ลักกีสตาร์ (มังงะ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ลักกีสตาร์
Lucky Star
ชื่อไทย ลักกีสตาร์
Lucky Star
ชื่อญี่ปุ่น らき☆すた
ชื่ออังกฤษ Lucky☆Star
ประเภท โชเน็น
แนว ตลก, เสี้ยวชีวิต
มังงะ
เขียนเรื่อง คะงะมิ โยะชิมิซุ (Kagami Yoshimizu)
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น สำนักพิมพ์คะโดะกะวะ (Kadokawa)
แคนาดา สหราชอาณาจักร ประเทศไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา บันดะอิเอนเตอร์เทนเมนต์ (Bandai Entertainment)
เกาหลีใต้ ไทวอน ซี.ไอ. (Daiwon C.I.)
ไทย สยามอินเตอร์คอมิกส์
ลงนิตยสาร คอมป์ทิก (Comptiq)
โชเน็งเอซ (Shōnen Ace)
เมื่อ ญี่ปุ่น มกราคม 2547 – ปัจจุบัน
จำนวนเล่ม ญี่ปุ่น 9
ไทย 9
เกม
''ลักกีสตาร์โมะเอะดริล
(Lucky Star Moe Drill)''
สร้างโดย สำนักพิมพ์คะโดะกะวะ
จัดจำหน่ายโดย สำนักพิมพ์คะโดะกะวะ
แนว ผจญภัย, การศึกษา, ปริศนา
เรตติ้ง ซีอาร์อีโอ: ทุกเพศทุกวัย
สำหรับเครื่อง นินเท็นโดดีเอส
จำหน่ายเมื่อ 1 ธันวาคม 2547
ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์
ผู้กำกับ ยามาโมโต้ ยูทากะ (1-4)
ทาเคโมโตะ ยาสุฮิโระ (5-24)
ออกแบบตัวละคร โฮริงุจิ ยูคิโกะ
ผลิตโดย เกียวโตแอนิเมชัน
ลิขสิทธิ์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แมดแมนเอนเตอร์เทนเมนต์ (Madman Entertainment)
แคนาดาสหรัฐอเมริกา คะโดะกะวะพิกเชอส์ (Kadokawa Pictures) / บันดะอิเอนเตอร์เทนเมนต์

สหภาพยุโรป บีซเอนเตอร์เทนเมนต์ (Beez Entertainment)
ไทย โรสแอนิเมชัน[1]

ฉายทาง ญี่ปุ่น ชิบะทีวี (Chiba TV), เคบีเอสเคียวโตะ (KBS Kyoto), ซัน-ทีวี (SUN-TV), โทเกียวเอ็มเอ็กซ์ (Tokyo MX)
ฮ่องกง เอทีวี (ATV)
ฟิลิปปินส์ ทีวีไฟฟ์ (TV5)
ฉายครั้งแรก 8 เมษายน 2550 - 16 กันยายน 2550
จำนวนตอน 24
เกม
ชินลักกีสตาร์โมะเอะดริล: ทะบิดะชิ
(Shin Lucky Star Moe Drill: Tabidachi)
สร้างโดย สำนักพิมพ์คะโดะกะวะ
จัดจำหน่ายโดย สำนักพิมพ์คะโดะกะวะ
แนว ผจญภัย, การศึกษา, ปริศนา
เรตติ้ง ซีอีอาร์โอ: ทุกเพศทุกวัย
สำหรับเครื่อง นินเทนโด ดีเอส (Nintendo DS)
จำหน่ายเมื่อ 24 พฤษภาคม 2550
มังงะ
ลักกีสตาร์พ็อคเก็ตแทรเวเลอส์
(Lucky Star Pocket Travelers)
เขียนเรื่อง คะงะมิ โยะชิมิซุ
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น คาโดคาว่า โชเท็น
เมื่อ 26 พฤศจิกายน 20072008
จำนวนเล่ม 2
เกม
ลักกีสตาร์: เรียวโอกะกุเอ็งโอโตไซ
(Lucky Star: Ryōō Gakuen Ōtōsai)
สร้างโดย สำนักพิมพ์คะโดะกะวะ
จัดจำหน่ายโดย สำนักพิมพ์คะโดะกะวะ
แนว โรมานซ์-ผจญภัย, วิชวลโนเวล
เรตติ้ง ซีอีอาร์โอ: ข
สำหรับเครื่อง เพลย์สเตชัน 2, เพลย์สเตชันพอร์เทเบิล
จำหน่ายเมื่อ 24 มกราคม 2551 (PS2)
23 ธันวาคม 2553 (PSP)
นวนิยาย
ลักกีสตาร์: เมอร์เดอร์เคส
(Lucky Star: Murder Case)
ผู้แต่งเรื่อง โทกะ ทะเก (Tōka Takei)
เขียนภาพ คะงะมิ โยะชิมิซุ
ตีพิมพ์ ญี่ปุ่น สำนักพิมพ์คะโดะกะวะ
ตีพิมพ์เมื่อ 1 กันยายน 2550 – ปัจจุบัน
จำนวนเล่ม 3
นวนิยาย
ลักกีสตาร์: ยุรุยุรุเดส์
(Lucky Star: Yuruyuru Days)
ผู้แต่งเรื่อง โทโกะ มะชิดะ (Tōko Machida)
ตีพิมพ์ คะโดะกะวะสนีเกอร์บุงโกะ
ตีพิมพ์เมื่อ 10 กันยายน 255110 ธันวาคม 2551
จำนวนเล่ม 1
โอวีเอ
ลักกีสตาร์: ออริจินัลนะวิชวลทูแอนิเมชัน
(Lucky Star: Original na Visual to Animation)
กำกับ ยะซุฮิโระ ทะเกะโมะโตะ (Yasuhiro Takemoto)
สร้างสรรค์ ญี่ปุ่น เคียวโตะแอนิเมชัน
ตอน 1
เผยแพร่ 26 กันยายน 2551
ความยาว 42 นาที
เกม
ลักกีสตาร์: เน็ตไอดอลไมสเทอร์
(Lucky Star: Net Idol Meister)
สร้างโดย สำนักพิมพ์คะโดะกะวะ
จัดจำหน่ายโดย สำนักพิมพ์คะโดะกะวะ
แนว เกมเสมือนจริง
เรตติ้ง ซีอีอาร์โอ: 12 ปีขึ้นไป
สำหรับเครื่อง เพลย์สเตชันพอร์เทเบิล
จำหน่ายเมื่อ 24 ธันวาคม 2552
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

ลักกีสตาร์ (ญี่ปุ่น: らき☆すた Raki Suta ?; อังกฤษ: Lucky Star) เป็นมังงะสี่ช่อง เขียนโดย คะงะมิ โยะชิมิซุ (Kagami Yoshimizu) แล้วลงพิมพ์เป็นตอน ๆ ในนิตยสาร คอมป์ทิก (Comptiq) ของสำนักพิมพ์คะโดะกะวะ (Kadokawa) ตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 ตราบบัดนี้ และลงพิมพ์อย่างเดียวกันในนิตยสารอื่น ๆ ด้วย เป็นต้นว่า โชเน็งเอซ (Shōnen Ace) เนื้อหาเป็นเหมือนมังงะสี่ช่องทั่วไปที่ไม่มีเป้าหมายตายตัว แต่ดำเนินเรื่องไปแบบวันต่อวัน

ครั้นเดือนสิงหาคม 2548 จึงทำเป็นดรามาซีดีขาย และเมื่อเดือนธันวาคม ปีนั้น ก็ทำขายเป็นวีดิโดเกมแบบนินเท็นโดดีเอส (Nintendo DS) ชื่อ ลักกีสตาร์โมะเอะดริล (Lucky Star Moe Drill) นอกจากนี้ เคียวโตะแอนิเมชัน (Kyoto Animation) ยังทำมังงะดังกล่าวเป็นอะนิเมะยี่สิบสี่ตอนฉายทางชิบะทีวี (Chiba TV) ของเครือข่ายโทรทัศน์ญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2550 ถึง 16 กันยายน ปีเดียวกัน และมีการเขียนเป็นไลท์โนเวล (light novel) ขายในเดือนกันยายน 2550 อะนิเมะเช่นว่ายังเผยแพร่ในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกาที่ คะโดะกะวะพิกเชอส์ (Kadokawa Pictures) ได้รับอนุญาตไป และบันดะอิเอนเตอร์เทนเมนต์ (Bandai Entertainment) จำหน่าย ส่วนในประเทศไทย โรสแอนิเมชันได้รับอนุญาตให้จัดจำหน่าย[1] ต่อมาในระหว่างเดือนพฤษภาคม 2551 และเดือนมีนาคม 2552 จึงผลิตเป็นดีวีดีหกชุดขายในประเทศญี่ปุ่น และทำเป็นวิดีโอแอนิเมชันดั้งเดิม (original video animation) ขายเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2551 พร้อมดรามาซีดีด้วย[2]

เนื้อเรื่อง[แก้]

เนื้อหาของลักกีสตาร์จะหยิบเอาเรื่องราวที่เกี่ยวกับสิ่งรอบตัวปัจจุบันและโอตาคุ ที่เป็นประจำวันของกลุ่มนักเรียนหญิงในโรงเรียนระดับชั้นมัธยมปลายของญี่ปุ่น ในเมืองคะซุกะเบะ จังหวัดไซตามะ ที่เสียดสีกลุ่มคนการ์ตูนเล็กน้อย ตัวเอกของเรื่องคือ อิซึมิ โคนาตะ นักเรียนหญิงผู้เป็นเลิศทั้งในด้านกีฬาและการเรียน แต่กลับไม่เข้าชมรมสังกัดไหนเลย นั่นก็เป็นเพราะว่าการเข้าชมรมหรือกลุ่มกิจกรรมเหล่านั้น จะทำให้เธออดดูการ์ตูน และเสียเวลาเล่นเกมของเธอไป แม้ว่าเธอจะเป็นคนที่เกียจคร้านซักแค่ไหน แต่สำหรับเรื่องอะนิเมะ หรือวิดีโอเกมที่เธอชอบแล้ว เธอจะทุ่มเวลาและให้ความสนใจกับมันเป็นพิเศษมากว่าสิ่งใด ๆ เสียอีก เนื้อหาที่ตีพิมพ์นั้นจะเริ่มต้นจากการพบกันของตัวละครทั้ง 3 ในปีแรกของการเข้าศีกษาในระดับชั้นมัธยมปลาย คือ อิซึมิ โคนาตะ, ฮิอิรากิ คางามิ, ฮิอิรากิ สึคาสะ และ ทาคาระ มิยูกิ และเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินต่อไป พวกเธอก็จะเปลี่ยนระดับชั้นไปด้วย (เรื่องราวดูแล้วบางครั้งไม่ต่อเนื่องกัน)

ตัวละครหลัก[แก้]

อิสึมิ โคนาตะ
(ญี่ปุ่น: 泉 こなた Izumi Konata ?)
ให้เสียงโดย: ฮิโรฮาชิ เรียว (ดราม่า ซีดี), ฮิราโนะ อายะ (อะนิเมะ)
โคนาตะ หรือ "โคนะจัง" ที่เพื่อนๆ เรียกกัน เธอเป็นคนที่เบื่อง่ายมากหากสิ่งเธอที่เธอกกำลังทำอยู่นั้นมันไม่ได้กระตุ้นความสนใจของเธอ ความจริงแล้วเธอก็เป็นคนที่การเรียนดี กีฬาเยี่ยม แต่เธอกลับเบื่อที่จะต้องมานั่งเรียนในห้องเรียน เพราะเธอคิดว่ามันดูยาก อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังเป็นคนที่มีความสามารถในการท่องจำหนังสือเรียนเป็นจำนวนมาก ก่อนเวลาสอบเพียงไม่กี่วัน เธอรัก วิดีโอเกม เป็นอย่างมาก แถมยังเล่นเกมเก่งทุกประเภทซะด้วย ขนาดคางามิที่ว่าเก่งเรียน ยังแพ้เธอเวลาเล่นเกมตอบปัญหาความรู้รอบตัว ตัวเธอเองก็ไม่เกี่ยงว่าเกมที่เธอเล่นจะเป็นประเภทอะไร เพราะเธอเล่นได้หมด ตัวอย่างเกมที่เธอเล่นก็มี "Lucky☆Star โมเอะ ดริล" (เกมตอบปัญหา ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ "Lucky☆Star"), "Monster Hunter 2", เกมออนไลน์ หรือแม้แต่เกมสำหรับผู้ใหญ่ นอกจากวิดีโอเกมที่เธอรักแล้ว เธอยังรัก อะนิเมะ อีกด้วย นั่นก็เป็นเพราะว่าเธอจะดูมันในระหว่างที่พ่อของเธอกำลังเล่นเกมอยู่ เมื่อพ่อของเธอซื้อ[[เอโรเกะ|เกมสำหรับผู้ใหญ่ หรือเกมจีบสาวมาเพื่อที่จะเล่นเอง แต่เธอก็ยังสามารถเอาออกมาเล่นเองได้ ซึ่งเธอก็เคยบอกไว้ว่าถ้าเธออายุ 18 เมื่อไหร่ เธอจะหาซื้อมาเล่นเองบ้าง
จากการที่เธอใช้เงินส่วนมากไปกับวิดีโอเกมและโดจินชิ ทำให้เธอต้องหางานพิเศษทำเพื่อหาเงิน ซึ่งเธอก็ได้งานพิเศษที่ร้านน้ำชาคอสเพลย์ ซึ่งนั่นก็เข้าทางกับที่เธอชอบในด้านนี้เลย ส่วนในเรื่องเกมออนไลน์ เธอมักจะเล่นเป็นตัวละครชาย แถมไม่มีใครรู้อีกด้วย เพราะเธอก็รู้ว่าผู้เล่นส่วนใหญ่จะใช้ตัวละครที่ไม่ตรงกับเพศของตัวเองกัน เธอมักจะเล่นเกมออนไลน์อยู่จนดึก และไปหลับในห้องเรียน ซึ่งสร้างความรำคาญให้กับอาจารย์นานาโกะ ของเธออยู่บ่อยๆ
ฮิรากิ คางามิ
(ญี่ปุ่น: 柊 かがみ Hiiragi Kagami ?)
ให้เสียงโดย: โคชิมิซุ อามิ (ดราม่า ซีดี), คาโต้ เอมิริ (อะนิเมะ)
คางามิเป็นพี่สาวฝาแฝดของสึคาสะ ที่โรงเรียน การเรียนของเธอจัดได้ว่าเก่งเลยทีเดียว แถมยังเป็นคนที่ตั้งใจเรียนซะด้วย เธอมีหน้าที่เป็นคณะกรรมการนักเรียนในชั้นปีแรกของมัธยมปลาย เธอเรียนอยู่คนละห้องกับสึคาสะและโคนาตะ แต่ช่วงพักกลางวันพวกเธอมักจะมาทานอาหารกลางวันด้วยกันทุกคนเสมอ และเธอก็ได้เลือกเข้าเรียนในสายมนุษย์ศาสตร์ในปีสอง ซึ่งเป็นทางที่จะทำให้เธอได้มาอยู่กับเพื่อนๆ ของเธอ แต่กลายเป็นว่าเธอต้องไปเรียนอยู่ห้องอื่น และเป็นอย่างนี้เช่นเดียวกันในปีสามของเธอ เธอมักจะถูกเรียกว่า "คางามิน" เป็นคนที่ออกจะมั่นใจในตัวเองมากเล็กน้อย แต่ในเรื่องทำอาหารนี่ตรงกันข้ามกับน้องสาวฝาแฝดของเธอเลยทีเดียว
คางามิจัดได้ว่าเป็นตัวละครประเภท ปากอย่างใจอย่าง แม้ว่าบางทีเธอจะแข็งกระด้าง แต่เธอก็มีด้านที่ขี้อายอยู่เหมือนกัน ซึ่งเข้าประเภทที่เรียกว่า ซึนเดเระ เลยทีเดียว สิ่งหนึ่งที่เธอเหมือนกับโคนาตะ คือเธอชอบเล่น วิดีโอเกม เหมือนกัน แต่เล่นคนละประเภทกันกับโคนาตะ คากามิชอบเล่นเกมประเภทเดินยิงด้านข้าง และนอกจากนั้นยังชอบอ่านหนังสือพวก ไลท์ โนเวล แต่นั่นก็ทำให้เธอรู้สึกเหงา เพราะรอบตัวเธอไม่มีใครที่จะมาพูดคุยกับเธอในเรื่องนี้เลย
ฮิรากิ สึคาสะ
(ญี่ปุ่น: 柊 つかさ Hiiragi Tsukasa ?)
ให้เสียงโดย: นาคาฮาระ ไม (ดราม่า ซีดี), ฟุคุฮาระ คาโอริ (อะนิเมะ)
สึคาสะเป็นน้องสาวฝาแฝดของคางามิ พวกเธออาศัยอยู่กับพี่น้องอีก 2 และพ่อ-แม่ รวมเป็น 6 คนทั้งครอบครัว พร้อมกับเครือญาติของเธอ เธออยู่ห้องเรียนเดียวกันกับโคนาตะ การเรียนและกีฬาเธอแทบจะเรียกได้ว่าไม่เอาถ่าน แต่ถ้าเป็นเรื่องทำอาหารล่ะถือได้ว่าชำนาญเลยทีเดียว เป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี แม้จะออกเหนียมๆ ไปบ้าง
ทาคาระ มิยูกิ
(ญี่ปุ่น: 高良 みゆき Takara Miyuki ?)
ให้เสียงโดย: นาคายาม่า เอรินะ (ดราม่า ซีดี), เอนโด อายะ (อะนิเมะ)
มิยูกิเป็นคุณหนูจากตระกูลมหาเศรษฐี เป็นคนที่สวย ฉลาด แถมยังมีมนุษย์สัมพันธ์ดีอีกด้วย เธอเป็นกรรมการนักเรียนและเป็นเพื่อนสนิทของคางามิ มิยูกิเรียนอยู่ห้องเดียวกันกับโคนาตะและสึคาสะ แม้ว่าเธอจะอยู่กลุ่มเดียวกันกับพวกโคนาตะ แต่เธอก็ไม่เคยโดนอ.นานาโกะ ลงโทษเลย และเธอยังเป็นที่ไว้วางใจของนักเรียนทุกคนในชั้นมากกว่าอ.นานาโกะเสียอีก
เธอมักจะถูกเพื่อนๆ เรียกกันว่า สาวแว่น ซึ่งสายตาของเธอก็สั้นกว่า 0.1 ซึ่งเธอเริ่มเป็นตั้งแต่เธอเริ่มอ่านหนังสือเองในที่มืด หลังจากที่แม่ของเธออ่านหนังสือให้เธอฟังและเผลอหลับไป เธอรักการอ่านมาก แต่เธอไม่อ่านไลท์ โนเวล

สื่อรูปแบบต่าง ๆ[แก้]

มังงะ[แก้]

Lucky☆Star ในรูปแบบมังงะ นั้นได้เริ่มตีพิมพ์ครั้งแรกลงในนิตยสาร คอมทิค ของประเทศญี่ปุ่นในเดือนมกราคม ปี 2004 มาจนถึงปัจจุบัน และมีฉบับรวมเล่มตีพิมพ์ออกมาแล้ว 4 เล่ม ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ คาโดคาว่า โชเท็น เล่มแรกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2547 เล่มสองวางจำหน่าย 10 สิงหาคม พ.ศ. 2547 เล่มสามวางจำหน่าย 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 เล่มสี่ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2550 และเล่มห้า วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2550 ส่วนในประเทศไทยทางสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ได้ลิขสิทธิ์เรื่องนี้ โดยเล่มหนึ่งได้มีกำหนดการวางจำหน่ายแล้วในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2550[3] เล่มสองได้วางจำหน่ายในวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 เล่มสามวางจำหน่ายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 เล่มสี่วางจำหน่ายในวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 และเล่มห้าวางจำหน่ายในวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551

นอกจากนิตยสาร คอมทิค แล้ว มังงะของเรื่องนี้ยังปรากฏในนิตยสารอื่นๆ ในเครือของคาโดคาว่าอีกด้วย เช่น โชเน็น เอซ,นิวไทป์, คอมพเอซ, ดรากอน แมกกาซีน, โมบาย นิวไทป์ และ คาโดคาว่า ฮอตไลน์ ให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ

วิดีโอเกม[แก้]

นินเทนโด ดีเอส[แก้]

ในเวอร์ชันวิดีโอเกม จะใช้ชื่อว่า Lucky☆Star โมเอะ ดริล (ญี่ปุ่น: らき☆すた 萌えドリル Raki ☆ Suta Moe Doriru ?) ซึ่งวางจำหน่ายไปในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ในเครื่อง นินเทนโด ดีเอส ซึ่งจะมีแบบจำนวนจำกัดอยู่ด้วย ซึ่งในรูปแบบจำนวนจำกัดนั้นมีส่วนพิเศษเพิ่มมามากมาย ซึ่งจะวางจำหน่ายปะปนไปกับแบบธรรมดา และแบบจำนวนจำกัดนี้จะถูกเรียกว่า "DX Pack" และต่อมาก็ได้มีการวางแผนที่จะจำหน่ายเกมใหม่ ภายใต้ชื่อว่า ชิน Lucky☆Star โมเอะ ดริล ~ทาบิดาจิ~ (ญี่ปุ่น: 真・らき☆すた 萌えドリル~旅立ち~ Shin Raki ☆ Suta Moe Doriru ~Tabidachi~ ?) สำหรับเครื่อง นินเทนโด ดีเอส ในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

เกมแรกจะเป็นประเภทเกมฝึกสมอง โดยที่ตัวเกมจะทดสอบผู้เล่นในทักษะต่างๆ และในด้านความจำ โดยที่ตัวละครจะต้องไล่ตอบคำถามของตัวละครตัวอื่นๆ ไปเรื่อยๆ รวมไปถึงใน "Drama ☆ Mode" ซึ่งผู้เล่นจะได้เล่นในรูปแบบเกมผจญภัยขนาดย่อม โดยเป้าหมายคือการพาตัวละครไปที่ อากิฮาบาระ โดยการตอบคำถามและเล่นมินิเกม (ทั้งหมด 5 เกม) ที่จะโผล่ออกมาให้เล่นตลอดเกม

จุดสังเกต[แก้]
  • ในเกมจะมีจุดที่น่าสนในการเล่นคนเดียวในโหมด "Hitasura ☆ Drill" และ "Drama ☆ Mode" คือผู้เล่นสามารถที่จะลิงก์เล่นกับผู้เล่นคนอื่นๆ ที่กำลังเล่นอยู่ได้ด้วย ซึ่งผู้เล่นสามารถที่จะนำตัวละครที่ตนสร้างไว้ใน "Drama ☆ Mode" มาเล่นกันได้ และถ้าผู้เล่นต้องการที่จะใช้ท่าไม้ตายพิเศษเพื่อต่อสู้กับผู้เล่นอีกคนในขณะที่กำลังลิงก์เล่นด้วยกันอยู่ ผู้เล่นจะต้องตะโกนชื่อของท่าไม้ตายนั้นใส่ในไมโครโฟนด้วย
  • ใน Drama ☆ Mode ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นผู้ช่วยของตัวละครตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งจะต้องพยายามทำให้ค่าสถานะต่างๆ ของเธอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อไว้ใช้ฝึกทักษะในการต่อสู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ
  • ในเกมจะมี "ดริลส" อยู่ 5 ชนิด ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป หนึ่งในนั้นจะมีปัญหาที่เรียกว่า "Ondoku" ซึ่งผู้เล่นจำเป็นที่จะต้องพูดคำตอบใส่ไมโครโฟนเพื่อตอบคำถามนั้น
  • มาสคอตของร้านขายสินค้าโดจิน และอะนิเมะ ส่วนใหญ่จะปรากฏในเรื่องนี้ทั้ง 3 เวอร์ชัน (เช่น ดิ จิ การัตของค่ายบร็อกเคอลี่, อะนิเมะ เทนโช ของร้าน อนิเมท และ มิโกะจัง ของร้าน โทระโนะอานะ ซึ่งจะปรากฏออกมาให้เห็นกันเป็นช่วงๆ)

เพลย์สเตชัน 2[แก้]

คาโดคาว่า โชเท็น ได้พัฒนาเกม วิชช่วล โนเวล สำหรับเครื่องเล่น เพลย์สเตชัน 2 ชื่อว่า Lucky☆Star: เรียวโอ กาคุเอ็น โอโตไซ (ญี่ปุ่น: らき☆すた ~陵桜学園 桜藤祭~ Lucky ☆ Star: Ryōō Gakuen Ōtōsai ?) ซึ่งออกวางจำหน่ายในวันที่ 24 มกราคม 2008[4]

เพลย์สเตชันพอร์เทเบิล[แก้]

สำหรับเครื่องเล่น เพลย์สเตชันพอร์เทเบิล ในชื่อว่า Lucky☆Star: เน็ต ไอดอล เมอิสเตอร์ (ญี่ปุ่น: らき☆すた ネットアイドル・マイスター 'Lucky Star: Net Idol Meister ?) ซึ่งออกวางจำหน่ายในวันที่ 24 ธันวาคม 2009 โดย คาโดคาว่า โชเท็น[5]

อะนิเมะ[แก้]

Lucky☆Star ในรูปแบบอะนิเมะนั้น สร้างโดย เกียวโตแอนิเมชัน ออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2550 มีความยาวทั้งหมด 24 ตอน[6] ซึ่งได้เปลี่ยนตัวผู้กำกับ ยามาโมโต้ ยูทากะ เป็น ทาเคโมโต้ ยาสุฮิโระ หลังจากตอนที่ 4 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลที่ว่า: "คุณยามาโมโต้ ยูทากะ ยังไม่มีความสามารถพอที่จะไปถึงจุดที่เรียกว่าผู้กำกับได้ ดังนั้นจึงต้องขอเปลี่ยนตัวผู้กำกับ"[7]

การวางจำหน่ายแผ่น ดีวีดี[แก้]

แผ่นดีวีดีชุดพิเศษชุดแรกนั้นวางจำหน่ายในวันที่ 22 มิถุนายน 2550 ที่ข้างในบรรจุอะนิเมะไว้ 2 ตอน ซึ่งดีวีดีแผ่นแรกนั้นหลังจากที่วางจำหน่ายก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างมากจนทำให้สินค้านั้นหมดลงไปอย่างรวดเร็วในประเทศญี่ปุ่น รายงานจาก แอมะซอนประเทศญี่ปุ่น [8] ยิ่งไปกว่านั้น "แหล่งจำหน่ายสินค้าใหญ่ [ในอากิฮาบาระ] ที่มีการวางจำหน่ายชุดพิเศษนั้นก็ยังหมดลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย"[8]

เพลงประกอบ[แก้]

เพลงเปิด
มตเทเคะ! เซเลอร์ ฟุคุ (ญี่ปุ่น: もってけ!セーラーふく Motteke! Sailor Fuku lit.ใส่ซะ! ชุดกะลาสี ?) โดย ฮิราโนะ อายะ, คาโต้ เอมิริ, ฟุคุฮาระ คาโอริ, และ เอนโด อายะ (ตอนที่ 1-23)
เพลงปิด

Lucky☆Star เป็นอะนิเมะที่ผิดแผกไปจากเรื่องอื่นๆในเรื่องของเพลงปิด ที่ส่วนจะมีเพลงปิดเพียงไม่กี่เพลง แต่เรื่องนี้จะใช้เพลงปิดไม่ซ้ำกันในแต่ละตอน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพลงที่นำมาจากอะนิเมะเรื่องอื่นๆ และภาพยนตร์คนแสดง ซะมาก และหลังจากตอนที่ 13 เป็นต้นไป จะใช้นักพากย์หลักคือคุณ ชิราอิชิ มิโนรุ มา แสดงสด เพื่อใช้เป็นเพลงปิดในแต่ละตอนด้วย

เพลงประกอบ
  1. "ฮาเระ ฮาเระ ยูไค" โดย ฮิราโนะ อายะ, จิฮาระ มิโนริ และ โกโต้ ยูโกะ (ตอนที่ 2, 4, และ 16)
  2. "โบเค็น เดโชะ เดโชะ?" โดย ฮิราโนะ อายะ, ร้องโดย โคนาตะ (ตอนที่ 5)
  3. "Gravity" โดย ซาโตรุ โคซากิ & m.o.v.e (ตอนที่ 6 และ 8)
  4. "คุจิบิรุ เดย์ดรีม" โดย มิซาโตะ อากิ (ตอนที่ 7)
  5. "God knows..." โดย ฮิราโนะ อายะ (ตอนที่ 15)
  6. "ซากุระ ซากุ มิราอิ โค่ย ยูเมะ" (ญี่ปุ่น: サクラサクミライコイユメ Sakura Saku Mirai Koi Yume lit.ดอกซากุระที่เบ่งบานสู่อนาคตแห่งความรักและความฝัน ?) โดย yozuca* (ตอนที่ 15)
  7. "โค่ย โนะ มิคุรุ เด็นเซ็ทสึ" (ญี่ปุ่น: 恋のミクル伝説 Kōi no Miruku Densetsu lit.ตำนานรักมิคุรุ ?) โดย โกโต้ ยูโกะ (ตอนที่ 16)
  8. "ฟุทาริ โนะ โมจิพิททัน" (ญี่ปุ่น: ふたりのもじぴったん ?) โดย ฟุรุฮาระ นานะ (ตอนที่ 22)
  9. "United Force" โดย คุริบายาชิ มินามิ (ตอนที่ 23)
  10. "มตเทเคะ! เซเลอร์ ฟุคุ" (ญี่ปุ่น: もってけ!セーラーふく Motteke! Sērāfuku lit.ใส่ซะ! ชุดกะลาสี ?) โดย ฮิราโนะ อายะ, คาโต้ เอมิริ, ฟุคุฮาระ คาโอริ, และ เอนโด อายะ (ตอนที่ 24)
  11. "โค่ย โนะ มิโนรุ เด็นเซ็ทสึ" (ญี่ปุ่น: 恋のミノル伝説 Koi no Minoru Densetsu lit.ตำนานรักมิโนรุ ?) โดย ชิราอิชิ มิโนรุ (ตอนที่ 24)

ซีดีเพลง[แก้]

Lucky☆Star ในแบบของ ดราม่า ซีดี นั้นมีชื่อว่า ดราม่า ซีดี Lucky☆Star ซึ่งวางจำหน่ายในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2547 โดย ฟรอนเทียร์ เวิร์คส ส่วน วิดีโอเกม ซาวนด์แทร็ค ภายใต้ชื่อว่า Lucky☆Star โวคอล มินิ อัลบั้ม ได้วางจำหน่ายในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2547 สำหรับ มตเทเคะ! เซเลอร์ ฟุคุ (ญี่ปุ่น: もってけ!セーラーふく Motteke! Sērāfuku ?) ที่เป็นซิงเกิลเปิดนั้น วางจำหน่ายในวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ซีดีเพลงปิด "Lucky☆Star เอนดิ้ง ธีม ดราม่า" ที่จะรวมทุกเพลงปิดในรูปแบบเต็มเพลง และคาราโอเกะเหมือนกับในอะนิเมะ วางจำหน่ายในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 โดย แลนติส ซีดีซิงเกิลแบบ maxi ไอไม เน็ต ดาร์ลิง (ญี่ปุ่น: 曖昧ネットだーりん Aimai Netto Daarin ?) ที่ร้องโดยคุณ คนโนะ ฮิโรมิ เป็น โคงามิ อากิระ และ ชิราอิชิ มิโนรุ เป็นตัวเขาเองในฉบับอะนิเมะ ได้วางจำหน่ายในวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ซีดีเพลง มตเทเคะ! เซเลอร์ ฟุคุ ฉบับรีมิกซ์นั้นได้วางจำหน่ายในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2550 โดย แลนติส ซีดีซิงเกิล โคซุตเตะ! โอ้ มาย ฮันนี่ ที่ร้องโดย อายะ ฮิราโนะ เป็น โคนาตะ และ ซาซากิ โนโซมิ เป็น แพทริเซีย และซิงเกิล มิโซจิ มิซากิ ที่ร้องโดย คนโนะ ฮิโรมิ เป็น โคงามิ อากิระ นั้นได้วางจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2550 และอัลบั้ม ชิราอิชิ มิโนรุ โนะ โอโตโกะ โนะ ลัลละไบ ที่เป็นอัลบั้มรวมเพลงปิดที่ร้องโดย ชิราอิชิ มิโนรุ ในอะนิเมะตั้งแต่ตอนที่ 13 เป็นต้นไป ได้วางจำหน่ายในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ซีดีคาแร็คเตอร์ 4 แผ่นแรกได้วางจำหน่ายในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2550 ซึ่งร้องโดยนักพากย์ทั้ง 4 คนในแต่ละแผ่น ฮิราโนะ อายะ เป็น โคนาตะ, คาโต้ เอมิริ เป็น คางามิ, ฟุคุฮาระ คาโอริ เป็น สึคาสะ และ เอนโด อายะ เป็น มิยูกิ ต่อมาได้มีซีดีคาแร็คเตอร์ออกตามมาอีก 4 แผ่นในวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2550 ซึ่งร้องโดยนักพากย์อีก 4 คนในแต่ละตัวละคร ฮาเซงาวะ ชิซุกะ เป็น ยูทากะ, ชิฮาระ มิโนริ เป็น มินามิ, ชิมิซึ คาโอริ เป็น ฮิโยริ และ ซาซากิ โนโซมิ เป็น แพทริเซีย สำหรับซีดีคาแร็คเตอร์อีกสองแผ่นนั้นได้วางจำหน่ายในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2550 แผ่นหนึ่งจะเป็น ดูเอท ของนักพากย์สองคนคือ มิซุฮาระ คาโอรุ เป็น คุซาคาเบะ มิซาโอะ และ ไอซาวะ ไม เป็น มิเนะงิชิ อายาโนะ และอีกแผ่นหนึ่งจะเป็น ทริโอ ของ อายะ ฮิราโนะ, ฮาเซงาวะ ชิซุกะ และ ชิฮาระ มิโนริ เป็น โคนาตะ, ยูทากะ และ มินามิ นอกจากนั้นยังมีซีดีคาแร็คเตอร์ดูเอทอีก 2 แผ่นตามมาในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ซึ่งแผ่นแรกเป็นของ ฮิโรคาซุ ฮิระมัตสึ เป็น อิซึมิ โซจิโร่ และ สุมิ ชิมาโมโตะ เป็น อิซึมิ คานาตะ และอีกแผ่นจะเป็นของ นิชิฮาระ ซาโอริ เป็น นารุมิ ยุย และ มาเอดะ โคโนมิ เป็น คุโรอิ นานาโกะ

อัลบั้ม ลักกีสตาร์ BGM & เรดิโอ บันกุมิ "ลักกี☆ แชนแนล" โนะ ไดเจส โอะ ชูโรคุ ชิตะ สเปเชียล ซีดี 1 (ญี่ปุ่น: らき☆すた BGM & ラジオ番組 "らっきー☆ちゃんねる" のダイジェストを収録したスペシャルCD Raki Suta BGM & rajio bangumi "Raki ☆ Chaneru" no daijesuto o shuurokushita supesharu CD ?) ได้วางจำหน่ายครั้งแรกพร้อมกับดีวีดีแผ่นแรกในวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นอัลบั้มรวมเพลงประกอบในอะนิเมะ พร้อมกับดราม่าออดิโอของ คนโนะ ฮิโรมิ ในบทของ โคงามิ อากิระ และ ชิราอิชิ มิโนรุ ในบทของเขาเอง และอัลบั้มในแบบเดียวกันนี้ฉบับต่อไปก็ได้ออกมาพร้อมกับดีวีดีชุดที่ 2 ในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ชุดที่ 3 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 3 ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ชุดที่ 4 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 4 ในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2550 ชุดที่ 5 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 5 ในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ชุดที่ 6 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 6 ในวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ชุดที่ 7 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 7 ในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ชุดที่ 8 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 8 ในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2551 ชุดที่ 9 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 9 ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ชุดที่ 10 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 10 ในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2551 ชุดที่ 11 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 11 ในวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2551 และชุดที่ 12 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 12 ในวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ไลท์ โนเวล[แก้]

Lucky☆Star ในฉบับไลท์ โนเวล นั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 เล่ม ไลท์ โนเวลเล่มแรกมีชื่อว่า Lucky☆Star Lucky☆Star ซัทสึจิน จิเค็น (ญี่ปุ่น: らき☆すた らき☆すた殺人事件 Raki ☆ Suta Raki ☆ Suta Satsujin Jiken ?) ซึ่งเนื้อเรื่องจะเป็นผลงานการแต่งของ โทกะ ทาเคอิ และภาพประกอบโดย โยชิมิสึ คางามิ ผู้วาดในต้นฉบับนั่นเอง และได้วางจำหน่ายในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2550 โดยสำนักพิมพ์ คาโดคาว่า สนีกเกอร์ บุงโกะ ในเครือ คาโดคาว่า โชเท็น[10]ส่วนเล่มที่สอง เนื้อเรื่องนั้นแต่งโดย โทกะ ทาเคอิ และภาพประกอบโดย โยชิมิสึ คางามิ มีชื่อว่า ลักกีสตาร์ : ลักกีสตาร์ ออนไลน์ (ญี่ปุ่น: らき☆すた らき☆すたオンライン Lucky Star: Lucky Star Online ?) วางจำหน่ายในวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2551 เล่มที่สาม มีชื่อว่า Lucky☆Star ซูปเปอร์ โดว่า ไทเซ็น (ญี่ปุ่น: らき☆すた スーパー童話大戦 Lucky Star Super Dōwa Taisen ?) วางจำหน่ายในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551

โอวีเอ[แก้]

สำนักพิมพ์คาโดคาว่าโชเท็นได้ประกาศเกี่ยวกับโอวีเอ ลักกีสตาร์ ลงในนิตยสาร คอมทิค[11] ซึ่ง คอมทิค ประจำเดือนมิถุนายนนั้นได้บอกว่า โอวีเอ จะวางจำหน่ายในฤดูร้อน 2008[12] แต่ข่าวล่าสุดประกาศออกมาว่าจะมีการวางจำหน่ายในวันที่ 26 กันยายน 2008.[2] ส่วนเพลงประกอบของโอวีเอคือเพลง "ไอ โอะ โทริโมะโดเซะ!!" (愛をとりもどせ!!, "Ai o Torimodose!!" lit. "ทวงรักกลับคืนมา!!') ร้องโดย "อุโจวเทน" (ญี่ปุ่น: 有頂天 Uchōten ?) (คนโนะ ฮิโรมิ และ ชิราอิชิ มิโนรุ) ทั้งนี้ เพลง "ไอ โอะ โทริโมะโดเซะ!!" เดิมเป็นเพลงเปิดสำหรับแอนิเมชันชุด "โฮะคุโตะ โนะ เค็น" ("หมัดเพชฌฆาตดาวเหนือ") บทเพลงต้นฉบับขับร้องโดย คริสตัลคิง

การตอบรับ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 http://www.rose.co.th/forum/index.php?topic=4868.0
  2. 2.0 2.1 "วันวางจำหน่ายของ โอวีเอ ลักกีสตาร์". Animekon. สืบค้นเมื่อ 2008-06-16. 
  3. ตารางกำหนดการวางจำหน่ายมังงะเรื่อง ลักกีสตาร์ ฉบับภาษาไทย ในเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมมิก
  4. ข่าวการวางจำหน่ายเกม ลักกีสตาร์ วิชช่วล โนเวล บนเครื่องเพลย์สเตชัน 2 (Japanese). ฟามิตสึ (10 กรกฎาคม 2007). เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-07-29
  5. トップアイドル目指して活動!? 『らき☆すた ネットアイドル・マイスター』 (Japanese). ASCII Media Works (2009-07-13). เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-07-15
  6. สารานุกรมของ Anime News Network
  7. บทสัมภาษณ์การเปลี่ยนตัวผู้กำกับ ของ บริษัทเกียวโตแอนิเมชัน
  8. 8.0 8.1 การวางจำหน่ายดีวีดีชุดพิเศษลักกีสตาร์ ในอากิบะ. Anime News Network (27 มิถุนายน 2550). เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-06-27
  9. ที่เคยปรากฏเป็นฉบับสั้นและเป็นรูปแบบของเพลงฮัมโดยตัวละครที่ชื่อว่า ทานิงุจิ ในเรื่อง สึซึมิยะ ฮารุฮิ โดยผู้ที่ให้เสียงทานิงุจินั้นก็คือ ชิราอิชิ มิโนรุ และทั้งสองเรื่องนี้ก็ได้ถูกผลิตโดยบริษัท เกียวโตแอนิเมชัน เช่นกัน
  10. สินค้าอื่นๆ ในเว็บไซต์หลักของ ลักกีสตาร์ (Japanese). เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-08-10
  11. ประกาศโอวีเอเรื่อง ลักกีสตาร์ ในญี่ปุ่น. Anime News Network (2008-05-05). เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-05-05
  12. แผนการวางหน่ายลักกีสตาร์ในฤดูร้อน. Anime News Network (2008-05-08). เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-05-09

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]