อาลบี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อาลบี
อาลบี
Albi

Blason ville fr Albi (Tarn).svg


Albi Panorama Sunset.jpg
ทัศนียภาพของสะพาน ตัวเมืองเก่า และมหาวิหาร
อาลบี ซึ่งตั้งอยู่ใน France
อาลบี
อาลบี
พิกัดภูมิศาสตร์: 43°55′44″N 2°08′47″E / 43.928889°N 2.146389°E / 43.928889; 2.146389พิกัดภูมิศาสตร์: 43°55′44″N 2°08′47″E / 43.928889°N 2.146389°E / 43.928889; 2.146389
ประเทศ ฝรั่งเศส
แคว้น ล็องก์ด็อก-รูซียง-มีดี-ปีเรเน
จังหวัด ตาร์น
เขต อาลบี (Albi) - เป็นเมืองหลัก
อำเภอ ไม่มี (เนื่องจากเป็นเมืองหลัก)
สหเทศบาล อาลบีฌัว
การปกครอง
 • นายกเทศมนตรี (2008-2014) Philippe Bonnecarrère (ตั้งแต่ 2001)
พื้นที่1 44.26 ตร.กม. (17.09 ตร.ไมล์)
ประชากร (2010)2 48,916
 • ความหนาแน่น 1,100 คน/ตร.กม. (2,900 คน/ตร.ไมล์)
INSEE/รหัสไปรษณีย์ 81004 / 81000
ความสูงจากระดับน้ำทะเล 130–308 เมตร (430–1,000 ฟุต)
(avg. 23 เมตร or 75 ฟุต)

1 ข้อมูลอาณาเขตที่ตามขึ้นทะเบียนไว้โดยไม่รวมทะเลสาบ, หนองน้ำ, ธารน้ำแข็งที่ขนาดใหญ่กว่า 1 ตารางกิโลเมตรตลอดจนปากแม่น้ำ

2 Population without double counting: residents of multiple communes (e.g., students and military personnel) only counted once.
อาลบี *
Albi2007a.jpg
วิวแบบพาโนรามา
ประเทศ ธงของประเทศฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม
เกณฑ์พิจารณา (iv) (v)
ประวัติการจดทะเบียน
จดทะเบียน 2010 (คณะกรรมการสมัยที่ 34)

อาลบี (ฝรั่งเศส: Albi) เป็นเมืองหลัก (Chef-lieu) ของเขตจังหวัดตาร์น แคว้นมีดี-ปีเรเน ทางภาคใต้ของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำตาร์น ห่างจากเมืองตูลูซ ประมาณ 85 กิโลเมตร จากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

เมืองอาลบี เคยเป็นเมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองของอัครมุขนายกแห่งอาลบี ซึ่งอยู่ในมุขมณฑลแห่งอาลบี (Diocese of Albi) เขตเมืองอาลบี ได้แก่ เมืองเก่า ซึ่งในปัจจุบันตั้งอยู่ตรงกลางใจเมือง และบริเวณรอบของมหาวิหารอาลบี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปีค.ศ. 2010 ในนาม Espicopal City of Albi (ฝรั่งเศส: Cité épiscopale d'Albi)

การปกครอง[แก้]

เมืองอาลบีเป็นศูนย์กลางการปกครอง (Chef-lieu) ประกอบด้วยตำบล (Canton) ทั้งหมด 6 ตำบล แบ่งย่อยออกเป็นเทศบาลรวมทั้งสิ้น 18 เทศบาล (Commune)

ประวัติ[แก้]

ได้มีการค้นพบหลักฐานการตั้งรกรากของมนุษย์สมัยยุคสำริด (ประมาณ 3,000-600 ปีก่อนคริสตกาล) และหลังจากชัยชนะของชาวโรมันต่อชาวกอลในปี 51 ก่อนคริสตกาล เมืองได้ถูกเรียกว่า Civitas Albigensium การขุดค้นทางโบราณคดีไม่พบหลักฐานสมัยโรมันเก่า จึงสันนิษฐานได้ว่าอาลบีจัดเป็นเมืองในยุคโรมันสมัยใหม่

ในปีค.ศ. 1040 ได้มีการขยายตัวเมือง และมีการสร้างสะพาน (สะพานเก่า หรือ Pont Vieux) มีการขยายเมืองใหม่ เนื่องจากการค้าขายระหว่างเมืองทำให้อาลบีเริ่มมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังมีการเรียกเก็บค่าผ่านทางจากใช้สะพานอีกด้วย

ในปี.ศ. 1208 พระสันตะปาปาและกษัตริย์แห่งฝรั่งเศสได้ร่วมมือกันทำสงครามกับพวกนอกรีต แคทาร์ พื้นที่แถบนั้นประสบความยากลำบากจากสงครามจนต้องถูกผนวกเป็นเมืองขึ้นต่อกษัตริย์ฝรั่งเศส

หลังจากสงครามเสร็จสิ้นลงราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 พระสังฆราชแบร์นาร์ เดอ กัสตาแน ได้สร้างพระราชวังเสร็จ โดยมีลักษณะเป็นป้อมปราการ โดยต่อมาเขาได้สั่งให้มีการสร้างมหาวิหารนักบุญเซซีลีอาตั้งแต่ปีค.ศ. 1282 ในขณะนั้นเป็นยุคที่รุ่งเรืองทางการค้า จากการปลูกต้นคราม พืชที่ใช้สำหรับการย้อมผ้า เพื่อการค้า โดยมีประจักษ์พยานจากความร่ำรวยได้จากบ้านเรือนที่ตกแต่งแบบเรอแนซ็องส์ อาลบีก็ได้เก็บรักษามรดกความสวยงามทางสถาปัตยกรรมตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงทุกวันนี้

แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ[แก้]

อาลบีเริ่มต้นจากส่วนของมหาวิหารและอาคารพิธีต่าง ๆ อาณาเขตนี้กินพื้นที่กว่า 63 เฮกตาร์ โดยอาคารต่างๆมีลักษณะเด่นคืออิฐสีแดงแบบล็องก์ด็อก อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอาลบี ตูลูซ และมงโตบ็อง

มหาวิหารอาลบีถือเป็นงานสถาปัตยกรรมกอทิกชั้นเลิศ สร้างราวคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึง 15 โดยมีลักษณะที่โดดเด่นทางการออกแบบอย่างตรงกันข้าม โดยเฉพาะภายนอกที่เป็นป้อมปราการอย่างแข็งแรง และงานตกแต่งภายในอย่างวิจิตรพิสดาร สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ความศรัทธาในคริสต์ศาสนาภายหลังจากการสงครามกับพวกนอกรีตแคทาร์ ตัววิหารขนาดใหญ่นี้สร้างจากอิฐซึ่งได้ทนทานมานับศตวรรษ ประกอบด้วย ประตูทางเข้า Dominique de Florence หอระฆังสูง 78 เมตร เบญจาคริสต์ที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้า (สร้างราวปี ค.ศ. 1515-1540) ฉากกางเขน เป็นฉากแกะบนหินในแบบกอธิกช่วงปลาย ที่มีผลงานรูปสลักของศิลปินชาวเบอร์กันดีกว่า 200 รูป

อีกหนึ่งสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ ที่มาอายุมากกว่าพระราชวังพระสันตะปาปาแห่งอาวีญง คือพระราชวังพระสังฆราช (Palais de la Berbie) ซึ่งในปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ตูลูซ-โลแทร็ก (Musée Toulouse-Lautrec) ซึ่งเป็นปราสาทที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดในประเทศฝรั่งเศส พระราชวังแห่งนี้สร้างเสร็จราวช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 โดยชื่อเรียกมาจากภาษาอ็อกซิตัน ว่า บิสเบีย (Bisbia) มีความหมายว่า พระสังฆราช

สะพานเก่า (Pont Vieux) ซึ่งยังใช้มาถึงปัจจุบันมีอายุเกือบหนึ่งพันปี โดยแรกสร้างโดยหินในปีค.ศ. 1035 แล้วเสริมด้วยอิฐในภายหลัง มีเสาโค้งจำนวน 8 เสา มีความยาวสะพานรวม 151 เมตร ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 ได้มีการดัดแปลงเพิ่มเติมให้มีลักษณะเป็นป้อมปราการ โดยมีสะพานยกคอยป้องกันการรุกราน

มรดกโลก[แก้]

องค์การยูเนสโกได้ยกย่องถึงตัวสะพานเก่า (Pont-Vieux) ย่านโบสถ์แซ็ง-ซาลวี (Collégiale Saint-Salvi) ย่านมหาวิหารแบบป้อมปราการ (ปลายศตวรรษที่ 13) ในแบบสถาปัตยกรรมกอทิกชั้นเยี่ยมตามแบบฝรั่งเศสตอนใต้โดยใช้อิฐสีส้มพื้นเมือง พระราชวังพระสังฆราช (Palais de la Berbie) และย่านที่อยู่อาศัยโบราณ ทำให้องค์ประกอบโดยรวมของเมืองแห่งอาลบี มีอัตลักษณ์อันหนึ่งอันเดียวกันที่ไม่เปลี่ยนแปลงในรอบหลายร้อยปี ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงปัจจุบัน[1]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://whc.unesco.org/en/list/1337 UNESCO:Episcopal City of Albi