อิซาเบลแห่งอารากอน สมเด็จพระราชินีแห่งโปรตุเกส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อิซาเบลแห่งอารากอน
Infanta Isabel de Trastámara.jpg

พระอิสริยยศ พระราชินีคู่สมรสแห่งโปรตุเกส
ราชวงศ์ ตรัสตรามารา
ครองราชย์ 30 กันยายน ค.ศ. 1497 – 23 สิงหาคม ค.ศ. 1498
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1470
ณ เมืองดูเอญญาส แคว้นปาเลนเซีย
สวรรคต 23 สิงหาคม ค.ศ. 1498 (27 พรรษา)
ณ กรุงซาราโกซา ประเทศสเปน
ฝังพระศพ คอนแวนต์ซันตาอิซาเบล ในกรุงโตเลโด ประเทศสเปน
พระราชบิดา พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งอารากอน
พระราชมารดา สมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 แห่งกัสติยา
พระสวามี อาฟงซู เจ้าชายแห่งโปรตุเกส
พระเจ้ามานูแวลที่ 1 แห่งโปรตุเกส
พระบุตร มิเกว เจ้าชายแห่งโปรตุเกสและอัสตูเรียส

อิซาเบลแห่งอารากอน (สเปน: Isabel de Aragón) เป็นพระราชธิดาของพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งอารากอนกับพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 แห่งกัสติยา พระองค์ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหญิงแห่งอัสตูเรียส เจ้าหญิงรัชทายาทแห่งกัสติยาและอารากอน และสมเด็จพระราชินีแห่งโปรตุเกส

วัยเยาว์[แก้]

อิซาเบลเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1470 ที่เมืองดูเอญญาสในแคว้นปาเลนเซีย โดยทรงเป็นพระราชบุตรคนแรกของพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งอารากอนกับพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 แห่งกัสติยา เนื่องจากเป็นพระราชบุตรคนแรก เจ้าหญิงอิซาเบลจึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าหญิงแห่งอัสตูเรียสและรัชทายาทในปี ค.ศ. 1476 กระทั่งพระราชมารดาของพระองค์ให้กำเนิดเจ้าชายฆวนในปี ค.ศ. 1478 เจ้าหญิงอิซาเบลจึงเสียตำแหน่งรัชทายาทให้แก่พระอนุชาซึ่งมีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง

เจ้าหญิงพระชายาแห่งโปรตุเกส[แก้]

ในปี ค.ศ. 1479 โปรตุเกสและกัสติยา-อารากอนได้ยุติความขัดแย้งที่มีต่อกันด้วยการทำสนธิสัญญาอัลกากูวัส เพื่อฟื้นฟูราชอาณาจักรอิสปาเนียของชาวคริสต์ในคาบสมุทรไอบีเรียขึ้นมาใหม่ สนธิสัญญาได้ระบุให้มีการสมรสเพื่อรวมราชวงศ์ระหว่างเจ้าหญิงอิซาเบลกับอาฟงซู เจ้าชายรัชทายาทแห่งโปรตุเกส พระราชโอรสที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของพระเจ้าฌูเวาที่ 2 อิซาเบลออกเดินทางไปโปรตุเกสและเข้าพิธีสมรสซึ่งถูกจัดขึ้นในวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1490 ที่กรุงตรือมูซ โดยอิซาเบลมีพระชนมายุ 20 พรรษา ส่วนเจ้าชายอาฟงซูมีพระชนมายุ 15 พรรษา แม้จะมีพระชนมายุต่างกันแต่สองหนุ่มสาวตกหลุมรักกันทันทีที่เห็นหน้ากันเป็นครั้งแรก การสมรสที่เริ่มต้นด้วยเหตุผลทางการเมืองจึงการเป็นสมรสที่มีความรักให้แก่กัน

ทว่าชีวิตสมรสที่มีความสุขของอิซาเบลและอาฟงซูจบลงอย่างรวดเร็วเมื่อในวันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ. 1491 เจ้าชายหนุ่มสิ้นพระชนม์ด้วยอุบัติเหตุตกจากหลังม้า เนื่องจากยังไม่มีพระโอรสธิดา อิซาเบลจึงเดินทางกลับสเปนไปอยู่ที่กรุงเซบียา

การสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายอาฟงซูทำให้พระเจ้าฌูเวาที่ 2 ไม่เหลือทายาทตามกฎหมาย พระองค์ได้ประกาศให้มานูแวล ดยุคแห่งวิเซว ลูกพี่ลูกน้องและพระอนุชาของพระมเหสีเป็นทายาทในบัลลังก์

พระราชินีแห่งโปรตุเกสและเจ้าหญิงแห่งอัสตูเรียส[แก้]

ความโศกเศร้าอย่างยิ่งต่อการสูญเสียพระสวามีทำให้อิซาเบลหั่นพระเกษา สวมเสื้อผ้าไว้ทุกข์ และสวมผ้าคลุมผมหนา ทรงใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ และอุทิศชีวิตให้กับการสวดมนต์ พระองค์เชื่อว่าการสิ้นพระชนม์ของพระสามีเป็นสัญญาณเตือนจากพระเจ้าซึ่งไม่พอใจที่โปรตุเกสเปิดให้ชาวยิวที่พระราชบิดามารดาของพระองค์ขับไล่ออกจากสเปนเข้าไปลี้ภัย พระองค์ยึดหลักการอดอาหารและบำเพ็ญทุกรกิริยาอย่างหนักเพื่อไถ่บาป ทั้งยังปฏิญาณว่าจะไม่สมรสใหม่ ทว่าพระเจ้าเฟร์นันโดและพระราชินีอิซาเบลประสงค์ให้พระราชธิดาคนโตสมรสใหม่กับมานูแวล ทายาทคนใหม่ในบัลลังก์โปรตุเกสซึ่งเคยเจอเจ้าหญิงอิซาเบลในช่วงที่ทรงพำนักอยู่ในโปรตุเกสและถูกตาต้องใจพระองค์

ในปี ค.ศ. 1497 พระราชบิดามารดาได้เสนอให้พระองค์สมรสกับพระเจ้ามานูแวลที่ 1 ซึ่งได้ขึ้นสืบทอดบัลลังก์โปรตุเกส แม้จะปฏิเสธในตอนแรก แต่สุดท้ายพระองค์ไม่อาจฝืนแรงกดดันจากพระบิดามารดาได้ ในปี ค.ศ. 1496 พระองค์ตกลงสมรสกับพระเจ้ามานูเแวลที่ 1 แห่งโปรตุเกสโดยมีเงื่อนไขว่ากษัตริย์ต้องขับไล่ชาวยิวทั้งหมดออกจากโปรตุเกส พระเจ้ามานูแวลตกลงทำตามเงื่อนไข สุดท้ายพระองค์กับเจ้าหญิงอิซาเบลได้อภิเษกสมรสกันที่เมืองบาเลนเซียเดอัลกันตาราในวันที่ 30 กันยายน หลังพิธีสมรสอิซาเบลได้ติดตามพระสวามีเดินทางกลับโปรตุเกสในฐานะสมเด็จพระราชินี

ในวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ. 1497 ฆวน เจ้าชายแห่งอัสตูเรียส พระอนุชาของพระนางอิซาเบลสิ้นพระชนม์ พระองค์จึงกลายเป็นรัชทายาทในบัลลังก์กัสติยา พระราชบิดามารดาของอิซาเบลได้เชิญพระองค์และพระสวามีมาที่สเปน กษัตริย์และพระราชินีแห่งโปรตุเกสเดินทางออกจากกรุงลิสบอนในช่วงปลายเดือนมีนาคม ค.ศ. 1498 และเดินทางถึงกรุงโตเลโดในวันที่ 24 เมษายนเพื่อรับการถวายคำสัตย์ปฏิญาณแห่งความจงรักภักดีจากขุนนางกัสติยา ทั้งคู่เดินทางต่อและไปถึงกรุงซาราโกซาในวันที่ 1 มิถุนายน เพื่อรับการถวายคำสัตย์ปฏิญาณแห่งความจงรักภักดีจากขุนนางอารากอน แต่กระบวนการไม่ราบรื่นอย่างที่คิดเนื่องจากกฎหมายอารากอนจำกัดสิทธิ์ในการสืบทอดตำแหน่งของทายาทหญิง โดยไม่ให้คู่สมรสขึ้นเป็นกษัตริย์ร่วมแห่งอารากอน ขุนนางอารากอนจึงไม่เต็มใจถวายคำสัตย์ปฏิญาณต่อพระเจ้ามานูแวล

การสวรรคต[แก้]

ในตอนที่พระนางเดินทางมาถึงสเปน พระราชินีนาถอิซาเบลและพระเจ้าเฟร์นันโดรับรู้ได้ว่าพระราชธิดาของพระองค์ยังมีสภาพจิตใจเช่นเดิมไม่เปลี่ยน พระราชินีแห่งโปรตุเกสยังคงเศร้าหมองและเป็นทุกข์เหมือนเช่นก่อนหน้าที่จะสมรสครั้งที่สอง โดยขณะเดินทางมาสเปน พระนางกำลังตั้งครรภ์ได้ห้าเดือน

ในคืนวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 1498 พระนางอิซาเบลได้ให้กำเนิดพระราชโอรสซึ่งเข้ารับการทำพิธีศีลล้างบาปด้วยชื่อมิเกล ดิ ลา ปาซที่ปราสาทของบิชอปแห่งซาราโกซา หลังให้กำเนิดพระราชโอรสเพียงชั่วโมงเดียวพระนางอิซาเบลก็สวรรคต ซึ่งน่าจะเป็นผลข้างเคียงจากการอดอาหารและบำเพ็ญทุกรกิริยาอย่างต่อเนื่อง เจ้าชายน้อยกลายเป็นทายาทในบัลลังก์โปรตุเกส กัสติยา และอารากอน ทว่าต่อมาทรงสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1500

อ้างอิง[แก้]