นีโคไล บุลกานิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จอมพลแห่งสหภาพโซเวียต
นีโคไล บุลกานิน
ประธานสภารัฐมนตรีสหภาพโซเวียต
ดำรงตำแหน่ง
8 กุมภาพันธ์ 1958 – 27 มีนาคม 1958
ก่อนหน้า เกออร์กี มาเลนคอฟ
ถัดไป นีกีตา ครุชชอฟ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ดำรงตำแหน่ง
15 มีนาคม 1953 – 9 กุมภาพันธ์ 1955
หัวหน้ารัฐบาล เกออร์กี มาเลนคอฟ
ก่อนหน้า อะเลคซันดร์ วาซีเลฟสกี
นีโคไล คุซเนซอฟ
ถัดไป เกออร์กี จูคอฟ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 11 มิถุนายน ค.ศ. 1895(1895-06-11)
นิจนีนอฟโกรอด, จักรวรรดิรัสเซีย
เสียชีวิต 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1975 (79 ปี)
มอสโก สาธารณรัฐรัสเซีย สหภาพโซเวียต
เชื้อชาติ โซเวียต
พรรค คอมมิวนิสต์
การเข้าเป็นทหาร
รับใช้ สหภาพโซเวียต
สังกัด กองทัพแดง
ประจำการ พ.ศ. 2484–พ.ศ. 2492
ยศ จอมพล
บังคับบัญชา กองทัพโซเวียต
การยุทธ์ สงครามโลกครั้งที่ 2
บำเหน็จ Hero of Socialist Labor medal.svg

นีโคไล อะเลคซันโดรวิช บุลกานิน (รัสเซีย: Никола́й Алекса́ндрович Булга́нин; อังกฤษ: Nikolai Alexandrovich Bulganin; 11 มิถุนายน 2438 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518[1]) เป็นนักการเมืองโซเวียต เป็น ผู้บัญชาการประชากลาโหม แห่งสหภาพโซเวียตภายใต้รัฐบาลโจเซฟ สตาลิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (พ.ศ. 2496–พ.ศ. 2498) และประธานสภารัฐมนตรีแห่งสหภาพโซเวียต (1955-1958) ภายใต้รัฐบาล นีกีตา ครุชชอฟ

ชีวิตช่วงแรก[แก้]

บุลกานิน เกิดใน นิจนีนอฟโกรอด เขาเป็นบุตรชายของครอบครัวชนชั้นแรงงาน เขาได้เข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2460 และได้รับแต่งตั่งเป็นหัวหน้ากรมตำรวจเชการ์ ในปีพ.ศ. 2461-พ.ศ. 2465 (หลังจากสงครามกลางเมืองรัสเซีย) เขาได้เป็นผู้บริหารโรงอุตสาหกรรมและการไฟฟ้าจนกระทั่ง พ.ศ. 2470 เขาเป็น ผู้อำนวยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งมอสโกในปี พ.ศ. 2470-พ.ศ. 2474 บุลกานิน เป็นประธานคณะกรรมการบริหารของมอสโกในปีพ.ศ. 2474-พ.ศ. 2477,

ในการประชุมครั้งที่ 17ในปี พ.ศ. 2477 บุลกานิน ได้ถูกรับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกลาง ความจงรักภักดีเขาต่อสตาลินทำให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่งสำคัญ ๆ แทนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการกวาดล้างใหญ่ของโจเซฟ สตาลิน ในปี พ.ศ. 2480-พ.ศ. 2481 ในเดือนกรกฎาคมปี พ.ศ. 2480 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ารัฐบาลของสาธารณรัฐรัสเซีย (RSFSR) เขากลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของคณะกรรมการกลางหลังจากนั้นปีและในกันยายน พ.ศ. 2481 เขาได้รับตำแหน่งรองหัวหน้ารัฐบาลของสหภาพโซเวียตและหัวหน้าธนาคารกลางแห่งรัฐของสหภาพโซเวียต

สงครามโลกครั้งที่สอง[แก้]

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง บุลกานิน มีบทบาทนำในรัฐบาลและกองทัพแดงแม้ว่าเขาจะไม่เคยเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด เขาได้รับยศพันเอกและเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกลาโหมของรัฐ เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันในปีพ.ศ. 2487 และทำหน้าที่เป็นตัวแทนหลักของสตาลินในหน่วยบัญชาการกองทัพแดง พ.ศ. 2490 ในเขากลายเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและได้รับการเลื่อนยศเป็นจอมพล นอกจากนี้เขายังกลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์ เขาเป็นรองหัวหน้ารัฐบาลของสหภาพโซเวียตภายใต้สตาลิน ในปี พ.ศ. 2490 ถึง พ.ศ. 2493 และในปี พ.ศ. 2491 เขากลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของกระทรวงการต่างประเทศ

ตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาล[แก้]

บุลกานินและครุชชอฟ ในการเดินทางเยือนอินเดีย

หลังถึงแก่อสัญกรรมลงของสตาลินในเดือนมีนาคมปี พ.ศ. 2496 บุลกานิน ได้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้นำโซเวียตเป็นอันดับต้นๆโดยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เขาเป็นพันธมิตรของ นีกีตา ครุชชอฟ ในระหว่างการต่อสู้ทางการเมืองกับ เกออร์กี มาเลนคอฟ และในเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2498 เขาได้ขึ้นดำรงประธานสภารัฐมนตรีแห่งสหภาพโซเวียตแทน มาเลนคอฟที่ถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่ง[2]เขาเป็นผู้สนับสนุนการปฏิรูปของ ครุชชอฟ และ การกำจัดอำนาจเก่าของสตาลิน เขาและครุสชอฟได้เดินทางเยือนด้วยกันทั้งอินเดีย, ยูโกสลาเวีย และ อังกฤษ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฉายาของวงการสื่อมวลชนว่า "การแสดงของบีและเค (the B and K show)"[3]อย่างไรก็ตาม ครุชชอฟ ได้เขียนลงบันทึกส่วนตัวของเขาว่า "ไม่สามารถพึ่งพาเขา (บุลกานิน) ได้อย่างเต็มที่"[4]

ในช่วงวิกฤตการณ์คลองสุเอซ ในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2499, บุลกานิน ได้ส่งจดหมายไปยังรัฐบาลของสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส และ อิสราเอล ขู่ว่าจะโจมตีด้วยขีปนาวุธใส่ ลอนดอน, ปารีส และ เทลอาวีฟหากพวกเขาไม่ถอนกองกำลังออกจากอียิปต์ โดยในจดหมายถึงหัวหน้ารัฐบาลอิสราเอลเดวิด เบนกูเรียนมีเนื้อความว่า "อิสราเอลกำลังเล่นกับชะตากรรมของสันติภาพกับชะตากรรมของประชาชนตนเองในทางผิดหลักและขาดความรับผิดชอบ [... ] ซึ่งจะวางคำถาม [เครื่องหมาย] ต่อการดำรงอยู่ในฐานะผู้นำของรัฐอิสราเอล "[5]ครุชชอฟ ในบันทึกส่วนตัวของเขา ครุชชอฟเขาต้องระวังเรื่องความคิดเห็นต่อชาติตะวันตกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานั้นเขาไม่ได้มีขีปนาวุธข้ามทวีป พอที่ทำการโจมตีได้และในกรณีใด ๆ ก็ตาม เขาไม่ได้มีความตั้งใจที่จะทำสงครามในปี พ.ศ. 2499 นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2502 หน่วยสืบราชการลับของสหรัฐฯเปิดเผยว่าคลังแสงขีปนาวุธนิวเคลียร์ของโซเวียตมีขนาดเล็กกว่าของฝ่ายเนโท ดังนั้นโซเวียตจึงไม่มีจรวดเพียงพอที่จะโจมตีในสามทิศทางได้ จดหมายจากโซเวียตขู่จะช่วยให้อังกฤษและฝรั่งเศส มั่นใจว่าเนโท (รวมถึงประเทศสหรัฐอเมริกา) ยังสามารถป้องกันการโจมตีของโซเวียตได้

บุลกานินและครุชชอฟ กับ เผิง เต๋อฮว้ายและYe Jianying ในจีน

ในปี พ.ศ. 2500 อย่างไรก็ตาม บุลกานิน ได้มีส่วนพัวพันในการต่อต้านนโยบายปฏิรูปครุชชอฟ โดยกลุ่มผู้ต่อต้าน นำโดย วยาเชสลาฟ โมโลตอฟ ในเดือนมิถุนายน โมโลตอฟและกลุ่มผู้ต่อต้านพยายามทำรัฐประหารกับครุสชอฟ แต่ล้มเหลวเนื่องจากการช่วยเหลือของจอมพลเกออร์กี จูคอฟนำกองกำลังยุติไว้ได้ เมื่อพวกพ้องกำลังพ่ายแพ้และถูกถอดออกจากอำนาจ บุลกานิน รอดจากการถูกถอดออกมาได้สักพักหนึ่ง แต่ในเดือนมีนาคมปี พ.ศ. 2501 ครุชชอฟได้บีบเขาให้ลาออกจากตำแหน่ง[2] เขายังคงได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานของธนาคารแห่งชาติโซเวียต จนถึงเดือนกันยายน บุลกานิน ถูกถอดออกจากคณะกรรมการกลางและถอดยศจอมพล เขาถูกเนรเทศไปยังสตัฟโรปอลในฐานะประธานสภาเศรษฐกิจภูมิภาค ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1960 เขาได้เกษียณอายุและจากไปอย่างสงบในปี พ.ศ. 2518

รางวัลและเกียรติยศ[แก้]

Hero of Socialist Labor medal.svg วีรชนแรงงานแห่งสังคมนิยม (10 มิถุนายน พ.ศ. 2498)
Order of Lenin ribbon bar.png เครื่องอิสริยาภรณ์เลนิน สองครั้ง (พ.ศ. 2474 พ.ศ. 2498)
Order of Red Banner ribbon bar.png เครื่องอิสริยาภรณ์ธงแดง (พ.ศ. 2486)
Order suvorov1 rib.png เครื่องอิสริยาภรณ์ซูโวรอฟ, ชั้นที่ 1 (พ.ศ. 2488) ชั้นที่ 2 (พ.ศ. 2486)
Order kutuzov1 rib.png เครื่องอิสริยาภรณ์คูตูซอฟ, ชั้นที่ 1,สองครั้ง (พ.ศ. 2486 พ.ศ. 2487)
Order redstar rib.png เครื่องอิสริยาภรณ์ดาวแดง, สองครั้ง (พ.ศ. 2478 พ.ศ. 2496)
เครื่องอิสริยาภรณ์สาธารณรัฐ (สาธารณรัฐประชาชนตูวา, 3 มีนาคม พ.ศ. 2485)
POL Virtuti Militari Wielki BAR.svg Grand Cross of the Virtuti Militari (โปแลนด์)

อ้างอิง[แก้]

  1. Nikolay Aleksandrovich Bulganin (premier of Union of Soviet Socialist Republics) -- Encyclopædia Britannica:. Britannica.com. Retrieved on 2014-6-11.
  2. 2.0 2.1 Powaski, Ronald E. (1997). The Cold War: The United States and the Soviet Union, 1917-1991. New York, New York: Oxford University Press. ISBN 0195078500. {{cite book}}: Cite ไม่รู้จักพารามิเตอร์ว่างเปล่า s: |dead-url= และ |subscription= (help)
  3. Julius William Pratt A History of United States Foreign Policy, p. 470, Prentice Hall, 1965 University of California original digitized February 8, 2007; 1979 4th ed. ISBN 978-0-13-392282-0
  4. Khrushchev, Nikita (2006). Memoirs of Nikita Khruschev, Volume 2: Reformer (1945–1964). University Park, Pennsylvania: Pennsylvania State University Press. p. 238. ISBN 0271028610. {{cite book}}: Cite ไม่รู้จักพารามิเตอร์ว่างเปล่า s: |dead-url= และ |subscription= (help)
  5. "7 Exchange of Letters- Bulganin- Ben-Gurion- 5 and 8 November 1956". Ministry of Foreign Affairs (Israel).

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

นีโคไล บุลกานิน ที่ไฟน์อะเกรฟ

ก่อนหน้า นีโคไล บุลกานิน ถัดไป
เกออร์กี มาเลนคอฟ 2leftarrow.png ประธานสภารัฐมนตรีแห่งสหภาพโซเวียต
(8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 – 27 มีนาคม พ.ศ. 2501)
2rightarrow.png นีกีตา ครุชชอฟ