ราชอาณาจักรเลออน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ราชอาณาจักรเลออน
Reino de León/ Reinu de Llïón
ราชอาณาจักร

Life span?
 

ธงชาติ ตราแผ่นดิน
A map of the Kingdom of León in 1037.
เมืองหลวง León
ภาษา ภาษาละติน, Leonese Spanish, Galician and maybe Mozarabic.
ศาสนา Christianity (โรมันคาทอลิก), อิสลาม, and ยูดาย.
รัฐบาล สมบูรณาญาสิทธิราชย์
ประวัติศาสตร์
 -  สถาปนา 910
 -  ล่มสลาย 1301 ใส่ปีที่สิ้นสุด

ราชอาณาจักรเลออน (สเปน: Reino de León) หรือ ราชอาณาจักรยิออง (เลออน: Reinu de Llïón) เป็นราชอาณาจักรที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรไอบีเรีย สถาปนาขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 910 โดย เจ้าชายคริสเตียนแห่งอัสตูเรียส ที่ล่มสลายลงไปก่อนหน้านี้ โดยเลออนเป็นหนึ่งในแกนนำที่ช่วยขับไล่ชาวมุสลิมออกไปจากสเปน และภายหลังได้รวมเป็นส่วนหนึ่งกับราชอาณาจักรกัสติยาในปี ค.ศ. 1230 ก่อนที่จะล่มสลายลงเพราะสงครามสืบราชบัลลังก์สเปนในปี ค.ศ. 1301


ประวัติศาสตร์[แก้]

หลังการพิชิตคาบสมุทรไอบีเรียของกองกำลังอาหรับในปี ค.ศ. 711 ศูนย์กลางการต่อต้านได้ถือกำเนิดขึ้นในแคว้นกันตาเบรียโดยขุนนางวิซิกอธนามว่าเป-ลาโย จากที่หลบภัยในเทือกเขาเอาเซบา เป-ลาโยได้นำกองทัพเข้าโจมตีกองทหารอาหรับ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อต้านของชาวคริสต์ ทว่าผู้ที่พยายามสร้างอาณาเขตและก่อตั้งการปกครองระบอบกษัตริย์ซึ่งขยายตัวจนเกิดเป็นราชอาณาจักรอัสตูเรียสขึ้นในบริเวณเทือกเขากันตาเบรียคือพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 1 ผู้เป็นบุตรเขยของเป-ลาโย ในยุคของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 2 ได้มีการสถาปนาโอบิเอโดขึ้นเป็นเมืองหลวงและได้มีการค้นพบพระคูหาศักดิ์สิทธิ์ ในปี ค.ศ. 856 พระเจ้าออร์ดอญโญที่ 1 ได้มีการตั้งรกรากใหม่และเสริมความแข็งแกร่งให้แก่เลออนและออสโตร์กา ขณะที่พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 3 ได้ขยายอาณาเขตไปไกลถึงแม่น้ำดูเอโรและย้ายไปตั้งรกรากใหม่ที่ซาโมรา พระองค์ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์อัสตูร์

ราชอาณาจักรใหม่เลออน (สีส้ม) ในปี ค.ศ. 910

รัชสมัยของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 3 สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 910 เมื่อพระองค์ถูกปลดออกจากบัลลังก์โดยการ์ซีอา ผู้เป็นพระราชโอรส แม้จะยังคงถูกชาวมัวร์รุกรานอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ชาวคริสต์ในตอนนี้แข็งแกร่งพอที่จะย้ายออกมาจากฐานที่มั่นในเทือกเขา พระเจ้าการ์ซีอาที่ 1 จึงตัดสินใจย้ายเมืองหลวงมาอยู่ใกล้ชายแดนมากขึ้น ทรงก่อตั้งราชสำนักขึ้นมาบนพื้นที่ของอดีตค่ายถาวรเลจิโอที่ 7 เจมินาของชาวโรมัน ซึ่งตั้งอยู่ในอดีตเมืองหลวงโอบิเอโด ไม่นานอิทธิพลของราชสำนักก็แผ่ขยายจนกำเนิดเป็นราชอาณาจักรใหม่นามว่าราชอาณาจักรเลออนซึ่งขึ้นมาแทนที่ราชอาณาจักรอัสตูเรียส


พระเจ้าการ์ซีอาได้พิชิตดินแดนทางตะวันออกของแม่น้ำดูเอโรและตั้งรกรากใหม่ขึ้นในเมืองกอร์มัซ, เบร์ลังกาเดดูเอโร และซานเอสเตบันเดกอร์มัซ หลังพระองค์สิ้นพระชนม์ ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือพระเจ้าออร์ดอญโญที่ 2 พระอนุชาซึ่งเป็นผู้นำในการสู้รบที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องกับชาวมุสลิม หลังพระองค์สิ้นพระชนม์ ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระเจ้าออร์ดอญโญที่ 2 คือพระเจ้าฟรูเอลาที่ 2 ซึ่งครองราชย์ได้เพียงหนึ่งปีก็สิ้นพระชนม์ ทิ้งให้ราชอาณาจักรตกอยู่ในไฟสงครามระหว่างพระโอรสของพระองค์กับพระโอรสของพระเจ้าออร์ดอญโญ


ในปี ค.ศ. 931 พระเจ้ารามิโรที่ 2 ขึ้นครองบัลลังก์และกลายเป็นผู้ปกครองที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของราชอาณาจักรเลออน ด้วยความนิยมสงครามพระเจ้ารามิโรที่ 2 ได้ตอบรับคำร้องขอความช่วยเหลือของเฟร์นัน กอนซาเลซ เคานต์แห่งกัสติยา และประสบความสำเร็จในการดับไฟสงครามในพรมแดนตะวันออกตามแนวแม่น้ำดูเอโร ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 10 นี้ ราชอาณาจักรเลออนถูกรุกรานหลายครั้งจากอับดุรเราะห์มานที่ 3 เคาะลีฟะห์แห่งอันดาลูเซียผู้ทรงอำนาจ และอัลมานซอร์ ขุนนางมุสลิมซึ่งมีอำนาจพอๆ กัน แต่แม้การรุกรานเหล่านี้จะกระตุ้นให้เกิดความกลัว ทว่าชาวมัวร์กลับไม่ได้อะไรมากไปกว่านั้น เมื่ออับดุรเราะห์มันที่ 3 โจมตีกัสติยาในปี ค.ศ. 934 เข้าทำลายเมืองบูร์โกสกับการปกครองระบอบกษัตริย์ของการ์เดญญาจนราบคาบ พระเจ้ารามิโรได้กลับเข้าสู่สงครามอีกครั้งและปราบกองกำลังอาหรับได้ เอมีร์แห่งซาราโกซาได้ยอมจำนนต่อพระองค์ ในปี ค.ศ. 939 กองทัพร่วมเลออนและนาวาร์ปราบกองทัพของอับดุรเราะห์มานได้ที่ซีมันกัส ในปี ค.ศ. 942 พระเจ้ารามิโรที่ 2 ได้ตั้งรกรากใหม่ขึ้นมาในซาลามังกา, เซเลสมา, ริเบรา, อาบาเดงกา และพื้นที่สำคัญอื่นๆ ตามแนวแม่น้ำโตร์เมส ในส่วนของการเมืองภายใน พระองค์ได้ปราบกบฏเคาน์ตีกัสติยา


การสิ้นพระชนม์ของพระเจ้ารามิโรที่ 3 เป็นจุดเริ่มต้นของยุคแห่งความวุ่นวายครั้งใหม่ อันนำไปสู่การสลายตัวของราชอาณาจักร ความวุ่นวายภายใน, สงครามกลางเมือง, การโจมตีของชาวนอร์มัน, การกัดกร่อนของอัลมันซอร์ และการยุยงจากพระมหากษัตริย์นาวาร์ล้วนกระตุ้นให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งบ่อนทำลายราชอาณาจักรเลออน

คาบสมุทรไอบีเรียในปี ค.ศ. 1030 ประกอบด้วยราชอาณาจักรคริสเตียนสองแห่ง คือ ราชอาณาจักรเลออน (กรอบสีส้ม) และราชอาณาจักรปัมโปลนาหรือนาวาร์ (กรอบสีเหลือง)

สันติสุขค่อยๆ กลับคืนมาสู่ราชอาณาจักรอีกครั้งในการขึ้นสืบทอดราชบัลลังก์ของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 5 และการถึงแก่กรรมของอัลมันซอร์ในปี ค.ศ. 1002 ในรัชสมัยของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 5 ได้มีการออกกฎหมายแห่งเลออนในปี ค.ศ. 1017 ซึ่งเป็นกฎระเบียบในการใช้ชีวิตประจำวันของชาวเลออน พระเจ้าเบร์มูโดที่ 3 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์ประกาศตัวต่อต้านความต้องการที่จะขยายอาณาเขของกษัตริย์นาวาร์ซึ่งกำลังอยู่บนจุดสูงสุดทางอำนาจ เป็นผลให้สูญเสียเคาน์ตีกัสติยาและทำให้กษัตริย์สิ้นพระชนม์ในสมรภูมิตามาโรนในปี ค.ศ.1037 ระหว่างกำลังพยายามกอบกู้อาณาเขตดังกล่าวกลับคืนมา การสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าเบร์มูโดเป็นจุดจบของราชวงศ์อัสตูร์ซึ่งเต็มไปด้วยความขัดแย้งภายใน, การก่อกบฏ, การแย่งชิงอำนาจ และการครองความเป็นใหญ่เหนือรัฐคริสเตียนอื่นๆ ในคาบสมุทรไอบีเรีย

แผนที่คาบสมุทรไอบีเรียในปี ค.ศ. 1210

พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 แห่งราชวงศ์นาวาร์และพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์พยายามสร้างความมั่นคงทางอาณาเขตให้แก่ราชอาณาจักร ชายแดนถูกขยายจากแม่น้ำดูเอโรไปยังแม่น้ำตาโฆเมื่อโตเลโด หนึ่งในเมืองป้อมปราการของชาวมุสลิมแตกในปี ค.ศ. 1085 พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 7 พระราชนัดดาของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6 ได้ประกาศตนเป็นจักรพรรดิแห่งดินแดนสเปนทั้งหมด โดยมีกลุ่มอาร์ชบิชอป, กลุ่มขุนนาง, เคานต์แห่งบาร์เซโลนา, เคานต์แห่งโตโลซา, เคานต์แห่งกัสกอญ รวมถึงเคานต์และคาธาร์คนอื่นๆ เข้าร่วมพิธีราชาภิเษก การสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 7 ในปี ค.ศ. 1157 เป็นจุดจบของการอ้างสิทธิ์ในตำแหน่งจักรพรรดิและอาณาเขตได้ถูกแบ่งออกเป็นราชอาณาจักรเลออนและราชอาณาจักรกัสติยาอีกครั้ง กระทั่งในปี ค.ศ. 1230 เลออนและกัสติยาได้กลับมารวมกันอีกครั้งเมื่อพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 ได้สืบทอดบัลลังก์เลออนต่อจากพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 9 แห่งเลออนผู้เป็นพระราชบิดา และบัลลังก์กัสติยาต่อจากสมเด็จพระราชินีนาถเบเรงเกลาแห่งกัสติยาผู้เป็นพระราชมารดา อันเป็นจุดเริ่มต้นของราชบัลลังก์กัสติยา

การสืบราชบัลลังก์[แก้]

ราชวงศ์อัสตูเรียส-เลออน[แก้]

  • พระเจ้าการ์ซิอาที่ 1 พระโอรสคนที่สองของพระเจ้าอัลฟอนโซมหาราช กษัตริย์แห่งอัสตูเรียส ทรงอภิเษกสมรสกับหญิงนามว่ามูเนียโดนา แต่ไม่มีพระโอรสธิดาด้วยกัน
  • พระเจ้าออร์ดอญโญที่ 2 สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระเชษฐา โดยที่ทรงเป็นกษัตริย์แห่งกาลิเซียอยู่แล้ว ทรงอภิเษกสมรสสามครั้ง ครั้งแรกกับเอลบิรา เมเนนเดซ บุตรสาวของขุนนางกาลิเซียที่สิ้นพระชนม์โดยมีพระโอรสธิดาห้าคน ต่อมาพระเจ้าออร์ดอญโญอภิเษกสมรสกับอาราโกนธา กอนซาเลซซึ่งถูกเขี่ยทิ้งไปอย่างรวดเร็วเพื่อให้พระองค์ได้อภิเษกสมรสใหม่กับซันชา ซันเชสแห่งปัมโปลนา พระเจ้าออร์ดอนโญที่ 2 สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 924 พระโอรสของพระองค์ยังเด็กมาก ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์จึงเป็น
  • พระเจ้าฟรูเอลาที่ 2 สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระอนุชา โดยที่ทรงเป็นกษัตริย์แห่งอัสตูเรียสอยู่แล้ว เนื่องจากในตอนที่พระเจ้าออร์ดอญโญที่ 2 สิ้นพระชนม์ พระราชโอรสของพระองค์ยังเด็กมาก ราชอาณาจักรเลออนและกาลิเซียจึงตกเป็นของพระเจ้าฟรูเอลา พระปิตุลาผู้เป็นกษัตริย์แห่งอัสตูเรียส อันเป็นการรวมราชอาณาจักรทั้งสาม (เลออน กาลิเซีย และอัสตูเรียส) เข้าด้วยกันอีกครั้ง พระองค์อภิเษกสมรสกับอูร์รากา บินต์ อับดุลละห์
  • พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 4 แห่งเลออน สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระราชบิดา พระองค์อภิเษกสมรสกับโอเนกา ซานเชซแห่งปัมโปลนา ต่อมาทรงสละราชอาณาจักร
  • พระเจ้ารามิโรที่ 2 สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระเชษฐา พระมเหสีคนแรกของพระเจ้ารามิโรคืออาโดซินดา กูติเอร์เรซ และพระมเหสีคนที่สองคืออูร์รากา ซานเชซแห่งปัมโปลนา
  • พระเจ้าออร์ดอญโญที่ 3 สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระราชบิดา พระเจ้าออร์ดอญโญที่ 3 อภิเษกสมรสกับอูร์รากา เฟร์นันเดซ ซึ่งอาจเป็นพระมารดาของพระเจ้าเบร์มุนโดที่ 2 แห่งเลออน แต่ก็เป็นไปได้ที่พระองค์อาจเป็นพระโอรสที่เกิดจากอนุภรรยา
  • พระเจ้าซันโชที่ 1 สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระอนุชาต่างมารดา แต่เพียงสองปีก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง
  • พระเจ้าออร์ดอญโญที่ 4 แห่งเลออน พระราชโอรสของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 4 ซึ่งขึ้นครองตำแหน่งต่อจากลูกพี่ลูกน้องของตน ทรงอภิเษกสมรสกับอูร์รากา เฟร์นันเดซ
  • พระเจ้าซันโชที่ 1 กลับมาปกครองอีกครั้ง พระองค์ได้อภิเษกสมรสกับเตเรซา อันซูเรซ
  • พระเจ้ารามิโรที่ 3 สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระราชบิดา พระราชมารดาของพระองค์ถูกส่งตัวเข้าคอนแวนต์ อำนาจในการสำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระเจ้ารามิโรน้อยจึงตกเป็นของเอลบิรา พระปิตุจฉา ก่อนจะตกเป็นของพระราชมารดาในเวลาต่อมา พระองค์อภิเษกสมรสกับซันชา โกเมซ
  • พระเจ้าเบร์มุนโดที่ 2 แห่งเลออน พระราชโอรสของพระเจ้าออร์ดอญโญที่ 3 ซึ่งขึ้นครองตำแหน่งต่อจากลูกพี่ลูกน้องของตน โดยในตอนนั้นทรงเป็นกษัตริย์แห่งกาลิเซียอยู่แล้ว พระมเหสีคนแรกของพระองค์คือเบลัสกีตา รามิเรซ และพระมเหสีคนที่สองคือเอลบิรา การ์ซิอา
  • พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 5 สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระราชบิดา กษัตริย์น้อยอยู่ภายใต้การสำเร็จราชการแผ่นดินของพระราชมารดา พระองค์อภิเษกสมรสกับเอลบิรา เมเนนเดซซึ่งสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา กษัตริย์จึงอภิเษกสมรสใหม่กับอูร์รากา การ์เซส
  • พระเจ้าเบร์มูโดที่ 3 แห่งเลออน สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระราชบิดา พระองค์อภิเษกสมรสกับฆิเมนา ซานเชซ ทั้งคู่ไม่มีทายาทสายตรง


ราชวงศ์ฆิเมเนซ[แก้]

  • พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 1 แห่งกัสติยาและเลออน พระสวามีของซันชา พระขนิษฐาของพระเจ้าเบร์มูโด ชื่อเดิมคือเฟร์นันโด เคานต์แห่งกัสติยา พระองค์ปราบกองทหารเลออนได้ที่สมรภูมิตามาโรนอันเป็นที่สิ้นพระชนม์ของพระเจ้าเบร์มุนโดที่ 3 และขึ้นครองบัลลังก์แห่งเลออนตามสิทธิ์ของภรรยา หลังพระองค์สิ้นพระชนม์ ราชอาณาจักรถูกแบ่งอีกครั้งให้แก่เหล่าพระโอรสของพระองค์
  • พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6 สืบทอดราชอาณาจักรเลออนต่อจากพระราชบิดา ต่อมาพระองค์บุกกาลิเซียและได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งกาลิเซีย จากนั้นเมื่อพระเชษฐาสิ้นพระชนม์ พระองค์ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งกัสติยาและเลออนที่กลับมารวมกันอีกครั้ง พระเจ้าอัลฟอนโซมีพระมเหสีและอนุภรรยาหลายคน พระมเหสีคนแรกของพระองค์คืออาแญ็สแห่งอากีแตนที่สิ้นพระชนม์โดยไร้พระโอรสธิดา จากนั้นทรงอภิเษกสมรสกับกงส์ต็องส์แห่งบูร์กอญ ลูกพี่ลูกน้องของอาแญ็ส ในเวลาเดียวกันทรงมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับฆิเมนา มุญโญซ
  • สมเด็จพระราชินีนาถอูร์รากาที่ 1 แห่งเลออน สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระราชบิดา ในวัยเด็กพระองค์ได้สมรสกับแรมงแห่งบูร์กอญซึ่งถึงแก่กรรมก่อนที่อูร์รากาจะขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้อภิเษกสมรสใหม่กับพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 1 แห่งอารากอนด้วยความไม่เต็มใจ ไม่นานทั้งคู่ก็หมางเมินกัน อูร์รากามีบุตรนอกสมรสกับคนรักชื่อเปโดร กอนซาเลซ เด ลารา


ราชวงศ์บูร์กอญ[แก้]

อ้างอิง[แก้]