ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์ ภาคองค์ประกันหงสา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บทความนี้กล่าวถึงละครโทรทัศน์ สำหรับภาพยนตร์ ดูที่ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๑ องค์ประกันหงสา
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช The Series
ภาค องค์ประกันหงสา (2560)
ตำนานสมเด็จฯ The Series ซีซั่น 1.jpg
ประเภทประวัติศาสตร์
สร้างโดยบริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด
บริษัท ฟุ๊คดุ๊ค โปรดักชั่น จำกัด
เขียนโดยบทประพันธ์ : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล
หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
บทโทรทัศน์ : หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล
วรยุทธ พิชัยศรทัต
กำกับโดยหม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล
แสดงนำภาณุกร วงษ์บุญมาก
ณัฐชนน บุญศิริ
ณปภัช ฐิตะกวิน
ภัทรวดี เหลาสา
พชรณมน นนทภา
กรภัทร์ เกิดพันธุ์
สรพงษ์ ชาตรี
อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
ศิรประภา สุขดำรงค์
ปรเมศร์ น้อยอ่ำ
กษาปณ์ จำปาดิบ
จำนวนตอน12 ตอน
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้าง
ฝ่ายบริหาร
พิชญ์ โพธารามิก
ดร. โสรัชย์ อัศวะประภา
นวมินทร์ ประสพเนตร
ซัง โด ลี
ผู้อำนวยการสร้างหม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล
คุณากร เศรษฐี
บังอร อิ่มเอม
ธัญญ์พัฑรา วงษ์นพวิชญ์
กฤษ อินสมพันธ์
ความยาวตอน60 นาที
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่องโมโน 29
การออกอากาศแรก9 มกราคม พ.ศ. 2560 – 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์ ภาคองค์ประกันหงสา หรือ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช The Series ภาคองค์ประกันหงสา เป็นละครโทรทัศน์อิงประวัติศาสตร์ ภาคที่หนึ่งของละครเรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์ กำกับการแสดงโดย หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล เป็นการสร้างละครที่อิงเอาเนื้อเรื่องจากภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปฐมวัย ที่หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคลที่ทำไว้มาสร้างใหม่อีกครั้ง ใช้กระบวนการถ่ายทำและเทคนิคแบบภาพยนตร์ ด้วยความมุ่งหมายจะให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์กว่าในแบบฉบับภาพยนตร์

ละครเรื่องนี้ออกอากาศตอนแรกในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560 และออกอากาศตอนจบในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ละครเรื่องนี้มีภาคต่อคือ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์ ภาคประกาศอิสรภาพ

เนื้อเรื่อง[แก้]

พ.ศ. 2106 พระเจ้าบุเรงนองแห่งอาณาจักรตองอูได้ตีหัวเมืองเหนือของสยามไล่มาตั้งแต่สุโขทัย, สวรรคโลก, และที่สองแคว ซึ่งที่พระพิษณุโลกสองแควนั้น พระมหาธรรมราชา (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) ผู้รั้งเมืองอยู่นั้นได้ขอความช่วยเหลือจากพระนครศรีอยุธยา แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากอยุธยา พระมหาธรรมราชาจึงแปรพักตร์ไปเข้าด้วยกับพระเจ้าบุเรงนองเพื่อร่วมกันโจมตีอยุธยา โดยที่พระเจ้าบุเรงนองได้ขอเอาตัว พระนเรศ หรือ องค์ดำ (ภาณุกร วงษ์บุญมาก) พระโอรสองค์โตในพระมหาธรรมราชาและพระนางวิสุทธิ์กษัตริย์ (ศิรประภา สุขดำรงค์) ไปเป็นตัวประกันในหงสาวดีโดยที่ให้สัตย์สาบานว่าจะเลี้ยงดูอย่างดีดุจพระโอรส

เมื่อทัพพิษณุโลกสองแควและหงสาวดีมาถึงอยุธยา ก็ต้องพบกับการต่อต้านอย่างหนักจากอยุธยา ด้วยเพราะมี พระราเมศวร (อภิปราชญ์ ต่างใจ) พระโอรสพระองค์โตในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (ศุกล ศศิจุลกะ) เป็นขุนศึกกล้าหาญชาญณรงค์สงครามทำการต่อต้าน แต่ทางสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเห็นว่าควรจะเจรจากับทางหงสาวดี เมื่อทั้งสองฝ่ายได้เจรจากัน พระเจ้าบุเรงนองได้ขอช้างเผือก 2 เชือกละขอตัวพระราเมศวรไปเป็นองค์ประกันที่หงสาวดีด้วยเช่นเดียวกับพระนเรศ โดยอ้างว่ายังมี พระมหินทราธิราช (เลอวิทย์ สังข์สิทธิ์) พระอนุชายังสามารถสืบราชสมบัติต่อไปได้ ต่อมา พระเจ้าบุเรงนองยกทัพไปตีกรุงศรีสัตนาคนหุตที่มีพระไชยเชษฐาธิราชปกครองอยู่ แต่พระราเมศวรไปไม่ทันถึงก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน

ที่นครหงสาวดี พระองค์ดำ (ณัฐชนน บุญศิริ) ขณะเที่ยวชมตลาดโยเดียซึ่งเป็นชุมนุมชาวสยามที่ถูกต้อนมาจากอยุธยาที่นอกกำแพงเมือง ได้บังเอิญช่วยเหลือพระธิดาวิไลกัลยา (ภัทรวดี เหลาสา) จากการที่ถูกงูกัด ทำให้องค์หญิงวิไลกัลยาเกิดหลงรักพระนเรศ ขณะที่องค์ดำจะกลับเข้าพระราชวังได้พบกับขบวนของมังสามเกียด (ภัทรกร ประเสริฐเศรฐ) พระโอรสของมหาอุปราชนันทบุเรง (ปรเมศร์ น้อยอ่ำ) ผ่านมา มังสามเกียดและลักไวทำมู ทหารคนสนิท พยายามให้องค์ดำก้มคาราวะตนในฐานะเชลย แต่องค์ดำไม่ยอม ขณะเดียวกันกับที่พระเจ้าบุเรงนองเสด็จผ่านมาเช่นกัน และให้มังสามเกียดเป็นฝ่ายก้มกราบองค์ดำแทน ด้วยเห็นว่ามีศักดิ์สูงกว่า และให้องค์ดำมาฝึกวิชาที่วัดหน้าประตูเมืองกับ พระมหาเถรคันฉ่อง (สรพงษ์ ชาตรี) ในวันรุ่งขึ้น เมื่อทั้งคู่มาถึงก็ได้พบกับ มณีจันทร์ (นวลจันทร์ ณ ถลาง) เด็กผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในวัด และได้พบกับพระมหาเถรคันฉ่องที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศัสตราวุธ ซึ่งพระมหาเถรคันฉ่องได้สั่งสอนสรรพวิชาและให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองแก่องค์ดำตลอดมา

ต่อมาความสัมพันธ์ระหว่างพิษณุโลกสองแควและอยุธยาเริ่มคลอนแคลนกันมากขึ้น เมื่อทางฝ่าย สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช หลังจากที่ต้องสูญเสียพระมเหสีและเชื้อพระวงศ์ไปในศึกสงคราม จึงได้ส่งพระราชสาสน์มาขอตัว พระเทพกษัตรีย์ (ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี) พระธิดาพระองค์เล็กในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเป็นพระมเหสีด้วยว่าเป็นพระธิดาในสมเด็จพระสุริโยไท แต่ทางฝ่ายพระมหาธรรมราชาได้ลักลอบส่งสาสน์ไปบอกความยังพระเจ้าบุเรงนอง ให้มาชิงตัวไปในระหว่างทาง

ทางฝ่ายล้านช้างเมื่อสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชได้สูญเสียพระเทพกษัตรีไปแล้วนั้น ได้ยกทัพมาโจมตีพิษณุโลกสองแคว ทำให้ทางฝ่ายพระมหินทราธิราชเกิดความระแวงในตัวพระมหาธรรมราชาหนักยิ่งขึ้น เพราะเกรงว่านี่จะเป็นกลศึก การสงครามที่สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชตีพิษณุโลกสองแควนั้นไม่สำเร็จ พระเจ้าบุเรงนองได้ส่ง พระยาพุกาม และ พระยาเสือหาญ สองทหารมอญเข้ามาช่วยไล่ตีด้วยเพราะความเป็นสัมพันธไมตรีกันระหว่างสองเมือง แต่พระยามอญทั้งคู่ทำการไม่สำเร็จ พระเจ้าบุเรงนองจึงมีคำสั่งให้ประหารชีวิต แต่พระมหาธรรมราชาที่เดินทางไปยังหงสาวดีด้วยได้ทูลขอชีวิตไว้

ขณะที่พระมหาธรรมราชาเสด็จไปยังหงสาวดีนั้น ทางฝ่ายพระมหินทราธิราชได้เสด็จมายังพิษณุโลกสองแควอัญเชิญตัวพระนางวิสุทธิ์กษัตริย์กลับไปยังอยุธยา ทางฝ่ายพระมหาธรรมราชาและพระเจ้าบุเรงนองที่ยังประทับอยู่ที่หงสาวดีทราบความดังนั้นก็พิโรธ ยกทัพของทั้งสองเมืองไปโจมตีอยุธยาพร้อมกัน แต่การสงครามครั้งนี้กลับยืดเยื้อนานกว่าที่คาดคิด จนเวลาล่วงไปเกือบปี ขณะเดียวกัน สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ก็เสด็จสวรรคต พระมหินทราธิราช ได้ขึ้นเสวยราชย์เป็น สมเด็จพระมหินทราธิราชเจ้า ทางฝ่ายพระเจ้าบุเรงนองไม่อาจให้การสงครามยืดเยื้อมากไปกว่านี้ พระเจ้าบุเรงนองจึงออกอุบายขอพระยารามณรงค์ไป แล้วจะเลิกทัพ พระมหินทราธิราชทรงเห็นด้วยจึงเข้าแผนของพระเจ้าบุเรงนองทันที ต่อมา ออกญาจักรี ขุนนางฝ่ายอโยธยาเก่าได้ทำอุบายแสร้งเป็นว่าสามารถหนีมาจากทัพหงสาวดีได้และเข้าไปในราชสำนักอยุธยาเสนอตัวเป็นผู้บัญชาการทัพเอง โดยที่สมเด็จพระมหินทราธิราชเจ้าก็มิได้สงสัย ท้ายที่สุดออกญาจักรีก็เปิดประตูเมืองให้ฝ่ายหงสาวดีเข้ามาตีเมืองได้

เมื่อได้ชัยชนะแล้ว พระเจ้าบุเรงนองได้ให้พระมหาธรรมราชาขึ้นครองราชย์แทนเป็น สมเด็จพระมหาธรรมราชา และได้ขอเอาตัว พระสุพรรณกัลยา (พชรณมน นนทภา) พระธิดาองค์โตในพระมหาธรรมราชาและพระนางวิสุทธิ์กษัตริย์กลับไปยังหงสาวดีพร้อมกับสมเด็จพระมหินทราธิราชเจ้าด้วย เมื่อมาถึงหงสาวดี สมเด็จพระมหินทราธิราชเจ้าก็ประชวรและเสด็จถึงแก่สวรรคต

ขณะที่ฝ่าย องค์ดำ เมื่ออยู่ที่หงสาวดีได้รับการดูถูกตลอดเวลาจากฝ่ายมังสามเกียดและพรรคพวก โดยเรียกชื่อว่า ตองเจ หนักขึ้นถึงขั้นปองร้ายหมายเอาชีวิต องค์ดำจึงคิดหนีกลับพิษณุโลกสองแคว โดยขอให้สมเด็จพระสุพรรณกัลยา ซึ่งเป็นพระพี่นางเสด็จกลับไปด้วย แต่สมเด็จพระสุพรรณกัลยาไม่กลับ ด้วยทรงดำริว่าหากพระองค์ยังอยู่ที่หงสาวดีนี้ก็จะช่วยกราบทูลขอชีวิตองค์ดำจากพระเจ้าบุเรงนองไว้ได้ ทำให้องค์ดำ บุญทิ้ง และชาวสยามอีกจำนวน 300 คนหนีกลับไปได้สำเร็จ ในขณะที่มณีจันทร์ได้เข้าเป็นข้ารับใช้ในสมเด็จพระสุพรรณกัลยา

นักแสดงนำ[แก้]

การผลิต[แก้]

หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้กำกับการแสดง กล่าวว่า “ผมพอใจมากครับ แต่ก็มีพื้นที่ปรับปรุงเพราะเป็นครั้งแรกที่ผมสร้างละครโทรทัศน์เลย ภาคนี้เราทำงานทุกสัปดาห์ แต่เราไม่ได้ทำพร้อมกันทุกฝ่าย จึงเกิดความเสียหายพอสมควร เสียค่าใช้จ่าย และเวลามากขึ้น แต่พอภาคต่อไป เราควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ดีขึ้น นักแสดงเก่งขึ้น เราเอาปัญหาจากภาพยนตร์เรื่อง สุริโยไท มาแก้ไขเป็นภาพยนตร์ชุด ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเราเอาความรู้จาก ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มาสร้างเป็นพันท้ายนรสิงห์ พอมาถึงละครเรื่องนี้ เราก็นำความรู้จากพันท้ายนรสิงห์มาปรับใช้ ทำให้ซีรีส์ดูทันสมัยมากขึ้น เรื่องนี้ต้องเรียนรู้ถือว่าเป็นการทดลองระดับหนึ่งครับ”[1]

ความแม่นยำทางประวัติศาสตร์[แก้]

  • สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังเป็นองค์ประกันประทับอยู่ที่หงสาวดีในวัยเยาว์ มิได้มีหลักฐานใดระบุว่าพระองค์ได้บวชเป็นเณร หรืออยู่ที่วังหน้า หรือแม้แต่คราวที่พระองค์ทรงแต่งองค์เป็นหญิงเพื่อมาหาสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช พระราชบิดา ก็ไม่มีหลักฐานใดบันทึกเช่นกัน
  • พระเทพกษัตรีย์ ได้ถูกชิงตัวระหว่างทางไปยังล้านช้าง และเมื่อไปถึงหงสาวดีแล้ว ก็ไม่ได้มีหลักฐานใดระบุว่า พระนางอยู่ในหงสาวดีหรือไม่ เพราะว่าไม่มีหลักฐานใดกล่าวถึงอีกเลย
  • มณีจันทร์ บุคคลที่ปัจจุบันมีหลักฐานยืนยันว่าเป็นพระชายาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในภายหลัง เป็นบุคคลที่ไม่ทราบที่มาที่ไป แต่ในละครโทรทัศน์กำหนดให้นางเป็นธิดาของชาวมอญที่ลอบปลงพระชนม์พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้
  • ออกพระราชมนู ทหารเอกในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ก็ไม่มีที่มาที่ไปเช่นกัน แต่ในละครโทรทัศน์กำหนดให้เป็นเด็กชายกำพร้าผมยาวที่ถูกเฒ่าสาเก็บมาเลี้ยง และเป็นพระสหายกับพระนเรศวรตั้งแต่วัยเยาว์
  • พระมหาเถรคันฉ่อง เป็นพระภิกษุชาวมอญที่ปรากฏบทบาทภายหลังเมื่อครั้งที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ไม่มีหลักฐานว่าเป็นพระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในวัยพระเยาว์แต่ประการใด รวมทั้งไม่ได้เป็นพระอาจารย์ของพระเจ้าบุเรงนองด้วย[2] การที่ผู้สร้างกำหนดให้พระมหาเถรคันฉ่องเป็นพระอาจารย์ของทั้งพระนเรศวรและพระเจ้าบุเรงนองนั้น เป็นการหยิบเอาลักษณะตัวละครมาจาก พระมหาเถรวัดกุโสดอ (พระมหาเถรมังสินธู) ในนวนิยายพงศาวดารเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ ของยาขอบ
  • การสวรรคตของสมเด็จพระมหินทราธิราชเจ้านั้น มีหลักฐานระบุไว้สองกรณี กรณีแรกระบุว่า ทรงทำท่าทีกระด้างกระเดื่องต่อพระเจ้าบุเรงนองเมื่อครั้งตีอยุธยาได้สำเร็จ จึงให้สำเร็จโทษด้วยการถ่วงน้ำที่เมืองสระถุง[3] กรณีหลังระบุว่า ประชวรด้วยพระโรคปัจจุบันในระหว่างทางขณะเสด็จไปยังหงสาวดีและได้สวรรคตที่เมืองแครง[4] ส่วนในประวัติศาสตร์มิได้ระบุชะตากรรมภายหลังของออกญาจักรีไว้ ในละครโทรทัศน์จึงให้สมเด็จพระมหินทราธิราชถึงแก่สวรรคาลัยด้วยพระโรคปัจจุบันเมื่อถึงหงสาวดี ส่วนการตายของออกญาจักรีจึงกลายเป็นคำบอกเล่าว่าถูกจับถ่วงน้ำแทน
  • ในสงครามช่วงแรกของละครโทรทัศน์นั้น คือในปี พ.ศ. 2106 ถูกเรียกว่า สงครามช้างเผือก ในสงครามช่วงหลัง คือในปี พ.ศ. 2112 คือ สงครามคราวเสียกรุงครั้งที่ 1

รางวัลและการเข้าชิง[แก้]

รางวัล สาขารางวัล ผู้ได้รับการเสนอชื่อ ผลการตัดสิน
รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 32
องค์ประกอบศิลป์ดีเด่น ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์ ภาคองค์ประกันหงสา เข้าชิง

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]