ผนึกเก้าวิถีมังกรมายาแล้ว เสียชีวิต
5 พลังธรรมชาติ ธาตุทั้ง 5 เดือดพล่าน
รูปแบบ ม้าที่มีเขาขนาดเล็กเป็นเทพแห่งการสร้างภาพลวงตาและมีความสามารถในการใช้พฤกษาในการต่อสู้ จักระอยู่อันดับ 5 ไม่ปรากฏบอกว่าถูกจับโดยใคร(จับตอนเป็นร่างสถิต)
โรคุบิ โนะ ไรจู
(六尾, rokubi)
[ชื่อเล่น : ไซเคน]
หาง 0 ร่างสถิต อูทาคาตะ แห่งหมู่บ้านคิริงาคุเระ ถูกแสงอุษาใช้วิชาผนึก ผนึกเก้าวิถีมังกรมายาแล้ว เสียชีวิต
6 พลังธรรมชาติ น้ำ
รูปแบบ ตัวทากยักษ์ที่มีแขนขา สามารถดำดินและดึงพลังธรรมชาติมาใช้ในการลอกตัวและเดินกลางอากาศจากฟองอากาศ รวมทั้งมีความสามารถในการดูดจักระของผู้ที่ต่อสู้ด้วย จักระอยู่อันดับที่ 4

ผู้จับกุม เพน6วิธีและโคนัน(จับตอนเป็นร่างสถิต)

ชิจิบิ โนะ คาคุ
(七尾, shichibi)
[ชื่อเล่น : โจวเมย์]
หาง ภาพวาดผู้สถิต ร่าง ร่างสถิต ฟู แห่งหมู่บ้านทากิงาคุเระ ถูกสะกดแล้ว เสียชีวิต
7 พลังธรรมชาติ ดิน สภาพอากาศ
รูปแบบ สัตว์หางรูปร่างด้วงกว่างญี่ปุ่น มีเกราะเป็นเหล็ก ผลิตพิษและควบคุมลมฟ้าอากาศ เน้นสู้กลางอากาศที่สุด จักระอยู่อันดับ 3

ผู้จับกุม คาคุซึและฮิดัน(จับตอนเป็นร่างสถิต)

ฮัจจิบิ โนะ ยามาตะ
(八尾, Hachibi)
[ชื่อเล่น : กิวคิ]
หาง ภาพวาดผู้สถิต ร่าง ร่างสถิต คิลเลอร์ บี แห่งหมู่บ้านคุโมะงาคุเระ ตราสถิตไหมรกต หลบหนีจากการจับกุมของแสงอุสาได้ ทำให้ถูกแสงอุษาสะกดเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งของจักระแปดหาง
8 พลังธรรมชาติ หยาง น้ำ
รูปแบบ อสูรวัวหางปลาหมึก ตามตำนานญี่ปุ่นมีอีกชื่อว่า ยามาตะ โนะ โอโรจิมารุ (แปลว่า งูขาว) ซึ่งเป็นงูที่มีแปดหัวแปดหาง แตกต่างจากในเรื่องนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ ยามาตะเป็นผู้ที่มีพลังในการทำลายและสามารถควบคุมได้ง่ายที่สุด
คิวบิ โนะ โยโค
(九尾の妖狐, Kyuubi)
[ชื่อเล่น : คุรามะ]
หาง ภาพวาดผู้สถิต ร่าง ร่างสถิต อุซึมากิ มิโตะ (ภรรยาโฮคาเงะรุ่นที่1) ปัจจุบันเสียชีวิต

อุซึมากิ คุชินะ (ภรรยาโฮคาเงะรุ่นที่4) ปัจจุบันเสียชีวิต

นามิคาเสะ มินาโตะ (โฮคาเงะรุ่นที่ 4) ได้แค่ส่วนหยินจากผนึก ค่ายผนึกสี่ทิศ ปัจจุบันเสียชีวิต

โทบิ (อุจิวะ โอบิโตะ) ได้ส่วนหยิน และได้คืนส่วนหยินให้นารูโตะในมังงะตอนที่ 664 ปัจจุบันโอบิโตะได้สลายในโลกของคางูยะแล้ว


อุซึมากิ นารุโตะ (โฮคาเงะรุ่นที่7 / ลูกชายของโฮคาเงะรุ่นที่ 4 (นามิคาเสะ มินาโตะ) และคุชินะ) ได้แค่ส่วนหยางจากผนึก แต่ในมังงะตอนที่ 699 โอบิโตะได้ให้ส่วนหยินมา ทำให้ทั้ง 2 ส่วนกลับมารวมกันอีกครั้ง

9 พลังธรรมชาติ ไฟ ลม หยาง
รูปแบบ สัตว์หางรูปแบบจิ้งจอก มีความเชื่อกันว่ามีพลังมากที่สุดในบรรดาสัตว์หาง หมายถึงปริมาณจักระและระดับของวิชาคาถาอยู่ในระดับสูงสุด (ร่างครึ่งหนึ่งของคุรามะมีพลังมากกว่า กิวคิ)
โจบิ 十尾 Jūbi
หาง 0 ร่างสถิต ในอดีตร่างสถิตของสิบหางคนแรกก็คือเซียนหกวิถีฮาโกโรโมะ ในสงครามโลกนินจาครั้งที่ 4 พลังสถิตร่างคนที่ 2 คือ อุจิวะ โอบิโตะ และคนที่ 3 คือ อุจิวะ มาดาระ
10 พลังธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ หยิน หยาง สายฟ้า ไม้
รูปแบบ พระจันทร์และหินจันทรา (ผนึกสะกดมนตรา เซียนหกวิถี)

นำสัตว์หางทั้งหมดนำมารวมกับเทวรูปมารนอกรีต และสั่งการด้วยพระจันทร์ ด้วยการอ่านจันทรานิรันดร์

ความเป็นมาของ 10 หาง : แท้จริง 10 หางเป็นต้นไม้ยักษ์ศักดิ์ที่ผู้คนบูชาเป็นต้นไม้เทพเจ้า วันหนึ่งต้นไม้นั้นออกผลไม้ที่ว่ากับว่าจะออกผลใน พันปีมีครั้งหนึ่ง ในตอนนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อ โอซึซึกิ คางูยะ ที่ชนะในสงครามใช้ชิงผลไม้นั้นมาแล้วใช้พลังนั้นทำให้สงครามลดน้อยลง ลูกชายที่เกิดจากผู้หญิงคนนั้นได้มีจักระเกิดขึ้นมา มีชื่อว่า โอซึซึกิ ฮาโกโรโมะ หลังจากนั้นต้นไม้ก็โกรธเกรี้ยวที่มีคนชิงผลไม้ ต้องการคืน จนกลายร่างเป็น 10 หาง โอซึซึกิ ฮาโกโรโมะ ได้ต่อสู้และสามารถหยุด 10 หางโดยผนึก 10 หางไว้ในร่างได้สำเร็จ จนหลังจากนั้นทุกคนชายคนนั้นว่าเซียนหกวิถี แต่เซียนหกวิถีเกรงกลังว่า ถ้าตนตายผนึกจะคลายแล้วสิบหางออกมา จึงได้ทำการแยกส่วน 10 หาง เป็นสัตว์หาง ทั้ง 9 ตัว โดย 9 ตัวมีหาง ตั้งแต่ 1-9 หาง พร้อมกับร่างและชื่อที่แตกต่างกัน โดยสัตว์หางทุกตัวต่างก็กระจัดกระจายกันไป ทั่วโลก โดยมีชีวิตที่เป็นอมตะ โดยร่างหลักของสิบหางได้กลายเป็นเทวรูปมารนอกรีต เซียนหกวิถีได้สะกดไว้ด้วยหินทรงกลมขนาดยักษ์แล้วปล่อยขึ้นฟ้าในโคจรอยู่ใกล้โลก ก็ คือดวงจันทร์จนถึงทุกวันนี้
เรอิบิ
หาง ภาพวาดผู้สถิต ร่าง ร่างสถิต อามารุ (ในภาคมูฟวี่)
0 พลังธรรมชาติ เงา หมอก
รูปแบบ สัตว์รูปแบบปลิงหรืองูใส่หน้ากาก ไม่นับเป็นสัตว์หางที่แยกตัวออกมาจาก 10 หาง แต่เรียกตัวเองว่าสัตว์หาง จะแกร่งขึ้นถ้ามีร่างสถิตที่แข็งแกร่งและได้ดูดความสิ้นหวังมาจากผู้คน

ดูเพิ่ม[แก้]