อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เซอร์ อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง
วันที่เกิด 06 สิงหาคม ค.ศ. 1881(1881-08-06)
ล็อกช์ฟิลล์, อีสอายไชร์, สก็อตแลนด์
วันที่เสียชีวิต 11 มีนาคม ค.ศ. 1955 (73 ปี)
ลอนดอน, อังกฤษ
สัญชาติ สหราชอาณาจักร
สาขา แบคทีเรียวิทยา, ภูมิคุ้มกันวิทยา
สถาบันการศึกษาที่เรียน
งานที่เป็นที่รู้จัก การค้นพบเพนิซิลิน
รางวัลที่ได้รับ

เซอร์ อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง (อังกฤษ: Sir Alexander Fleming) เป็นแพทย์ นักชีววิทยา นักเภสัชวิทยา และนักพฤกษศาสตร์ชาวสก็อตแลนด์ เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1881 ในดาร์เวล ประเทศสก็อตแลนด์ ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาคือการค้นพบเอนไซม์ไลโซไซม์ในปี ค.ศ. 1923 และการค้นพบสารเบนซิลเพนนิซิลิน (เพนนิซิลิน จี) จากเชื้อรา pennicilium notatum ในปี ค.ศ. 1928 ซึ่งนำไปสู่การพัฒนายาปฏิชีวนะตัวแรกของโลก การค้นพบนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ในปี ค.ศ. 1945[3][4][5]

ประวัติและการศึกษา[แก้]

เซอร์ อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง เกิดวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1881 ที่ดาร์เวล เมืองอีสต์อายร์ไชร์ ประเทศสก็อตแลนด์ ตอนเหนือของสหราชอาณาจักร เขาเป็นลูกคนที่ 3 จากทั้งหมด 4 คน ของ ฮิวจ์ เฟลมมิง ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม ในวัยเด็กเขาเป็นเด็กซุกซนและฉลาดหลักแหลม

เฟลมมิงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนโลวเดินส์ มัวร์ และโรงเรียนดาร์เวล ก่อนที่เขาย้ายไปยังลอนดอน นอกจากนี้ เขายัง ได้รับทุนการศึกษา 2 ปีเต็มจากคิวมาร์น็อก อะคาเดมีอีกด้วย เมื่อย้ายไปยังลอนดอนเขาได้เข้าศึกษาที่สถาบัน รอยัล พอลีเทคนิค หลังจากทำงานอยู่ในบริษัทขนส่งสินค้าเป็นเวลาสี่ปี เฟลมมิ่งในวัย 20 ปี ก็ได้รับการเชิญชวนให้เช้าศึกษาวิชาแพทย์ จากทอม พี่ชายของเขาซึ่งเป็นแพทย์ ในปี1903 เขาจึงได้เข้าศึกษาที่โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ เมืองแพดดิงตัน ในอีกสามปีต่อมา เขาได้รับปริญญาสาขาแพทย์ศาสตร์บัณฑิตและศัลยศาสตร์บัณฑิต หลังจากจบการศึกษา เขาได้เข้าทำงานเป็นผู้ช่วยด้านแบคทีเรียวิทยาของ เซอร์ อาร์มร็อท ไรท์ ผู้บุกเบิกการรักษาด้วยวัคซีนได้รับและวิชาการศึกษาระบบภูมิคุ้มกัน ในปี1908 เขาปริญญาอีกใบจากสาขาวิทยาศาสตร์บัณฑิต ด้วยเกียรตินิยมเหรียญทอง จากนั้นเขาได้ทำงานเป็นอาจารย์ที่สถาบันเดิมจนถึงปี 1914 ใน ช่วงปี1914 – 1918 เกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เฟลมมิงได้เข้าร่วมในสงครามในฐานะแพทย์ภาคสนามในแนวรบด้านตะวันตก ประเทศฝรั่งเศส ร่วมกับเพื่อนร่วมงานของเขา หลังจากสงครามจบ เขาจึงกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ ซึ่งในปี 1928 เขาได้รับตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ในด้านแบคทีเรียวิทยาที่มหาวิทยาลัยลอนดอน จากนั้น ในปี 1951 เขาได้รับเลือกให้เป็นอธิการบดีแห่งมหาวิทยาลัยเอดินบะระ

ผลงานการศึกษาวิจัย[แก้]

ก่อนการค้นพบเพนิซิลิน[แก้]

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เฟลมมิงเห็นทหารจำนวนมากเสียชีวิตจากภาวะพิษเหตุติดเชื้อ เฟลมมิงพยายามช่วยรักษาแผลโดยใช้ยาฆ่าเชื้อโรค แต่ยาฆ่าเชื้อโรคกลับทำให้แผลบาดเจ็บเหล่านั้นมีสภาพแย่ลง ในบทความที่เขาได้ส่งไปยังวารสารทางการแพทย์ แลนด์เซทในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เฟลมมิงได้กล่าวถึงการทดลองอันชาญฉลาดซึ่งสามารถอธิบายเหตุผลที่ยาฆ่าเชื้อเหล่านั้นใช้ไม่ได้ผลและทำให้แผลเหล่านั้นมีอาการแย่ลง เขาอธิบายว่ายาฆ่าเชื้อใช้ได้ผลดีเฉพาะระดับผิวหนัง แต่สำหรับแผลลึกยาฆ่าเชื้อจะเข้าไปทำลายแบคทีเรียที่มีประโยชน์ เซอร์ อาร์มร็อท ไรท์ ได้สนับสนุนการค้นพบครั้งนี้เป็นอย่างมาก แต่แพทย์ทหารก็ยังคงใช้ยาฆ่าเชื้อตัวเดิมในการรักษาแม้ว่าจะทำให้บาดแผลแย่ลงก็ตาม เมื่อกลับมาที่โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ ได้กลับมาค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารต้านแบคทีเรีย และได้ค้นพบไลโซไซม์ ซึ่งเป็นสารยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียในสารคัดหลั่งจากจมูก

การค้นพบเพนิซิลิน[แก้]

ในปี 1927 เฟลมมิงได้ทำการศึกษาคุณสมบัติของ Staphylococcus ในขณะนั้นเขาได้รับการยอมรับว่าเป็นนักวิจัยที่ชาญฉลาด แต่ห้องแล็ปของเค้ามีสภาพที่ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ในวันที่ 3 กันยายน 1928 เฟลมมิงกลับมายังห้องแล็ปของเขาหลังจากลาพักร้อนกับครอบครัวในเดือนสิงหาคม ก่อนนั้นเขาได้วางถาดเพาะเลี้ยงเชื้อไว้บนม้านั่งที่มุมห้อง เมื่อกลับมาเขาได้พบว่ามีถาดเพาะเชื้ออันหนึ่งเกิดการปนเปื้อนด้วยเชื้อรา และในบริเวณที่เชื้อราเกิดขึ้นนั้นแบคทีเรียถูกทำลายไป เขาได้นำถาดเพาะเชื้อชิ้นนั้นไปเพาะเลี้ยงต่อ แล้วพบว่าเชื้อรานั้นได้ฆ่าแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคหลายชนิด ในวันที่ 7 มีนาคม 1929 เขาได้ตั้งชื่อสารนั้นว่าเพนนิซิลิน

รางวัลและเกียรติยศ[แก้]

การค้นพบโดยบังเอิญของเฟลมมิงและการสกัดสารเพนนิซิลินในเดือนกันยายน 1928 เป็นจุดเปลี่ยนของการแพทย์สมัยใหม่ เป็นยุคของการใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งตัวยาเพนนิซิลินได้ถูกใช้รักษาชีวิตคนจำนวนหลายล้านคนจนถึงปัจจุบัน จากการค้นพบดังกล่าว ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลในสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ในปี 1945 นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องจากสถาบันต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยลอนดอน สถาบันรอยัล พอลีเทคนิค (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยเวสมินสเตอร์) และได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวินจากพระเจ้าจอร์จที่ 6

อ้างอิง[แก้]

  1. Colebrook, L. (1956). "Alexander Fleming 1881-1955". Biographical Memoirs of Fellows of the Royal Society 2: 117–126. JSTOR 769479. doi:10.1098/rsbm.1956.0008. 
  2. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ NobelPrizeBio
  3. "Alexander Fleming Biography". Les Prix Nobel. The Nobel Foundation. 1945. สืบค้นเมื่อ 27 March 2011. 
  4. Hugh, TB (2002). "Howard Florey, Alexander Fleming and the fairy tale of penicillin". The Medical journal of Australia 177 (1): 52–53; author 53 53. PMID 12436980. 
  5. Cruickshank, Robert (1955). "Sir Alexander Fleming, F.R.S". Nature 175 (4459): 663. doi:10.1038/175663a0. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]