ข้ามไปเนื้อหา

สมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 แห่งกัสติยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อิซาเบลที่ 1
สมเด็จพระราชินีนาถคาทอลิกแห่งสเปน
ผู้รับใช้พระเป็นเจ้า
พระบรมสาทิสลักษณ์ เมื่อ ค.ศ.1490
สมเด็จพระราชินีนาถแห่งกัสติยาและเลออน
ครองราชย์11 ธันวาคม 1474 – 26 พฤศจิกายน 1504
(29 ปี 11 เดือน 15 วัน)
ราชาภิเษก13 ธันวาคม 1474 [1]
ก่อนหน้าเอนริเกที่ 4
ถัดไปฆัวนา และ เฟลิเปที่ 1
ผู้ร่วมในราชสมบัติเฟร์นันโดที่ 2 แห่งอารากอน
สมเด็จพระราชินีแห่งอารากอน
บาเลนเซีย ซาร์ดิเนียและมาฆอร์กา
เคาน์เตสแห่งบาร์เซโลนา
ระหว่าง20 มกราคม 1479 – 26 พฤศจิกายน 1504
สมเด็จพระราชินีแห่งซิซิลี
ระหว่าง19 ตุลาคม 1469 - 26 พฤศจิกายน 1504
สมเด็จพระราชินีแห่งนาโปลี
ระหว่าง31 มีนาคม 1504 – 26 พฤศจิกายน 1504
พระราชสมภพ22 เมษายน ค.ศ. 1451
มาดริกัลเดลัสอัลตัสตอร์เรส สเปน
สวรรคต26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1504 (53 พรรษา)
เมดินาเดลกัมโป สเปน
คู่อภิเษกพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งอารากอน
พระราชบุตรอิซาเบลแห่งอารากอน สมเด็จพระราชินีแห่งโปรตุเกส
เจ้าชายฆวนแห่งอัสตูเรียส
สมเด็จพระราชินีนาถฆัวนาแห่งกัสติยา
มาริอาแห่งอารากอน สมเด็จพระราชินีแห่งโปรตุเกส
กาตาลินาแห่งอารากอน พระราชินีแห่งอังกฤษ
ราชวงศ์ราชวงศ์ตรัสตามารา
พระราชบิดาพระเจ้าฆวนที่ 2 แห่งกัสติยา
พระราชมารดาสมเด็จพระราชินีอิซาเบล
ลายพระอภิไธย

สมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 แห่งกัสติยา (Isabella I of Castile) (ค.ศ. 1451-1504) พระองค์เป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ยุโรป และ ได้รับการจดจำในฐานะ "ผู้สร้างชาติสเปน" พระองค์เป็นสมเด็จพระราชินีนาถแห่งกัสติยาและเลออน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2017 ตลอดรัชสมัยของพระองค์ พระองค์และพระสวามี พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งอารากอน ในการปฏิรูปอาณาจักรอย่างขนานใหญ่ เพื่อรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางราชบัลลังก์ และ เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเมืองและศาสนาให้กับสเปน

การตัดสินใจ และ นโยบายของสมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 นำไปสู่เหตุการณ์สำคัญหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงเส้นทางประวัติศาสตร์ ทั้งการสิ้นสุด เรกองกิสตา ด้วยการ พิชิตกรานาดา ในปี พ.ศ. 2035 การสนับสนุน คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ในการเดินทางสู่โลกใหม่ ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้ง จักรวรรดิสเปน อันยิ่งใหญ่ และ การดำเนินนโยบายทางศาสนาที่เข้มงวด เช่น การจัดตั้ง ศาลไต่สวนศาสนาสเปน และ การออก พระราชกฤษฎีกาอาลัมบรา เพื่อขับไล่ชาวยิวออกจากสเปน แม้ว่า บางนโยบายจะยังคงเป็นที่ถกเถียงในปัจจุบัน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่เธอทำนั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้สเปนเป็นประเทศอย่างที่เราเห็นในวันนี้ และ เปลี่ยนประวัติศาสตร์ของโลกตะวันตกไปอย่างมาก

พระชนมชีพช่วงต้นและปัญหาการสืบราชบัลลังก์

[แก้]

สมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 แห่งกัสติยา ประสูติ เมื่อวันที่ 22 เมษายน ค.ศ.1451 ที่เมือง มาดริกัล เด ลาส อัลตัส ตอร์เรส (Madrigal de las Altas Torres) อาณาจักร กัสติยา พระองค์เป็นพระธิดาของ พระเจ้าฆวนที่ 2 แห่งกัสติยา และ พระราชินีอิซาเบลแห่งโปรตุเกส วัยเด็กของอิซาเบลค่อนข้างแตกต่างจากราชวงศ์ทั่วไป พระองค์เติบโตในเมือง อเรวาโล อย่างเงียบๆ ห่างไกลจากความวุ่นวายในราชสำนัก ซึ่งเป็นผลมาจากข้อพิพาทภายในราชวงศ์ และ อำนาจของขุนนางที่เพิ่มขึ้นในรัชสมัยของพระบิดา

เมื่อพระบิดาเสด็จสวรรคตในปี ค.ศ. 1454 พระเจ้าเอนริเกที่ 4 แห่งกัสติยา ซึ่งเป็นพระเชษฐาต่างมารดาของอิซาเบล ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งกัสติยา ปัญหาการสืบราชสันตติวงศ์ กลายเป็นประเด็นร้อนแรง เนื่องจาก พระเจ้าเอนริเกไม่มีพระโอรส พระองค์ทรงมีพระธิดา คือ เจ้าหญิงฆัวนา แต่มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าพระเจ้าเฮนรีไม่ใช่พระบิดาที่แท้จริงของเจ้าหญิงฆัวนา ทำให้กลุ่มขุนนางจำนวนมากไม่ยอมรับการสืบราชบัลลังก์ของเจ้าหญิง

สถานการณ์นี้บานปลายไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง และ สงครามกลางเมือง ในที่สุด ภายใต้ สนธิสัญญาของทอโรส เด กินันโด (Treaty of Toros de Guisando) ในปี ค.ศ.1468 อิซาเบลได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการให้เป็นรัชทายาทในราชบัลลังก์กัสติยา โดยมีเงื่อนไขว่าพระองค์จะต้องไม่อภิเษกสมรสโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากพระเจ้าเอนริเกที่ 4 ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่อิซาเบลไม่ได้ปฏิบัติตาม

การอภิเษกสมรสกับเฟร์นันโดและการรวมอาณาจักร

[แก้]

แม้จะมีข้อจำกัดจากสนธิสัญญา อิซาเบลทรงตัดสินใจเดินตามทางของพระองค์เอง ในปี ค.ศ.1469 พระนางอิซาเบลทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าชายเฟร์นันโดแห่งอารากอน ซึ่งเป็นพระญาติชั้นที่สอง และ เป็นรัชทายาทในราชบัลลังก์อารากอน การอภิเษกสมรสครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างลับๆ ในเมืองบายาโดลิด (Valladolid) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพระเจ้าเอนริเกที่ 4 ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระเชษฐาและพระขนิษฐาเลวร้ายลง

การอภิเษกสมรสระหว่างพระนางอิซาเบล และ เจ้าชายเฟร์นันโด ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์สเปนอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อพระเจ้าเอนริเกที่ 4 แห่งกัสติยา เสด็จสวรรคตในเดือนธันวาคม ค.ศ.1474 พระนางอิซาเบลได้รับการประกาศเป็น สมเด็จพระราชินีนาถแห่งกัสติยาอย่างเป็นทางการ ที่เซโกเบีย การขึ้นครองราชย์ของพระองค์นำไปสู่ สงครามสืบราชบัลลังก์กัสติยา (War of the Castilian Succession) กับเจ้าหญิงฆัวนา และ พระสวามีของพระองค์ คือ พระเจ้าอาฟองโซที่ 5 แห่งโปรตุเกส การสู้รบดำเนินไปนาน 5 ปี และ จบลงด้วยชัยชนะของพระนางอิซาเบล ในปี ค.ศ.1479 เมื่อมีการลงนามในสนธิสัญญาอาลกาโซวัส (Treaty of Alcáçovas)

ในปีเดียวกันนั้นเอง (ค.ศ.1479) เจ้าชายเฟร์นันโด ได้ขึ้นครองราชย์เป็น พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งอารากอน การที่ทั้งสองพระองค์เป็นกษัตริย์ และ ราชินีของอาณาจักรที่สำคัญที่สุดสองแห่งในคาบสมุทรไอบีเรีย ทำให้ กัสติยา และ อารากอนได้รวมกันเป็น "สหภาพส่วนพระองค์" (Personal Union) ภายใต้การปกครองของทั้งสองพระองค์ แม้ว่าอาณาจักรทั้งสองจะยังคงเอกราชทางกฎหมาย การบริหาร และ สถาบันของตนเอง แต่การรวมอำนาจนี้เป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการก่อตั้งประเทศสเปนในอนาคต

ด้วยบทบาทสำคัญในการปกป้อง และ เสริมสร้างอำนาจของคริสตจักรคาทอลิก ในคาบสมุทรไอบีเรีย สมเด็จพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 6 จึงพระราชทานสมัญญานามแก่ทั้งสองพระองค์ว่า "กษัตริย์คาทอลิก" (Catholic Monarchs) ในปี ค.ศ.1494

เหตุการณ์ในปี ค.ศ.1492

[แก้]
พระนางอิซาเบล พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 และเจ้าหญิงฆัวนา พระราชธิดา ในปี พ.ศ. 2025
พระนางอิซาเบลกับพระเจ้าเฟร์นันโดกำลังออกขุนนาง

ปี ค.ศ.1492 ถือเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่ง ในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 และพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งสเปน มีเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้น 3 เหตุการณ์หลัก คือ

การพิชิตกรานาดา(Conquest of Granada)

[แก้]
  • เหตุการณ์นี้ถือเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยแห่ง "เรกองกิสตา" (Reconquista) หรือ การยึดคืนดินแดนจากชาวมุสลิมที่ดำเนินมานานกว่า 700 ปี และเป็นสัญลักษณ์ของการรวมสเปนภายใต้การปกครองของคริสเตียนอย่างสมบูรณ์

การสนับสนุนการเดินทางของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Columbus's First Voyage)

[แก้]
ภาพแกะสลักพระนางอิซาเบลในตอนสวดแก่พระบิดาและพระมารดาที่ถูกฝังในคาร์ทูจา เดอ มิราฟอร์ที่เมืองเบอร์โก
  • หลังจากความพยายามหลายครั้งและถูกปฏิเสธมาหลายปี ในที่สุด สมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลทรงตัดสินใจให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักสำรวจชาวเจนัว ในการเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อค้นหาเส้นทางการค้าใหม่สู่เอเชียทางทิศตะวันตก
  • ในวันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ.1492 คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสได้ออกเดินทางจากท่าเรือปาลอส เด ลา ฟรอนเตรา (Palos de la Frontera) และ ในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ.1492 เขาได้ขึ้นฝั่งที่เกาะแห่งหนึ่งในบาฮามาส ซึ่งเป็นการค้นพบทวีปอเมริกา (โลกใหม่) โดยชาวยุโรป
  • เหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายจักรวรรดิสเปนอันกว้างใหญ่ นำไปสู่ยุคแห่งการสำรวจและการล่าอาณานิคมของยุโรป

พระราชกฤษฎีกาอาลัมบรา (Alhambra Decree) หรือการขับไล่ชาวยิว

[แก้]
  • ในเดือนมีนาคม ค.ศ.1492 (หลังจากการพิชิตกรานาดาไม่นาน) สมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบล และ พระเจ้าเฟร์นันโดทรงออกพระราชกฤษฎีกา ที่เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาอาลัมบรา" หรือ "พระราชกฤษฎีกาขับไล่"
  • พระราชกฤษฎีกานี้บังคับให้ชาวยิวทุกคนในกัสติยาและอารากอน (ซึ่งรวมถึงดินแดนที่เพิ่งยึดคืนมาอย่างกรานาดาด้วย) ต้องเลือกระหว่างการเปลี่ยนศาสนาเป็นคริสต์ หรือ ถูกขับไล่ออกจากสเปนภายในสี่เดือน (ก่อนวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ.1492)
  • นโยบายนี้ส่งผลให้ชาวยิวจำนวนมากต้องอพยพออกจากประเทศ และ สร้างผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวงต่อสเปน

พระชนมชีพส่วนพระองค์

[แก้]
เอกสารในเมืองกรานาดาที่มีลายพระหัตถ์ของพระนางอิซาเบล
ภาพพระนางอิซาเบลในช่วงบั้นปลาย

สมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 และพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 มีพระบุตรด้วยกัน 5 พระองค์ได้แก่

สมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 เสด็จสวรรคตในวันที่ 26 พฤศจิกายน ค.ศ.1504 ที่พระราชวังในเมือง เมดินา เดล กัมโป (Medina del Campo) ด้วยโรคที่เชื่อกันว่าเป็นมะเร็ง หลังจากที่พระราชโอรส เจ้าชายฆวน สิ้นพระชนม์ไปก่อนหน้า ทำให้การสืบราชสมบัติเป็นไปอย่างซับซ้อน อินฟันตาฆัวนาได้ขึ้นครองราชย์เป็น สมเด็จพระราชินีนาถแห่งกัสติยา แต่เนื่องจากพระอาการประชวร ทำให้พระราชสวามีของพระองค์ ทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทน พระบรมศพของพระองค์ ถูกฝังไว้ที่โบสถ์หลวงกรานาดา (Capilla Real de Granada)

บทบาทในสมัยใหม่

[แก้]
ภาพ Madonna of the Catholic Monarchs โดยเฟร์นันโด กาเยโก

ชาวคาทอลิกบางคนจากต่างประเทศได้ประกาศให้พระนางอิซาเบลเป็นนักบุญ ด้วยเหตุผลที่ว่าพระนางอิซาเบลได้ทำการปกป้องศาสนาคริสต์ให้คงอยู่ คริสตจักรโรมันคาทอลิกได้ยกย่องพระนางเป็น ผู้รับใช้พระเป็นเจ้า (Servant of God)

พระนางอิซาเบลได้มีการปรากฏชื่อครั้งแรกบนเหรียญของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเหรียญแห่งการระลึกถึงการครบรอบ 400 ปีการเดินทางของโคลัมบัสครั้งแรก และในปีเดียวกันพระนางได้เป็นสตรีคนแรกที่ได้ขึ้นบนแสตมป์ของอเมริกาซึ่งอยู่ในชุด Columbian Issue ที่จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองแด่โคลัมบัสเช่นกัน ภาพพระนางได้ปรากฏในสเปนที่ 15-cent Columbian บนมูลค่า 1 $ และในภาพเต็มซึ่งด้านข้างคือโคลัมบัสและบนมูลค่าอื่น ๆ อีกมากมาย

ในวัฒนธรรมสมัยนิยม

[แก้]
  • เรื่อง Queen's Cross แต่งในศตวรรษที่ 20 โดยนักเขียนชาวอเมริกัน ลอร์เลนซ์ สคูโนเวอร์เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชประวัติของพระราชินีนาถอิซาเบลและพระเจ้าเฟร์นันโดในช่วงกระทำการรีคอนเควสตาและช่วงทายาทสืบราชวงศ์
  • เรื่อง Fuente Ovejuna ของโลป เดอ เวกา เกี่ยวกับพระนางอิซาเบลและพระเจ้าเฟร์นันโดในการการต่อต้านระบบฟิวดัลของกลุ่มขุนนาง
  • เรื่อง Royal Diaries เป็นเรื่องที่รวบรวมประวัติของสตรีสูงศักดิ์และมีชื่อเสียงทั่วโลกซึ่งรวมทั้ง Isabel, Jewel of Castilla, Spain, 1466 โดยคาโลลีน เมเยอร์ประวัติของพระราชินีนาถอิซาเบล
  • เรื่อง Crown of Aloes เกี่ยวกับการชวนให้ระลึกถึงประวัติศาสตร์ในอดีต
  • เรื่อง Pastwatch: The Redemption of Christopher Columbus โดย ออสัน สกอต การ์ดเกี่ยวกับคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส พระนางอิซาเบลและพระเจ้าเฟอร๋ดินานด์
  • เรื่องสั้น Christopher Columbus and Queen Isabella of Spain Consummate Their Relationship โดย ซัลแมน รัชดี
  • ในภาพยนตร์ ลอลา ฟลอเรสแสดงเป็นพระนางอิซาเบลในเรื่อง Juana la Loca, de vez en cuando แสดงโดย ซิกจวนนีย์ เวฟเวอร์ในเรื่องConquest of Paradise ของ ริดลีย์ สก็อตต์ แสดงโดยราเชล วาร์ดในเรื่อง Christopher Columbus: The Discovery แสดงโดย ราเชล เวล์สในเรื่อง The Fountain
  • ในมินิซีรีส์ โดย เฟย์ ดูนาเวย์แสดงเป็นพระนางอิซาเบลในมินิซีรีส์เรื่อง Christopher Columbus
  • ในเกมส์คอมพิวเตอร์ ปรากฏในเกมส์ Civilization IVโดยเป็นผู้นำของจักรวรรดิสเปน
  • ในเกมส์ Age of Empires IIIโดยเป็นผู้นำของจักรวรรดิสเปน
  • ในเกมส์เชิงกลยุทธ์อิงประวัติศาสตร์ Europa Universalis IV พระนางเป็นผู้ปกครองราชบัลลังก์กัสติยา ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ. 1474 เป็นสมเด็จพระราชินีแห่งราชบัลลังก์อารากอน ในวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 1479 และเป็นผู้ปกครองร่วมของรัฐร่วมประมุข ระหว่างคาสติลและอารากอน ในวันที่ 4 กันยายน ค.ศ. 1479

พระราชบรรพบุรุษ

[แก้]

พระนางอิซาเบลเป็นพระนัดดาของพระเจ้าเอนริเกที่ 2 แห่งกัสติยา พระโอรสในพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11 แห่งกัสติยา กับ พระนางเอเลนอร์แห่งกัสแมน (พระสนม) สมเด็จพระราชินีแคทเทอรีนแห่งแลงคัสเตอร์ พระอัยยิกาฝ่ายพระบิดาของพระนางเป็นพระนัดดาของ พระเจ้าปีเตอร์แห่งกัสติยากับพระสนม นางมาเรีย เดอ พาดิลลา พระอัยยิกาฝ่ายพระมารดาของพระนางอิซาเบล คือ สมเด็จพระราชินีอิซาเบลแห่งบรากังซา เป็นพระธิดาใน ดยุคอัลฟอนโซแห่งบรากังซา มีพระมารดา คือ นางอินเนส เปเรส เอสเทเวส เป็นพระสนมในพระเจ้าจอห์นที่ 1 แห่งโปรตุเกส

พระราชตระกูลในสามรุ่นของสมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบล
อิซาเบลที่ 1 แห่งกัสติยา พระราชบิดา:
จอห์นที่ 2 แห่งกัสติยา
พระอัยกาฝ่ายพระราชบิดา:
เอนริเกที่ 3 แห่งกัสติยา
พระปัยกาฝ่ายพระราชบิดา:
จอห์นที่ 1 แห่งกัสติยา
พระปัยยิกาฝ่ายพระราชบิดา:
เอเลนอร์แห่งอารากอน
พระอัยยิกาฝ่ายพระราชบิดา:
แคทรินแห่งแลงคัสเตอร์
พระปัยกาฝ่ายพระราชบิดา:
ดุ๊กจอห์นแห่งแลงคัสเตอร์
พระปัยยิกาฝ่ายพระบิดา:
ดัสเซสคอนสแตนต์แห่งแลงคาสเตอร์
พระราชมารดา:
อีซาเบลแห่งโปรตุเกส
พระอัยกาฝ่ายพระราชมารดา:
ลอร์ดฌูเอาแห่งรือเก็งกุช
พระปัยกาฝ่ายพระราชมารดา:
ฌูเอาที่ 1 แห่งโปรตุเกส
พระปัยยิกาฝ่ายพระราชมารดา:
ฟิลิปปาแห่งแลงคัสเตอร์
พระอัยยิกาฝ่ายพระราชมารดา:
อีซาเบลแห่งบรากังซา
พระปัยกาฝ่ายพระราชมารดา:
ดุ๊กอาฟงซูแห่งบรากังซา
พระปัยยิกาฝ่ายพระราชมารดา:
เบอาตริช ปือไรรา อัลวิง

ภาพ

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]


  1. Gristwood, Sarah (2016). Game of Queens: The Women Who Made Sixteenth-Century Europe. Basic Books. p. 30. ISBN 9780465096794.