สงครามสืบราชบัลลังก์ออสเตรีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สงครามสืบราชบัลลังก์ออสเตรีย
Battle of Fontenoy 1745.PNG
“ยุทธการที่ฟองเทนอย” ปี 1745 โดย เอดวด เดเทลล์
วันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1740 – 18 ตุลาคม ค.ศ. 1748
(16 ธันวาคม พ.ศ. 228318 ตุลาคม พ.ศ. 2291)
สถานที่ ทวีปยุโรป, ทวีปอเมริกาเหนือ และ อินเดีย
ผลลัพธ์ สนธิสัญญาแอกซ์-ลา-ชาแปล ค.ศ. 1748
คู่ขัดแย้ง
ปรัสเซีย ปรัสเซีย
ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
สเปน สเปน
บาวาเรีย บาวาเรีย
ทู ซิชิลีส์ ซิซิลีทั้งสอง
สวีเดน สวีเดน (1741–1743)
ราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ราชวงศ์ฮับส์บูร์ก
สหราชอาณาจักร บริเตนใหญ่
ราชอาณาจักรฮันโนเวอร์ ฮันโนเฟอร์
เนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐดัตช์
แซกโซนี ซัคเซิน
ซาร์ดีเนีย ซาร์ดิเนีย
รัสเซีย รัสเซีย
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
ปรัสเซีย พระเจ้าฟรีดริชที่ 2
ปรัสเซีย เลโอโปลด์ ที่ 1
ปรัสเซีย เลโอโปลด์ ที่ 2
ราชอาณาจักรฝรั่งเศส พระเจ้าหลุยส์ที่ 15
ราชอาณาจักรฝรั่งเศส มอรีซเดอแซกซ์
ราชอาณาจักรฝรั่งเศส ดยุกแห่งโบรกลี
สเปน พระเจ้าเฟลีเปที่ 5
บาวาเรีย คาร์ลแห่งบาวาเรีย
สวีเดน ชาร์ลส์ อีมิล เลเว็นฮอพ
ราชวงศ์ฮับส์บูร์ก พระนางมาเรีย เทเรซา
ราชวงศ์ฮับส์บูร์ก จักรพรรดิฟรันซ์ที่ 1
ราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ลุดวิก อันเดรียส์ ฟอน เคเฟนฮึลเลอร์
ราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ชาร์ลส์ อเล็กซานเดอร์
สหราชอาณาจักร พระเจ้าจอร์จที่ 2
ซาร์ดีเนีย ชาร์ลส์ เอ็มมานูเอลที่ 3

สงครามสืบราชบัลลังก์ออสเตรีย (อังกฤษ: War of the Austrian Succession) เป็นสงครามที่เกี่ยวข้องกับทุกมหาอำนาจในทวีปยุโรป สงครามเริ่มจากการที่เมื่อจักรพรรดิคาร์ลที่ 6 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ เสด็จสวรรคตในค.ศ. 1740 พระนางมาเรีย เทเรซา ผู้เป็นพระราชบุตรเพียงองค์เดียวมีจึงได้สืบบัลลังก์ของฮังการี, โครเอเชีย, โบฮีเมีย, ออสเตรีย และปาร์มา ต่อจากพระราชบิดา ซึ่งขัดกับกฎหมายแซลิกที่ห้ามสตรีครองแว่นแคว้น นอกจากนี้ ด้วยความที่พระนางซึ่งเป็นสตรีไม่สามารถสืบตำแหน่งจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ได้ จึงผลักดันให้พระสวามีคือฟรันซ์ สเตฟัน ดยุกแห่งลอแรน ขึ้นเป็นจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์แทน

การที่สตรีได้ครองแผ่นดินซึ่งขัดกับกฎหมาย ทำให้เหล่ามหาอำนาจออกมาเรียกร้องสิทธิในบัลลังก์ให้แก่เจ้านครรัฐผู้คัดเลือกที่เป็นบุรุษและมีความเหมาะสมกว่า ปรัสเซียและฝรั่งเศสนั้นมีความต้องการบั่นทอนอำนาจของราชวงศ์ฮับส์บูร์กแห่งออสเตรียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในขณะที่ประเทศคู่อริของทั้งปรัสเซียและฝรั่งเศสอย่างบริเตนใหญ่และสาธารณรัฐดัตช์ก็คอยสนับสนุนราชวงศ์ฮับส์บูร์ก สเปนซึ่งกำลังทำสงครามกับบริเตนใหญ่มาตั้งแต่ปี 1739 จึงถือโอกาสนี้เข้าข้างฝ่ายปรัสเซียและฝรั่งเศสเพื่อหมายจะขจัดอิทธิพลของฮับส์บูร์กเหนือคาบสมุทรสเปนไปในคราวเดียว เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

การรบส่วนใหญ่เป็นการรบทางบก ในขณะที่ชาติอื่นๆยังคงใช้ทหารรับจ้างมาทำการรบ ปรัสเซียซึ่งมีระบบทหารประจำการแล้วจึงมีทหารที่เหนือกว่า ปรัสเซียสามารถมีชัยเหนือฮับส์บูร์กในสงครามไซลีเซียครั้งที่หนึ่งในปี 1742 ซึ่งทำให้ปรัสเซียได้เข้าครอบครองดินแดนไซลีเซีย ปรัสเซียได้รับชัยชนะอีกครั้งในสงครามไซลีเซียครั้งที่สองในปี 1744 ในขณะที่ฝรั่งเศสก็ทำการโจมตีอาณานิคมต่างๆของบริเตนใหญ่ในทวีปอเมริกาเหนือเป็นสงครามที่เรียกว่าสงครามพระเจ้าจอร์จ

สงครามครั้งนี้จบลงด้วยสนธิสัญญาแอกซ์-ลา-ชาแปลในปี 1748 พระนางมาเรีย เทราซา สูญเสียดินแดนไซลีเซียให้แก่ปรัสเซีย และเสียดัชชีปาร์มาและปีอาเชนซาให้แก่สเปน แลกกับการยอมรับพระนางเป็นอาร์ชดัชเชสแห่งออสเตรียและกษัตริย์แห่งโบฮีเมีย ส่วนฝรั่งเศสไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก ความสงบสุขอยู่ได้ไม่นานนัก ความอยากได้ดินแดนไซลีเซียคืนมาของออสเตรียทำให้เกิดการเปลี่ยนดุลอำนาจครั้งใหญ่ในยุโรปเมื่อปี 1756 ซึ่งนำไปสู่สงครามครั้งใหญ่กว่าอย่างสงครามเจ็ดปี

ดูเพิ่ม[แก้]