ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระสุมังคลสัมพุทธเจ้า"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ การแก้ไขแบบเห็นภาพ
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ การแก้ไขแบบเห็นภาพ
 
== พระประวัติ ==
พระองค์ได้บำเพ็ญ[[บารมี 30 ทัศน์]]มาอย่างยิ่งยวด โดยมี[[ปรมัตถบารมี]]หนึ่งย้อนไปใน[[ภัทรกัปป์]] ปัจจุบันนี้ พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น[[พระเจ้าจักรพรรดิ]]ทรงพระนามว่า '''พระเจ้ามหาปนาทบรมจักรพรรดิ''' บังเกิดมีรัตนะ7 ประการได้แก่ '''นางแก้ว แก้วมณี จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว ขุนพลแก้ว คฤหบดีขุนคลังแก้ว''' บังเกิดขึ้นด้วยบุญญาธิการ ปกครองทวีปใหญ่ทั้ง 4 มีทวีปน้อย 2000 เป็นบริวาร ล่วงมาถึงสมัย[[พระกกุสันธพุทธเจ้า]]ได้ตรัสรู้<ref>http://www.phuttawong.net/index.aspx?ContentID=ContentID-061213092605164</ref>
 
ในกาลนั้น พระโพธิสัตว์ทรงสั่ง'''จักรแก้ว'''ให้ไปเอาดวงแก้วมณีที่ท้องมหาสมุทร จักรแก้วก็นำแก้วมณีมาถวายดุจดังมีจิตวิญญาณ
ให้'''ขุนพลแก้ว'''ไปเอาดวงแก้วบนยอดเขากัมพูฉัตร ในอุตรกุรุทวีป อปรโคยานทวีป บุพพวิเทหทวีป '''ขุนพลแก้ว'''รับคำสั่งแล้วก็ไปถอดเอาแก้วในทวีปทั้ง 3 มาถวาย
 
ให้'''ในกาลนั้นมีคฤหบดีแก้ว'''ให้ได้เที่ยวไปในโสฬสมหานครใหญ่ 16 เมือง เอาแก้วมณี คฤหบดีเมื่อไปยังมหานครแล้วเห็น[[พระกกุสันธพุทธเจ้า]] ก็มิได้รู้จัก แต่เห็นมีลักษณะงดงาม จึงเข้าไปสอบถามพระนาม
 
พระพุทธองค์ทรงตอบว่า เรามีนามว่า '''พระศาสดา''' คฤหบดีแก้วก็จึงสอบถามอีกว่า ชื่อว่าพระศาสดานี้ด้วยเหตุใด พระพุทธองค์จึงทรงตอบว่าด้วยอาจริยคุณ 31 ประการ เช่น อิติปิ โส ภควา เป็นต้น เมื่อคฤหบดีแก้ว ได้ฟังจึงจารึก จริยคุณ 31 ประการเป็นตัวอักษรลงในแผ่นทองคำ และสอบถามว่ามีคุณวิเศษอย่างอื่นอีกหรือไม่ พระพุทธองค์ ทรงตอบว่ามีอยู่อีกเป็นอันมาก คฤหบดีแก้วก็ทูลขอให้พระพุทธองค์ทรงแสดงต่อไป พุทธองค์พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมแก่ คฤหบดีแก้ว ทั้งนี้คฤหบดีแก้วยังจารึกพระฉายารูปกายมหาบุรุษของ[[พระกกุสันธพุทธเจ้า]] ในแผ่นทองเหาะทองคำกลับไปถวายแด่[[พระโพธิสัตว์]]
 
เมื่อ[[พระโพธิสัตว์]]เห็นอักษรที่จารึกแล้วยังไม่ทราบว่าเป็นพุทธคุณจริงหรือไม่ จึงสอบถามไปยังพราหมณ์ปุโรหิตว่า จริงหรือ ฝ่ายพราหมณ์จึงกราบทูลว่า เป็นของประเสริฐ หาคุณวิเศษยิ่งไปกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พระเจ้าข้า พระองค์ทรงปลาบปลื้ม ปิติ ยินดี เป็นอันมากจนสลบไป พอทรงฟื้นได้พระสติขึ้นมา จึงสอบถามปุโรหิตว่าคุณวิเศษนี้เป็นพุทธคุณจริงหรือ ปุโรหิตก็กราบทูลว่า เป็นของแท้แน่นอน อย่าได้สงสัยเลย พระเจ้าข้า พระองค์ทรงปลาบปลื้ม ปิติ ยินดี เป็นอย่างมากจนสลบเป็นครั้งที่ 2 พอฟื้นขึ้นมาทรงทอดพระเนตรพระฉายารูปของพระพุทธองค์ที่สลักในแผ่นทองคำแล้วสอบถามปุโรหิตคฤหบดีว่า เป็นรูปของพระพุทธองค์จริงหรือ ปุโรหิตคฤหบดีก็กราบทูลว่า จริง พระเจ้าข้า พระองค์ก็ทรงปลาบปลื้ม ปิติ ยินดี เป็นอันมากจนสลบไปเป็นครั้งที่ 3
 
ครั้นพอฟื้นคืนได้พระสติ จึงตรัสกับคฤหบดีแก้วว่า เป็นเหตุให้พระองค์ได้พบสิ่งมีค่าสูงยิ่ง จึงทรงยกสมบัติจักรพรรดิให้แก่คฤหบดีแก้วทั้งหมดเป็นบำเหน็จความดีความชอบ
 
ส่วน'''พระเจ้ามหาปนาทบรมจักร''' หลังจากสละราชสมบัติทรงเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาทเปล่า มุ่งตรงไปหาพระกกุสันธพุทธเจ้า จนถึงต้นไทรที่พระพุทธองค์เคยทรงประทับอยู่ กระทำอัญชลีและทรงอธิษฐานขอบวชในพระพุทธศาสนา เกิดอัศจรรย์เครื่องอัฏบริขารทั้ง 8 ก็ลอยมาตกตรงหน้าด้วยพุทธานุภาพ ครั้นเมื่อ[[พระโพธิสัตว์]]ได้ครองผ้าบวชแล้วจึงทรงอธิษฐานขอให้มงกุฏของพระองค์ไปแจ้งข่าวต่อพระพุทธองค์ด้วย มงกุฏนั้นก็ลอยไปเหมือนมีจิตวิญญาณ เข้ากราบทูล[[พระกกุสันธพุทธเจ้า]]
61

การแก้ไข

รายการนำทางไซต์