อัสแซสซินส์ครีด (วิดีโอเกม)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อัสแซสซินส์ครีด
Assassin's Creed cover.png
Region 1 cover
ผู้พัฒนายูบิซอฟท์ มอนทรีออล
ผู้จัดจำหน่ายยูบิซอฟท์
กำกับPatrice Désilets
อำนวยการผลิตJade Raymond
เขียนบทCorey May
Dooma Wendschuh
แต่งเพลงJesper Kyd
ชุดอัสแซสซินส์ครีด
เอนจินScimitar
Havok (Physics Engine)
เครื่องเล่นเพลย์สเตชัน 3
เอกซ์บอกซ์ 360
ไมโครซอฟท์ วินโดวส์
วางจำหน่ายPlayStation 3 & Xbox 360
Microsoft Windows
แนวแอ็คชันผจญภัย, ชิงทรัพย์
รูปแบบผู้เล่นคนเดียว

อัสแซสซินส์ครีด (อังกฤษ: Assassin's Creed) เป็นวิดีโอเกมประวัติศาสตร์แอ็คชันผจญภัย, โลกเปิด, ชิงทรัพย์ พัฒนาโดยยูบิซอฟท์ มอนทรีออล และเผยแพร่โดยยูบิซอฟท์ เกมนี้เป็นเกมภาคหลักภาคแรกของซีรี่อัสแซสซินส์ครีด เกมถูกวางจำหน่ายในเพลย์สเตชัน 3 และ เอกซ์บอกซ์ 360 ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2007 และถูกวางจำหน่ายในไมโครซอฟท์ วินโดวส์ ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2008

เนื้อเรื่องของเกมเป็นประวัติศาสตร์สมมุติที่อ้างอิงจากเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง โดยเกมมีเนื้อหาส่วนใหญ่อยู่ในช่วงสงครามครูเสด ครั้งที่ 3แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ใน ค.ศ.1191 ผู้เล่นจะรับบทเป็นชายในยุคปัจจุบันชื่อ Desmond Miles ซึ่งเขาจะได้สัมผัสชีวิตในอดีตจากความจำทางพันธุกรรมของบรรพบุรุษของเขาที่มีชื่อว่า Altaïr Ibn-La’Ahad ผ่านอุปกรณ์ชื่อว่า “แอนิมัส” ผู้เล่นจะได้สัมผัสความขัดแย้งอันยาวนานนับพันปีระหว่าง 2 องค์กร : ภราดรมือสังหาร (Assassin Brotherhood) (ได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มแอสซาสซินในชีวิตจริง) ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ต่อสู้เพื่อสันติภาพและอิสระ และอัศวินเทมพลาร์ (Templar Order) (ได้รับแรงบันดาลใจจากกองอัศวินเทมพลาร์) ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ต้องการสร้างสันติภาพผ่านการควบคุม ทั้งสององค์กรต่างต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงวัตถุโบราณปริศนาที่รู้จักกันในชื่อ “ชิ้นส่วนแห่งอีเดน” (Pieces of Eden) เพื่อนำมาสร้างข้อได้เปรียบระหว่างสององค์กร เนื้อเรื่องในช่วงศตวรรษที่ 12 จะเล่าเรื่องของ Altaïr สมาชิกมือสังหารที่ออกเดินทางทำภารกิจเพื่อกู้คืนศักดิ์ศรีให้กับตนเองหลังจากที่เขาไม่สามารถนำวัตถุโบราณดังกล่าวกลับมาจากอัศวินเทมพลาร์ได้สำเร็จ เขาจึงทำภารกิจโดยลอบสังหารเป้าหมายสำคัญทั้งหมาย 9 รายจากแผ่นดิศักดิ์สิทธิ์

เกมเพลย์จะมุ่งเน้นไปในการต่อสู้ การลอบเร้น และความสามารถ Parkour ของ Altaïr เพื่อสังหารศัตรูและสำรวจแผนที่ เกมนี้มีลักษณะเด่นในเรื่องการต่อสู้ hack and slash แบบ counter-based, ระบบ “social stealth” (ความสามารถซึ่งผู้เล่นใช้กลุ่มคนหรือสภาพแวดล้อมเพื่อหลบศัตรู) และแผนที่แบบโลกเปิดขนาดใหญ่ซึ่งครอบคลุมหลายพื้นที่ของแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะบริเวณเมือง Masyaf, เมือง Jerusalem, เมือง Acre และเมือง Damascus ซึ่งเมืองทั้งหมดนี้ถูกออกแบบขึ้นมาใหม่อย่างแม่นยำเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยของเนื้อเรื่องในเกม แม้ว่าเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ของเกมจะอยู่ภายในแบบจำลองความทรงจำของ Altaïr แต่ในบางครั้งผู้เล่นจะถูกบังคับให้ออกจากแอนิมัสเพื่อเล่นเป็น Desmond ในเนื้อเรื่องยุคปัจจุบัน เมื่อเล่นเป็น Desmond ผู้เล่นจะถูกจำกัดให้สำรวจได้เพียงห้องเดียวเนื่องจาก Desmond ถูกลักพาตัวโดยบริษัทลึกลับที่ต้องการข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงภายในความทรงจำของ Altaïr เพื่อนำไปบรรลุเป้าหมายบางอย่าง

หลังจากวางจำหน่าย อัสแซสซินส์ครีดได้รับบทวิจารณ์ส่วนใหญ่เป็นไปในทางที่ดี โดยนักวิจารณ์ชื่นชมในด้านการเล่าเรื่อง งานภาพ การออกแบบ และความแปลกใหม่ของเกมแม้ว่าตัวเกมจะถูกวิจารณ์ในเรื่องความซ้ำจำเจของเกมเพลย์ในตัวเกมก็ตาม อัสแซสซินส์ครีดได้รับรางวัลหลายรางวัลในงาน E3 ในปี ค.ศ.2006 และยังได้รับรางวัลอีกหลายรางวัลหลังจากที่เกมวางจำหน่าย เกมนี้ยังทำให้เกิดเกมภาคสปินออฟทั้งหมด 2 เกม: อัสแซสซินด์ครีด: อัลตาเอียร์ โครนิเคิล (2008) และ อัสแซสซินด์ครีด: บลัดไลนส์ (2009) ต่อมาเกมภาคต่อโดยตรง อัสแซสซินส์ครีด 2 ได้เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2009 ในภาคต่อนี้จะดำเนินเนื้อเรื่องในยุคปัจจุบันของ Desmond ต่อ แต่จะนำเสนอเนื้อเรื่องใหม่ในช่วงของสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาในอิตาลีในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 กับตัวละครเอกใหม่ชื่อว่า Ezio Auditore da Firenze ตั้งแต่การวางจำหน่ายและความสำเร็จของอัสแซสซินส์ครีด 2 มีเกมภาคต่อหลายภาคถูกสร้างขึ้น พร้อมด้วยเหล่าอัสแซสซินส์ที่หลากหลายในช่วงเวลาที่แตกต่างกันไป

เกมเพลย์[แก้]

อัสแซสซินส์ครีดเป็นเกมแอ็คชั่นผจญภัยที่ในแผนที่แบบโลกเปิด ผู้เล่นจะได้เล่นในมุมมองบุคคลที่สามโดยส่วนใหญ่จะเล่นเป็น Altaïr ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของตัวละครเอกชื่อ Desmond Miles เป้าหมายหลักของเกมคือผู้เล่นต้องลอบสังหารศัตรูตามที่ถูกมอบหมายจาก Al Mualim หัวหน้าของเหล่าอัสแซสซินส์ เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผู้เล่นต้องเดินทางจากศูนย์บัญชาการใหญ่ของภราดรมือสังหารที่เมือง Masyaf ไปหนึ่งในสามเมืองคือเมืองเยรูซาเลม เมืองเอเคอร์ หรือเมืองดามัสกัส ผ่านพื้นที่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่รู้จักกันในชื่อ Kingdom เพื่อหาสมาชิกของภราดรที่เมืองนั้น ๆ สมาชิกดังกล่าวนอกจากจะให้เซฟเฮ้าส์กับผู้เล่นแล้ว สมาชิกนี้จะให้ข้อมูลเล็กน้อยเกี่ยวกับเป้าหมายและผู้เล่นต้องใช้ข้อมูลเหล่านั้นเพื่อทำภารกิจลาดตระเวนเพิ่มเติมก่อนลอบสังหารเป้าหมาย ภารกิจลาดตระเวนประกอบไปด้วย ภารกิจแอบฟัง ภารกิจสอบปากคำ ภารกิจล้วงกระเป๋า และคำขออื่น ๆ จากผู้คนและจากเหล่าสมาชิกมือสังหาร นอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถเลือกทำภารกิจเสริมต่าง ๆ ได้ตามต้องการ เช่น การปีนตึกสูงเพื่อทำแผนที่เมือง และช่วยเหลือผู้คนที่ถูกทหารเมืองกดขี่หรือคุกคาม ภายในเกมยังมีกิจกรรม "ความทรงจำเพิ่มเติม" มากมายที่ไม่จะส่งผลกระทบต่อเนื้อเรื่อง ได้แก่ การตามล่าอัศวินเทมพลาร์และการเก็บธง หลังจากลอบสังหารสำเร็จในแต่ละครั้งผู้เล่นจะกลับไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่ภราดรและได้รับอาวุธที่ดีขึ้นและ/หรือได้รับการอัปเกรตอาวุธก่อนที่จะไปตามล่าเป้าหมายอื่น ๆ ต่อไป โดยที่ผู้เล่นมีอิสระในการเลือกลำดับการตามล่าเป้าหมายเหล่านั้นได้

เกมจะทำให้ผู้เล่นทราบว่าทหารศัตรูเห็น Altaïr มากน้อยเพียงใดรวมถึงเตือนภัยสถานะต่าง ๆ รอบตัวผ่าน "สัญลักษณ์ Social Status" ผู้เล่นจำเป็นต้องเลือกใช้การกระทำที่แตกต่างกันออกไปเพื่อลอบสังหารศัตรูและทำภารกิจต่าง ๆ การกระทำที่เรียกร้องความสนใจต่ำ เช่น การแทรกตัวเข้าไปในกลุ่มคน การเดินผ่านผู้คน หรือทำการกระทำอื่น ๆ ที่ไม่คุกคามผู้อื่น เป็นต้น Altaïr สามารถใช้การกระทำเหล่านี้เพื่อซ่อนตัวหรือลดระดับความตื่นตัวในบริเวณนั้น ๆ นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถลอบสังหารแบบเรียกร้องความสนใจต่ำได้โดยใช้ Hidden Blade ของ Altaïr การกระทำที่เรียกร้องความสนใจสูง เช่น การวิ่ง การปีนอาคาร และการโจมตีศัตรู จะถูกสังเกตเห็นได้ง่าย ถ้าผู้เล่นปฏิบัติการกระทำดังกล่าวอาจทำให้ระดับความตื่นตัวในบริเวณ ณ ช่วงเวลานั้น ๆ เพิ่มขึ้นได้ เมื่อในบริเวณมีระดับความตื่นตัวที่สูง ผู้คนจะวิ่งหนีอย่างกระจัดกระจายแต่ทหารจะพยายามไล่จับและโจมตี Altaïr ผู้เล่นสามารถลดระดับความตื่นตัวได้โดยผู้เล่นต้องควบคุม Altaïr ให้เคลื่อนที่พ้นจากระยะสายตาของทหารและหาที่หลบซ่อน เช่น กองฟาง สวนบนหลังคาอาคาร เป็นต้น หรือพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับผู้คน เช่น นั่งบนม้านั่ง แทรกตัวเข้าไปในกลุ่มของนักศึกษา เป็นต้น ถ้าผู้เล่นไม่สามารถหลบหนีจากทหารได้ ผู้เล่นสามารถต่อสู้กลับได้ด้วยระบบการดวลดาบ

อ้างอิง[แก้]

  1. "Launch date announced". IGN. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-10-27. สืบค้นเมื่อ October 25, 2007. Unknown parameter |deadurl= ignored (help)
  2. "Assassin's Creed game detail page at Xbox.com". เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-04-17. สืบค้นเมื่อ 2008-04-04. Unknown parameter |deadurl= ignored (help)
  3. "Assassin's Creed official site". Ubisoft.
  4. "Assassin's Creed (Director's Cut Edition)". IGN. สืบค้นเมื่อ January 9, 2012.
  5. "Assassin's Creed". EB Games Australia. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-04-08. สืบค้นเมื่อ 2008-04-04. Unknown parameter |deadurl= ignored (help)
  6. "Assassin's Creed". EB Games New Zealand. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2008-04-11. สืบค้นเมื่อ 2008-04-04. Unknown parameter |deadurl= ignored (help)
  7. "Assassin's Creed". GAME. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2008-03-12. สืบค้นเมื่อ 2008-04-04. Unknown parameter |deadurl= ignored (help)
  8. Ubisoft – Assassin's Creed

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]