รีตา เลวี-มอนตัลชีนี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ริตา เลวี-มอนตัลชีนี)
รีตา เลวี-มอนตัลชีนี
รีตา เลวี-มอนตัลชีนี เมื่อปี ค.ศ. 2009
รีตา เลวี-มอนตัลชีนี เมื่อปี ค.ศ. 2009
เกิด 22 เมษายน ค.ศ. 1909(1909-04-22)
ตูริน อิตาลี
เสียชีวิต 30 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (103 ปี)
โรม อิตาลี
เชื้อชาติ อิตาลี
สาขาวิชา ประสาทชีววิทยา
ผลงาน การค้นพบโกรทแฟคเตอร์
เกียรติประวัติ

รีตา เลวี-มอนตัลชีนี (อิตาลี: Rita Levi-Montalcini; 22 เมษายน ค.ศ. 1909 – 30 ธันวาคม ค.ศ. 2012) เป็นนักประสาทชีววิทยาชาวอิตาลี เธอได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ ร่วมกับสแตนลีย์ โคเฮน ในปี ค.ศ. 1986 สำหรับการค้นพบโกรทแฟคเตอร์ นอกจากนี้ เลวี-มอนตัลชีนี ยังเป็นบุคคลที่ได้รับรางวัลโนเบลคนแรกที่มีอายุยืนกว่าหนึ่งร้อยปี[2]

ประวัติ[แก้]

รีตา เลวี-มอนตัลชีนี เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1909 ที่เมืองตูริน เป็นบุตรคนสุดท้องจากจำนวนพี่น้องทั้งหมดสี่คนของครอบครัวชาวยิวเซฟาร์ดีที่มีฐานะ[3] บิดาเป็นวิศวกรไฟฟ้าและนักคณิตศาสตร์ ส่วนมารดาเป็นจิตรกร เธอมีพี่น้องฝาแฝดชื่อเปาลา[4] เมื่อเป็นวัยรุ่น เลวี-มอนตัลชีนีอยากเป็นนักเขียน เพราะชื่นชอบผลงานของเซลมา ลอเกร์เลิฟ[5] แต่ต่อมาเปลี่ยนใจไปเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยตูริน เมื่อเรียนจบ เธอทำงานเป็นผู้ช่วยอาจารย์ แต่ถูกบีบให้ออกจากงานเมื่อมุสโสลินีขึ้นปกครองประเทศ และมีนโยบายกีดกันชาวยิว

ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เลวี-มอนตัลชีนีทำการทดลองที่บ้าน และศึกษาการเจริญของเส้นใยประสาทจากเอ็มบริโอของไก่ ต่อมาเมื่อนาซีเยอรมนียึดครองอิตาลี ครอบครัวของเธอก็ย้ายไปอยู่ที่ฟลอเรนซ์ และย้ายกลับไปตูรินเมื่อสงครามสิ้นสุด ในปี ค.ศ. 1946 เลวี-มอนตัลชีนีตอบรับคำเชิญจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เซนต์หลุยส์ และทำงานเป็นรองศาสตราจารย์ที่นั่น ในปี ค.ศ. 1952 เธอค้นพบโกรทแฟคเตอร์[6] ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีส่วนสำคัญต่อการเจริญของเซลล์ประสาท เธอได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ในเวลาต่อมา และได้เป็นผู้อำนวยการศูนย์วิจัยด้านประสาทชีววิทยาที่กรุงโรม ในปี ค.ศ. 1986 เลวี-มอนตัลชีนีและสแตนลีย์ โคเฮน ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ จากการค้นพบดังกล่าว

ในปี ค.ศ. 2001 เลวี-มอนตัลชีนีได้รับแต่งตั้งให้เป็นวุฒิสมาชิกตลอดชีพ (Senator for Life) จากประธานาธิบดี คาร์โล อะเซกลิโอ เคียมปี[7] เธอเสียชีวิตที่กรุงโรม ในปี ค.ศ. 2012 ขณะมีอายุได้ 103 ปี

อ้างอิง[แก้]

  1. "Fellowship of the Royal Society 1660-2015". London: Royal Society. Archived from the original on 2015-07-15. 
  2. doi:10.1038/458564a
    This citation will be automatically completed in the next few minutes. You can jump the queue or expand by hand
  3. http://www.economist.com/news/obituary/21569019-rita-levi-montalcini-biologist-died-december-30th-aged-103-rita-levi-montalcini Rita Levi-Montalcini
  4. Carey, Benedict (30 December 2012). "Dr. Rita Levi-Montalcini, Nobel Winner, Dies at 103". The New York Times. 
  5. Krause-Jackson, Flavia; Martinuzzi, Elisa (30 December 2012). "Levi-Montalcini, Italian Nobel Laureate, Dies at 103". Bloomberg. 
  6. "Nobel-winning scientist Levi-Montalcini dies in Rome at 103, biologist studied growth factor". Fox News Channel. 30 December 2012. สืบค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2012. 
  7. http://www.senato.it/leg/16/BGT/Schede/Attsen/00018431.htm

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]