เลออาฟวร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เลออาฟวร์
Le Havre Vue Plage 14 07 2005.jpg
ตราราชการของเลออาฟวร์
ตราอาร์ม
เลออาฟวร์ ซึ่งตั้งอยู่ใน France
เลออาฟวร์
เลออาฟวร์
พิกัดภูมิศาสตร์: 49°29′24″N 0°06′00″E / 49.49000°N 0.100000°E / 49.49000; 0.100000พิกัดภูมิศาสตร์: 49°29′24″N 0°06′00″E / 49.49000°N 0.100000°E / 49.49000; 0.100000
ประเทศ ฝรั่งเศส
แคว้น นอร์มังดี
จังหวัด แซน-มารีตีม
เขต Rouen
สหเทศบาล CODAH
การปกครอง
 • นายกเทศมนตรี (2010 - 2014) Edouard Phillippe
พื้นที่1 46.95 ตร.กม. (18.13 ตร.ไมล์)
 • ตัวเมือง (2006) 182.45 ตร.กม. (70.44 ตร.ไมล์)
 • เขตมหานคร (2006) 615.39 ตร.กม. (237.60 ตร.ไมล์)
ประชากร (2007)2 179,751
 • อันดับ 12th in France
 • ความหนาแน่น 3,800 คน/ตร.กม. (9,900 คน/ตร.ไมล์)
 • ตัวเมือง (2006) 246,195
 • ความหนาแน่นตัวเมือง 1,300 คน/ตร.กม. (3,500 คน/ตร.ไมล์)
 • เขตมหานคร (2006) 291,765
 • ความหนาแน่นในมหานคร 470 คน/ตร.กม. (1,200 คน/ตร.ไมล์)
เขตเวลา CET (UTC +1)
INSEE/รหัสไปรษณีย์ 76351
เว็บไซต์ www.ville-lehavre.fr

1 ข้อมูลอาณาเขตที่ตามขึ้นทะเบียนไว้โดยไม่รวมทะเลสาบ, หนองน้ำ, ธารน้ำแข็งที่ขนาดใหญ่กว่า 1 ตารางกิโลเมตรตลอดจนปากแม่น้ำ

2 Population without double counting: residents of multiple communes (e.g., students and military personnel) only counted once.
เลออาร์ฟ เมืองที่ปฏิสังขรณ์โดยโอกุสต์แปร์เรต์ *
ประเทศ ธงของประเทศฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
ประเภท Cultural
เกณฑ์พิจารณา ii, iv
อ้างอิง 1181
ภูมิภาค ** Europe and North America
ประวัติการจดทะเบียน
จดทะเบียน 2005 (คณะกรรมการสมัยที่ 29th)

เลออาฟวร์ (ฝรั่งเศส: Le Havre) เป็นเมืองในจังหวัดแซน-มารีตีม แคว้นโอต-นอร์ม็องดี ประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ทางเหนือ-ตะวันตกของประเทศ บนฝั่งช่องแคบอังกฤษ ทางด้านเหนือของปากแม่น้ำแซน เป็นเมืองท่าที่สำคัญในการส่งสินค้าจากภูมิภาคปารีสและทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ มีอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมัน ต่อเรือ เครื่องจักร มีโบสถ์โนเตรอดาม พิพิธภัณฑ์ ที่ตากอากาศริมทะเลทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง

เมืองนี้ได้รับการพัฒนาเป็นเมืองท่าตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นฐานทัพเรือในสมัยจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นฐานทัพสำคัญของฝ่ายสัมพันธมิตร ในสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพเยอรมันเข้ายึดครองระหว่าง ค.ศ. 1940-44 และได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ส่วนใหญ่ของเมืองได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ ในปี ค.ศ. 2005 ได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก