สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก สยามอินเตอร์คอมิกส์)
บริษัท สยาม อินเตอร์ มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน)
ประเภท สื่อและสิ่งพิมพ์
รูปแบบ สื่อสารมวลชน
ก่อนหน้า บจก.สยามอินเตอร์คอมิกส์[1]
บจก.สยามคอมิกส์[1]
ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2533[1]
ผู้ก่อตั้ง ระวิ โหลทอง
สำนักงานใหญ่ เลขที่ 459 ถนนลาดพร้าว ซอย 48
แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง
กรุงเทพมหานคร[2]
จำนวนที่ตั้ง (ร้านบุ๊กเฟรนด์) 32 สาขา[3]
บุคลากรหลัก สุทธิศักดิ์ โล่ห์สวัสดิ์
ประธานกรรมการ[4]
สฤษฎกุล แจ่มสมบูรณ์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร[4]
อัญชลี ธีระสินธุ์
กรรมการผู้จัดการ[4]
อุตสาหกรรม สื่อประสมเกี่ยวกับการ์ตูน กีฬา บันเทิง และกิจการร้านหนังสือ
ผลิตภัณฑ์ ดูที่ การประกอบธุรกิจ
หุ้นรวม 372 ล้านหุ้น
บริษัทแม่ บมจ.สยามสปอร์ตซินดิเคท
เว็บไซต์ www.smm.co.th
(SET:SMM)

บริษัท สยาม อินเตอร์ มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: Siam Inter Multimedia Public Company Limited)

ประวัติ[แก้]

บริษัท สยาม คอมิกส์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2533 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท[5] มีวัตถุประสงค์เมื่อแรกเริ่มเพื่อดำเนินการผลิตและจำหน่ายหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ผ่านการเจรจาธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ[1] โดยเมื่อปี พ.ศ. 2536 เปลี่ยนชื่อครั้งแรกเป็น บริษัท สยาม อินเตอร์ คอมิกส์ จำกัด พร้อมทั้งเพิ่มทุนจดทะเบียนขึ้นเป็น 20 ล้านบาท และในปี พ.ศ. 2539 บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 150 ล้านบาท[5] ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2546 เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สยาม อินเตอร์ มัลติมีเดีย จำกัด พร้อมทั้งแปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเพิ่มทุนขึ้นอีกเป็น 170 ล้านบาท โดยในปีถัดมา เพิ่มทุนอีกครั้งเป็น 240 ล้านบาท[1] ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนทั้งหมด 372 ล้านบาท (จากการเพิ่มทุนครั้งหลังสุด เมื่อปี พ.ศ. 2551) โดยแบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 372 ล้านหุ้น มีมูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท เป็นหุ้นที่ออกจำหน่าย และเรียกชำระแล้ว จำนวน 240 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าว แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 240 ล้านหุ้น มีมูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท[2]

การประกอบธุรกิจ[แก้]

ธุรกิจสิ่งพิมพ์[แก้]

  • หนังสือการ์ตูน - บริษัทฯ เป็นผู้ถือครองลิขสิทธิ์ในประเทศไทย สำหรับการจัดพิมพ์จำหน่ายการ์ตูนของสำนักพิมพ์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่น นอกจากนั้นเป็นของสหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน (ฮ่องกง) และสาธารณรัฐเกาหลีเป็นต้น รวมถึงผลงานของนักเขียนชาวไทยอีกส่วนหนึ่ง ภายใต้สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ โดยแบ่งการนำเสนอเป็นสองรูปแบบหลักคือ ตีพิมพ์เป็นตอนๆ มีหลายเรื่องในเล่มเดียวกัน ผ่านทางนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ ซึ่งใช้ชื่อว่า ซีคิดส์ และตีพิมพ์หลายตอนเรียงกัน เพียงเรื่องเดียวในหนึ่งเล่ม โดยใช้ชื่อการ์ตูนเรื่องนั้นๆ ระบุไว้บนหน้าปก[6]
  • หนังสือพกพา - บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหนังสือพกพา ซึ่งมีทั้งที่เป็นงานเขียนของชาวไทย และเรื่องแปลจากประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน (ฮ่องกง) เป็นต้น และรวมถึงเป็นผู้ถือครองลิขสิทธิ์ในประเทศไทย สำหรับการจัดพิมพ์จำหน่าย ผลงานของนักเีขียนนวนิยายจีนกำลังภายใน ซึ่งมีชื่อเสียงหลายคน โดยมีผู้แปลคนสำคัญคือ น.นพรัตน์ ซึ่งทำหน้าที่อยู่กับบริษัทฯ มาหลายปี โดยจำแนกงานออกเป็น 3 สำนักพิมพ์คือ สยามอินเตอร์บุ๊กส์, สยามบันทึก และ แฮปปีบุ๊กส์ [6]
  • นิตยสาร - บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนิตยสารหลายประเภท เช่นนิตยสารสุขภาพ สลิมมิง (Slimming) ซึ่งได้รับลิขสิทธิ์จากประเทศอังกฤษ, นิตยสารวัยรุ่น สวีตตี (Sweety) นอกจากนี้ ยังมีนิตยสารบันเทิงและโหราศาสตร์อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งบริษัทฯ เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับบริหารการตลาดด้วย[6]
  • ร้านหนังสือ - บริษัทฯ เริ่มดำเนินธุรกิจสาขานี้ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เพื่อใช้เป็นช่องทางในการจัดจำหน่าย หนังสือประเภทต่างๆ ของทางบริษัทเอง เมื่อแรกมีชื่อว่า บ้านการ์ตูน [5] ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 เปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบันคือ เอสเอ็มเอ็ม บุ๊กเฟรนด์ และมีคำขวัญว่า พบหนังสือ พบความสุข [7] เปิดบริการเป็นจำนวน 32 สาขาทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล[3] นอกจากนั้น ยังเปิดการจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ของร้านเองโดยเฉพาะ ด้วยวิธีจัดส่งผ่านระบบไปรษณีย์[6] สำหรับร้านค้าส่งใช้ชื่อว่า ก.สัมพันธ์ (ย่อมาจาก กิเลนสัมพันธ์ ปัจจุบันชื่อ สยามอินเตอร์ฯ [1] และแยกกิจการจัดจำหน่ายหนังสือในเครืิอสยามสปอร์ต ออกไปเป็นบริษัท สยามสปอร์ต บุ๊กส์ จำกัด เมื่อปี พ.ศ. 2549[8])
  • รับจ้างผลิตสิ่งพิมพ์ - บริษัทฯ เริ่มดำเนินธุรกิจสาขานี้ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 โดยได้รับงานประเภทนิตยสาร สื่อประชาสัมพันธ์ หรือบุ๊กเล็ตเป็นต้น[6]

ธุรกิจสื่อประสม[แก้]

  • สถานีวิทยุกระจายเสียง - บริษัทฯ เป็นผู้ริเริ่มบุกเบิกในการผลิตรายการวิทยุประเภทกีฬาตลอด 24 ชั่วโมง เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2542 โดยได้รับสัมปทานคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 99.0 เมกะเฮิรตซ์ จากสถานีวิทยุ อ.ส.ม.ท. โดยใช้ชื่อว่า สปอร์ตเรดิโอ และให้บริษัท สยามเทเลซีน จำกัด เช่าช่วงเป็นผู้ผลิตรายการ จากนั้นในปี พ.ศ. 2545 ก็รับโอนกลับมาดำเนินงานเอง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2548 บมจ.อสมท มีนโยบายในการผลิตรายการวิทยุด้วยตนเอง จึงไม่มีการต่อสัญญาสัมปทานแก่บริษัทฯ โดยระยะแรกต้องดำเนินการออกอากาศผ่านอินเทอร์เน็ตไปพลางก่อน ซึ่งในปีถัดมา (พ.ศ. 2549) บริษัทฯ ลงนามในสัญญาสัมปทานร่วมกับสถานีวิทยุกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เพื่อถ่ายทอดเสียงสปอร์ตเรดิโอ ทางคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 90.0 เมกะเฮิรตซ์ เป็นเวลา 3 ปี (ถึง พ.ศ. 2551)[5] ปัจจุบันส่งกระจายเสียงผ่านทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมการรักษาดินแดน เอฟเอ็ม 96.0 เมกะเฮิรตซ์ (ตั้งแต่ พ.ศ. 2552[5]), สถานีวิทยุชุมชน เอฟเอ็ม 106.75 เมกะเฮิรตซ์, ทรูวิชั่นส์ ช่องอาร์ 28 และเว็บไซต์ของสถานีฯ ซึ่งมุ่งเน้นการรายงานผลการแข่งขันกีฬาทุกประเภท อย่างถูกต้องและรวดเร็ว สดตรงจากขอบสนาม ร่วมกับการนำเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหว ของวงการกีฬาทั้งในและต่างประเทศมาโดยตลอด ภายใต้คณะผู้ปฏิบัติงานกว่า 50 คน[6]
  • สถานีโทรทัศน์ - บริษัทฯ เริ่มดำเนินธุรกิจสาขานี้ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 โดยใช้ชื่อว่า เอสเอ็มเอ็มทีวี : สปอรตส์ แอนด์ วาไรตี ผ่านระบบดาวเทียม ตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบันออกอากาศผ่านดาวเทียมในระบบซี-แบนด์, ผู้ให้บริการเคยู-แบนด์บางบริษัท, เครือข่ายโทรทัศน์เคเบิลทั่วประเทศ และเว็บไซต์ของสถานีฯ โดยให้ความสำคัญกับรายการประเภทกีฬา ร่วมกับเนื้อหาสาระบันเทิงที่น่าสนใจทุกแง่มุม และที่ใกล้ตัวผู้ชมมากที่สุด[6]
  • สื่อใหม่ - บริษัทฯ เริ่มดำเนินธุรกิจสาขานี้ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 แบ่งเป็นพื้นที่นำเสนอบนเว็บไซต์ เผยแพร่เนื้อหากีฬาและฟุตบอลไทย, แอปพลิเคชันบนคอมพิวเตอร์พกพาและโทรศัพท์เคลื่อนที่สมาร์ทโฟน, ระบบบริการข้อความสั้น, บริการข้อมูลเสียงผ่านระบบออดิโอเท็กซ์ นำเสนอข่าวสารกีฬาและเรื่องราวโหราศาสตร์, หนังสือพิมพ์กีฬาออนไลน์ เอสเอ็มเอ็ม สปอร์ตกูรู, หนังสือและนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์[6]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]