จันทน์กะพ้อ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จันทน์กะพ้อ
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
หมวด: Magnoliophyta
ชั้น: Magnoliopsida
อันดับ: Malvales
วงศ์: Dipterocarpaceae
สกุล: Vatica
สปีชีส์: V.  diospyroides

จันทน์กะพ้อ เป็นพันธุ์ไม้ในวงศ์ Dipterocarpaceae พวกเดียวกับยางนาและพะยอม บางพื้นที่ทางภาคใต้เรียก จันทน์พ้อ หรือ จันพอและที่จังหวัดพังงาเรียก เขี้ยวงูเขา

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์[แก้]

จันทน์กะพ้อเป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง (สูงประมาณ 5 - 15 เมตร) ต้นค่อนข้างตรง เปลือกเกลี้ยง เรือนยอดเป็นพุ่มรีหรือกว้างใบเป็นใบเดี่ยว รูปรียาว ขนาดยาว 7 - 9 เซนติเมตร กว้าง 2 - 3 เซนติเมตร สีเขียวเข้ม เรียงตัวแบบเวียนไปตามกิ่งห่างๆ กัน ดอกออกตามกิ่งเป็นช่อเล็กๆ ทยอยบานครั้งละ 1 - 2 ดอก แต่มักจะมีช่อหลายช่อเป็นกระจุกและเรียงเป็นระยะๆ ตามกิ่งดอกขนาด 1.2-1.5 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงมีขนสีน้ำตาลกลีบดอกเรียงเวียนซ้อนเกยกันเล็กน้อย ด้านในสีขาวนวลหรืออมชมพู ด้านนอกมีแถบแคบๆ มีขนละเอียดสีน้ำตาลอมแดง กลิ่นหอมแรง ออกดอกในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน

การดูแล และ ขยายพันธ์[แก้]

จันทน์กะพ้อชอบขึ้นอยู่ตามริมน้ำ บริเวณที่มีน้ำท่วมหรือน้ำหลาก ชอบอยู่กลางแจ้งที่มีความชื้นในอากาศค่อนข้างสูง โตช้า ปลูกเลี้ยงค่อนข้างยาก ถ้าแดดจัดหรือลมแรงใบจะไหม้ ปัจจุบันจึงพบเห็นจันทน์กะพ้อน้อยลง สำหรับการขยายพันธุ์จันทน์กะพ้อนั้นทำโดยเพาะเมล็ด ใช้เวลาเพียง 1 เดือนรากก็เริ่มงอกแทงออกมา เมื่อต้นกล้าอายุ 1 ปี จะมีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร และมีใบ 4-7 ในปีที่ 2 ต้นกล้าจะเจริญอย่างรวดเร็วและสูงประมาณ 1 เมตร ในช่วงนี้ถ้าปลูกในกระถาง ควรเปลี่ยนกระถางให้มีขนาดไม่ต่ำกว่า 10 นิ้ว หรือถ้าปลูกลงดินจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีทรงพุ่มแผ่กว้าง เมื่ออายุ 5-7 ปี จะมีความสูง 2.5-5 เมตร และเริ่มออกดอก

ประโยชน์[แก้]

ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ ดอกมีกลิ่นหอมค่อนข้างแรงมากและสามารถนำดอกมาปรุงเป็นยาหอม แก้ลม และบำรุงหัวใจ

วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง[แก้]

ร้อยกรอง[แก้]

จันทน์กะพ้อผลิดอกออกนวลขาว จรุงกลิ่นประทินราวดอกไม้สวรรค์
ดังกลิ่นกายกลิ่นแก้มแกมกัน เมื่อจอมขวัญเคยแนบชิดยามนิทรา
พี่เหลียวซ้ายแลขวามองหาเจ้า พี่เหลียวซ้ายแลขวามองหาเจ้า
ต้องเหม่อมองจันทน์กะพ้อละออตา ต้องเหม่อมองจันทน์กะพ้อละออตา
ลำนำดอกไม้...วิยดา เทพหัตถี

เพลงจันทน์กะพ้อร่วง[แก้]

  • คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล
  • ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน

ดอกจันทน์กะพ้อร่วงพรู

เจ้ามิใช่ร่วงสู่แผ่นดินแห่งไหนโดยง่าย

ลมพาเอากลีบกระจาย

ร่อนปลิวพร่างพลิ้วพราย

ไม่มีที่หมายใด

ดูดังฝูงฝึ้งแตกรัง

เมื่อไร้กำลัง...หล่นก็ลงฝังทั่วไป

ไร้ผู้จะเหลียวใส่ใจ

ไม่มีใครที่ไหน

เก็บเอาไปเพื่อไว้บูชา

บางกลีบเขาเหยียบลง

แหลกเป็นผงอย่างไร้เมตตา

กลีบจมแผ่นดินสิ้นสูญราคา

กลิ่นนั้นหนายังหอมเป็นค่าผูกพัน

จันทน์กะพ้อคือเหล่าสตรี

มีราคีเพราะชายขยี้พรหมจรรย์

ความสาวแหลกเหลวสิ้นกัน

ไร้ค่าผูกพันเหมือนจันทน์กะพ้อร่วงพรู

เกร็ด[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]