อิงเงอร์บอร์ก มักนุสด็อทเทอร์แห่งสวีเดน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อิงเงอร์บอร์ก มักนุสด็อทเทอร์แห่งสวีเดน
สมเด็จพระราชินีแห่งเดนมาร์ก
Ingiburga of Denmark (1296) effigy 2009 (2).jpg
พระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระราชินีอิงเงอร์บอร์กบนโลงพระศพ
สมเด็จพระราชินีแห่งเดนมาร์ก
ครองราชย์ค.ศ. 1296–1319
ก่อนหน้าอักเนสแห่งบรันเดินบวร์ค
ถัดไปยูเฟเมียแห่งพอเมอเรเนีย
คู่อภิเษกพระเจ้าอีริคที่ 6 แห่งเดนมาร์ก
พระราชบุตร
  • เจ้าชายวัลเดมาร์แห่งเดนมาร์ก
  • เจ้าชายอีริคแห่งเดนมาร์ก
  • เจ้าชายมักนุสแห่งเดนมาร์ก
  • เจ้าชายไม่ปรากฏพระนาม
พระนามเต็ม
อิงเงอร์บอร์ก มักนุสด็อทเทอร์ บเยลโบ
ราชวงศ์ราชวงศ์บเยลโบ
พระราชบิดาพระเจ้ามักนุสที่ 3 แห่งสวีเดน
พระราชมารดาเฮลวิกแห่งฮ็อลชไตน์
ประสูติค.ศ. 1277
สวีเดน
สวรรคต5 เมษายน หรือ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1319 (42 ปี)
คอนแวนต์นักบุญแคลร์, รอสกิลด์
ฝังพระศพโบสถ์นักบุญเบ็นท์, ริงสเต็ด, เดนมาร์ก
ศาสนาโรมันคาทอลิก

อิงเงอร์บอร์ก มักนุสด็อทเทอร์แห่งสวีเดน (ค.ศ. 1277 - 5 เมษายน หรือ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1319) ทรงเป็นสมเด็จพระราชินีแห่งเดนมาร์กจากการอภิเษกสมรสกับพระเจ้าอีริคที่ 6 แห่งเดนมาร์ก พระนางเป็นพระราชธิดาในพระเจ้ามักนุสที่ 3 แห่งสวีเดนกับเฮลวิกแห่งฮ็อลชไตน์

พระชนม์ชีพ[แก้]

เจ้าหญิงอิงเงอร์บอร์กเป็นพระราชธิดาองค์ใหญ่ในพระเจ้ามักนุสที่ 3 แห่งสวีเดนกับเฮลวิกแห่งฮ็อลชไตน์

ในปีค.ศ. 1288 พระนางทรงเข้าพิธีหมั้นกับพระเจ้าอีริคที่ 6 เม็นเว็ดแห่งเดนมาร์ก และพระราชพิธีอภิเษกสมรสจัดขึ้นที่เมืองเฮลซิงบอรย์ในปีค.ศ. 1296 การอภิเษกสมรสนี้คือนโยบายความสัมพันธ์ของราชวงศ์ โดยในปีค.ศ. 1298 พระอนุชาของพระองค์คือ เจ้าชายบีร์เกอร์แห่งสวีเดน ซึ่งต่อมาเป็นกษัตริย์สวีเดนได้อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงมาร์เกรเธอ หรือ มาร์ธาแห่งเดนมาร์ก พระขนิษฐาในกษัตริย์อีริคที่ 6 ไม่ได้มีการจัดพิธีประทานพรศีลสมรสจนกระทั่งปีค.ศ. 1297 พระนางอิงเงอร์บอร์กและกษัตริย์อีริคที่ 6 ได้รับการประทานพรจากอาร์กบิชอปเจนส์ กรันด์

สมเด็จพระราชินี[แก้]

สมเด็จพระราชินีอิงเงอร์บอร์กทรงได้รับการบรรยายว่า ทรงมีพระสิริโฉมงดงามและอ่อนโยน มีบทเพลงบรรยายถึงการที่พระนางทรงขอให้มีการนิรโทษกรรมนักโทษในวันอภิเษกสมรสของพระนาง และเพลงร่วมสมัยทั้งในเดนมาร์กและสวีเดนต่างสรรเสริญในพระเมตตาและความยุติธรรมของพระนาง[1] พระนางทรงเป็นสมเด็จพระราชินีที่ได้รับความนิยมในเดนมาร์ก พระนางมักจะทรงถูกเรียกว่า "gode Frue" (กอเดอ ฟรูเออ หรือ 'the Good Lady' แปลว่า ท่านหญิงคนดี)[1]

ไม่มีหลักฐานบันทึกว่าพระนางทรงเกี่ยวข้องใดๆ ในทางการเมืองหรือไม่ พระสวามีของพระนางเป็นพันธมิตรกับกษัตริย์บีร์เกอร์แห่งสวีเดน พระอนุชาของพระนาง และมาร์ธาแห่งเดนมาร์ก พระขนิษฐาในพระสวามี ก็ได้เป็นสมเด็จพระราชินีสวีเดนจากการเสกสมรสกับพระอนุชาของพระนาง ซึ่งช่วยเหลือกันในความขัดแย้งการช่วงชิงราชบัลลังก์สวีเดน ในเหตุการณ์กลเกมฮาตูนา กษัตริย์บีร์เกอร์และพระราชินีมาร์ธา ถูกเหล่าพระอนุชาจับกุม พระโอรสของทั้งสองพระองค์คือ เจ้าชายมักนุส บีร์เกอร์สันแห่งสวีเดนได้หลบหนีออกมาได้ในปีค.ศ. 1306 ซึ่งกษัตริย์อีริคที่ 6 และพระราชินีอิงเงอร์บอร์กจึงทรงช่วยเหลือไว้ในราชสำนักเดนมาร์ก และหลังจากนั้นกษัตริย์บีร์เกอร์และพระราชินีมาร์ธาได้เสด็จลี้ภัยจากการรัฐประหาร หลังจากพพระองค์ทรงก่อเหตุการณ์งานเลี้ยงที่นูเชอปิงในปีค.ศ. 1318 ซึ่งกษัตริย์บีร์เกอร์ทรงล้างแค้นเหล่าพระอนุชาโดยจับกุมให้อดอาหารสิ้นพระชนม์ในที่คุมขัง ฝ่ายทายาทของพระอนุชาได้ยึดอำนาจและเจ้าชายมักนุส บีร์เกอร์สันแห่งสวีเดนพยายามกลับเข้าไปชิงอำนาจคืนในสวีเดน แต่ถูกจับกุมและตัดพระเศียรในปีค.ศ. 1320 โดยกลุ่มการเมืองของเจ้าหญิงอิงเงอร์บอร์กแห่งนอร์เวย์

สมเด็จพระราชินีอิงเงอร์บอร์กทรงมีพระประสูติกาลพระโอรส 8 พระองค์ ซึ่งสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ พระนางทรงแท้งพระบุตร 6 ครั้ง แม้ว่าบางแหล่งข้อมูลกล่าวว่าทรงแท้งพระบุตรในช่วงระหว่าง 8 - 14 ครั้ง การทรงพระครรภ์หลายครั้งนำมาซึ่งการแท้ง หรือมีพระประสูติกาลแต่พระบุตรสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

ในปีค.ศ. 1318 สมเด็จพระราชินีอิงเงอร์บอร์ก ทรงมีประสูติกาลพระโอรส ซึ่งทรงรอดพระชนม์เมื่อวันแรกประสูติมาได้ และเป็นความปีติยินดียิ่งหลังจากทรงแท้งมาหลายครั้ง พระนางทรงนำพระโอรสออกนั่งรถเกวียนม้าเพื่อแสดงต่อหน้าสาธารณชน แต่พระนางทรงทำพระโอรสลื่นหลุดพระหัตถ์ พระโอรสจึงตกกระแทกพื้น พระศอหักสิ้นพระชนม์

บั้นปลายพระชนม์ชีพ[แก้]

หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระโอรส สมเด็จพระราชินีอิงเงอร์บอร์กเสด็จเข้าไปประทับอยู่ในคอนแวนต์นักบุญแคลร์ในรอสกิลด์ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน หลักฐานหนึ่งอ้างว่า พระนางทรงเข้าสู่ร่มศาสนาโดยสมัครใจ ไม่ว่าจะเป็นเพราะความโศกเศร้าต่อการสิ้นพระชนม์ของพระโอรส หรือทรงโศกเศร้าต่อการสิ้นพระชนม์ของเหล่าพระอนุชา คือ เจ้าชายอิริค ดยุกแห่งเซอเดร์มันลันด์และเจ้าชายวัลเดมาร์ ดยุกแห่งฟินแลนด์ พระนางสิ้นพระชนม์ในปีต่อมา

แต่อีกตำนานหนึ่งอ้างว่า พระนางทรงถูกบังคับเข้าคอนแวนต์โดยพระราชสวามี ซึ่งทรงตำหนิว่า พระราชินีเป็นสาเหตุให้พระโอรสต้องสิ้นพระชนม์ แต่อีกหลักฐานหนึ่งก็อ้างว่า พระราชสวามีทรงสั่งคุมขังพระนางเนื่องจากทรงไปยุ่งเกี่ยวทางการเมืองในเรื่องปัญหาของเหล่าพระอนุชาของพระนางในสวีเดน[1]

แต่ไม่ว่าจะทรงเข้าคอนแวนต์ในฐานะแขกหรือนักโทษของอาราม ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า พระนางทรงมีพระคุณต่อคอนแวนต์แห่งนี้ก่อนที่จะเข้ามาในคอนแวนต์นี้เสียอีก[1]

ในปีค.ศ. 1319 มีการอ้างว่าพระนางทรงทำนายการสิ้นพระชนม์ของพระนาง พระราชสวามี และอาร์กบิชอปได้ พระนางสิ้นพระชนม์ไม่นานหลังจากนั้น และพระราชสวามีเสด็จสวรรคตในปีเดียวกันและหลังจากพระมเหสีไม่นาน

พระศพของพระนางถูกฝังที่ริงสเต็ด โดยมีจารึกว่า

"ข้าพเจ้า อิงเงอร์บอร์กแห่งสวีเดน ครั้งหนึ่งคือสมเด็จพระราชินีแห่งเดนมาร์ก ขอการประทานอภัยจากใครก็ตามที่ข้าพเจ้าอาจทำให้ต้องเสียใจ โปรดให้อภัยแก่ข้าพเจ้าด้วยและเพื่อระลึกถึงจิตวิญญาณของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าสิ้นชีวิตในปีแห่งพระเจ้าของเรา ค.ศ. 1319"[1]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 Jorgensen, Ellen & Skovgaard, Johanne, Danske dronniger; fortaellinger og karakteristikker af Ellen Jorgensen og Johanne Skovgaard, Kobenhavn H. Hagerup, 1910
ก่อนหน้า อิงเงอร์บอร์ก มักนุสด็อทเทอร์แห่งสวีเดน ถัดไป
อักเนสแห่งบรันเดินบวร์ค 2leftarrow.png Coat of arms of Danish shield (14c).svg
สมเด็จพระราชินีแห่งเดนมาร์ก
(ราชวงศ์แอสตริดเซน)

(ค.ศ. 1296–1319)
2rightarrow.png ยูเฟเมียแห่งพอเมอเรเนีย