สวนเอเดน

สวนเอเดน (อังกฤษ: Garden of Eden; ภาษาฮิบรู: גַּן עֵדֶן) คัมภีร์บางเล่มเรียก อุทยานของพระเจ้า เป็นสถานที่บรรยายไว้ในหนังสือปฐมกาลว่าเป็นสถานที่พักอาศัยของอาดัมกับเอวา มนุษย์สองคนแรกที่พระเจ้าทรงสร้าง
การสร้างโลกในหนังสือปฐมกาลจะกล่าวถึงที่ตั้งของสวนเอเดนว่าอยู่ในบริเวณแม่น้ำสำคัญสี่สาย : แม่น้ำปิโชน แม่น้ำกิโฮน แม่น้ำไทกริส และแม่น้ำยูเฟรทีสซึ่งอยู่ในบริเวณอาร์มีเนีย, ยอดเขาอารารัต, เยเรวาน หรือที่ราบสูงอาร์มีเนีย) [1] (หนังสือปฐมกาล บทที่ 2 ข้อที่ 10-14) ซึ่งอยู่ในบริเวณประเทศอิรักในปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นบริเวณคอเคซัสโบราณโดยเฉพาะบริเวณใกล้กับอาร์มีเนีย
ที่ตั้งของแม่น้ำทั้งสี่ยังเป็นที่ถกเถียงกันและยังไม่มีหลักฐานเป็นที่แน่นอนที่สนับสนุนที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของแม่น้ำนอกจากที่กล่าวในหนังสือปฐมกาลเอง และ วรรณกรรมยิว-คริสเตียนเช่น “จูบิลี” สมมุติฐานอื่นก็ว่าตั้งอยู่ที่เมโสโปเตเมีย ทวีปแอฟริกา หรือ อ่าวเปอร์เซีย สมมุติฐานหลังมาจากหลักฐานของลุ่มแม่น้ำสี่สายที่มาพบกันที่เป็นที่ผลิตทองคำ และยางไม้หอม Bdellium แต่ก็ยังต้องมีการตีความหมายของเนื้อหาของหนังสือปฐมกาลเพิ่มเพื่อยืนยัน
ตำนานจากพระคัมภีร์
[แก้]ส่วนที่สองอของเรื่องเล่าการทรงสร้างในปฐมกาล (Genesis) 2:4 – 3:24 กล่าวเริ่มต้นถึงพระนามของพระผู้เป็นเจ้า ในฐานะผู้สร้างมนุษย์คนแรก และให้เขาอาศัยอยู่ที่สวนเอเดน[2]
...แล้วพระยาห์เวห์พระเจ้าทรงให้ต้นไม้ทุกชนิดที่งามน่าดูและน่ากินงอกขึ้นจากพื้นดิน มีต้นไม้แห่งชีวิตต้นหนึ่งอยู่กลางสวนนั้น กับต้นไม้แห่งการรู้ถึงความดีและความชั่วต้นหนึ่งด้วย..
— [3]
อาดัม และ เอวา มนุษย์คู่แรกของโลกที่พระเจ้าได้สร้างขึ้น ได้รับอิสระในการกินของทุกอย่างในสวนเอเดนแห่งนี้ ยกเว้นผลไม้จากต้นไม้แห่งสรรพปัญญา ที่พระเจ้าทรงห้ามเอาไว้ อย่างไรก็ตามในปฐมกาล ตอนที่ 3 ชายหญิงคู่นี้ถูกลวงโดยงูให้ขโมยผลไม้ต้องห้ามจากต้นไม้แห่งสรรพปัญญา และกินมันเข้าไป ท้ายที่สุดเมื่อพระเจ้าได้รู้ว่าอาดัมและเอวาได้กินผลไม้จากต้นไม้แห่งสรรพปัญญาเข้าไป จึงเนรเทศพวกเขาออกจากสวนเอเดน และให้เทวทูตทำลายทุกทางเข้าออกเพื่อไม่ให้ใครเขามาที่แห่งนี้อีก
ที่ตั้งของสวนเอเดน
[แก้]
สำหรับตำแหน่งที่ตั้งของสวนเอเดน มีการบรรยายในปฐมกาล 2:10 – 14[4]
มีแม่น้ำสายหนึ่งไหลจากเอเดนรดสวนนั้น จากที่นั่นก็แยกเป็นสี่สาย ชื่อแม่น้ำสายที่หนึ่งคือปิโชน เป็นแม่น้ำที่ไหลรอบแผ่นดินฮาวิลาห์ทั้งหมด ที่มีแร่ทองคำ ทองคำที่บริเวณนั้นเป็นทองคำเนื้อดี และมียางไม้ตะคร้ำและโมรา ชื่อแม่น้ำสายที่สองคือกิโฮน ไหลรอบแผ่นดินคูชทั้งหมด ชื่อแม่น้ำสายที่สามคือไทกริส ไหลไปทางทิศตะวันออกของอัสซีเรีย และแม่น้ำสายที่สี่ชื่อยูเฟรติส
จากความในปฐมกาล ทำให้มีหลายคนพยายามจะหาที่ตั้งของสวนเอเดนแห่งนี้[5][6] นักวิชาการและนักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่าตำแหน่งของสวนเอเดนนั้นตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นจุดบรรจบกันระหว่างแม่น้ำไทกริสและยูเฟรทีสตามตำนานของสวนเอเดน นอกจากนี้ยังมีบางแหล่งเชื่อว่าสวนเอเดนน่าจะตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบสูงอาร์เมเนีย ไม่ก็อิหร่าน ได้เช่นเดียวกัน
บางทฤษฎีเชื่อว่า ภูมิภาคเมโสโปเตเมีย คือที่ตั้งของสวนแห่งนี้ โดยพิจารณาจากเนื้อความใน อิสยาห์ 37:12 ที่ให้เหตุผลอ้างถึงสวนเอเดนว่าครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ในคัมภีร์ของเอเสเคียล ระบุว่าสวนเอเดนน่าจะอยู่ในเลบานอน[7] มากกว่าเมื่ออาศัยจากทั้งตำนานของชาวสุเมเรียนและความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ อย่างไรก็ตามมีนักการศาสนาอีกกลุ่มหนึ่ง เชื่อว่าสวนเอเดนน่าจะอยู่แยกต่างหากออกไปจากตะวันออกกลางเลย กลุ่มลัทธิมอรมอนเชื่อว่า พื้นที่เอเดนในปัจจุบันนั้นแตกต่างจากความเข้าใจเดิม และอยู่ที่เบดฟอร์ด (Bedford) ประเทศอังกฤษ บ้างก็เชื่อว่าอยู่ที่ฟลอริดา หรือ บริสตัน ซึ่งการตีความเรื่องที่ตั้งของสวนเอเดนนั้น มีอยู่มากมายและขึ้นอยู่กับการตีความของแต่ละคน ชวเอเชียบางส่วนในปัจจุบันก็เชื่อว่าที่ตั้งของสวนเอเดนนั้น อาจจะอยู่ในเยรูซาเลมไม่ก็ซินเจียงก็ได้
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Mesopotamian Trade. Noah's Flood: The Garden of Eden, W. Willcocks, H. Rassam pp. 459-460
- ↑ Levenson 2004, p. 13, "The root of Eden denotes fertility. Where the wondrously fertile gard was thought to have been located (if a realistic location was ever conceived) is unclear. The Tigris and Euphrates are the two great rivers of the Mesopotamia (now found in modern Iraq). But the Piston is unidentified, and the only Gihon in the Bible is a spring in Jerusalem (1 Kings 1:33, 38)."
- ↑ ปฐมกาล 2:9
- ↑ Genesis 2:10–14.
- ↑ Wilensky-Lanford, Brook (2012). Paradise Lust: Searching for the Garden of Eden. Grove Press. ISBN 9780802145840.
- ↑ Carol A. Hill, The Garden of Eden: A Modern Landscape' Perspectives on Science and Christian Faith 52 [March 2000]: 31–46 https://www.asa3.org/ASA/PSCF/2000/PSCF3-00Hill.html เก็บถาวร 2019-04-01 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ↑ Stordalen 2000, p. 164.