ลักกีสตาร์ (มังงะ)
บทความนี้อาจต้องการตรวจสอบต้นฉบับ ในด้านไวยากรณ์ รูปแบบการเขียน การเรียบเรียง คุณภาพ หรือการสะกด คุณสามารถช่วยพัฒนาบทความได้ |
| ลักกีสตาร์ Lucky Star | |
ปกมังงะเล่มที่หนึ่ง ประกอบด้วย อิซึมิ โคนาตะ (ซ้าย), ฮิอินางิ สึคาซะ (ขวาบน) และ ฮิอินางิ คางามิ (ขวาล่าง) | |
| らき☆すた | |
|---|---|
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Lucky☆Star |
| แนว | ตลก, เสี้ยวชีวิต[1] |
| มังงะ | |
| เขียนโดย | คางามิ โยชิมิซุ |
| สำนักพิมพ์ | คาโดกาวะโชเต็ง |
| สำนักพิมพ์ภาคภาษาไทย | สยามอินเตอร์คอมิกส์ |
| สำนักพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษ | บันไดเอ็นเทอร์เทนเมนต์ (อดีต) วิซมีเดีย |
| นิตยสาร | คอมป์ทิก โชเน็นเอซ ฟรอมเกมเมอส์ เอซโมโมกูมิ คอมป์เอซ ดรากอนแม็กกาซีน โมบายนิวไทป์ คอมป์เอชส์ ไซตามะชิมบุง 4-โคมะนาโนเอซ |
| ตีพิมพ์ตั้งแต่ | 10 ธันวาคม ค.ศ. 2003 – ปัจจุบัน |
| จำนวนเล่ม | 10 |
| อนิเมะโทรทัศน์ | |
| กำกับโดย |
|
| เขียนบทโดย | โทโกะ มาจิดะ |
| ดนตรีโดย | ซาโตรุ โคซากิ |
| สตูดิโอ | เกียวโตแอนิเมชัน |
| ถือสิทธิ์โดย | |
| เครือข่าย | ซีทีซี, ทีวีเอส, อาร์เคเค, ทีวีเค, เคบีเอส, ทีวีคิว, บีเอสเอ็น, ทีวีเอช, โฮม, ซัน, ทีบีซี, โตเกียวเอ็มเอ็กซ์, ทีวีเอ, มิต, เอสยูที, เคเอสบี |
| ฉาย | 8 เมษายน ค.ศ. 2007 – 16 กันยายน ค.ศ. 2007 |
| ตอน | 24 |
| ไลต์โนเวล | |
| เขียนโดย | โทกะ ทาเคอิ |
| วาดภาพโดย | คางามิ โยชิมิซุ |
| สำนักพิมพ์ | คาโดกาวะโชเต็ง |
| ในเครือ | คาโดกาวะสนีเกอร์บุงโกะ |
| ตีพิมพ์ตั้งแต่ | 1 กันยายน ค.ศ. 2007 – 1 ตุลาคม ค.ศ. 2008 |
| จำนวนเล่ม | 3 |
| โอวีเอ | |
| ลักกีสตาร์: ออริจินัลนะวิชวลโตะแอนิเมชัน | |
| กำกับโดย | ยาซูฮิโระ ทาเกโมโตะ |
| สตูดิโอ | เกียวโตแอนิเมชัน |
| ถือสิทธิ์โดย | ครันชีโรล |
| ฉาย | 26 กันยายน ค.ศ. 2008 |
| ความยาว | 42 นาที |
| ตอน | 1 |
| โอเอ็นเอ | |
| มิยาคาวะ-เคะ โนะ คูฟูคุ | |
| กำกับโดย | ยูทากะ ยามาโมโตะ |
| เขียนบทโดย | โทโกะ มาจิดะ |
| สตูดิโอ | ออร์เด็ต, เอ็นเคอริจฟิล์มส์ |
| ฉาย | 29 เมษายน ค.ศ. 2013 – 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 |
| ความยาว | 5 นาที |
| ตอน | 10 |
| มังงะอื่น | |
| ไลต์โนเวลอื่น | |
| วิดีโอเกม | |
ลักกีสตาร์ (らき☆すた (Raki Suta)) เป็นมังงะการ์ตูนสี่ช่อง วาดโดย คางามิ โยชิมิซุ เริ่มตีพิมพ์ลงในนิตยสาร คอมป์ทิก ของสำนักพิมพ์คาโดกาวะ ตั้งแต่เดือนธันวาคม ค.ศ. 2003 นอกจากนี้ยังตีพิมพ์ลงในนิตยสารอื่น ๆ เช่น โชเน็นเอซ เป็นต้น การดำเนินเรื่องของ ลักกีสตาร์ นั้นไม่มีเนื้อเรื่องที่ยาวเป็นตอนต่อเนื่อง แต่จะเน้นไปที่ชีวิตประจำวันของตัวละครในแต่ละตอน
ลักกีสตาร์ มีดัดแปลงเป็นสื่อต่าง ๆ ได้แก่ ดรามาซีดี วางจำหน่ายเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2005, วิดีโอเกมจำนวนสี่เกม วางจำหน่ายระหว่าง ค.ศ. 2005 ถึง 2009, อนิเมะจำนวน 24 ตอน ผลิตโดย เกียวโตแอนิเมชัน ออกอากาศทางโทรทัศน์ระหว่างวันที่ 8 เมษายน ถึง 16 กันยายน ค.ศ. 2007 อนิเมะเรื่องนี้ได้รับลิขสิทธิ์ในอเมริกาเหนือโดยคาโดกาวะพิกเจอร์ส และจัดจำหน่ายโดยบันไดเอ็นเทอร์เทนเมนต์ เป็นดีวีดีหกแผ่นวางจำหน่ายระหว่างเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2008 ถึงเดือนมีนาคม ค.ศ. 2009[2] และออริจินัลวิดีโอแอนิเมชัน (โอวีเอ) วางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 2008[3] มาพร้อมกับดรามาซีดี บันไดเอ็นเทอร์เทนเมนต์วางจำหน่ายโอวีเอในรูปแบบคำบรรยายภาษาอังกฤษเท่านั้น เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 2009 วิซมีเดีย ได้รับสิทธิ์ในการเผยแพร่มังงะในรูปแบบดิจิทัลเมื่อ ค.ศ. 2014 ส่วนในประเทศไทย สยามอินเตอร์คอมิกส์ เป็นผู้ถือสิทธิ์ในการตีพิมพ์และแปลมังงะ และโรสแอนิเมชัน เป็นผู้ถือสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายอนิเมะเมื่อ ค.ศ. 2011[4]
มังงะเรื่องแยก มิยาคาวะ-เคะ โนะ คูฟูคุ เริ่มตีพิมพ์ลงในนิตยสาร คอมป์เอชส์ ของสำนักพิมพ์คาโดกาวะ ตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 2008 และได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมะโดย ออร์เด็ต และเอ็นเคอริจฟิล์มส์ ออกอากาศบนยูสตรีมตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2013
เรื่องย่อ
[แก้]เรื่องราวของ ลักกีสตาร์ เน้นไปที่ชีวิตของเด็กสาวสี่คนที่เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายในญี่ปุ่น โดยส่วนใหญ่ดำเนินเรื่องในเมืองที่อิงจากเมืองคูกิในจังหวัดไซตามะ[5] ตัวละครหลักคือ อิซึมิ โคนาตะ เด็กสาวขี้เกียจที่มักจะหลบเลี่ยงการเรียนและใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูอนิเมะ เล่นวิดีโอเกม และอ่านมังงะ แม้ว่าเธอจะขี้เกียจ แต่เธอก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอฉลาดและชอบเล่นกีฬา
ช่วงแรกของมังงะเริ่มต้นด้วยตัวละครหลักสี่คนในปีแรกของชั้นมัธยมปลาย ได้แก่ อิซึมิ โคนาตะ, ฮิอิรากิ คางามิ, ฮิอิรากิ สึคาสะ และทาคาระ มิยูกิ เมื่อเรื่องราวดำเนินไป พวกเขาก็เลื่อนชั้นเป็นปีที่สองและสาม อย่างไรก็ตาม อนิเมะเริ่มต้นเรื่องราวด้วยพวกเธออยู่ชั้นปีที่สอง และนักเรียนหญิงมัธยมปลายคนอื่น ๆ ที่ปรากฏในช่วงเพลงเปิดของเรื่องนั้น จะปรากฏตัวในช่วงครึ่งหลังของอนิเมะ เนื้อเรื่องมักจะอ้างอิงถึงมังงะ อนิเมะ และโทกูซัตสึยอดนิยม ทั้งในอดีตและปัจจุบันอยู่บ่อยครั้ง
มังงะเรื่องแยก มิยาคาวะ-เคะ โนะ คูฟูคุ เน้นไปที่ชีวิตประจำวันของสองพี่น้อง มิยาคาวะ ฮินาตะ และฮิคาเงะ ที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากจนข้นแค้นเนื่องมาจากนิสัยฟุ่มเฟือยของฮินาตะ
สื่อ
[แก้]มังงะ
[แก้]มังงะการ์ตูนสี่ช่องของ ลักกีสตาร์ เริ่มตีพิมพ์ลงในนิตยสาร คอมทิก ของคาโดกาวะโชเต็งในฉบับเดือนมกราคม ค.ศ. 2004 ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 2003 ทังโกบง เล่มแรกของมังงะวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 2005 และ ณ วันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 2013 มีฉบับรวมเล่มตีพิมพ์ออกมาแล้ว 10 เล่ม นอกจาก คอมทิก แล้ว มังงะยังปรากฏในนิตยสารอื่น ๆ ในเครือของคาโดกาวะ เช่น โชเน็นเอซ, นิวไทป์, คอมพ์เอซ, ดรากอนแม็กกาซีน, โมบายนิวไทป์ และ คาโดคาวะฮอตไลน์ เป็นระยะเวลานานต่างกัน มังงะหยุดเขียนไปเป็นเวลานานตั้งแต่ ค.ศ. 2014 และกลับมาตีพิมพ์ต่อในนิตยสาร มิไตนะ! ของคาโดกาวะอีกครั้งในวันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 2022[6] บันไดเอนเทอร์เทนเมนต์ เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์มังงะ และเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษในอเมริกาเหนือ[7] โดยวางจำหน่ายเล่มแรกเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2009 และวางจำหน่ายเพียงแปดเล่มแรก หลังจากที่บันไดเอนเทอร์เทนเมนต์ปิดตัวลง ปัจจุบัน วิซมีเดีย ผู้ถือลิขสิทธิ์มังงะ สำหรับประเทศไทย สยามอินเตอร์คอมิกส์ เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ โดยเล่มแรกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 2007[8]
มังงะภาคแยกมีชื่อว่า ลักกี สตาร์ พ็อคเก็ต แทรเวเลอส์ (らき☆すた ポケットとらべら〜ず (Raki☆Suta Poketto Toraberāzu)) เมื่อตัวละครหลักสี่คนที่ตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งแล้วพบว่าตัวเองหดตัวจนเหลือขนาดเท่าตุ๊กตา ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร คอมพ์เอซ ระหว่างฉบับเดือนมกราคม ถึงสิงหาคม ค.ศ. 2008 ฉบับรวมเล่มวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 2008
มังงะภาคแยกเรื่องอื่น ๆ ได้แก่ มังงะที่อิงจากวิดีโอเกม ลักกี สตาร์ โมเอะ ดริลล์ และ มิยาคาวะ-เคะ โนะ คูฟูคุ (error: {{nihongo}}: ต้องการข้อความภาษาญี่ปุ่นหรือโรมาจิ (help)) เริ่มตีพิมพ์ลงในนิตยสาร คอมพ์เอชส์ ฉบับเดือนมกราคม ค.ศ. 2008 ของคาโดกาวะโชเต็ง ก่อนนิตยสารจะย้ายไป คอมพ์เอซ ในฉบับเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2009[9] และตีพิมพ์ลงในนิตยสาร คอมทิก ด้วยเช่นกัน[10] ฉบับรวมเล่ม ๆ ที่หนึ่งของ มิยาคาวะ-เคะ โนะ คูฟูคุ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 2012
มังงะล้อเลียนอย่างเป็นทางการมีชื่อว่า บู บู คางาบู (error: {{nihongo}}: ต้องการข้อความภาษาญี่ปุ่นหรือโรมาจิ (help)) โดยนักวาดมังงะ เอเรตโตะ ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร คอมพ์เอซ ระหว่างฉบับเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2008 ถึงเดือนธันวาคม ค.ศ. 2009 ฉบับรวมเล่มวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 2010
มังงะภาคแยกอีกเรื่องหนึ่งอิงจากมังงะ มิยาคาวะ-เคะ โนะ คูฟูคุ มีชื่อว่า มิยาคาวะ-เคะ งะ มันพุคุ!? (error: {{nihongo}}: ต้องการข้อความภาษาญี่ปุ่นหรือโรมาจิ (help)) โดยนักวาดมังงะ สึโบมิ ฮานาบานะ และหัวหน้างานครัว เอตสึโกะ อิจิเซะ ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร คอมพ์เอซ ระหว่างฉบับเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2013 ถึงเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2014 ฉบับรวมเล่มวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 2014
มีการประกาศมังงะภาคแยกเรื่องใหม่ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2022 หลังหยุดพักไป 8 ปีไม่นาน โดยมีชื่อว่า โคนาตะ 31 (error: {{nihongo}}: ต้องการข้อความภาษาญี่ปุ่นหรือโรมาจิ (help)) ดำเนินเรื่อง 15 ปี หลังเนื้อเรื่องในมังงะต้นฉบับ[11]
อนิเมะ
[แก้]อนิเมะ ลักกีสตาร์ ผลิตโดย เกียวโตแอนิเมชัน ออกอากาศระหว่างวันที่ 8 เมษายน ถึง 16 กันยายน ค.ศ. 2007 มีทั้งหมด 24 ตอน[12] ผู้กำกับอนิเมะ ยูทากะ ยามาโมโตะ ถูกไล่ออกจากตำแหน่งของเขา หลังกำกับอนิเมะสี่ตอนแรก และแทนที่โดย ยาซูฮิโระ ทาเกโมโตะ ในเวลาต่อมา[13] โดยให้เหตุผลว่า: "บริษัทของเราได้พิจารณาแล้วว่าผู้กำกับของ ลักกีสตาร์—ยูทากะ ยามาโมโตะ—ยังไม่ถึงมาตรฐานของผู้กำกับ ดังนั้นเราจึงเปลี่ยนผู้กำกับ"[14]
เมื่ออนิเมะใกล้จะจบในทุกตอน จะมีช่วงเพิ่มเติมที่มีชื่อว่า ลักกีแชนเนล (error: {{nihongo}}: ต้องการข้อความภาษาญี่ปุ่นหรือโรมาจิ (help)) มีพีธีกร โคงามิ อากิระ และผู้ช่วยของเธอ มิโนรุ ชิราอิชิ อารมณ์ขันในช่วงนี้จะมีโทนที่มืดหม่น ใจร้าย เหน็บแนม และเป็นผู้ใหญ่กว่ารายการหลักอย่างเห็นได้ชัด โดยปลอมตัวมาในรูปแบบโฆษณาขายของ ที่เน้นตัวละครที่ปรากฏในอนิเมะ แต่ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในการทำงานระหว่างอากิระและมิโนรุที่เต็มไปด้วยความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อากิระเป็นตัวละคร "สาวน่ารักที่ตื่นเต้นง่าย" ทั่ว ๆ ไปในขณะที่อ่านบทของเธอ แต่กลับเปลี่ยนไปเป็นตัวละครที่เบื่อหน่ายและหงุดหงิดตลอดเวลาทันทีที่บทของเธอเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ และบางครั้งก็ก่อนหน้านั้นด้วย อนิเมะยังมีนักพากย์ญี่ปุ่นให้เสียงเป็นตัวละครรับเชิญ นอกเหนือจากชิราอิชิที่เคยทำงานร่วมกับเกียวโตแอนิเมชัน ได้แก่ ยูโกะ โกโต, มิโนริ ชิฮาระ, โทโมกาซุ ซูงิตะ, ไดซูเกะ โอโนะ และอายะ ฮิราโนะ ทุกคนให้เสียงเป็นตัวพวกเขาเอง
วิดีโอเกม
[แก้]นินเทนโด ดีเอส
[แก้]ในเวอร์ชันวิดีโอเกม จะใช้ชื่อว่า Lucky☆Star โมเอะ ดริล (らき☆すた 萌えドリル (Raki ☆ Suta Moe Doriru)) ซึ่งวางจำหน่ายไปในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ในเครื่อง นินเทนโด ดีเอส ซึ่งจะมีแบบจำนวนจำกัดอยู่ด้วย ซึ่งในรูปแบบจำนวนจำกัดนั้นมีส่วนพิเศษเพิ่มมามากมาย ซึ่งจะวางจำหน่ายปะปนไปกับแบบธรรมดา และแบบจำนวนจำกัดนี้จะถูกเรียกว่า "DX Pack" และต่อมาก็ได้มีการวางแผนที่จะจำหน่ายเกมใหม่ ภายใต้ชื่อว่า ชิน Lucky☆Star โมเอะ ดริล ~ทาบิดาจิ~ (真・らき☆すた 萌えドリル~旅立ち~ (Shin Raki ☆ Suta Moe Doriru ~Tabidachi~)) สำหรับเครื่อง นินเทนโด ดีเอส ในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2550
เกมแรกจะเป็นประเภทเกมฝึกสมอง โดยที่ตัวเกมจะทดสอบผู้เล่นในทักษะต่างๆ และในด้านความจำ โดยที่ตัวละครจะต้องไล่ตอบคำถามของตัวละครตัวอื่นๆ ไปเรื่อยๆ รวมไปถึงใน "Drama ☆ Mode" ซึ่งผู้เล่นจะได้เล่นในรูปแบบเกมผจญภัยขนาดย่อม โดยเป้าหมายคือการพาตัวละครไปที่ อากิฮาบาระ โดยการตอบคำถามและเล่นมินิเกม (ทั้งหมด 5 เกม) ที่จะโผล่ออกมาให้เล่นตลอดเกม
จุดสังเกต
[แก้]- ในเกมจะมีจุดที่น่าสนในการเล่นคนเดียวในโหมด "Hitasura ☆ Drill" และ "Drama ☆ Mode" คือผู้เล่นสามารถที่จะลิงก์เล่นกับผู้เล่นคนอื่นๆ ที่กำลังเล่นอยู่ได้ด้วย ซึ่งผู้เล่นสามารถที่จะนำตัวละครที่ตนสร้างไว้ใน "Drama ☆ Mode" มาเล่นกันได้ และถ้าผู้เล่นต้องการที่จะใช้ท่าไม้ตายพิเศษเพื่อต่อสู้กับผู้เล่นอีกคนในขณะที่กำลังลิงก์เล่นด้วยกันอยู่ ผู้เล่นจะต้องตะโกนชื่อของท่าไม้ตายนั้นใส่ในไมโครโฟนด้วย
- ใน Drama ☆ Mode ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นผู้ช่วยของตัวละครตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งจะต้องพยายามทำให้ค่าสถานะต่างๆ ของเธอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อไว้ใช้ฝึกทักษะในการต่อสู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ
- ในเกมจะมี "ดริลส" อยู่ 5 ชนิด ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป หนึ่งในนั้นจะมีปัญหาที่เรียกว่า "Ondoku" ซึ่งผู้เล่นจำเป็นที่จะต้องพูดคำตอบใส่ไมโครโฟนเพื่อตอบคำถามนั้น
- มาสคอตของร้านขายสินค้าโดจิน และอนิเมะ ส่วนใหญ่จะปรากฏในเรื่องนี้ทั้ง 3 เวอร์ชัน (เช่น ดิ จิ การัตของค่ายบร็อกเคอลี่, อนิเมะ เทนโช ของร้าน อนิเมท และ มิโกะจัง ของร้าน โทระโนะอานะ ซึ่งจะปรากฏออกมาให้เห็นกันเป็นช่วงๆ)
เพลย์สเตชัน 2
[แก้]คาโดคาว่า โชเท็น ได้พัฒนาเกม วิชช่วล โนเวล สำหรับเครื่องเล่น เพลย์สเตชัน 2 ชื่อว่า Lucky☆Star: เรียวโอ กาคุเอ็น โอโตไซ (らき☆すた ~陵桜学園 桜藤祭~ (Lucky ☆ Star: Ryōō Gakuen Ōtōsai)) ซึ่งออกวางจำหน่ายในวันที่ 24 มกราคม 2008[15]
เพลย์สเตชันพอร์เทเบิล
[แก้]สำหรับเครื่องเล่น เพลย์สเตชันพอร์เทเบิล ในชื่อว่า Lucky☆Star: เน็ต ไอดอล เมอิสเตอร์ (らき☆すた ネットアイドル・マイスター ('Lucky Star: Net Idol Meister)) ซึ่งออกวางจำหน่ายในวันที่ 24 ธันวาคม 2009 โดย คาโดคาว่า โชเท็น[16]
ซีดีเพลง
[แก้]Lucky☆Star ในแบบของ ดราม่า ซีดี นั้นมีชื่อว่า ดราม่า ซีดี Lucky☆Star ซึ่งวางจำหน่ายในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2547 โดย ฟรอนเทียร์ เวิร์คส ส่วน วิดีโอเกม ซาวนด์แทร็ค ภายใต้ชื่อว่า Lucky☆Star โวคอล มินิ อัลบั้ม ได้วางจำหน่ายในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2547 สำหรับ มตเทเคะ! เซเลอร์ ฟุคุ (もってけ!セーラーふく (Motteke! Sērāfuku)) ที่เป็นซิงเกิลเปิดนั้น วางจำหน่ายในวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ซีดีเพลงปิด "Lucky☆Star เอนดิ้ง ธีม ดราม่า" ที่จะรวมทุกเพลงปิดในรูปแบบเต็มเพลง และคาราโอเกะเหมือนกับในอนิเมะ วางจำหน่ายในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 โดย แลนติส ซีดีซิงเกิลแบบ maxi ไอไม เน็ต ดาร์ลิง (曖昧ネットだーりん (Aimai Netto Daarin)) ที่ร้องโดยคุณ คนโนะ ฮิโรมิ เป็น โคงามิ อากิระ และ ชิราอิชิ มิโนรุ เป็นตัวเขาเองในฉบับอนิเมะ ได้วางจำหน่ายในวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ซีดีเพลง มตเทเคะ! เซเลอร์ ฟุคุ ฉบับรีมิกซ์นั้นได้วางจำหน่ายในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2550 โดย แลนติส ซีดีซิงเกิล โคซุตเตะ! โอ้ มาย ฮันนี่ ที่ร้องโดย อายะ ฮิราโนะ เป็น โคนาตะ และ ซาซากิ โนโซมิ เป็น แพทริเซีย และซิงเกิล มิโซจิ มิซากิ ที่ร้องโดย คนโนะ ฮิโรมิ เป็น โคงามิ อากิระ นั้นได้วางจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2550 และอัลบั้ม ชิราอิชิ มิโนรุ โนะ โอโตโกะ โนะ ลัลละไบ ที่เป็นอัลบั้มรวมเพลงปิดที่ร้องโดย ชิราอิชิ มิโนรุ ในอนิเมะตั้งแต่ตอนที่ 13 เป็นต้นไป ได้วางจำหน่ายในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2550
ซีดีคาแร็คเตอร์ 4 แผ่นแรกได้วางจำหน่ายในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2550 ซึ่งร้องโดยนักพากย์ทั้ง 4 คนในแต่ละแผ่น ฮิราโนะ อายะ เป็น โคนาตะ, คาโต้ เอมิริ เป็น คางามิ, ฟุคุฮาระ คาโอริ เป็น สึคาสะ และ เอนโด อายะ เป็น มิยูกิ ต่อมาได้มีซีดีคาแร็คเตอร์ออกตามมาอีก 4 แผ่นในวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2550 ซึ่งร้องโดยนักพากย์อีก 4 คนในแต่ละตัวละคร ฮาเซงาวะ ชิซุกะ เป็น ยูทากะ, ชิฮาระ มิโนริ เป็น มินามิ, ชิมิซึ คาโอริ เป็น ฮิโยริ และ ซาซากิ โนโซมิ เป็น แพทริเซีย สำหรับซีดีคาแร็คเตอร์อีกสองแผ่นนั้นได้วางจำหน่ายในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2550 แผ่นหนึ่งจะเป็น ดูเอท ของนักพากย์สองคนคือ มิซุฮาระ คาโอรุ เป็น คุซาคาเบะ มิซาโอะ และ ไอซาวะ ไม เป็น มิเนะงิชิ อายาโนะ และอีกแผ่นหนึ่งจะเป็น ทริโอ ของ อายะ ฮิราโนะ, ฮาเซงาวะ ชิซุกะ และ ชิฮาระ มิโนริ เป็น โคนาตะ, ยูทากะ และ มินามิ นอกจากนั้นยังมีซีดีคาแร็คเตอร์ดูเอทอีก 2 แผ่นตามมาในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ซึ่งแผ่นแรกเป็นของ ฮิโรคาซุ ฮิระมัตสึ เป็น อิซึมิ โซจิโร่ และ สุมิ ชิมาโมโตะ เป็น อิซึมิ คานาตะ และอีกแผ่นจะเป็นของ นิชิฮาระ ซาโอริ เป็น นารุมิ ยุย และ มาเอดะ โคโนมิ เป็น คุโรอิ นานาโกะ
อัลบั้ม ลักกีสตาร์ BGM & เรดิโอ บันกุมิ "ลักกี☆ แชนแนล" โนะ ไดเจส โอะ ชูโรคุ ชิตะ สเปเชียล ซีดี 1 (らき☆すた BGM & ラジオ番組 "らっきー☆ちゃんねる" のダイジェストを収録したスペシャルCD (Raki Suta BGM & rajio bangumi "Raki ☆ Chaneru" no daijesuto o shuurokushita supesharu CD)) ได้วางจำหน่ายครั้งแรกพร้อมกับดีวีดีแผ่นแรกในวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นอัลบั้มรวมเพลงประกอบในอนิเมะ พร้อมกับดราม่าออดิโอของ คนโนะ ฮิโรมิ ในบทของ โคงามิ อากิระ และ ชิราอิชิ มิโนรุ ในบทของเขาเอง และอัลบั้มในแบบเดียวกันนี้ฉบับต่อไปก็ได้ออกมาพร้อมกับดีวีดีชุดที่ 2 ในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ชุดที่ 3 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 3 ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ชุดที่ 4 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 4 ในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2550 ชุดที่ 5 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 5 ในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ชุดที่ 6 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 6 ในวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ชุดที่ 7 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 7 ในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ชุดที่ 8 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 8 ในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2551 ชุดที่ 9 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 9 ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ชุดที่ 10 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 10 ในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2551 ชุดที่ 11 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 11 ในวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2551 และชุดที่ 12 พร้อมกับดีวีดีชุดที่ 12 ในวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
ไลท์ โนเวล
[แก้]Lucky☆Star ในฉบับไลท์ โนเวล นั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 เล่ม ไลท์ โนเวลเล่มแรกมีชื่อว่า Lucky☆Star Lucky☆Star ซัทสึจิน จิเค็น (らき☆すた らき☆すた殺人事件 (Raki ☆ Suta Raki ☆ Suta Satsujin Jiken)) ซึ่งเนื้อเรื่องจะเป็นผลงานการแต่งของ โทกะ ทาเคอิ และภาพประกอบโดย โยชิมิสึ คางามิ ผู้วาดในต้นฉบับนั่นเอง และได้วางจำหน่ายในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2550 โดยสำนักพิมพ์ คาโดคาว่า สนีกเกอร์ บุงโกะ ในเครือ คาโดคาว่า โชเท็น[17] ส่วนเล่มที่สอง เนื้อเรื่องนั้นแต่งโดย โทกะ ทาเคอิ และภาพประกอบโดย โยชิมิสึ คางามิ มีชื่อว่า ลักกีสตาร์ : ลักกีสตาร์ ออนไลน์ (らき☆すた らき☆すたオンライン (Lucky Star: Lucky Star Online)) วางจำหน่ายในวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2551 เล่มที่สาม มีชื่อว่า Lucky☆Star ซูปเปอร์ โดว่า ไทเซ็น (らき☆すた スーパー童話大戦 (Lucky Star Super Dōwa Taisen)) วางจำหน่ายในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551
โอวีเอ
[แก้]สำนักพิมพ์คาโดคาว่าโชเท็นได้ประกาศเกี่ยวกับโอวีเอ ลักกีสตาร์ ลงในนิตยสาร คอมทิค[18] ซึ่ง คอมทิค ประจำเดือนมิถุนายนนั้นได้บอกว่า โอวีเอ จะวางจำหน่ายในฤดูร้อน 2008[19] แต่ข่าวล่าสุดประกาศออกมาว่าจะมีการวางจำหน่ายในวันที่ 26 กันยายน 2008.[3] ส่วนเพลงประกอบของโอวีเอคือเพลง "ไอ โอะ โทริโมะโดเซะ!!" (愛をとりもどせ!!, "Ai o Torimodose!!" lit. "ทวงรักกลับคืนมา!!') ร้องโดย "อุโจวเทน" (有頂天 (Uchōten)) (คนโนะ ฮิโรมิ และ ชิราอิชิ มิโนรุ) ทั้งนี้ เพลง "ไอ โอะ โทริโมะโดเซะ!!" เดิมเป็นเพลงเปิดสำหรับแอนิเมชันชุด "โฮะคุโตะ โนะ เค็น" ("หมัดเพชฌฆาตดาวเหนือ") บทเพลงต้นฉบับขับร้องโดย คริสตัลคิง
การตอบรับ
[แก้]
ก่อน ลักกีสตาร์ จะได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมะ คางามิ โยชิมิซุ ผู้วาดมังงะดั้งเดิม ได้รับการสัมภาษณ์โดย นิวไทป์ยูเอสเอ ในฉบับเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2005 ซึ่งเขากล่าวว่า "ผมไม่คิดว่ากระบวนการผลิตของผมมีอะไรพิเศษเลย" อย่างไรก็ตาม เขามีความเห็นว่า "...บุคลิกภาพของผมเหมาะกับการเขียนการ์ตูนสี่ช่องมาก และผมสนุกกับการสร้างมังงะเรื่องนี้จริง ๆ" โยชิมิซุยังเคยกล่าวไว้ว่า "...แต่สักวันหนึ่ง ผมคงไม่รังเกียจที่จะเห็นตัวละครเหล่านี้เคลื่อนไหวไปมาบนหน้าจอ"[20] นอกจากนี้ในการสัมภาษณ์เดียวกันนั้น นิวไทป์ยูเอสเอ รายงานว่ามังงะเล่มแรกขายหมดอย่างรวดเร็วมากจน คาโดกาวะโชเต็ง จำเป็นต้องพิมพ์ซ้ำอย่างเร่งด่วน[20] ณ เดือนเมษายน ค.ศ. 2008 มังงะ ลักกีสตาร์ ห้าเล่มแรกมียอดขายรวมกันกว่า 1.8 ล้านเล่ม[21]
ลักกีสตาร์ กลายเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นทันที และมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากในกลุ่มแฟน ๆ อนิเมะ จอห์น ออปพลิเกอร์ นักวิเคราะห์จากอนิเมะเนชัน อธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อนิเมะประสบความสำเร็จคือ ความคล้ายคลึงกับผลงานก่อนหน้าของเกียวโตแอนิเมชันอย่าง เรียกเธอว่าพระเจ้า สึซึมิยะ ฮารุฮิ (ลักกีสตาร์ ก็มีการอ้างอิงถึงอนิเมะดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง) อย่างไรก็ตาม เขายังยอมรับด้วยว่า ลักกีสตาร์ ค่อนข้างแตกต่างจากผลงาน "ก่อนหน้านี้" และปัจจัยสำคัญประการที่สองคือองค์ประกอบที่ "โดดเด่น" ซึ่ง "เอาใจโอตากุ แต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ขัน และไหวพริบอันเฉียบคม" จึงทำให้ "เป็นที่สุดของแฟนเซอร์วิซ", "เฉลียวฉลาด เอาแต่ใจตัวเอง ความสุขที่รู้สึกผิด"[22]
ดีวีดีฉบับพิเศษชุดแรกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 2007 โดยบรรจุสองตอนแรกของอนิเมะ และขายหมดอย่างรวดเร็วในญี่ปุ่น มีรายงานว่า "แอมะซอนญี่ปุ่นได้จำหน่ายดีวีดีจนหมดคลังแล้ว"[23] นอกจากนี้ "ร้านค้าส่วนใหญ่ [ใน อากิฮาบาระ] ที่มีการจัดแสดงพิเศษสำหรับ ลักกีสตาร์ ก็ขายหมดแล้ว"[23] เครือข่ายข่าวอนิเมะ ตั้งข้อสังเกตว่าอนิเมะ "เน้นไปที่โอตากุอย่างมาก"[24]

ความนิยมของ ลักกีสตาร์ ยังดึงดูดแฟน ๆ จำนวนมากให้มาสัมผัสกับฉากของอนิเมะในชีวิตจริง เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ. 2007[25] นิตยสาร นิวไทป์ ฉบับเดือนสิงหาคมได้ลงบทความเกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ ที่เป็นที่มาของอนิเมะ[26] รวมถึง บ้านของโคนาตะในซัตเตะ, ไซตามะ, บ้านของคากามิและสึคาสะในวาชิมิยะ, ไซตามะ,[5] และโรงเรียนในคาซูกาเบะ, ไซตามะ[5] นิตยสารยังได้รวมคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเดินทางไปยังสถานที่เหล่านี้จากจุดศูนย์กลางโอตากุ อากิฮาบาระ ซึ่งส่งผลให้มี "การเดินทางแสวงบุญ" จำนวนมากไปยังพื้นที่เหล่านี้[25]
ผลสืบเนื่องที่มีการรายงานอย่างแพร่หลายที่สุดคือที่ศาลเจ้าวาชิโนมิยะในวาชิมิยะ ซึ่งพี่น้องฮิอิรางิทำงานเป็นมิโกะในอนิเมะ สื่อญี่ปุ่นหลายสำนักรายงานว่า ศาลเจ้าแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยช่างภาพที่พยายามเลียนแบบฉากจากอนิเมะ และมีเหล่าคอสเพลเยอร์เดินเล่นไปมา[26] และแผ่นป้ายอธิษฐานเอมะที่เต็มไปด้วยรูปอนิเมะ และคำอธิษฐานแปลก ๆ เช่น "โคนาตะคือภรรยาของฉัน"[25][27] เอมะดังกล่าวถูกกล่าวถึงในอนิเมะตอนที่ 21
ช่วงแรก คนในท้องถิ่นมีความคิดเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ โดยบางคนมีความเห็นว่า การที่มีผู้มาสักการะจำนวนมากเป็นเรื่องดีสำหรับศาลเจ้า ในขณะที่บางคนก็กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเมือง[25] แม้ว่าจะได้รับปฏิกิริยาเชิงลบจากคนในท้องถิ่นบางส่วน แต่ศาลเจ้าวาชิโนมิยะก็จัดงาน ลักกีสตาร์ ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2007 โดยมีแขกรับเชิญพิเศษ รวมถึงผู้วาดมังงะ คางามิ โยชิมิซุ และผู้ให้เสียงตัวละครในอนิเมะ ฮิโรมิ คนโนะ, เอมิริ คาโต, คาโอริ ฟูกูฮาระ และมิโนรุ ชิราอิชิ งานดังกล่าวมีผู้เข้าร่วม 3,500 คน[28] ต่อมา ครอบครัวฮิอิรางิได้รับการจดทะเบียนเป็นผู้อยู่อาศัยอย่างเป็นทางการของวาชิมิยะ เนื่องจากความนิยมอย่างล้นหลามของอนิเมะ ตัวละครสมมติอื่น ๆ ที่ได้รับเกียรตินี้ในไซตามะได้แก่ เจ้าหนูปรมาณู ที่นีซะ และครอบครัวของ เครยอนชินจัง ที่คาซูกาเบะ[29] ณ วันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 2008 ยอดขายอาหารและสินค้าของ ลักกีสตาร์ สร้างรายได้ให้เมืองวาชิมิยะถึง 42,000,000 เยน (ประมาณ 390,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่ง เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล ระบุว่า เป็นแหล่งบรรเทาทุกข์ให้กับเศรษฐกิจในท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำของญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษ 1990[30]
หมายเหตุและอ้างอิง
[แก้]- เชิงอรรถ
- ↑ เฉพาะอเมริกาเหนือและออสเตรเลียเท่านั้น
- ทั่วไป
- Maeda, Hisashi; และคณะ (May 2007). "Lucky Star". Newtype USA. Vol. 6 no. 5. A.D. Vision. p. 67. ISSN 1541-4817.
- เฉพาะเจาะจง
- ↑ "Lucky★Star Vol. 1". ComiXology. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ June 18, 2018. สืบค้นเมื่อ July 16, 2018.
- ↑ "Lucky Star Vol. 6 DVD to land March 16!". Bandai Entertainment. 2009-03-06. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-03-24. สืบค้นเมื่อ 2009-03-06.
- 1 2 "Lucky Star OVA Delayed". Animekon. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-10-23. สืบค้นเมื่อ 2008-06-16.
{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์) - ↑ "<<<ตารางการ์ตูนประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554>>>". Dek-D.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-10-14.
- 1 2 3 ""Raki ☆ Suta" Teki Seichi Tanbō" 『らき☆すた』的聖地探訪 ["Lucky Star" Holy Ground Sightseeing]. Newtype. 2007-07-10. pp. Centerfold.
- ↑ "Lucky Star manga returns, Transfers to Mitaina! magazine on November 10th". Anime News Network. 2022-09-02. สืบค้นเมื่อ 2022-09-04.
- ↑ "Bandai Entertainment Licenses Lucky Star Manga". Anime News Network. 2008-07-24. สืบค้นเมื่อ 2008-07-24.
- ↑ "ตารางกำหนดการวางจำหน่ายมังงะเรื่อง ลักกีสตาร์ ฉบับภาษาไทย ในเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมมิก". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-09-28. สืบค้นเมื่อ 2007-09-10.
- ↑ "Lucky Star's Yoshimizu to Restart Miyakawa-ke no Kūfuku". Anime News Network. April 10, 2009. สืบค้นเมื่อ December 31, 2012.
- ↑ "Lucky Star Spinoff Manga Miyakawa-ke no Kūfuku Gets Anime". Anime News Network. December 31, 2012. สืบค้นเมื่อ December 31, 2012.
- ↑ Hodgkins, Crystalyn (2022-12-04). "Lucky Star Spinoff Manga About Konata 15 Years Later to Launch Next Spring - News - Anime News Network". Anime News Network. สืบค้นเมื่อ 2022-12-21.
- ↑ "Anime News Network news article". สืบค้นเมื่อ 2006-12-24.
- ↑ "I was director who need care. I have never directed my anime by myself". Yutaka Yamamoto. November 30, 2017. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-04-10. สืบค้นเมื่อ 2017-11-30.
- ↑ "Lucky Star Changes Director After Four Episodes". Anime News Network. April 30, 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-09-14.
- ↑ "ข่าวการวางจำหน่ายเกม ลักกีสตาร์ วิชช่วล โนเวล บนเครื่องเพลย์สเตชัน 2" (ภาษาญี่ปุ่น). ฟามิตสึ. 10 กรกฎาคม 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-07-29.
{{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน:|date=(help) - ↑ "トップアイドル目指して活動!? 『らき☆すた ネットアイドル・マイスター』" [Aiming to be a Top Idol!? Lucky Star: Net Idol Meister] (ภาษาญี่ปุ่น). ASCII Media Works. 2009-07-13. สืบค้นเมื่อ 2009-07-15.
- ↑ "สินค้าอื่นๆ ในเว็บไซต์หลักของ ลักกีสตาร์" (ภาษาญี่ปุ่น). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-08-28. สืบค้นเมื่อ 2007-08-10.
- ↑ "ประกาศโอวีเอเรื่อง ลักกีสตาร์ ในญี่ปุ่น". Anime News Network. 2008-05-05. สืบค้นเมื่อ 2008-05-05.
- ↑ "แผนการวางหน่ายลักกีสตาร์ในฤดูร้อน". Anime News Network. 2008-05-08. สืบค้นเมื่อ 2008-05-09.
- 1 2 "Kagami Yoshimizu: CG Illustrations from a Champion of Four-Panel Comics". ImageShack. Newtype USA. June 2005. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ March 14, 2012. สืบค้นเมื่อ September 11, 2019.
- ↑ "Kadokawa Earnings Report: Lucky Star Manga Sells 1.8M". Anime News Network. 2008-05-02. สืบค้นเมื่อ 2008-05-02.
- ↑ Oppliger, John (2007-07-17). "Ask John: Why Is Lucky Star So Popular?". AnimeNation. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-05-14. สืบค้นเมื่อ 2007-07-22.
- 1 2 "Lucky Star Special Edition DVD Flies off Shelves in Akiba". Anime News Network. June 27, 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-06-27.
- ↑ "Lucky Star DVD 1". Anime News Network. สืบค้นเมื่อ 2008-05-19.
- 1 2 3 4 "Lucky Star otaku invade the oldest shrine in Kantō. The locals: It's a problem of security" (ภาษาญี่ปุ่น). Sankei Shimbun. 2007-07-25. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-06-21. สืบค้นเมื่อ 2009-05-17.
- 1 2 "Anime Lucky Star fans flock to the Washinomiya Shrine in Saitama. The characters even show up on prayer plaques" (ภาษาญี่ปุ่น). Fuji News Network. July 27, 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-07-31. [ลิงก์เสีย]
- ↑ "Fans flock to real-life home of anime hero". Asahi Shimbun. September 18, 2007. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-10-28. สืบค้นเมื่อ 2007-09-24.
- ↑ "Lucky Star: Washinomiya Shrine attracts 3500 fans with "official visits"". Mainichi Shimbun (ภาษาญี่ปุ่น). December 2, 2007. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-05-14. สืบค้นเมื่อ 2007-12-02.
- ↑ "The family in Lucky Star becomes residents of Washimiya". Yomiuri Shimbun (ภาษาญี่ปุ่น). February 29, 2008. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-03-05. สืบค้นเมื่อ 2008-03-01.
- ↑ Tabuchi, Hiroko (2008-07-30). "Popular Cartoon Series Makes Japanese Shrine a Magnet for Fans". Wall Street Journal. สืบค้นเมื่อ 2008-08-03.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- ลักกีสตาร์ ที่ครันชีโรล
- เว็บไซต์ทางการของอนิเมะ ลักกีสตาร์ (ในภาษาญี่ปุ่น)
- เว็บไซต์ทางการของโอวีเอ ลักกีสตาร์ (ในภาษาญี่ปุ่น)
- เว็บไซต์ทางการของวิชวลโนเวลพีเอสทู ลักกีสตาร์ (ในภาษาญี่ปุ่น)
- เว็บไซต์ทางการของพีเอสพีเอสแอลจี ลักกีสตาร์ (ในภาษาญี่ปุ่น)
- เว็บไซต์ทางการของละครเพลง ลักกีสตาร์ (ในภาษาญี่ปุ่น)
- ลักกีสตาร์ (มังงะ) ที่เครือข่ายข่าวอนิเมะ
- การ์ตูนญี่ปุ่น
- มังงะชุด
- ซีรีส์อนิเมะ
- อนิเมะโอเอ็นเอ
- ลักกีสตาร์ (มังงะ)
- การ์ตูนญี่ปุ่นแนวเซเน็ง
- วิชวลโนเวล
- เกมสำหรับนินเท็นโดดีเอส
- เกียวโตแอนิเมชัน
- การ์ตูนสี่ช่อง
- อนิเมะที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2550
- มังงะที่ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2547
- การ์ตูนญี่ปุ่นแนวชีวิตโรงเรียน
- แฟรนไชส์ของคาโดกาวะโดวังโงะ
- รายการโทรทัศน์ของโตเกียวเอ็มเอ็กซ์
- มังงะของสำนักพิมพ์คาโดกาวะโชเต็ง